ตอนที่ 24 จำใจ
หลินเฟยกลับไปยังตำหนักของเขาเพื่อพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจหลายวันมานี้เขาใช้สมาธิจดจ่อกับการหลอมยามากเกินไปมันส่งผลทำให้ร่างกายและสมองเกิดความเหนื่อยล้าอย่างมาก
เขาใช้เวลาในการพักผ่อนถึงสามวันสามคืนแน่นอนว่าจิวหลินได้ปรนนิบัติหลินเฟยได้เป็อย่างดีทำให้เขาหายจากความเหนื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจได้อย่างรวดเร็ว
“แล้วข้าจะรีบกลับมานะ”
“เ้าคะ”
จิวหลินบิดตัวรับคำอย่างเอียงอายเมื่อหลินเฟยก้มลงมาหอมแก้มนางไปฟอดใหญ่ทุกวันนี้ดูเหมือนจิวหลินจะไม่ค่อยได้ทำหน้าที่สาวใช้สักเท่าไหร่
เพราะนอกจากตัวนางเองก็ยังมีข้ารับใช้คนอื่นอีกสองสามคนแต่หลินเฟยก็ไม่ได้ปฏิบัติกับพวกนางเฉกเช่นเดียวกับจิวหลินสำหรับหลินเฟยแล้วเขานับจิวหลินเป็สตรีคนหนึ่งของเขาไปแล้วด้วยผู้าุโสองฝากฝังนางให้ดูแลปฏิบัติกับหลินเฟยอย่างดี
ซึ่งตัวนางเองก็ไม่เคยทำให้ขาดตกบกพร่องแม้หลินเฟยจะสามารถเรียกสาวใช้คนอื่นเข้ามาปรนนิบัติเขาได้แต่สำหรับเขาแล้วในตอนนี้ เพียงแค่จิวหลินคนเดียวเขาก็มีความสุขมากพออยู่แล้วนับได้ว่าจิวหลินมีอิทธิพลต่อจิตใจของเขาไม่น้อยเลยในตอนนี้
อีกด้านนึงผู้าุโห้าเจียนเหินเคร่งเครียดเป็อย่างมากมันไม่นึกว่าผู้าุโสองจะออกตัวปกป้องหลินเฟยถึงเพียงนี้กับเพียงแค่ศิษย์สายนอกที่รับเข้าเป็ศิษย์ไม่น่าจะให้ความสำคัญมากถึงขนาดนี้
จากนี้มันจะทำอะไรบู่มบ่ามดังเช่นก่อนหน้านี้ไม่ได้อีกแล้วไม่เช่นนั้นหากทางสำนักจับได้ตัวมันเองคงไม่พ้นโดนปลดออกจากตำแหน่งผู้าุโใหญ่อย่างแน่นอน
“คารวะท่านพ่อ คารวะท่านอา” หลินเฟยคำนับบิดาและอาของเขาด้วยรอยยิ้ม
“หลินเฟยนี่ตบะของเ้า” หลินเจิ้งตะลึงลานมันจากไปเพียงไม่กี่ปีและก่อนหน้านี้ยังได้ข่าวเื่ที่หลานชายของมันตบะหยุดนิ่งไม่ต่างจากคนพิการ
หลังจากที่ได้รับฟังเื่ราวคร่าวๆของหลินเฟยมันออกจะไม่เชื่ออยู่บ้างมันก็เป็ส่วนหนึ่งของสำนักโลหิตัมาก่อนย่อมรู้ว่าการที่จะชนะคว้าตำแหน่งศิษย์สายนอกอันดับหนึ่ งและกลายเป็ศิษย์หลักได้นั้นยากเย็นเพียงใดแต่แน่นอนว่ามันย่อมไม่รู้เื่ที่หลินเฟยได้พบเจอกับาาั
แต่เพียงการก้าวะโของพลังตบะที่มันเห็นอยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้หลานชายมันสมควรเรียกได้ว่ายอดอัจฉริยะที่แท้จริง
“ปราณยุทธขาว...”
