หลังจากที่หยางผิงทำความเคารพหนานิแล้วเขาก็กล่าวขึ้นว่า
“ นายท่าน ข้าน้อยได้สร้างหอการค้าหมื่นสมุทรเสร็จเรียบร้อยแล้ว สินค้าของเราแม้ว่าจะเป็ระดับต่ำสุดก็ยังดีกว่าสินค้าของเมืองฮุ่ยเป็อย่างมาก นอกจากนี้ยังมีสินค้าสมัยใหม่เหมือนกับที่นายท่าน้าอีกด้วย ทำให้ได้รับความนิยมสูงและมันก็ทำให้หอการค้าหมื่นสมุทรของเรากลายเป็ที่จับตาดูอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าหากพวกมันกล้าสร้างปัญหาข้าก็จะลงมือจัดการกับพวกมันด้วยตัวเอง ”
หนานิพยักหน้ารับเบาๆ เขารู้ว่าสมบัติที่หยางผิงและคนอื่นๆนำมานั้นเป็สมบัติระดับสูง การนำมาวางขายย่อมทำให้ผู้อื่นเกิดความโลภได้
นอกจากนี้หยางผิงก็มีความคิดของคนสมัยใหม่ ไม่เหมือนกับคนสมัยโบราณ เพราะในเกมก็มีอุปกรณ์ของยุคใหม่อยู่มากมาย ทำให้สินค้าต่างๆของหอการค้าหมื่นสมุทรกลายเป็สิ่งที่น่าสนใจของชาวบ้านธรรมดามาก เนื่องจากราคาไม่แพงเท่าไหร่
แต่ทว่าสินค้าเ่าั้ก็มีจำนวนจำกัด ทำให้มีจำนวนจำกัดเช่นกัน ต้องรอให้หนานิอัญเชิญตัวละครที่มีความสามารถในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาก่อนถึงจะสามารถขายสินค้าเ่าั้ได้ในจำนวนมาก
“ เื่นั้นเ้าจัดการได้ทั้งหมด แล้วก็บอกกับไป๋จวินด้วยว่าข้า้าให้นางฝึกฝนกองกำลังส่วนตัว ไม่จำเป็ต้องเยอะมากอย่างน้อยก็สักหนึ่งร้อยคนก็พอแล้ว ส่วนเ้าด้วยข้า้าให้เ้าฝึกคนของตัวเองให้ซื่อสัตย์เพราะหลังจากนี้หอการค้าหมื่นสมุทรจะต้องขยายไปทั่วอาณาจักรต้าเหยียน ส่วนเื่กำไรเ้าก็เก็บให้ข้าสามส่วน ที่เหลือเ้าสามารถนำมันไปเป็เงินทุนสำหรับกองกำลังของเราในอนาคต ” หนานิกล่าว
“ รับคำสั่งนายท่าน ” หยางผิงกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
หลังจากที่รายงานรายละเอียดและรับคำสั่งจากหนานิเสร็จเรียบร้อยแล้ว หยางผิงก็ขอตัวกลับไปยังหอการค้าหมื่นสมุทร
เมื่อหยางผิงกลับไปแล้ว หนานิก็ทำการฝึกฝนตัวเองต่อ
พริบตาเดียวกาลเวลาก็ผ่านไปครบหนึ่งเดือน
เวลานี้ที่ลานฝึกยามเช้า
‘ ระบบข้า้าอัญเชิญตัวละคร ’ หนานิกล่าวขึ้นในใจ
จากนั้นภาพที่หนานิคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นด้านหน้าของหนานิ
ไม่นานนักการ์ดตัวละครก็มาหยุดอยู่ที่การ์ดตัวละครระดับทองแดง เป็ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่และกำยำ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและน่าเกรงขาม ชุดที่สวมใส่ก็เป็ชุดที่ทำมาจากหนังสัตว์
[ ยินดีด้วยโฮสต์ได้ทำการอัญเชิญ เหรินจ้าวผู้นำกองกำลังหมาป่าวายุ ตัวละครระดับทองแดง ความแข็งแกร่งระดับอาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ]
[ ตัวละครที่ถูกโฮสต์อัญเชิญมาจะมีความซื่อสัตย์กับโฮสต์อย่างยิ่งและไม่มีวันทรยศโฮสต์อย่างแน่นอน ]
