ชั้นสองของปราสาทดำ
ในขณะที่เหล่านักเรียนใหม่ต่างกุลีกุจอเลือกห้องเป็ของตัวเองอยู่นั้น
ด้านหน้าประตูห้องที่เจ็ด
"ห้องนี้แล้วกันนะครับพวกเราจะได้ไม่ต้องเดินไกล" ลูคัสกำลังยกมือทาบประตู
“หิวข้าวจังเลยโว้ย”แกร๊ก
อึนจูอดขำไม่ได้เมื่อได้ยินรหัสลับเข้าห้อง หลังจากเข้ามาในห้องลูคัสเลือกเตียงนอนที่อยู่ด้านซ้ายมือของตน
ลูคัสสำรวจรอบห้องอย่างใคร่รู้อึนจูนั่งมองเด็กชายด้วยสายตาอ่อนลงเธอไม่อยากขัดจังหวะเด็กสาวรู้ดีว่าทุกอย่างเป็ประสบการณ์ใหม่ที่เด็กชายยังไม่เคยพบพานมาก่อน
ลูคัสเปิดประตูไม้ออกไปยืนรับลมที่บริเวณระเบียงเมื่อมองออกไปด้านนอก ป่าไม้เขียวขจี ูเา น้ำตกผสมกับฉากท้องฟ้าที่เริ่มเป็สีส้มทำให้ความคิดของเขาล่องลอยออกไป
อึนจูเดินมาข้างๆ "คิดอะไรอยู่เหรอ"
“รู้ไหมห้องนี้กว้างกว่าบ้านทั้งหลังที่ผมเคยอาศัยอยู่เสียอีก”
อึนจูมองไกลออกไปไม่รู้ว่าในใจเธอกำลังคิดอะไร
หลังจากผ่านไปยี่สิบนาที
ลูคัสจากชุดผ้าฝ้ายเก่าขาดในตอนนี้เปลี่ยนมาอยู่ในชุดเกราะหนังสีขาวน้ำนมเผยกล้ามเนื้อแขนที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปหลังจากััถึงปราณได้ในคืนนั้นิัที่เคยแห้งกร้านคล้ายกับต้นไม้ที่ถูกรดน้ำลูคัสราวกับงูที่ลอกคราบออกตอนนี้เขามีผิวพรรณกระจ่างใส ั์ตาสีฟ้าอ่อนให้ความรู้สึกนุ่มนวลผมสีดำถูกหวีเสยขึ้นอย่างเป็ระเบียบเสริมให้เด็กหนุ่มมีบุคลิกราวกับคุณชายจากชนชั้นสูง
อึนจูก็ดูดีไม่แพ้กันใบหน้าขาวนวลปราศจากแว่นแก้มเนียนใสอมชมพูทำให้เธอดูเป็เด็กสาวอ่อนหวาน หลังจากติดผ้าคลุมสีดำที่เป็สัญลักษณ์ของหมู่ตึกวสันต์แล้วทั้งสองจึงหยิบแผนที่แล้วก้าวออกจากปราสาทดำไป
ท้องฟ้าเริ่มย้อมด้วยสีดำพระจันทร์กลมโตสาดแสงลงมายังสนามหญ้ามีเสียงเพลงบรรเลงแ่เบาดังขึ้นรอบทิศทาง
ทั้งสองพูดคุยกันไปตลอดทางหลังจากผ่านสวนดอกไม้สังเกตได้ว่าทุกคนที่เขาพบล้วนกำลังมุ่งตรงไปยังส่วนกลาง ซึ่งเป็ทิศทางของห้องอาหารใหญ่
คบเพลิงและผืนธงหลากสีประดับอยู่ตามอาคารและโถงทางเดิน
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงห้องอาหารใหญ่บรรยากาศเนืองแน่นไปด้วยเหล่าผู้คนโคมไฟส่องสว่างโต๊ะไม้เรียงยาวแบ่งออกเป็สี่แถวตามหมู่ตึกตรงส่วนหน้าสุดของห้องมีโต๊ะถูกจัดเรียงเป็พิเศษไว้สำหรับบรรดาอาจารย์สถานศึกษา
