บทที่ 1 ข้าคือสตรีที่แต่งงานแล้ว
ปะทะคารมกับแม่สามีตัวร้ายเสร็จ เมิ่งไป๋เฉียวในร่างของลู่เซียวถง ก็เดินตรงออกจากห้องนอน ตั้งใจจะสำรวจอาณาบริเวณบ้านให้ทั่ว ในมือจับไม้กวาดปัด ๆ ถู ๆ สะอาดไม่สะอาดก็ช่างหัวมัน ส่วนท้องฟ้าที่มืดมิดก็เริ่มมีแสงสลัวรำไรของรุ่งอรุณ
ไม่นานนักข้างกายลู่เซียวถงก็ปรากฏผู้ช่วยคนสำคัญตั้งหนึ่งชีวิต เป็หญิงสาวอายุราวสิบห้าปี หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักน่าเอ็นดู ท่าทางคล่องแคล่วว่องไว ส่วนเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็พอใช้ได้ เดาว่านางหนูคนนี้คงเป็สาวใช้ของที่นี่
“พี่หญิงให้อาเหยาช่วยเถอะนะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านจะถูกตำหนิอีก” เสียงของสาวน้อยดูสุภาพที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา อย่างนั้นอาเหยาคนนี้คงไม่ใช่พวกเดียวกันกับแม่สามีสินะ
“อาเหยาขอบใจเ้ามาก นอกจากเ้าก็ไม่มีใครดีกับข้า”
“ความจริง นายท่านใหญ่กับคุณชายรองก็ดีกับพี่หญิงมากเหมือนกันนะเ้าคะ”
อาเหยาเอ่ยถึงนายท่านใหญ่ เซียวถงพอเข้าใจได้ ว่านายท่านใหญ่คือเ้าของบ้านหลังนี้ แต่คุณชายรองอะไรนั่น เซียวถงไม่รู้จักเลยสักนิด แม้ว่าจะพยายามยกมือเคาะศีรษะแรง ๆ หลายครั้ง ก็ดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์ หญิงสาวผู้มาจากต่างโลก ได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ ออกมาครั้งหนึ่ง แล้วทำใจให้สงบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
เซียวถงได้โอกาสวางมือไปนั่งพัก ใช้หัวพิงเสาร์บ้านคล้ายคนหมดอาลัยตายอยาก ระหว่างนั่งเหม่อลอยแล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จู่ ๆ ความทรงจำของร่างนี้ก็ผุดขึ้นมาช้า ๆ ซึ่งเป็ความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับอาเหยา ทั้งยังเกี่ยวข้องกับแม่สามี
เซียวถงอยู่ในสถานะสะใภ้ของบ้านตระกูลเจียงก็จริง แต่แม่สามีเกลียดชังนาง และเสี้ยมใส่สมอง พูดกรอกหูนางอยู่ทุกวัน ว่าบ้านตระกูลเจียงไม่เคยต้อนรับนาง หากอยากตอบแทนพระคุณนายท่านใหญ่กับแม่สามี ตายได้ก็ตาย ๆ ไปซะ
เพราะแบบนี้ลู่เซียวถงจึงอยู่ในตระกูลเจียงอย่างรู้สถานะ ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็สะใภ้ของบ้าน นางมองตนเองเป็เหมือนสาวใช้คนหนึ่ง นอกจากนี้ตระกูลเจียงก็มีอาเหยาเป็สาวใช้อีกคน เชื่อหรือไม่ว่าบ้านตระกูลเจียง มีสาวใช้แค่หนึ่งคนคืออาเหยา แต่มองอีกมุมหนึ่งก็ไม่แปลกที่มีสาวใช้แค่หนึ่งคน แม้ตระกูลเจียงเป็ตระกูลพ่อค้าชาวนาที่พอมีฐานะ แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่ากับตระกูลคหบดี
