จีเฟิ่งเหยียนมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรเพื่อมุ่งสู่ขอบเขตเต๋าไม่สนใจเื่ราวทางโลก
ส่วนภารกิจประจำวันอย่างการเลี้ยงสัตว์อสูร การดูแลสวนสมุนไพร และการทำเหมืองแร่นั้น ล้วนยกให้เป็หน้าที่ของผู้ดูแลจวนและเหล่าข้ารับใช้เป็ผู้จัดการ
แม้เฉินฉางอันจะเป็เพียงข้ารับใช้ แต่เขาก็ใช้ชีวิตอยู่ในจวนตระกูลจีมานานหลายปีย่อมล่วงรู้ถึงการแบ่งเขตอำนาจและการแบ่งงานภายในจวนเป็อย่างดี
โดยผู้ดูแลสามรับหน้าที่ดูแลสวนสมุนไพรและเพาะปลูกสมุนไพริญญา ผู้ดูแลรองรับหน้าที่เลี้ยงสัตว์อสูรและดูแลการทำเหมือง ส่วนผู้ดูแลใหญ่นั้นเป็ผู้นำหน่วยองครักษ์ตระกูลจี นอกจากจะดูแลความสงบเรียบร้อยแล้วยังรับหน้าที่ลงโทษข้ารับใช้ที่ฝ่าฝืนกฎในจวนอีกด้วย
ผู้ดูแลสามนั้นอยู่ในขอบเขตสามัญระดับห้าขั้นเก้าวัวสองพยัคฆ์
ผู้ดูแลรองอยู่ในระดับหกขั้นพลังเทพจุติภายใน
ส่วนผู้ดูแลใหญ่มีระดับพลังสูงสุด เมื่อหนึ่งเดือนก่อนเขาเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ระดับแปดขั้นปราณโลหิตั
ไม่ว่าจะเป็การดูแลสวนสมุนไพร การเลี้ยงสัตว์อสูรหรือการนำหน่วยองครักษ์ล้วนแต่เป็ตำแหน่งที่สร้างผลประโยชน์มหาศาลทั้งสิ้น
อย่างไรเสียเทือกเขาเฟิ่งหวงทั้งสายก็มีพื้นที่กว้างขวาง สวนสมุนไพรที่ถูกบุกเบิกนั้นกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สมุนไพริญญาที่เพาะปลูกไว้นั้นมีนับพันชนิด หลังจากหักส่วนที่ต้องส่งมอบให้คุณหนูใหญ่ใช้หลอมโอสถแล้วก็ยังหลงเหลือผลประโยชน์อีกไม่น้อย
เห็นได้ชัดว่าการได้ขึ้นเป็ผู้ดูแลในตระกูลจีนั้น คือการได้รับอำนาจและฐานะที่สูงส่งอย่างแท้จริง
ไม่มีใครคาดคิด แม้แต่ตัวเฉินฉางอันเองก็เช่นกันว่าคุณหนูใหญ่ถึงขั้นมอบตำแหน่งผู้ดูแลสวนสมุนไพรที่แสนหอมหวานนี้ให้แก่เขา ทำให้ข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยที่สุดในตระกูลจีพลิกผันกลายเป็เ้านายในชั่วพริบตา
"คุณหนูใหญ่ เื่นี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง!"
สิ้นคำสั่งของจีเฟิ่งเหยียน ผู้ดูแลรองสีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างมากเขารีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
"เฉินฉางอันมีที่มาจากข้ารับใช้ จะสามารถ..."
ทว่าผู้ดูแลรองยังพูดไม่ทันจบ ผู้ดูแลใหญ่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าและตัดบทอย่างรุนแรง
"ข้าน้อยน้อมรับคำบัญชาของคุณหนูใหญ่ขอรับ"
ทันทีที่ผู้ดูแลใหญ่เอ่ยปาก เหล่าผู้ติดตามและองครักษ์ในตำหนักต่างก็พากันคุกเข่าลงเบื้องหน้าเฉินฉางอันพร้อมกันและะโกึกก้อง
"คารวะผู้ดูแลสาม!"
"น้อมรับผู้ดูแลสาม!"
