ตอนที่ 1 มูนี่ย์ (5)
“นายบอกว่ายังมีเด็กอีกคนไม่ใช่เหรอ” มูนี่ย์หันไปถามนักเรียนคนเมื่อครู่ นักเรียนคนนั้นทำท่าอึกอัก
“เด็กอยู่กับผม” ผู้พูดเป็ชายหนุ่มดวงตาสีน้ำตาล ผมดำหยักศก เป็เบต้ารูปร่างสูงใหญ่กำยำคนหนึ่ง เขากำลังอุ้มเ้าตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนโดยใช้เสื้อกาวน์ของห้องทดลองห่อตัวเอาไว้ เห็นชัดว่าเ้าตัวเล็กคงหิวแย่แล้วจึงเบะปากร้องไห้ออกมา ท่าทางอิดโรยมาก เหมือนจะสิ้นลมได้ทุกเมื่อ
มูนี่ย์เริ่มรู้สึกรำคาญใจขึ้นมา เพราะท้องน้อยที่ปวดแปลบเป็ระยะทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว เซ็กส์เมื่อคืนในตอนท้ายฮอร์วิทซ์รุนแรงเกินไปหน่อย แม้จะอยู่ใน่ฮีตก็ยังยากจะรับไหว
เขาไม่แสดงสีหน้า มีแค่นวดหว่างคิ้วด้วยท่าทางอ่อนล้า “อาเรย์อา นายไปหาแอรอนที่หอพัก ให้เขาช่วยดูแลเด็กให้ก่อนสักระยะ ที่นั่นน่าจะมีของใช้จำเป็สำหรับดูแลเด็กอยู่ นายจัดการเื่เด็กเสร็จแล้วค่อยกลับมาช่วยฉัน ส่วนคนอื่นๆ แยกย้ายกันได้แล้ว ไปทำงานของตัวเองซะ ที่เหลือฉันจะจัดการเอง”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็พากันถอนหายใจโล่งอก รีบออกไปจากที่เกิดเหตุทันที
อาเรย์อาก็คือเบต้าที่อุ้มเด็กคนนั้น อีกฝ่ายได้ยินที่สั่งก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินตามคนอื่นออกไป
ห้องทดลองพลันตกอยู่ในความเงียบ มูนี่ย์ถึงค่อยหันตัวกลับไปเผชิญหน้ากับโอเมก้าที่ตั้งท่าหวาดระแวงราวกับสัตว์ป่าาเ็
สาขาของพวกเขานั้นน่าสนใจมาก เป็ศูนย์วิจัยเกี่ยวกับเพศและพันธุกรรมซึ่งไม่เป็ที่สนใจนัก ทว่าศาสตราจารย์ที่เป็ผู้ประคับประคองศูนย์วิจัยแห่งนี้ขึ้นมากลับเป็อัลฟ่าท่านหนึ่ง เป็ชายชราที่ไม่ได้ดูสะดุดตาอะไรแต่มีเส้นสายกว้างขวางและใจบุญเกินบรรยาย ศูนย์วิจัยแห่งนี้รับแค่โอเมก้าและเบต้า จากที่ศาสตราจารย์โทมัสเล่ามา การปกป้องโอเมก้านั้นเป็สัญชาตญาณของอัลฟ่า ซึ่งขัดแย้งกับสภาพสังคมในปัจจุบันอย่างรุนแรงที่โอเมก้าถูกกดขี่และถูกเบต้ากีดกัน
ส่วนโทมัสมีความเป็มาอย่างไรนั้นไม่มีใครบอกได้ชัดเจน รู้เพียงแค่ว่าแม้ศูนย์วิจัยนี้จะเป็หนามยอกอกของใครหลายคนแต่ก็ไม่มีใครทำอะไรพวกเขาได้ ขอเพียงโทมัสออกหน้า พวกคนที่มาหาเื่ก็จะยิ้มแหยเดินจากไปทุกราย ช่างน่าแปลกจริงๆ