ด้วยนิสัยสุดอ่อนโยนของเซียวถง นางจึงเข้าใจความลำบากของอาเหยาเป็อย่างดี ด้วยเหตุนี้เซียวถงจึงปฏิบัติกับอาเหยาอย่างเป็มิตร นานวันเข้าก็นับถือกันเป็ดั่งพี่น้อง อาเหยาเรียกเซียวถงว่าพี่หญิงแทนที่จะเรียกว่าฮูหยินน้อย เรียกพี่หญิงสื่อว่าสนิทกันมากกว่า
แม่สามีที่ชุบมือเปิบว่าตนเป็แม่สามีผู้แสนดี นามว่าเถาจิ่งฮวน ประเมินจากผิวพรรณและหน้าตา อายุก็น่าจะราว 49 ปีกระมัง ที่อุปโลกน์ว่าตนเป็แม่สามีผู้แสนดี ก็เพราะเวลานายท่านใหญ่อยู่ร่วมชายคา เถาจิ่งฮวนจะพูดดีกับลูกสะใภ้เป็พิเศษ ท่าทางกระด้างกระเดื่องไม่มีให้เห็น
แต่ยามที่นายท่านใหญ่เจียงออกจากบ้าน ไปติดต่อการค้าที่ต่างแดน แม่สามีดีเด่นก็จะกลายเป็แม่สามีตัวร้ายในบัดดล แถมยังชอบลำเลิกบุญคุณไม่จบไม่สิ้น ส่วนหนึ่งที่ชอบลำเลิกบุญคุณเพราะบางเวลา เถาจิ่งฮวนคนนี้ก็เปรียบเสมือนแม่บุญธรรมของลู่เซียวถงอยู่ครึ่งหนึ่ง
เพ้ย! แม่บุญธรรมอะไรกัน แม่สามีอะไรกัน บอกว่าเป็นางร้ายในละครเื่หนึ่งยังน่าเชื่อซะกว่า
ลู่เซียวถงเม้มริมฝีปากแน่นแต่ไม่ได้พูดสิ่งที่คิดออกไป ไม่อย่างนั้นอาเหยาคงได้ใกับน้ำเสียงหยาบคายเ่าั้ เพราะในสามัญสำนึกของอาเหยา เห็นว่าพี่หญิงคนสวย ทั้งอ่อนโยนและแสนดี ั้แ่อยู่ด้วยกันมาแม้แต่แมลงสักตัว พี่หญิงคนนี้ก็ไม่เคยอ้าปากด่าทอ ชาตินี้ทั้งชาติ หากผู้ใดโดนพี่หญิงด่า คงต้องทำบุญล้างซวยสักสิบปี
เห้อ คิดมากก็ปวดกระบาล ปัดหยากไย่คั่นเวลาหน่อยก็แล้วกัน
ว่าแล้วก็หยิบเก้าอี้หัวกลมลากมาตั้งไว้ตรงมุมบ้าน แล้วใช้ปลายเท้าขึ้นไปทรงตัวอย่างมั่นคง แต่มั่นคงอย่างไรก็ตกลงมาได้ง่าย ๆ ด้วยน้ำมือของใครคนหนึ่ง แล้วใครคนหนึ่งที่ว่านี้ มันใครอีกล่ะ? เวรกรรมของเมิ่งไป๋เฉียวในอดีตชาติทำไมมันเยอะแยะขนาดนี้กันนะ
“อย่านะเ้าคะคุณหนู!”
อาเหยาะโลั่นมาจากอีกฟากหนึ่งของมุมบ้าน ไม่รู้เพื่อตักเตือนใครกันแน่?
อ๊าก!! (เสียงอุทานดังไล่หลังฉับพลัน)
แต่ยังโชคดีที่ไม่ตกลงมาแข้งขาหัก มีอ้อมกอดนุ่ม ๆ ของใครคนหนึ่งรองรับไว้ ลู่เซียวถงได้แต่ทำตัวแข็งทื่อ แล้วกะพริบตาปริบ ๆ เพ่งพิศไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของวีรบุรุษผู้นั้น เซียวถงนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเขาคนนี้คือใคร หรือว่าจะเป็สามีของร่างนี้?