‘ กองกำลังหมาป่าวายุ? ถ้าหากข้าจำไม่ผิดกองกำลังหมาป่าวายุเป็กลุ่มทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งของเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะเหรินจ้าวที่มีร่างกายและโลหิตหมาป่าวายุทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าคนระดับเดียวกันมาก นอกจากนี้วิชาดาบของเหรินจ้าวก็ทรงพลังเช่นกัน ’ หนานิจำได้คร่าวๆอยู่บ้างแม้ว่าจะผ่านไปนานกว่าสิบปีแล้วก็ตาม
เวลานี้หนานิกำลังคิดว่าจะให้เหรินจ้าวแกล้งมาเป็คนที่สนใจในพร์และ้ารับเขาเป็ศิษย์ แต่เขาจะปฏิเสธทำให้เหรินจ้าวอยู่ที่หมู่บ้านตลอดเวลาเพื่อรับหนานิเป็ศิษย์และบางครั้งเขาก็จะสอนทักษะต่างๆให้กับหนานิอีกด้วย การทำแบบนี้จะทำให้หนานิสามารถใช้งานเหรินจ้าวได้ง่ายมากขึ้น
ด้วยความแข็งแกร่งระดับอาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ เรียกได้ว่าเขาคือหนึ่งในตัวตนที่ทรงพลังที่สุดในเมืองฮุ่ย เพราะส่วนมากผู้แข็งแกร่งทั้งหมดจะอยู่ในระดับยอดยุทธ์ มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่อยู่ในระดับอาจารย์ยุทธ์แถมยังเป็เพียงแค่ขั้นต้นหรือไม่ก็ขั้นกลางเท่านั้น
นอกจากนี้ถ้าหากให้ท่านพ่อและคนอื่นๆในตระกูลได้รับการฝึกฝนจากเหรินจ้าวและได้รับโอสถจำนวนมากจากหยางผิง เชื่อว่าตระกูลหนานของข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน
ยามค่ำคืน
หนานิได้ให้เฮยจวินพาตัวเขาออกมาจากบ้านและมุ่งหน้าไปยังูเามู่อวิ๋น
หลังจากนั้นเขาก็อัญเชิญเหรินจ้าวให้ปรากฏตัวขึ้น
เมื่อเหรินจ้าวเห็นหนานิเขาก็คุกเข่าลงด้วยความเคารพ
“ เหรินจ้าวยินดีที่ได้พบนายท่าน ” เหรินจ้าวกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
หนานิพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวว่า “ วันพรุ่งนี้เ้าค่อยมาปรากฏตัวขึ้นที่หมู่บ้านและอ้างว่าเ้ากำลังจะหาที่พักผ่อนเพื่อใช้ชีวิตแบบสบายๆ แต่เ้าก็พบว่าข้าเป็คนที่มีพร์เลยคิดที่จะรับเป็ศิษย์ หน้าที่ของเ้าคือการปกป้องหมู่บ้านหยุนฉางและตระกูลหนานเป็หลัก ”
“ รับคำสั่งนายท่าน ” เหรินจ้าวตอบรับอย่างไม่ลังเล
หลังจากที่นัดแนะกับเหรินจ้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว หนานิก็ให้เฮยจวินพาเขากลับไปที่บ้าน
เช้าวันต่อมา
ในขณะที่หนานิแกล้งออกมาเดินเล่นอยู่รอบๆหมู่บ้าน เหรินจ้าวเองก็เห็นหนานิแล้วเช่นกันจึงได้เดินไปหาหนานิ
“ เ้าหนู ข้าคิดว่าเ้ามีพร์ที่ดี ข้าอยากรับเ้าเป็ศิษย์เ้า้าเป็ศิษย์ของข้าหรือไม่? ” เหรินจ้าวกล่าวด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ
ทันใดนั้นผู้คุ้มกันของหนานิที่มีระดับสร้างรากฐานหลายคนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับจ้องไปยังเหรินจ้าว
“ เ้าเป็ใคร ข้าไม่เคยเห็นเ้าในหมู่บ้านมาก่อน? ” ชิวหยูถามขึ้น เขาคือคนที่อยู่กับตระกูลหนานมาอย่างยาวนานและรับหน้าที่ในการคุ้มกันหนานิเวลาอยู่ในหมู่บ้าน นอกจากนี้เขายังเป็คนสนิทกับหนานเฟยหยุนอีกด้วย ความแข็งแกร่งของเขาคือสร้างรากฐานขั้นสิบ