ทว่าต่อให้ดีอย่างไรก็มีจุดบกพร่องอยู่ โทมัสมักจะเก็บโอเมก้าที่ตกทุกข์ได้ยากกลับมาอยู่เสมอ ทั้งยังรับพวกเขาไปอยู่บ้านสองชั้นที่ดัดแปลงจากหอพักร้างละแวกใกล้ๆ กับศูนย์วิจัย ซึ่งเ้าตัวแค่รับไว้แต่ไม่เคยสนใจปัญหาที่จะตามมาทีหลัง โดยภาระใหญ่หลวงเหล่านี้สุดท้ายก็ตกมาอยู่ที่ตัวมูนี่ย์เสียอย่างนั้น
มูนี่ย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาซาบซึ้งใจกับความเมตตาของศาสตราจารย์โทมัสก็จริง แต่คนที่ต้องมาตามล้างตามเช็ดให้ทีหลังน่ะเป็เขาทั้งนั้น ส่วนอีกฝ่ายก็มักจะเอ่ยข้ออ้างทำนองว่า ‘ฉันรู้อยู่แล้วว่านายจะช่วยจัดการให้ได้ ฉันไว้ใจนายที่สุดเลยนะ’ มาตัดบทข้อเสนอแนะอื่นๆ ของเขาอยู่เป็ประจำ
เขายืนห่างออกมาหน่อย กอดอกพลางมองอีกฝ่ายนิ่งๆ คิดว่าถ้ารักษาระยะห่างเอาไว้บวกกับไม่แสดงความรู้สึกใดๆ บางทีคงจะไม่ไปกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่ายเข้า หากแต่เขาคิดผิด คาดไม่ถึงว่าพอโอเมก้าคนนั้นเห็นว่าเหลือแค่พวกเขาแล้วจะราวกับกลายร่างเป็เสือดาว กระโจนเข้าใส่มูนี่ย์ ถ้าเป็ปกติมูนี่ย์คงเบี่ยงตัวหลบโอเมก้าที่กำลังอ่อนแอคนนี้ได้แน่ เพียงแต่วันนี้สภาพร่างกายของเขาไม่สู้ดีนัก ทันทีที่เผลอจึงถูกอีกฝ่ายกดตัวลงกับพื้นอย่างแรง
“แกเป็ใคร แกเป็คนที่พวกมันส่งมาใช่ไหม แต่งตัววางท่าแบบนี้ ดูก็รู้แล้วว่าเป็พวกชนชั้นสูงทุเรศๆ!! พวกชนชั้นสูงสมควรตาย!! พวกสวะ!!” ดวงตาของโอเมก้าคนนั้นเต็มไปด้วยเส้นเืฝอย เรี่ยวแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้พอสมควร
ภาษาที่อีกฝ่ายโพล่งออกมาฟังดูแปร่งหู ไม่ใช่ภาษาทางการของเมืองหลวง แต่เป็ภาษาถิ่นของเมืองอาเทอเรีย
เพราะอยู่กับฮอร์วิทซ์ มูนี่ย์จึงเคยได้ยินได้ฟังภาษาถิ่นของแต่ละเมืองมาบ้าง ด้วยเหตุนี้แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเนื้อความว่าหมายถึงอะไร แต่ไม่นานเขาก็ระบุได้ว่าอีกฝ่ายพูดด้วยภาษาของท้องที่ไหน อีกทั้งยังนึกไม่ถึงว่าคราวนี้คนที่ศาสตราจารย์เก็บกลับมาจะไม่ใช่คนเมืองหลวง!