ไม่ใช่แค่พียงหลินเจิ้งแม้แต่หลินกวงเย่ว์ก็รู้สึกตะลึงไม่น้อยไม่น้อยไปกว่ากัน่เวลาที่หลินเฟยกลับเข้าสำนักและกลับมานี้เป็เวลาไม่ถึงเดือนเสียด้วยซ้ำ แต่ตบะของเขากลับพัฒนาขึ้นไปได้อย่างน่าหวาดกลัว
“ท่านพ่อก็ก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมรวมปราณกำเนิดทองแล้วใช่หรือไม่ ข้ารู้สึกถึงพลังตบะที่แข็งแกร่งแผ่ออกมาต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง"
“ฮ่าๆ ถูกแล้วไม่ใช่เพียงแต่พ่อเท่านั้นอาของเ้าก็เช่นกันผลึกอสูรระดับกลางที่เ้ามอบให้พ่อใช้คนเดียวไม่ไหวพอดีกับอาเ้ามาถึงเลยแบ่งให้อาของเ้าไป
ตอนนี้เส้นทางของการบำเพ็ญตบะของบิดาและอาของเ้าได้เปิดขึ้นอีกครั้งหลังจากหยุดนิ่งมานานอีกทั้งเคล็ดวิชาหมัดทะลวงเมฆาก็ได้เ้าช่วยปรับปรุงให้สามารถฝึกฝนได้อย่างราบรื่น
อีกไม่นานพวกเราจะกลับมาเป็ตระกูลที่แข็งแกร่งได้อีกครั้งทั้งหมดเป็เพราะบุตรที่มากความสามารถเช่นเ้า”
หลินกวงเย่ว์เดินเข้าไปกอดหลินเฟยด้วยความอบอุ่นมันรู้สึกดีใจมากที่บุตรของมันโดดเด่นได้ถึงเพียงนี้
“ท่านพ่อ ท่านอา ตอนนี้ข้าจำเป็ต้องรู้เื่ราวระหว่างพวกท่านและผู้าุโห้าเจียนเหิน”
หลินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังหลินกวงเย่ว์และหลินเจิ้งหันไปสบตากันก่อนจะเรียกให้หลินเฟยนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง
“เฮ้อ...เื่มันก็ผ่านมานานมากแล้วพ่อไม่อยากให้เ้าเก็บไปใส่ใจ” หลินกวงเย่ว์ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อคิดถึงกาลที่ผ่านมา
“ท่านพ่อตัวข้านั้นไม่คิดจะเก็บมาใส่ใจที่ข้าอยากทำคือทำให้ครอบครัวของเราได้กลับไปรุ่งเรืองอีกครั้งเพียงเท่านั้น
แต่ผู้าุโห้าไม่ได้หยุดอยู่ที่พวกท่านแต่ข้ามั่นใจกว่าแปดส่วนว่ามันส่งคนมาลอบสังหารข้าเมื่อไม่กี่วันมานี้ข้าถึงอยากรู้เื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างพวกท่าน”
“บัดซบ! มันกลับกล้าทำถึงเพียงนั้น” หลินกวงเย่ว์เดือดดาลถึงขีดสุดในชีวิตของมันตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของมันก็คือหลินเฟยบุตรชายเพียงคนเดียวของมันเท่านั้น
แต่เจียนเหินศัตรูแต่เก่าก่อนกลับกระทำการเกินเลยไม่ยอมปล่อยวางข้อพิพาทในอดีต หากรู้ว่าจะเป็เช่นนี้มันคงไม่ยอมปล่อยให้หลินเฟยต้องอยู่ภายในสำนักโลหิตัเป็แน่
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับตัวข้าตอนนี้ข้าเป็ศิษย์หลักของผู้าุโสองซุนม่อหลง เจียนเหินจะกระทำสิ่งใดย่อมต้องคิดก่อนสักสองถึงสามตลบ” หลินเฟยกล่าวพร้อมกับยิ้มน้อยๆออกมาเมื่อได้รับฟังเช่นนั้นหลินกวงเย่ว์จึงพอจะคลายใจลงได้บ้าง
“ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้วพ่อคงจะไม่สามารถปิดบังเ้าไว้ไม่ให้เ้าได้รู้อีก เฮ้อ จริงๆแล้วมันก็เกี่ยวข้องกับมารดาของเ้าด้วย” หลินกวงเย่ว์ถอนหายใจยาวออกมาประกายตาหมองหม่นหวนนึกถึงความหลังอันเศร้าสร้อย
“มารดาของข้า?”