เฉินฉางอันร่างกายสั่นสะท้าน เขามองดูเหล่าองครักษ์และข้ารับใช้ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าราวกับว่าตนเองกำลังตกอยู่ในความฝัน
จีเฟิ่งเหยียนจ้องมองเฉินฉางอันอย่างลึกซึ้งครั้งหนึ่ง จากนั้นนางก็เหยียบย่างไปบนความว่างเปล่าทะยานร่างหายลับไปพร้อมกับประกายเพลิงที่วูบไหว
"ยินดีกับผู้ดูแลสามด้วย"
หลังจากคุณหนูใหญ่จากไป ผู้ดูแลใหญ่ก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มประสานมือแสดงความยินดี
"ก่อนหน้านี้หากล่วงเกินสิ่งใดไปหวังว่าผู้ดูแลสามจะไม่ถือสา ในวันหน้าหากข้า้าสมุนไพริญญาชนิดใดขอท่านช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วย"
เฉินฉางอันยิ้มและพยักหน้าให้ผู้ดูแลใหญ่ พร้อมประสานมือตอบกลับ
"ล้วนแต่ทำงานให้คุณหนูใหญ่เหมือนกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลกันย่อมเป็เื่ที่สมควร"
พูดจบ เขาก็ไม่ลืมที่จะหันไปทางผู้ดูแลรองที่อยู่ข้าง ๆ
"ผู้ดูแลรอง ท่านว่าข้าพูดถูกต้องหรือไม่?"
ผู้ดูแลรองในยามนี้เปรียบดั่งไก่ชนที่พ่ายแพ้ ไม่มีท่าทางโอหังเหมือนก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย เพราะอย่างไรเสียผู้บำเพ็ญเพียรย่อมขาดสมุนไพริญญาในการหลอมโอสถไม่ได้
"ผู้ดูแล... ผู้ดูแลสามพูด... พูดได้มีเหตุผล ก่อนหน้านี้ข้าล่วงเกินไป หวังว่าท่าน..."
"ฮ่า ๆ "
เฉินฉางอันหัวเราะออกมาอย่างลำพองใจโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
‘ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างนั้นหรือ? เหอะ! ก่อนหน้านี้พวกเ้ายังคิดจะจัดการข้าให้สิ้นซาก ข้าจะไปช่วยเหลือพวกเ้าได้อย่างไรกัน?’
ทุกอย่างล้วนเป็เื่ของผลประโยชน์ทั้งสิ้น
ความแค้นในวันนี้… เฉินฉางอันจดจำไว้แล้ว ตาแก่ทั้งสองคนพวกเ้าคอยดูเถิด!
‘ยามนี้ข้ายังสู้พวกเ้าไม่ได้ แต่ด้วยเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาในตัวอีกทั้งยังได้สวนสมุนไพรเกือบร้อยหมู่ในเทือกเขาเฟิ่งหวง’
‘หึ ๆ รอให้ระดับพลังของข้าเหนือกว่าพวกเ้าเมื่อไหร่ ข้าจะทุบตีพวกเ้าให้ตายไปเลย’
ตามหลักแล้วไม่ว่าจะเป็ฐานะหรือตำแหน่ง ผู้ดูแลสามย่อมเป็รองผู้ดูแลใหญ่และผู้ดูแลรอง แต่เมื่อดูท่าทางโอหังของเฉินฉางอันแล้วเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เห็นทั้งสองอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
"ผู้ดูแลใหญ่ ไอ้เด็กนั่นมันช่างกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว!"
เมื่อแน่ใจว่าเฉินฉางอันเดินไปไกลแล้ว ผู้ดูแลรองก็ไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์ได้อีกต่อไป
"ก็แค่ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายากระดูกเหล็กมีพละกำลังเพิ่มขึ้นมาบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ตัวข้าสามารถบีบคอมันให้ตายได้ด้วยมือเดียวด้วยซ้ำ ไม่รู้จริง ๆ ว่าเหตุใดคุณหนูใหญ่ถึงได้ให้ความสำคัญกับมันถึงเพียงนี้"
ผู้ดูแลใหญ่ลูบเคราอันน้อยนิดของตนเองตามความเคยชิน มุมปากปรากฏรอยยิ้มเ็า
"ปล่อยให้ไอ้เด็กนั่นมันผยองไปก่อนสักไม่กี่วันจะเป็อะไรไป? อย่างไรเสียก็ต้องมีคนจัดการมันแทนพวกเราอยู่แล้ว อย่าลืมสิว่าผู้ดูแลสามผู้นั้นเป็คนของใคร"
เขาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ
"ข้าหมายถึง ผู้ดูแลสามคนที่ตายไปแล้วนั่น!"
ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ดวงตาของผู้ดูแลรองพลันสว่างวาบ
"ผู้ดูแลใหญ่ ท่านหมายถึงนายน้อยตระกูลจี… จีอู๋เซี่ยง!"