เหรินจ้าวกวาดสายตามองดูผู้คุ้มกันตระกูลหนานด้วยรอยยิ้มพร้อมกับปลดปล่อยพลังยุทธ์ระดับอาจารย์ยุทธ์ออกมา
“ ข้าเหรินจ้าวหัวหน้ากลุ่มหมาป่าวายุ ” เหรินจ้าวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทันทีที่พลังยุทธ์ของเหรินจ้าวปะทุขึ้น ผู้คุ้มกันทั้งหมดถึงกับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“ ระดับอาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์! ” ชิวหยูแสดงสีหน้าใอย่างยิ่ง
ต้องรู้ว่าแม้แต่ภายในเมืองฮุ่ยผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คืออาจารย์ยุทธ์ขั้นต้นหรือขั้นกลางเท่านั้น แต่ยอดฝีมือด้านหน้าเป็ถึงอาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์
เหรินจ้าวไม่ได้สนใจชิวหยูและผู้คุ้มกันของตระกูลหนานอีกต่อไป
“ เ้าคิดว่ายังไงเ้าหนู เ้า้าเป็ศิษย์ของข้าหรือไม่? แล้วก็เ้าไม่ต้องกังวลเพราะข้าจะพักอยู่ที่นี้ไปอีกหลายปีเลย ” เหรินจ้าวกล่าวด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ
หนานิครุ่นคิดก่อนที่จะปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเขาจะไปยังสำนักใหญ่แทน
“ โอ้…น่าเสียดายจริงๆแต่ไม่เป็ไร ใน่เวลานี้ข้าจะอยู่ที่นี้และฝึกฝนเ้าให้แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ แม้ว่าเ้าจะไม่ได้เป็ศิษย์ของข้าก็ตาม ” เหรินจ้าวหัวเราะอย่างมีความสุข
ไม่นานนักข่าวที่ยอดฝีมือระดับอาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์จะฝึกฝนให้กับหนานิเป็พิเศษ ก็ทำให้ตระกูลหนานมีความสุขอย่างมาก เพราะเท่ากับว่าพวกเขามีผู้แข็งแกร่งระดับอาจารย์ยุทธ์หนุนหลัง
หนานเฟยหยุนจึงสั่งให้บ่าวรับใช้จัดหาที่พักที่ดีที่สุดให้กับเหรินจ้าว นอกจากนี้อาหารการกินทั้งหมดก็อยู่ในระดับสูง
แน่นอนว่าตระกูลหนานก็ได้รับผลประโยชน์ไปด้วย เนื่องจากเหรินจ้าวได้มอบตำราฝึกยุทธ์ให้กับตระกูลหนาน โดยเป็ตำราฝึกยุทธ์ระดับปฐีขั้นสูงและโอสถที่ช่วยในการฝึกยุทธ์ของระดับนักยุทธ์อีกหลายขวด
ซึ่งเหรินจ้าวได้พูดคุยกับหนานเฟยหยุนเป็การส่วนตัวแล้ว โดยคนที่จะได้รับการฝึกตำรายุทธ์ระดับปฐีขั้นสูงจะต้องเป็คนที่ซื่อสัตย์และไว้ใจได้เท่านั้น
เพราะถ้าหากมีคนรู้ว่าตระกูลหนานมีตำราฝึกยุทธ์ระดับปฐีขั้นสูง อาจจะทำให้พวกเขาเกิดความโลภและคิดที่จะเข้ามาขโมยไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็อุ่นใจในระดับหนึ่งที่มีเหรินจ้าวคอยดูแล
พริบตาเดียวกาลเวลาก็ผ่านไปอีกสิบกว่าวัน
หนานิที่ได้รับทรัพยากรจำนวนมากทำให้เขาพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม แม้กระทั้งตระกูลหนานเองก็พัฒนาไปอย่างลับๆด้วยเช่นกัน