อึนจูและลูคัสเลือกนั่งลงหัวแถวที่ถูกเว้นว่างเอาไว้ตรงข้ามของลูคัสนั้นเป็ไบรอัน เกร เมื่อสังเกตดูจะเห็นว่านักเรียนปีหนึ่งจะถูกจัดให้นั่งโซนหน้าติดกับเหล่าคณาจารย์เรียงด้วยปีสองและปีสามตามลำดับ
เนื่องจากวันนี้เป็พิธีฉลองรับศิษย์ใหม่เหล่านักเรียนทั้งสามชั้นปีหลายพันคนและคณาจารย์อีกหลายสิบชีวิตจึงเดินทางมากันครบองค์ประชุม
"สวัสดีนักเรียนทุกคน" เสียงกังวานไปทั่วห้องโถง
อาจารย์คนหนึ่งในชุดคลุมดำประดับด้วยลวดลายสิงโตทองลุกยืนขึ้น
เขาเป็ผู้ชายที่ตัวเตี้ยป้อมแต่สิ่งที่สะดุดตาคือหมวกดำยอดแหลมแบบพ่อมดที่อยู่บนศีรษะของเขา
"กระผม บีน ซูดาน เป็ตัวแทนของเหล่าคณาจารย์กล่าวต้อนรับนักเรียนใหม่ทุกคนแต่ก่อนอื่นเราจะมาแนะนำอาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาแห่งนี้กันก่อน"
ชายสามคนก้าวออกมาด้านหน้าอาจารย์ในหมวกพ่อมดกล่าวแนะนำพวกเขาทีละคน เหตุการณ์นี้เป็เื่เซอร์ไพรส์ของลูคัสอีกครั้งเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าสถานศึกษาอีเดนจะมีอาจารย์ใหญ่ถึงสามคน
ชายทางซ้ายท่าทางเหมือนวัยกลางคนอยู่ในชุดจอมยุทธเขาชื่อ "ฮง มุน" อาจารย์ใหญ่ของฝ่ายวรยุทธ
ชายตรงกลางท่าทางดุดันในชุดเกราะเหล็ก "ลูเชี่ยน บัคเกอร์" อาจารย์ใหญ่ฝ่ายนักรบ
ทางขวาคือชายคนเดียวกับบนลานอัฒจันทร์เขาเป็ชายชราในชุดคลุมฟ้า "ฟรองซ์ทัวร์ เดอ ลากูน" อาจารย์ใหญ่ของฝ่ายเวทมนตร์
ขณะที่เหล่าบรรดาอาจารย์พากันแนะนำตัวอยู่นั้นลูคัสยังพบว่าที่อึนจูบอกเป็เพียงขอบเขตพลังของฝ่ายนักรบเท่านั้นยังมีการฝึกตนแยกไปอีกสองสายนั่นคือวรยุทธและเวทมนตร์
"สถานศึกษาส่งจดหมายรับรองสถานะศิษย์ใหม่ให้กับทางบ้านพวกเธอเรียบร้อยแล้ว"
ประโยคนี้คลายกังวลให้กับเหล่านักเรียนได้เป็อย่างดี
"หวังว่านักเรียนใหม่จะขยันฝึกฝนและคนพบเส้นทางอันยิ่งใหญ่ที่เป็ของตนเอง"อาจารย์ในหมวกพ่อมดกล่าว
ต่อมาเขาก็อธิบายการใช้ชีวิตทั่วไปภายในสถานศึกษาหลักสูตรที่นี่ให้อิสระกับผู้เรียนทางสถานศึกษาจะมีการแจ้งตารางเรียนให้กับเหล่าศิษย์ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติส่วนจะเลือกเข้าเรียนหรือไม่ก็ตามที่ผู้เรียนเห็นสมควร