หลินเฟยมองหลินกวงเย่ว์ด้วยความงุนงงตัวเขานั้นรับรู้เื่ราวเกี่ยวกับมารดาเพียงแค่ว่าเป็คนนอกตระกูลที่ไม่มีอะไรโดดเด่นแถมยังมีร่างกายอ่อนแอ
เพียงไม่นานหลังจากคลอดเขาออกมามารดาของเขาก็ได้ตายจากไปนอกจากนั้นเขาก็ไม่รู้เื่ราวอันใดเกี่ยวกับมารดาอีกเลย
“ถูกแล้ว ย้อนกลับไปราวๆเกือบยี่สิบปีตัวพ่อนั้นเป็เพียงศิษย์สายนอกที่ไม่มีอะไรโดดเดนเช่นเดียวกับอาของเ้า พ่อได้พบรักกับแม่ของเ้าที่เป็ศิษย์สายนอกเหมือนกัน ทุกอย่างเป็ไปด้วยดีแม้ตระกูลเราจะไม่แข็งแกร่งดังเช่นรุ่นบรรพบุรุษแต่ก็ยังมีคนนับหน้าถือตาอยู่มากมาย
แต่แล้ววันที่เจียนเหินได้พบกับแม่ของเ้ามันก็ทำทุกวิถีทางเพื่อจะนางแต่สุดท้ายนางก็เลือกพ่อเหตุนี้ทำให้เจียนเหินโกรธแค้นแค้นพ่ออย่างมาก มันพยามบีบบังคับทำทุกวิถีทางให้ตระกูลหลินได้รับความอับยศ
และเหตุสำคัญคือก่อนนั้นมันมีน้องชายของมันคนหนึ่งได้ล่วงเกินปรมาจารย์คนสุดท้ายของตระกูลหลินทำให้ถูกสังหารไป มันจึงโกรธแค้นตระกูลหลินยิ่งขึ้นไปอีกแต่เื่ราวก็เหมือนจะจบลงหลังจากเกิดเื่ที่ว่านั่นแหละ”
แววตาของหลินกวงเย่ว์แปรเปลี่ยนเป็เศร้าหมองตระกูลหลินในรุ่นของมันนับว่าตกต่ำถึงที่สุดโดยแท้
“...มันอาศัยเหตุนั้นบีบบังคับให้ตระกูลหลินรับผิดชอบโดยการย้ายถิ่นฐานของตระกูลออกไปจากพื้นที่ภายในสำนัก
ส่วนปรมาจารย์ตระกูลหลินนั้นห้าปีให้หลังกลับถูกมือสังหารลอบวางยาพิษจนเสียชีวิตไป...และนั่นก็ทำให้ตระกูลของเราตกต่ำมาจนถึงตอนนี้
และไม่กี่ปีมานี้เจียนเหินยังคิดฮุบสมบัติชิ้นสุดท้ายของพวกเราคือที่ดินผืนนี้ที่ปรมาจารย์ตระกูลหลินได้ใช้ความดีทั้งหมดของบรรพบุรุษแลกมา”
หลินเฟยรู้สึกหนังหัวชาหนึบเขารู้ว่าผู้าุโห้าเจียนเหินนั้นเลวร้ายแต่นึกไม่ถึงว่าจะเลวร้ายได้ถึงเพียงนั้นแม้จะสูญเสียน้องชายไปแต่แน่นอนว่าตระกูลหลินไม่ได้เป็คนเริ่มก่อน จะมองว่าเป็ความผิดของตระกูลหลินฝ่ายเดียวก็ไม่ได้
“ข้าคิดว่าข้าคิดมาดีแล้วถึงความเป็ไปได้ต่างๆที่ท่านพ่อและท่านอามีข้อพิพาทกับเจียนเหินแต่ดูเหมือนข้าจะคิดผิดหมดเลย ท่านพ่อปรมารจารย์ตระกูลหลินในเวลานั้นท่านมีตบะอยู่ที่ขั้นอะไรขอรับ?”
“ในเวลานั้นท่านปรมาจารย์อยู่ที่ขั้นกำเนิดปราณแท้่กลาง”
“กำเนิดปราณแท้่กลาง!”
หลินเลยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากตบะขั้นปราณกำเนิดปราณแท้นั้นแทบจะเรียกได้ว่าแข็งแกร่งเป็อันดับต้นๆของสำนักในเวลานี้ด้วยซ้ำ อย่างผู้าุโสองของหลินเฟยที่ไม่สามารถตรวจจับระดับพลังได้
แต่เขาก็คาดว่าผู้าุโสองนั้นอยู่ที่ขั้นนี้เช่นเดียวกันหรืออาจจะสูงกว่าแต่ไม่ว่าจะยังไงเจียนเหินยังสามารถลอบสังหารบุคคลระดับนี้ได้แม้จะไม่รู้ว่ามันใช้วิธีอะไร แต่แน่นอนว่าแม้เขาจะมีพลังเหนือกว่าคนทั่วไปอยู่มากแต่ก็ยังเทียบกับบุคคลในขั้นนั้นไม่ได้แม้แต่เพียงปลายเล็บ
หากวันนั้นมือสังหารที่ส่งมามีตบะอยู่ที่ขั้นปราณยุทธขาว่กลางขึ้นไปหรือขั้นปราณยุทธเงินหลินเฟยคงจะตกตายตามความ้าของเจียนเหินไปแล้ว เพียงแต่มันประเมิณความสามารถของหลินเฟยต่ำไปก็เท่านั้น
“ข้าคงจะอยู่ที่สำนักต่อไปอีกไม่ได้แล้วจริงๆ ท่านพ่อข้าคงต้องออกเดินทางเพื่อฝึกฝนและเพิ่มระดับพลังของข้า ตอนนี้หากเจอมือสังหารที่ระดับพลังสูงกว่าข้าหนึ่ง่ขั้นข้าคงต้องตกตายจริงๆเป็แน่ แต่ข้ายังมีข้อกังวลอยู่บ้าง...”
หลินเฟยกัดฟันตัวเขานั้นห่วงเพียงแค่บิดาและครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเขาเท่านั้นแต่คิดกลับกันหากเขาอยู่ด้วยระดับพลังในตอนนี้ไม่นับเป็อันใดได้
“หากเ้ากังวลเกี่ยวกับตระกูลหลินก็จงคลายกังวลซะเถอะแม้พวกเราจะถือว่าอ่อนแอมากในตอนนี้แต่ตระกูลหลินอยู่ในที่เปิดหากพวกเราเป็อะไรขึ้นมา
ทางสำนักย่อมต้องสืบสาวเอาความอยู่บ้างอีกทั้งเ้ายังเป็ศิษย์หลักของผู้าุโสองฐานะของตระกูลหลินตอนนี้นับว่าไม่ย่ำแย่เท่าไหร่ ดูจากผู้าุโระดับสูงต่ำที่มาเยี่ยมเยียนพ่อไม่ขาดใน่นี้” หลินกวงเย่ว์ที่รู้นิสัยบุตรชายของตนเองดีจึงพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลายลง
“หากเป็เช่นนั้นข้าก็เบาใจแล้วข้าจะรีบกลับมาขอรับ”
หลินเฟยแม้จะเป็ห่วงทุกคนที่อยู่ทางนี้แต่ตัวเขาเองก็ไร้ซึ่งพลังจะปกป้องใครได้ในตอนนี้แต่หากผ่านไปอีกไม่นานเขาแน่ใจว่าด้วยสองมือของเขาจะต้องแบกรับทุกอย่างไว้ได้อย่างง่ายดาย และเมื่อถึงเวลานั้นหากเจียนเหินคิดจะล่วงเกินตระกูลหลินเขาจะทำให้มันรับรู้ถึงความเ็ปที่แสนสาหัส
หลินเฟยแตะไปที่แหวนมิติเรียกเหรียญเงินจำนวนกว่าสองหมื่นเหรียญที่เขาได้รับมาใน่ก่อนหน้านี้และม้วนตำราเคล็ดวิชาหมัดทะลวงเมฆาขั้นที่สาม ที่เขาใช้เวลา่ที่พักผ่อนหลังจากหลอมโอสถปรับแต่งให้กับบิดาของเขาออกมามอบให้หลินกวงเย่ว์ไว้
หลินกวงเย่ว์รับมาแต่โดยดี่หลังๆมานี้มันพอจะเริ่มคุ้นชินกับความอัศจรรย์ในตัวบุตรชายของมันเสียแล้วและแน่นอนว่าหากบุตรชายของมันมอบให้กับมันย่อมเป็สิ่งที่ดีกับตัวมันและตระกูลอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ไม่ใช่กับน้องชายของมัน...
