โรงพยาบาล
“นี่คุณจะไปหาน้องฉันเมื่อไร??”
หลังจากที่หมอหนุ่มตรวจอาการของแม่เธอเสร็จต้นหลิวก็ถือโอกาสนี้ถามชายหนุ่มทันทีว่าเขานั้นจะไปหาผู้ชายคนเมื่อคืนเพื่อนเจรจาเื่น้องเธอเมื่อไร
“ผมต้องออกเวรก่อนคงจะเป็่เย็น”
คาวียังต้องเข้าเวรเพื่อนรักษาคนไข้ของเขาก่อนคงจะเป็่เย็นนี้เขาจึงจะเข้าไปหาเบนจามินได้
“ฉันไปด้วยได้มั้ย”
ต้นหลิวอยากจะไปดูสถานการณ์กับหมอหนุ่มด้วยเพราเธออยากพาน้องสาวเธอกลับมาจะแย่แล้วไม่รู้ว่าตอนนี้น้องเธอจะเป็ยังไงบ้างถ้าคิดไม่ผิดคงจะร้องให้ฟูมฟายเป็แน่เพราะน้องสาวเธอออกจะขี้กลัว
“ไม่ต้องจะดีกว่าผมว่าผมคุยเองจะง่ายกว่าคุณรอฟังข่าวจากผมก็แล้วกันผมต้องไปตรวจคนไข้คนอื่นแล้ว”
คาวีเห็นว่าเื่นี้เขาไปจัดการด้วยตัวคนเดียวจะดีกว่าเพราะถ้าหากเบนจามินเห็นเธอหญิงสาวอาจจะไม่ปลอดภัยก็เป็ได้เขาไม่ได้กีดกันเธอแค่ดูเื่ความปลอดภัยเป็หลักก็เท่านั้นเองพร้อมขอตัวจากหญิงสาวไปตรวจคนไข้คนอื่นทันที
“เฮ้อ!!”
ต้นหลิวนั่งลงถอนหายใจอย่างกังวลยิ่งคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นที่มาจากฝีมือเธอทั้งหมดยิ่งโมโหตัวเองพลางหันไปมองคนเป็แม่ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก็น้ำตาคลอหากแม่เธอรู้ว่าเธอไปทำอะไรมาแม่เธอคงจะเสียใจมากๆแน่หากตอนนั้นเธอคิดให้มากๆกว่านี้เื่ร้ายๆคงจะไม่เกิดขึ้นกับน้องของเธอ
เพนท์เฮ้าส์
17.00 น.
“จะหลับไปถึงไหนกันนะ”
เบนจามินเดินวนไปมาเข้าออกห้องนอนของเขาอยู่หลายรอบเพื่อดูว่าหญิงสาวตื่นหรือยังแต่ก็ไม่ยักจะเห็นว่าเธอนั้นตื่นเสียทีเขาก็ไม่เข้าใจว่าเขานั้นทำไมจะต้องห่วงเธอนักหนายิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดกับตัวเอง
ติ๊งงงงง
“หมอ”
“สวัสดีครับคุณเบน”
คาวีเลิกงานได้เขาก็มุ่งหน้ามาที่เพนท์เฮ้าส์ของเบนจามินทันทีเพื่อนที่จะคุยเจรจาเื่ของต้นรักเบนจามินนึกไม่ชอบใจหมอหนุ่มเล็กน้อยที่โผล่มาหาเขาถึงที่นี่เพราะเื่ผู้หญิงคนเดียว
“ผมหวังว่าหมอคงเข้าใจที่ผมพูดแล้วผมจะให้ต้นรักบอกกับครอบครัวของเธออีกที”
“ครับงั้นผมขอตัว”
และแล้วคนที่ต้องเป็ฝ่ายยอมถอยก็เห็นจะเป็คาวีเพราะเมื่อเบนจามินบอกกับหมอหนุ่มไปว่าหญิงสาวเป็คนยอมอยู่กับเขาเองแบบนี้คาวีเองก็คงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากให้พี่น้องติดต่อกันเอง
“เื่ค่ารักษาพยาบาลของแม่ต้นรักผมจะเป็คนออกเองทั้งหมดคุณก็รักษาให้เต็มที่ก็แล้วกันผมรู้ว่าคุณมีฝีมือ”
“ครับ”