หนานเฟยหยุนเดิมทีที่เป็เพียงแค่นักยุทธ์ขั้นกลาง แต่เขาติดอยู่ในระดับนักยุทธ์มานานหลายสิบปี หลังจากที่เขาได้รับทรัพยากรจำนวนมากจากเหรินจ้าว เขาก็กลายเป็นักยุทธ์ขั้นปลายอย่างรวดเร็วและเกือบจะทะลวงเข้าสู่ขั้นสูงแล้วด้วยซ้ำ
ส่วนนักยุทธ์ขั้นต้นของตระกูลหนานก็มีเพิ่มขึ้นมาถึงเจ็ดคน เพราะส่วนมากคนของตระกูลหนานจะติดอยู่ที่ระดับสร้างรากฐานขึ้นที่สิบ แต่พอได้ตำรายุทธ์พร้อมกับโอสถก็ทำให้พวกเขาสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับนักยุทธ์ได้ ทำให้ตระกูลหนานแข็งแกร่งขึ้นใน่เวลาไม่ถึงครึ่งเดือน
ทางด้านของหนานิ เขาเองก็พัฒนาขึ้นมากเช่นกัน อย่างเช่นตอนนี้เขามาถึงระดับยอดยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ ถ้าหากคนของสำนักใหญ่รู้เข้าล่ะก็พวกเขาจะต้องรีบส่งคนมารับตัวไปอย่างแน่นอน เพราะอายุเพียงแค่สิบสามแต่มาถึงระดับยอดยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ได้ ถือว่าเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของเขตเหอหนานอย่างแน่นอน
เวลานี้หนานิกำลังนั่งกินอาหารอยู่กับครอบครัว
“ ท่านพ่อข้าได้ยินมาว่าที่เมืองฮุ่ยมีหอการค้าที่กำลังมีชื่อเสียง? ” หนานิถามกับหนานเฟยหยุน
หนานเฟยหยุนพยักหน้าและกล่าวขึ้นว่า “ ใช่แล้วล่ะหอการค้าหมื่นสมุทรจู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครรู้จัก พวกเขามีสินค้าที่ยอดเยี่ยมมากมายนับไม่ถ้วน แถมโอสถของพวกเขาก็มีทั้งโอสถระดับมนุษย์ขั้นสูงอยู่ไม่น้อยเลย แม้กระทั้งโอสถระดับปฐีขั้นต่ำหรือขั้นกลางก็ยังมีวางขาย นอกจากนี้ไม่ว่าจะเป็ข้าวของหรือเครื่องใช้ต่างๆก็ดูแปลกประหลาดแต่มีประสิทธิภาพสูงมากและใช้งานได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็เสื้อผ้าหรือเครืี่องประดับก็ดูงดงามกว่าของร้านค้าอื่นๆ
แต่ถึงอย่างนั้นพ่อก็ได้ยินมาว่าผู้ดูแลของหอการค้าหมื่นสมุทรนั้นลึกลับเป็อย่างมาก แถมยังเป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งและทรงพลังอีกด้วย ว่ากันว่าแม้แต่จวนเ้าเมืองเองก็ยังให้ความเคารพกับผู้ดูแลหอการค้าหมื่นสมุทร ทำให้ตอนนี้ชื่อเสียงของหอการค้าหมื่นสมุทรโด่งดังที่สุดในเมืองฮุ่ย
ถ้าหากใครก็ตามที่มีตราสัญลักษณ์ของหอการค้าหมื่นสมุทรก็จะถือว่าเป็กองกำลังที่ได้รับความเคารพ เนื่องจากข้าได้ยินมาว่าการที่จะขึ้นไปยังชั้นที่สามของหอการค้าหมื่นสมุทรได้จะต้องมีตราสัญลักษณ์ก่อน ไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถขึ้นไปชั้นที่สามได้ ”
หนานิที่ได้ยินก็ยิ้มในใจ เพราะยิ่งหอการค้าหมื่นสมุทรมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งได้รับผลประโยชน์มากขึ้นเท่านั้นด้วยเช่นกัน
“ แล้วชั้นที่สามของหอการค้าหมื่นสมุทรมีอะไรอยู่หรือท่านพ่อ? ” หนานิถามด้วยความสงสัย