ฝ่ายวรยุทธ ฝ่ายนักรบ ฝ่ายเวทมนตร์ นักเรียนมีสิทธิ์เลือกฝ่ายได้อิสระตามความเหมาะสมกับตนเองอีกเช่นกันตอนนี้เหล่าอาจารย์ได้ประกาศให้เป็เวลาฟรีสไตล์แล้ว
ห้องอาหารเข้าสู่โหมดงานรื่นเริงอย่างเต็มตัวอาหารชั้นเลิศถูกเสิร์ฟออกดนตรีบรรเลงในจังหวะที่สนุกสนาน
ลูคัสกัดน่องไก่พลางมองลานหน้าห้องอาหาร ตอนนี้เหล่านักเรียนกำลังจับคู่เต้นรำกันด้วยความที่ตนนั้นไม่เคยเต้นรำมาก่อนจึงเลือกที่จะนั่งรับประทานอาหารที่โต๊ะเขาเห็นฉากอึนจูยืนเท้าสะเอวบ่นใส่ฟุสที่กำลังเต้นไม่รอเธอเลย
"สวัสดี" หญิงสาวผมดำทิ้งตัวลงเก้าอี้ที่ว่างอยู่
เธอคนนี้มีผ้าคลุมสีฟ้าประดับอยู่
"สวัสดี อากิโกะ" ลูคัสยิ้มแย้มทักทายเธอ
"นายปรับตัวเข้ากับสถานที่ได้หรือยัง"
"ที่นี่ก็ไม่เลวเลย มีอะไรใหม่ๆ ให้เรียนรู้อีกมาก" ลูคัสตอบ
"นายเลือกหรือยังว่าจะเลือกฝ่ายไหน" เด็กหญิงยังคงถามต่อ
คำถามนี้โดนใจเด็กหนุ่มเข้าอย่างจัง
"ยังไม่รู้เลย"
"ดูทักษะของนายแล้วฝ่ายเวทมนตร์อาจจะเหมาะกับนายก็ได้"
เด็กชายทำหน้าครุ่นคิด "แล้วจะเก็บไปคิดดู"
ความจริงอคติที่มีต่อเวทไฟก็ลดน้อยลงไปตามกาลเวลาบางทีเขาอาจจะก้าวสู่หนทางแห่งจอมเวทก็ได้แต่เื่นี้คงต้องเก็บไปทบทวนดูอีกที
"เธอล่ะเลือกฝ่ายไหน"
"วรยุทธ" อากิโกะตอบอย่างมั่นใจ
"หวังว่านายจะแข็งแกร่งขึ้นาสี่หมู่ตึกในอีกสี่เดือนข้างหน้าเราจะขอท้านายสู้...อย่างจริงจัง"
เธอยืนหันหลังพร้อมทิ้งคำพูดเอาไว้ก่อนเดินลับหายไปในฝูงชน
ประโยคนี้ทำเอาเด็กชายชะงักไป
"เจอหน้ากันกลับท้าสู้ซะงั้นผู้หญิงช่างเข้าใจยาก"
ผ่านไปไม่นานในขณะที่ลูคัสกำลังจะกลับมาสนใจน่องไก่ตรงหน้าเฉินก็เป็ฝ่ายมานั่งข้างเขาแทน
เฉินยังพูดคำตอบคำเช่นเคยเท่าที่คุยกันเฉินจะเลือกเข้ากับฝ่ายวรยุทธเหมือนกับอากิโกะหลังจากงานเลี้ยงจบลงทุกคนต่างแยกย้ายกลับที่พัก
“งานสนุกไหม”อึนจูถามเด็กชายด้านข้าง
“อาหารอร่อยมาก”ลูคัสตอบด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นทั้งสองก็ไม่มีการสนทนากันอีกเลย เมื่ออึนจูเห็นลูคัสเงียบมาตลอดทางเธอก็ไม่ได้รบกวนเขาแต่อย่างใด
“ไว้เจอกันใหม่นะลูคัส”เด็กสาวพึมพำก่อนเข้านอนอย่างสงบ
วันนี้ข้อมูลใหม่อัดแน่นเต็มสมองไปหมดเขารู้สึกว่าตนเปรียบเสมือนเรือที่แล่นออกจากฝั่งอย่างไร้ทิศทางในที่สุดความเหนื่อยอ่อนก็ทำให้หนังตาเด็กชายปิดลง
.