“พี่รอง! เป็ท่านที่ช่วยนางอีกแล้ว ไว้พี่ใหญ่กลับมาลั่วเอ๋อร์จะฟ้องพี่ใหญ่ ว่าท่านจ้องจะสวมหมวกเขียวคู่กันกับนาง”
*สวมหมวกเขียว สำนวนจีน หมายถึง สตรีมีชู้ การนอกใจฝ่ายชาย หรือกำลังถูกสวมเขา*
ลู่เซียวถงมึนงงไปกันใหญ่ พี่รองคือใคร ลั่วเอ๋อร์คือใคร แล้วตกลงใครคือสามีของนางกันแน่ หรือว่าสามีตัวจริงของลู่เซียวถง จะเป็พี่ใหญ่คนนั้น คนที่ลั่วเอ๋อร์กำลังพูดถึง!
“คุณชายรองสกุลเจียง เจียงชุนเฉิง เขาคือคนที่ดีกับข้าที่สุด ส่วนลั่วเอ๋อร์ คุณหนูสามสกุลเจียง เจียงลั่วเอ๋อร์ นางเพิ่งอายุสิบสี่ปี ไม่ค่อยรู้ความ ได้โปรดอย่าถือสานางเลยนะเ้าคะ”
เสียงิญญาเ้าของร่างเดิมดังแว่วอยู่ข้างใบหูแ่ ๆ แล้วก็เงียบหายไปตามระเบียบ
มันชวนให้เซียวถงคนปัจจุบันนึกโมโหจริง ๆ เดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย สมแล้วที่เป็ผี! นางยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดงั้นหรือ อุตส่าห์ใช้พลังงานที่มีอยู่เพียงน้อยนิด มาไขความกระจ่างให้กับลู่เซียวถงที่มาจากต่างโลก ช่างเป็คนดีมีเมตตาอะไรขนาดนั้น แม้แต่ตายเป็ผียังเอ่ยปากขอร้องแทนคุณหนูสาม ทั้งที่ลั่วเอ๋อร์ชอบกลั่นแกล้งเซียวถงอยู่เสมอ
“ลั่วเอ๋อร์ ท่านน้าไม่สั่งสอนเ้าหรือ ว่าอย่าได้เที่ยวพูดจาไร้แก่นสาร เมื่อครู่พี่รองเห็นกับตา ว่าเ้าจงใจผลักเซียวถงลงจากที่สูง หากเจอกันในศาลที่ว่าการอำเภอ พี่รองจะต้องจัดการลั่วเอ๋อร์ด้วยบรรทัดฐานของข้อกฎหมายอย่างแน่นอน”
จริงอย่างที่ิญญานางหนูเซียวถงพูด คุณชายรองเจียงชุนเฉิงดีกับร่างนี้ที่สุด อย่างลั่วเอ๋อร์ที่มีฐานะเป็คุณหนูสามของบ้าน และเป็น้องสาวคนเล็ก เจียงชุนเฉิงก็ไม่หลับหูหลับตาตามใจนาง ทั้งยังอาศัยจังหวะนี้งัดข้อกฏหมายออกมาข่มขู่นางอีกด้วย
“ก็แค่ได้ทำงานที่ว่าการอำเภอเป็เ้าหน้าที่ไก่กา ทำอย่างกับตนเองเป็นายอำเภอเสียเอง ไม่เท่าไหร่ก็เอาอำนาจกลับมาใช้กับคนในบ้าน ลั่วเอ๋อร์เกลียดคนไม่รู้ความที่สุด”
อ้าปากเถียงไม่ไหว เจียงลั่วเอ๋อร์วัยสิบสี่ปีก็เดินสะบัดก้นจากไปอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าก่อเื่เสร็จแล้ว ก็ทิ้งะเิไว้ให้คนอื่นเก็บกวาด ทั้งชุนเฉิง อาเหยา และเซียวถงมองแผ่นหลังของลั่วเอ๋อร์จากไปจนพ้นระยะสายตา จึงผ่อนลมหายใจออกมาพร้อมกันอย่างโล่งอก
โอ๊ย…
เสียงเอื้อนเบา ๆ หลุดจากปากชายร่างสูง ชุนเฉิงคลายเรียวแขนออกจากร่างอรชรของเซียวถงอย่างระมัดระวัง ก็จริงที่เซียวถงเป็สตรีที่แต่งงานแล้ว ไม่ควรแตะเนื้อต้องตัวกับชายอื่น แต่ชุนเฉิงไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินมั่วซั่ว
เหตุการณ์ฉุกละหุกเหล่านี้จะให้เพิกเฉย ยืนมองเซียวถงตกจากเก้าอี้โดยไม่แยแสเลย คงทำไม่ได้ อีกอย่างทั้งหมดนี้ก็อยู่ในสายตาของอาเหยา หากลั่วเอ๋อร์เอาเื่นี้ไปกระพือข้างหูนายท่านใหญ่ ก็คงต้องอาศัยพยานปากเอกอย่างอาเหยาคอยช่วยเหลืออีกแรง
“าเ็หรือเ้าคะ?”