…
เฉินฉางอันเพิ่งจะเดินออกมาจากตำหนักหลักได้ไม่นาน ก็พบว่ามีคนแอบติดตามเขาอยู่ในความมืด
หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็คิดว่าแทนที่จะมัวแต่นั่งเดาสุ่มสู้หยุดรอเสียเลยดีกว่า อย่างไรเสียเขาก็ไม่มีอะไรจะเสีย หากคุณหนูใหญ่คิดจะฆ่าเขาก็คงฆ่าไปนานแล้ว
"ออกมาเถิด!"
สิ้นคำพูดเด็กสาวในชุดกระโปรงสีเขียวก็พริ้วกายออกมาจากป่าลึก
นางคือสาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียน… ลวี่จู
"ที่แท้ก็คือแม่นางลวี่จู เื่ก่อนหน้านี้ต้องขอบคุณท่านมากนะ"
หากไม่มีลวี่จูช่วยรายงานให้ เฉินฉางอันย่อมไม่มีทางได้ก้าวเข้าสู่ตำหนักหลักอย่างเด็ดขาด
หากดึงดันจะบุกเข้าไป มีแต่ความตายสถานเดียว บุญคุณในครั้งนี้เฉินฉางอันย่อมต้องจดจำไว้ในใจ
"เฉินฉางอัน ข้าดูแคลนเ้าเกินไปจริง ๆ "
ลวี่จูขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจที่ถูกพบตัว ต้องรู้ว่าเฉินฉางอันเป็เพียงขั้นหลอมกายากระดูกเหล็กแต่นางนั้นอยู่ในระดับที่สูงกว่า
"อย่าเรียกข้าว่าแม่นางเลย เ้าเรียกข้าว่าลวี่จูเอ๋อร์ก็ได้"
ดูเหมือนลวี่จูจะมีความรู้สึกที่ดีต่อเฉินฉางอัน นางยิ้มพลันโยนป้ายคำสั่งในมือให้แก่เขา
"ป้ายนี้คือสัญลักษณ์ของฐานะผู้ดูแล เ้าจงเก็บรักษาไว้ให้ดี"
เฉินฉางอันรับป้ายนั้นมา ในใจเต็มไปด้วยความยินดีอย่างยิ่ง
แม้ป้ายนี้จะทำขึ้นจากเหล็กธรรมดา วัสดุไม่ได้ล้ำค่าอะไรทว่าเมื่อมีป้ายใบนี้ เขาก็สามารถจัดการสวนสมุนไพรนับร้อยหมู่… สมุนไพริญญานับพันต้นในเทือกเขาเฟิ่งหวงได้โดยตรง
เฉินฉางอันเก็บป้ายคำสั่งเข้าไว้ในอกเสื้อแล้วประสานมือคำนับลวี่จูเอ๋อร์
แม้ยามนี้เขาจะได้เป็ผู้ดูแลสามของตระกูลจีแล้ว แต่ฐานะของลวี่จูเอ๋อร์นั้นพิเศษยิ่ง นางเป็สาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียน แม้แต่ผู้ดูแลใหญ่ก็ยังต้องให้เกียรตินาง
ยิ่งไปกว่านั้น ยามที่ลวี่จูเอ๋อร์ขยับกายปราณิญญารอบตัวนางกลับดูยาวนานลึกล้ำจนยากจะมองออกความแข็งแกร่งที่แท้จริงเกรงว่าคงไม่ด้อยไปกว่าผู้ดูแลใหญ่เลย
"ลวี่จูเอ๋อร์วางใจเถิด ข้าเฉินฉางอันแค้นต้องชำระบุญคุณต้องทดแทน ในวันหน้าหากมีเื่ใดที่ข้าพอจะช่วยได้ก็จงบอกมาเถิด"
"ลวี่จูเป็เพียงสาวใช้ในตระกูลจี จะกล้าบังอาจใช้ท่านผู้ดูแลสามได้อย่างไรเล่า"
ทั้งสองคนเดินลงเขาไปพลางสนทนากันด้วยเสียงเบา
"ทว่าคุณหนูใหญ่ดูเหมือนจะปฏิบัติต่อเ้า... ดีไม่น้อย"
ดีไม่น้อยอย่างนั้นหรือ? เหอะ ๆ
หากคุณหนูใหญ่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาไม่รู้วิธีประสานฤทธิ์โอสถของบัวขาวเมฆาวารีและเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์เลยแม้แต่น้อย เกรงว่านางคงจะแผดเผาเขาจนไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูกแน่นอน
"เพราะบุญคุณของคุณหนูใหญ่ ข้าจะตั้งใจทำงานไม่ให้ผิดหวัง"
เมื่อมีลวี่จูเอ๋อร์อยู่ข้างกาย ต่อให้ในใจเฉินฉางอันจะไม่พอใจเพียงใดเขาก็ไม่กล้าแสดงออกมา
"ลวี่จูเอ๋อร์ ท่านล่วงรู้หรือไม่ว่าคุณหนูใหญ่กำลังหลอมโอสถชนิดใด?"