“ ข้าได้ยินมาว่าชั้นที่สามนั้นมีสมบัติระดับปฐีขั้นสูงอยู่ เรียกได้ว่าแม้กระทั้งยอดฝีมือระดับอาจารย์ยุทธ์หรือปรมาจารย์ยุทธ์ก็ยังต้องเกิดความโลภเมื่อเห็นมัน แต่เนื่องจากพวกเขาหวาดกลัวผู้ดูแลหอการค้าจึงทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นมา ” หนานเฟยหยุนตอบ
หนานิพยักหน้ารับเล็กน้อยและคิดว่ากลับไปค่อยถามหยางผิงว่าชั้นที่สามมีอะไรบ้าง เนื่องจากหนานิโยนงานให้หยางผิงจัดการทุกอย่างทำให้เขาไม่รู้เื่ของหอการค้าหมื่นสมุทรแม้แต่น้อย
“ จริงสิแล้วการฝึกของเ้าเป็อย่างไรบ้าง อย่าทำให้ท่านเหรินจ้าวต้องผิดหวังเชียวนะลูกรัก ” เสียงของสตรีที่อ่อนโยนดังขึ้น
จากนั้นก็มีสตรีที่งดงามเดินออกมาจากด้านหลังห้องอาหารพร้อมกับในมือถือถ้วยซุปที่นางทำด้วยตัวเองมาวางไว้ที่โต๊ะอาหาร
นางคือมารดาของหนานิและเป็ภรรยาของหนานเฟยหยุน นามว่า ซวีลั่ว
ซวีลั่วเป็บุตรสาวของผู้าุโคนหนึ่งของตระกูลซวีภายในเมืองฮุ่ย ตระกูลซวีภายในเมืองฮุ่ยเป็เพียงแค่ตระกูลเล็กๆเท่านั้น พวกเขามียอดยุทธ์ขั้นต้นคอยดูแลอยู่หนึ่งคนซึ่งคนๆนั้นก็คือบิดาของซวีลั่วนั่นเอง
สำหรับหนานเฟยหยุนที่เป็ถึงนักยุทธ์ขั้นกลางแต่เขาก็มีชื่อเสียงอย่างมาก เพราะเขาเคยเอาชนะนักยุทธ์ขั้นปลายมาแล้วหลายคน
“ ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าตั้งใจฝึกจะตายไป ถ้าหากท่านไม่เชื่อก็ลองถามท่านเหรินจ้าวดูได้เลย ” หนานิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ดีมาก…แม่หวังว่าเ้าจะกลายเป็นักยุทธ์โดยเร็ว ” ซวีลั่วกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับลูบหัวของหนานิด้วยความอ่อนโยน
“ จริงสิท่านพ่ออีกไม่กี่วันก็ถึงงานเทศกาลโคมลอย ข้าไปเที่ยวได้หรือไม่? ” หนานิถามขึ้น
งานเทศกาลโคมลอยก็เหมือนกับงานเทศกาลโคมลอยทั่วๆ เพียงแต่งานเทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุกๆปี และยังมีการแข่งขันเล็กๆน้อยๆอีกด้วยไม่ว่าจะเป็การแข่งขันการต่อสู้กันระหว่างนักยุทธ์ หรือการแข่งขันตอบคำถามที่จัดเตรียมเอาไว้
หนานเฟยหยุนพยักหน้าและกล่าวว่า “ ถ้าหากเ้าอยากไปก็ไปสิ ”
หนานิพยักหน้ารับและตอบตกลง
หลายวันต่อมาก็ถึงวันงานเทศกาลโคมลอย
เวลานี้ทั่วทุกหนแห่งในเมืองฮุ่ยเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดงประดับตามจุดต่างๆภายในเมือง ทำให้ดูงดงามอย่างมาก
หนานิพาผู้ติดตามที่เป็นักยุทธ์อีกสองคนมาด้วย แม้กระทั้งเหรินจ้าวเองก็มาด้วยเช่นกัน เพราะเขามีหน้าที่ในการดูแลหนานิ
แม้ว่าหนาิจะมีเฮยจวินที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าหากไม่ถึงเวลาจำเป็จริงๆเขาก็ไม่อยากให้คนอื่นเห็นตัวเฮยจวิน เขาจึงให้เหรินจ้าวมาปกป้องแทน
หลังจากที่ตรวจสอบเข้าเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว หนานิก็พาคนอื่นๆเดินเที่ยวงานเทศกาลอย่างสนุกสนาน