เซียวถงสังเกตเห็นสีหน้าของชุนเฉิงดูไม่ค่อยดีนัก แล้วแขนซ้ายก็ร่นลงไปอยู่ต่ำกว่าไหล่ขวาเสมอ ดูผิวเผินก็ทำให้เสียบุคลิกอยู่บ้าง แต่หากไม่มีเหตุจำเป็ คงไม่มีใครอยากทำให้ตัวเองกลายเป็คนเสียบุคลิกหรอก
“ข้าาเ็ที่หัวไหล่ วันก่อนที่ว่าการอำเภอมีเื่ยุ่งยาก ผลีผลามเข้าไประงับเหตุก็เลยได้แผลมาเล็กน้อย แต่เ้าก็อย่าได้กังวลเกินไป ข้าไม่เป็อะไรมาก ยังนับว่าไกลหัวใจ”
แววตาทั้งเสียงพูดของคุณชายรองเจียงชุนเฉิงต่างเว้าวอนและอ่อนโยนมากเกินไป มันมากเสียจนเซียวถงแอบคิดอยู่วูบหนึ่ง ว่าเจียงชุนเฉิงคนนี้จะต้องคิดไม่ซื่อกับนางแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นลั่วเอ๋อร์คงไม่พูดส่งเดชเื่สวมหมวกเขียว ทว่าร่างนี้เป็สตรีที่แต่งงานแล้ว ต่อให้เจียงชุนเฉิงพยายามใช้ไม้ไหน ก็ไม่อาจเปลี่ยนสถานะของร่างนี้ได้ ลู่เซียวถงตระหนักรู้ต่อมโนธรรมสำนึกเป็อย่างดี
*****
*เอาล่ะ! พระเอกของช้านอยู่ไหน รายงานตัวด่วน*
นิยายเื่ : ข้ามมิติมาเป็ลูกสะใภ้ปากร้ายของตระกูลชาวนา
อ่านรวดเดียวจบก่อนใครได้ที่ Meb ค่า
มุมแนะนำนิยาย
1.กลยุทธ์ความร่ำรวย ของแม่หม้ายลูกหนึ่ง
2.เกิดใหม่เป็มารดาเลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้ ในชนบทต้าซ่ง
3.บันทึกการเดินทางไกล ของเ้าก้อนแป้ง (มีหนังสือเสียงแล้ว)
4.พลิกชะตาภรรยาพรานป่า กับระบบรับรู้อัจฉริยะ (มีหนังสือเสียงแล้ว)
5.ข้านี่แหละมารดาเลี้ยงผู้โจษจัน (มีหนังสือเสียงแล้ว)
6.ข้ามมิติมาเป็สตรีชาวไร่ ข้าจะร่ำรวยให้ได้ (มีหนังสือเสียงแล้ว)
7.ทะลุมิติไปเป็บิดาตัวร้าย (มีหนังสือเสียงแล้ว)
8.เกิดใหม่เป็มารดาของเ้าวายร้าย พร้อมระบบร้านสารพัดนึก (มีหนังสือเสียงแล้ว)
9.เมื่อท่านราชเลขาธิการ กลายเป็บิดาของหลินเซียว 1 (มีหนังสือเสียงแล้ว)
10.ย้อนเวลามามีครอบครัวอบอุ่น เพื่อเ้าสองวายร้าย
11.โม่เตี๋ยวหาใช่บุตรสาวของทรราช
12.ข้ามมิติมาเป็ลูกสะใภ้ปากร้ายของตระกูลชาวนา