คาวีพอจะมองออกว่ามันเกิดอะไรขึ้นหากต้นรักยอมที่จะอยู่ที่นี่จริงเขาเองก็ถือว่าเป็นอกที่เป็ตัวกลางในการพูดคุยเท่านั้นไม่มีสิทธิ์ไปบังคับอะไรใครได้
ร้านกาแฟ
“อะไรนะคะต้นรักเนี่ยนะยอมอยู่กับผู้ชายคนนั้น”
ต้นหลิวนัดคุยกับคาวีที่ร้านกาแฟใกล้ๆกับโรงพยาบาลหญิงสาวแทบไม่เชื่อหูตัวเองจากคำพูดของชายหนุ่มที่บอกว่าน้องสาวเธอยอมอยู่กับผู้ชายที่จับตัวไปเมื่อคืน
“อืม..นี่มือถือคุณคุณลองโทรคุยกับน้องคุณดูสิว่าจริงหรือป่าว”
คาวีก็พูดกับเธอแบบที่เขาได้ฟังมาจะจริงหรือไม่จริงก็ให้พี่น้องเขาคุยกันเองพร้อมยื่นมือถือของหญิงสาวที่เบนจามินให้เขามาคืนให้เธอ
“ฉันว่าต้นรักต้องโดนบังคับแน่เลย”
ต้นหลิวไม่เชื่อเด็ดขาดว่ามันจะเป็ไปได้พร้อมกดมือถือหาน้องสาวเธออย่างรวดเร็ว
เพนท์เฮ้าส์
RrrrrrrrrrrRrrrrrrrrrrr
“หลิว”
ต้นรักรับโทรศัพท์โดยที่มีเบนจามินนั่งอยู่ข้างๆคอยจ้องเธอให้คลาดสายตา
“รักเป็ยังไงบ้างเื่ที่รักยอมอยู่กับผู้ชายคนนั้นไม่จริงใช่มั้ย”
ต้นหลิวยังเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองถามน้องสาวของเธออย่างมั่นใจ
“จริง...เค้ายอมอยู่กับคุณเบนเพราะคุณเบนบอกว่าจะออกค่ารักษาแม่เราให้หายอีกอย่างคุณเบนเค้าก็จะไม่เอาเื่หลิวด้วยนะ”
ต้นรักพยายามทำน้ำเสียงให้เป็ปกติที่สุดแม้ตอนนี้เธอจะน้ำตาไหลอยู่ก็ตาม
“ทำไมเป็แบบนั้นรักโดนผู้ชายคนนั้นบังคับใช่มั้ยบอกหลิวมานะหลิวจะไปช่วยรักเอง”
ต้นหลิวแทบเป็บ้าเมื่อได้ยินที่น้องสาวของเธอพูดแบบนั้นเธอไม่เชื่อว่าคนอย่างต้นรักจะยอมอยู่กับผู้ชายที่พึ่งเจอกันแค่คืนเดียวแน่นอนถึงเขาจะเสนอว่าจะช่วยรักษาแม่ของเธอก็เถอะ
“ป่าวหรอกหลิวคุณเบนเค้าไม่ได้บังคับรักเลย”
ต้นรักยังต้องยืนยันคำเดิมกับคนเป็พี่สาวเพื่อที่ตอนนี้เื่มันจะได้ดีต่อทุกฝ่ายแม่เธอจะไม่เต็มใจแต่ถ้าหากเธอยอมเสียสละเพียงแค่คนเดียวแล้วทุกอย่างมันดีขึ้นเธอก็จะทำ
“ทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วยนะ”
ต้นหลิวต้องตัดใจวางสายจากคนเป็น้องสาวเธอรู้ว่าน้องเธอไม่เต็มใจเป็เพราะเธอคนเดียวที่ทำให้ชีวิตน้องสาวเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้
“อึก...ฮือๆๆๆๆ...ทำไม...ทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วยยยย”
ต้นหลิวรู้สึกโมโหตัวเองอย่างมากที่ทำอะไรไม่ได้เลย
“นี่คุณ..ออกไปจากที่นี่ก่อน”
คาวีถึงกับต้องดึงตัวหญิงสาวออกไปจากร้านกาแฟไปนั่งในรถของเขาก่อนเพราะเธอร้องให้ฟูมฟายจนคนทั้งร้านมองกันเป็ตาเดียวเขาเองก็จะพลอยถูกมองไม่ดีไปด้วย