หากรู้ว่าจีเฟิ่งเหยียนกำลังหลอมโอสถประเภทไหน บางทีเขาอาจจะนึกวิธีประสานฤทธิ์โอสถขึ้นมาก็ได้
ลวี่จูส่ายหน้า "เื่ของเ้านายข้าจะกล้าสอดรู้ได้อย่างไร ทว่าโอสถนี้ดูเหมือนจะมีความสำคัญต่อการทะลวงคอขวดขอบเขตของคุณหนูใหญ่"
เป็อย่างที่คิด แม้จะเป็สาวใช้คนสนิทเื่การหลอมโอสถเช่นนี้ย่อมไม่ถูกเปิดเผยออกมาโดยง่าย
ห้าวันให้หลัง จะเป็หรือตายล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเขาเองแล้ว ดูเหมือนว่าภายในห้าวันนี้ เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหาวิธีประสานฤทธิ์โอสถให้ได้
"ที่ข้าบอกว่าคุณหนูใหญ่ดีต่อเ้านั้น ไม่ใช่เพียงเพราะให้เ้าเป็ผู้ดูแลสามเท่านั้นนะ"
เมื่อเห็นเฉินฉางอันก้มหน้าครุ่นคิด ลวี่จูเอ๋อร์ก็เอ่ยขึ้นมาอีก
"คุณหนูใหญ่สั่งเป็พิเศษ ให้ข้าพาเ้าไปยังสวนสมุนไพริญญา เพื่อประกาศเื่ที่เ้าขึ้นเป็ผู้ดูแลสามของตระกูลจีต่อหน้าทุกคน"
สวนสมุนไพริญญาคือที่พักของผู้ดูแลสามในทุกรุ่น สภาพแวดล้อมงดงาม ปราณิญญาหนาแน่นนับเป็สถานที่ล้ำค่าสำหรับการฝึกตนในเทือกเขาเฟิ่งหวง
"คุณหนูใหญ่กำลังสร้างอำนาจให้แก่เ้า การปฏิบัติเช่นนี้ผู้ดูแลคนอื่นไม่เคยได้รับมาก่อนเลย"
"......"
เฉินฉางอันยิ้มขื่นออกมา เขาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดี
คาดเดาได้เลยว่ายามนี้คุณหนูใหญ่ดีต่อเขามากเพียงใด ห้าวันให้หลังนางก็จะโหดร้ายต่อเขามากเพียงนั้น
ขณะที่พูดทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าประตูสวนสมุนไพริญญา ในตอนที่ลวี่จูเอ๋อร์กำลังจะก้าวเท้าเข้าไป เฉินฉางอันกลับยื่นมือออกมาขวางไว้
"ลวี่จูเอ๋อร์ ท่านช่วยยืนชมทัศนียภาพอยู่ข้างนอกสักครู่ อีกหนึ่งก้านธูปค่อยตามเข้าไปดีหรือไม่?"
"......"
ลวี่จูเอ๋อร์ชะงักไป ทัศนียภาพในเทือกเขาเฟิ่งหวงนี้นางมองมาหลายปีแล้ว จะมีอะไรให้น่าดูกัน?
ช้าก่อนเมื่อมองเห็นแววตาเ็าของเฉินฉางอัน ลวี่จูเอ๋อร์ก็นึกได้ทันที นางจึงหยุดฝีเท้าลง
เมื่อเห็นลวี่จูเอ๋อร์เข้าใจความหมายแล้ว เฉินฉางอันก็หยิบป้ายคำสั่งออกมายัดใส่มือนางก่อนจะผลักประตูเดินเข้าไปในสวน
มองดูป้ายคำสั่งในมือซึ่งเป็สัญลักษณ์แห่งฐานะอันสูงส่งของผู้ดูแลสามตระกูลจี ลวี่จูเอ๋อร์รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ
ต้องรู้ว่าป้ายคำสั่งนี้ผู้อื่นต่างปรารถนาจะได้มา ทว่าชายผู้นี้กลับ…
ลวี่จูเอ๋อร์ทัดเส้นผมที่ปรกหูเบา ๆ พลางรำพึงกับตัวเอง
"เฉินฉางอันเ้าช่างเป็คนลึกลับเสียจริง แผนการช่างซับซ้อนยิ่งนัก หวังว่าพวกเราสองคน… จะไม่ต้องกลายเป็ศัตรูกันในภายภาคหน้านะ"