แต่มูนี่ย์ก็ใช้ความคิดได้อีกไม่นานนักเพราะอีกฝ่ายบีบคอเขาอย่างแรง ดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าแม้จะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ อีกฝ่ายจะยังมีเรี่ยวแรงบีบคอเขาได้อยู่อีก ไม่เปิดโอกาสให้ตอบโต้เลย มูนี่ย์ยื่นมือออกไปหวังจะสลัดให้หลุด แต่ดิ้นรนอยู่นานกลับพบว่าอากาศของเขานั้นเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ
ในตอนนั้นเองอาเรย์อาก็กลับมา เบต้าร่างสูงใหญ่ปรี่เข้ามาคลี่คลายสถานการณ์วิกฤต เขาหิ้วคอเสื้อของโอเมก้าดุร้ายคนนั้นออกไปราวกับเป็ลูกเจี๊ยบตัวหนึ่ง อีกฝ่ายทำได้เพียงดิ้นไปมากลางอากาศ โวยวายด้วยภาษาที่แปลกหูเป็ทำนองว่า ‘ปล่อยฉันลงนะ’ นอกนั้นก็เป็คำที่เขาฟังไม่เข้าใจ จากน้ำเสียงและท่าทางพอจะเดาออกว่าเป็คำก่นด่าที่ไม่มีทางรื่นหู
อาเรย์อาก็ไม่อยากจะเสวนากับคนแบบนี้ เขาหิ้วคออีกฝ่ายออกไปจากห้องทดลอง ไม่นานก็กลับเข้ามาใหม่ ระหว่างนั้นยังคงได้ยินเสียงก่นด่าแว่วมาจากไกลๆ
“ผมโยนเขาให้อีกสองคนจัดการแล้ว ผมจะไปบอกให้แอรอนช่วยดูแลเขาด้วย ให้พวกเขาพักห้องเดียวกันสักพัก แอรอนพาเด็กไปตรวจคร่าวๆ ที่โรงพยาบาลแล้ว ตอนเย็นก็น่าจะกลับครับ” อาเรย์อาเป็คนพูดน้อย วันนี้อีกฝ่ายพูดยาวเหยียดอย่างที่นานๆ ทีจะมีให้เห็นเพื่อเป็การรายงานว่าจัดการเื่โอเมก้าคนนั้นอย่างไร จัดการเื่เด็กอย่างไร
“ขอบ...” มูนี่ย์ตั้งใจจะขอบคุณ แต่กลับพบว่าลำคอปวดระบมไปหมด ทำให้ไม่สามารถพูดจนจบประโยคได้ เขายกมือขึ้นลูบลำคอ คิดไม่ถึงว่าเพียงชั่วครู่ตรงนั้นจะบวมปูดขึ้นมา มูนี่ย์พลันนึกกลัว ถ้าไม่ใช่เพราะอาเรย์อากลับมาทันเวลา เขาคงจะตายอยู่ที่นี่แล้วละ
“รองศาสตราจารย์ซิงห์ คุณาเ็” อาเรย์อาหันไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา แววตามีความกังวลอยู่เล็กน้อย
มูนี่ย์โบกมือปฏิเสธความหวังดีของอาเรย์อา เขาหยิบยาแก้อักเสบและยาแก้ปวดจากลิ้นชักแล้วกลืนลงไป ไม่จำเป็ต้องไปหาหมอ แค่จัดการกับแผลที่ดูน่าในั้นอย่างลวกๆ
ภายหลัง คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายก็ต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่ดี ไม่ใช่เพราะอาการาเ็ แต่เป็อาการปวดท้องน้อยที่ทำให้ยืนไม่ไหวจนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ถ้าไม่ใช่เพราะอาเรย์อาลืมของไว้เลยเดินกลับมาเอา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะปวดท้องจนตายอยู่ในศูนย์วิจัยนั่นไปแล้ว ขณะมูนี่ย์สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก็อดคิดไม่ได้ว่าอาเรย์อาช่างเป็คนดีจริงๆ วันนี้ถ้าไม่ได้อีกฝ่ายบังเอิญมาช่วยไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาคงตายไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว