“ฉันกำลังเจอกับอะไรอยู่เนี่ยกำไลหยกขอพรได้ จู่ๆ ก็มีนางฟ้า ปีศาจโผล่มาอีก แม่เ้าไม่อยากเชื่อเลยว่ามันมีอะไรแบบนี้อยู่จริง”
เธอก้มมองกำไลหยกในมือ หัวเราะคิกคักด้วยความเ้าเล่ห์สายตาจ้องไปที่กระจก “ในเมื่อมันคือเื่จริง ก็ถึงเวลาเอาคืนคนที่มันดูถูกและกลั่นแกล้งฉันกับเพื่อนซะที เดี๋ยวเจอกูแน่ ”
เช้าวันใหม่สดใส ชามตื่นนอนแต่เช้าแต่งตัวออกไปทำงาน วันนี้เธอเข้างานก่อนเวลา
“หนูจามมาแต่เช้าเลยนะ”
หน้าตายิ้มแย้มก็เธอหยุดชะงักลง“ป้าเพ็ญ หนูบอกเป็รอบที่ล้านแล้วมั้งเนี่ย หนูชื่อชามค่า ชอ อา มอ ชาม”
ป้าหัวเราะกลบเกลื่อน“อย่าถือสาคนแก่ขี้หลงขี้ลืมเลยนะ”
“ป้าพวกนางนมโตตูดเด้งยังไม่มาทำงานเหรอ”
“ยังเลยหนูเป็คนแรกที่มาถึงออฟฟิศ”
ระหว่างที่พวกเขาคุยกันมีผู้หญิงวัยกลางคนหน้าตาดุเดินเข้ามา เธอหันมองชามแล้วก็มองดูนาฬิกาข้อมือก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างในออฟฟิศ
“นั้นมันคุณแขขวัญผู้จัดการฝ่ายขายจอมเนียนป่ะป้า”
“ใช่ มาแต่เช้าเลย”
“หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะป้า”
“จ๊ะ”
ชามวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเธอถอดกำไลหยกแล้วหลับตาพนมมือ
“ขอให้คุณแขขวัญเลือกฉันเป็ผู้ช่วยผู้จัดการทีเถิด”
“ได้ พวกเราจัดการให้”
เธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่านางฟ้าปีศาจยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว
“มาไม่ให้สุ้มให้เสียงใหมด”
“ทำเป็ขวัญอ่อนไปได้”
“ฉันกับปีศาจต้องขอโทษด้วยนะที่ทำให้ใ เอาเป็ว่าเื่ที่ขอพวกเราจัดการให้เอง”
ทั้งคู่แวบหายไปต่อหน้า
เมื่อพนักงานทุกคนถึงออฟฟิศหัวหน้าบ้ากามก็เรียกทุกคนไปที่ห้องประชุมทันที
“ฉันเรียกพวกเธอมาในวันนี้ก็เพราะผู้จัดการ้าหาผู้ช่วยแทนคนเก่าที่ลาออกไปและฉันคิดว่าคนที่ทำงานดีและเหมาะสมที่สุดคือเกตสุภา”
ดาวสะกิดแขนชาม“ไหนแกว่าเขาจะเลือกแกไง”
“หัวหน้าบ้ากามนั้นเลือกนางนมโตแต่อีกเดี๋ยวผู้จัดการเขาจะเลือกฉันเว้ย”
“มึงจะมั่นใจได้ยังไง”
“เพราะกูมีของดี”
“เดี๋ยวก่อนปรินฉันอยากได้คนนั้นมากกว่า” ผู้จัดการจอมเนียนพูดแทรกขึ้นมา มือพลางชี้ไปหาชาม
ดาวทำหน้าตาประหลาดใจ“เป็ไปได้ยังไง”
ทุกคนในห้องประชุมต่างอ้าปากค้างหัวหน้าบ้ากามนั้น หันไปคุยกันผู้จัดการตัวเอง “คุณแขขวัญชามวลีเธอทำงานช้าแถมยังชอบมาสายอีกด้วย เปลี่ยนคนใหม่ไหมครับ”
“ฉันเป็หัวหน้าเธอหรือว่าเธอเป็หัวหน้าฉันอีกเื่คนที่มาสายเป็เธอเองหรือเปล่า”
เขาทำหน้าตาไปไม่ถูกส่วนเกตสุภาก็ได้แต่ทำหน้าไม่พอใจ หลังจากที่เธอได้เป็ผู้ช่วยผู้จัดการเธอก็เริ่มแผนการเอาคืนหัวหน้าบ้ากามและพวกสาวๆ นมโตให้ทำงานอย่างหนักอย่างที่เธอและเพื่อนเคยโดนชามมีความสุขกับการใช้พรวิเศษในแต่ละวัน เพื่อสนองความปรารถนาของตัวเอง จนวันหนึ่งเมื่อเธอและดาวเดินเข้าร้านกระเป๋าแบรนด์เนมแล้วดันเจอเข้ากับคู่อริสมัยเรียนมหาลัย
“โลกมันกลมจริงๆไม่ยักจะรู้ว่าฉัน จะต้องมาเจอยัยช้างน้ำสองตัวนี้ แล้วยัยฟันเหยินไม่มาด้วยรึไง”
“อีแมว”
“แกพูดแบบนั้นออกมาได้อย่างงั้นเขาเปลี่ยนชื่อเป็คุณแคทแล้วนะ”
“ตายแล้วอีดาวเปลี่ยนชื่อให้ดูทันสมัยแต่ทำไม๊ สันดานยังเหมือนเดิมว่ะ”
“ปากดีเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เป็แค่พนักงานต๊อกต๋อยยังกล้ามาช้อปกระเป๋าแบรนด์เนม”
“คิดว่าฉันไม่มีปัญญาซื้อเหรอ”
ดาวจับแขนชามเอาไว้ และกระซิบข้างหู”มึง เอาจริงๆ กระเป๋าพวกนี้พวกเราเก็บเงินเป็ปีๆยังซื้อไม่ได้เลยนะเว้ย”
“ฉันไม่กลัวมันสักเท่าไหร่กันเชียว”
ชามกับแคทแยกเขี้ยวเหมือนหมาที่กำลังจะกัดกันทันใดนั้นสายตาของพวกเธอทั้งคู่ต่างต้องตาต้องใจกับกระเป๋าหนังสีดำและวิ่งพราวพราดตรงไปหากระเป๋าใบนั้นพร้อมกัน
“ฉันเห็นกระเป๋านี้ก่อนแกปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” สองมือดึงกระเป๋าเข้ามาหาตัวเอง
ส่วนชามก็ชักกระเป๋าใบนั้นกลับเข้ามาหาตัวเองเหมือนกัน“ฉันเห็นใบนี้ก่อนแกอีก”
“แกไม่มีปัญญาซื้อหรอก”
“อย่าคิดว่าเธอมีปัญญาซื้อได้คนเดียวสิ”
“แต่ใบนี้มันเป็ของฉัน น้องคะพี่เอากระเป๋าใบนี้ ราคาเท่าไหร่”
พนักงานตอบกลับมาว่า “7,000,000บาทถ้วนค่ะ”
เมื่อรู้ราคาของกระเป๋าเธอดันกระเป๋าไปหาชามทันที “เธออยากได้ไม่ใช่เหรอ เอาไปสิ เหมือนฉันจะแบบนี้มีที่บ้านใบหนึ่ง”
ชามที่กำลังอึ้งกับราคากระเป๋าเธอถามย้ำพนักงานไปว่า “ราคาเท่าไหร่นะคะ”
“7,000,000บาทถ้วนค่ะ”