ชายหนุ่มส่ายหัวเล็กน้อยนี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่หญิงสาวร้องให้ต่อหน้าของเขาเขาเองก็ปลอบคนไม่เก่งเสียด้วยหากจะใช้วิธีของหมอจะหยุดอาการฟูมฟายแบบนี้ได้เขาก็คิดออกวิธีเดียวก็คือฉีดยานอนหลับแต่คงจะทำกับเธอไม่ได้จึงต้องปล่อยให้หยุดร้องเอง
วันต่อมา
“เป็ยังไงบ้าง”
เบนจามินเห็นหญิงสาวขยับตัวขึ้นใน่สายของวันจึงใช้หลังมือนั้นวัดอุณหภูมิที่หน้าผากของหญิงสาวดูว่าเธอนั้นไข้ลดแล้วหรือยังเพราเมื่อคืนเธอตัวร้อนทั้งคืนจนเขาต้องปลุกให้เธอลุกขึ้นมาทานยา
“ฉันจะบอกอะไรเธอให้เธอควรจะทำตัวดีๆกับฉันเอาไว้แล้วเธออยากได้อะไรก็จะได้ทานข้าวแล้วทานยาซะ”
เบนจามินนึกโมโหเล็กน้อยที่หญิงสาวผละหน้าหนีจากมือของเขาอย่างท้าทายซ้ำยังไม่ยอมตอบยอมคุยกับเขาว่าตัวเธอนั้นอาการเป็อย่างไรบ้างรู้แบบนี้ปล่อยให้นอนป่วยโดยไม่ดูแลเสียก็ดีชายหนุ่มนึกในใจพร้อมลุกขึ้นหันหลังให้หญิงสาวและประกาศก้องให้เธอได้ยินสิ่งที่เขา้าจะให้เธอได้รู้เป็การบอกนัยๆว่าเธอไม่ควรที่จะปฏิเสธเขา
หลังจากชายหนุ่มเดินหันหลังออกจากห้องไปแล้วน้ำตาหญิงสาวก็ร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ขาดสายคิดว่าหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาเื่ร้ายๆมันจะเป็แค่ฝันเสียอีก
หยิงสาวร้องออกมาจนน้ำตาแห้งเหือดพร้อมบอกกับตัวเองให้ทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เสียแล้วทำใจอยู่กับมันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
เย็นของวัน
“เอกสารที่ต้องเซ็นครับคุณเบน”
เมื่อเ้านายหนุ่มไม่ยอมเข้าบริษัทก็ต้องเป็ธุระของโจชัวที่จะต้องยกแฟ้มเอกสารทั้งหมดมาให้เ้านายของเขาเซ็นถึงเพนท์เฮ้าส์
“อืมม..วางไว้นั่นแหละ”
เบนจามินนั่งอ่านข่าวธุรกิจอย่างใจจดใจจ่อเขาจะต้องอัพเดตตลอดเวลาเมื่อลูกน้องยกงานมาให้เขาจึงสั่งให้ว่างเอาไว้ก่อนคืนนี้เขาจะดูเอง
“เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมมาเก็บนะครับ”
โจชัวเ้านายหนุ่มพร้อมเดินออกจากเพนท์เฮ้าส์ไปทันทีเพราะถือว่าธุระของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ออกมาก็ดีแล้วมาทานข้าวฉันสั่งของมาเต็มเลย”
เบนจามินนั่งอ่านข่าวได้พักใหญ่ก็เห็นหญิงสาวเดินออกมาด้านนอกเลยให้เธอมาทานข้าวพร้อมเขาเสียเลยเมื่อสักครู่ร้านที่เขาสั่งอาหารมาพึ่งจะมาส่งพอดี
“เดี๋ยวฉันเอาไปใส่จานให้นะคะ”
...............................................................................................