“นี่มัน...”
หลินเจิ้งเปิดม้วนตำราดูก็ตกตะลึงไปอีกคำรบมันได้พูดคุยกับพี่ชายของมันก่อนหน้านี้แล้วว่าหลินเฟยเป็คนปรับแต่งวิชาหมัดทะลวงเมฆาให้กับมันทั้งคู่
แต่มันก็ยังตะขิดตะขวงใจยังไม่ปักใจเชื่อเสียเท่าไหร่แต่เมื่อได้เห็นกับตาตัวเองจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหลินเฟยด้วยความชื่นชม
เคล็ดวิชาหมัดทะลวงเมฆานั้นเป็เลิศทั้งรุกและรับก่อนหน้านี้หากพวกมาสามารถฝึกได้ถึงกระบวนท่าที่สามตระกูลหลินในเวลานั้นคงจะไม่ตกต่ำถึงเพียงนี้
หลินเฟยอยู่ร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวด้วยความอบอุ่นอาของเขาหลินเจิ้งได้พาภรรยาและบุตรชายของมันกลับมาด้วยในครั้งนี้
หลินเฟยมอบผลึกอสูรระดับต่ำที่มีเหลืออยู่เยอะมากให้กับหลินเฟิงเย่ว์ไว้ฝึกฝนเกือบครึ่งหลานชายของเขาคนนี้อายุเพียงสิบเอ็ดขวบปีแต่กลับมีพัฒนาการที่โดดเด่นเป็อย่างมาก ต่อไปจะต้องเป็อัจฉริยะที่ไม่น้อยหน้าใครในสำนักโลหิตัอย่างแน่นอน
หลินเฟยรีบกลับไปยังสำนักทันทีหลังจากรับประทานอาหารกับครอบครัวเรียบร้อยเขาตรงไปยังตำหนักยาหลักบอกกล่าวกับผู้าุโสองถึงเื่ที่้าออกเดินทางเพื่อฝึกฝน
ซุนม่อหลงคัดค้านในทันทีในตอนแรกแต่เมื่อหลินเฟยอ้างเหตุผลที่ระดับพลังของเขาจะไม่พัฒนาในสถาการณ์ปกติจำต้องมีแรงกระตุ้นที่มากมายกว่าคนอื่นหลายเท่า
มันพลันนึกถึงพลังตบะของหลินเฟยที่เพิ่มระดับอย่างรวดเร็วหลังจากที่พบเจอกับมือสังหารก็พอจะยอมรับได้จำใจต้องปล่อยหลินเฟยออกเดินทางตามความตั้งใจของเขา
แต่ผู้าุโสองก็ยังคงให้คำแนะนำถึงการเดินทางขึ้นไปยังทางเหนือที่เป็พันธมิตรกับราชวงศ์ฟ้าคำรนที่ปกครองแผ่นดินตะวันออกแห่งนี้จะปลอดภัยกว่าเดินทางไปยังที่อื่น พร้อมกับมอบแผนที่และเหรียญเงินอีกไม่น้อยให้กับหลินเฟยไว้ใช้จ่าย
หลินเฟยรับทุกอย่างไว้ด้วยความซาบซึ้งก่อนจะฝากฝังตระกูลหลินและจิวหลินให้ผู้าุโสองช่วยสอดส่องดูแลซึ่งก็ไม่ต่างจากความตั้งใจของมันมากนัก
ซุนม่อหลงรู้ดีว่าหลินเฟยนั้นเป็ยอดอัจฉริยะที่หาไม่ได้อีกในทวีปเสวียนจุนนี้ และเมื่อเขากลับมาจะต้องกลายเป็ดวงดาวที่เจิดจรัสเหนือศิษย์หลักทุกคนในสำนักแห่งนี้อย่างแน่นอน
.
.
.