แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ สาดส่องกระทบผิวเนียนของเอญ่าที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มสบายในเพนท์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง เธอยืดตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ร่างกายที่ผ่อนคลายจากการนอนหลับเต็มอิ่มส่งผลให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น
เอญ่าเดินตรงไปยังห้องน้ำที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวเรียบหรู แสงไฟนวลสลัวส่องกระทบกับกระจกเงาบานใหญ่ เธอเปิดน้ำอุ่นจากอ่างอาบน้ำ จากนั้นก็แช่ตัวลงไปในอ่างจากุซซี่ฟองฟูพลางปล่อยให้ความอบอุ่นซึมซับเข้าสู่ร่างกาย
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เอญ่าเดินตรงไปยังห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมหลากหลายแบบ แต่เช้าวันนี้ เธอเลือกที่จะสวมใส่เสื้อผ้าสไตล์มินิมอลที่ดูเรียบง่ายและสบายตา เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขาดๆ และรองเท้าผ้าใบสีขาว เป็ชุดที่เธอเลือกสวมใส่เพื่อเดินทางไปยังเชียงใหม่
“ดูเรียบง่ายแบบนี้แหละดีแล้ว” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับหยิบกระเป๋าเป้ใบเล็กมาสะพาย แล้วเดินไปยังกระจกแต่งตัว เธอแต่งหน้าเบาๆ เน้นที่ความเป็ธรรมชาติ และรวบผมยาวให้เป็ผมหางม้า
"พร้อมแล้ว..." เอญ่าพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องแต่งตัวไปยังห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งสไตล์มินิมอลดูอบอุ่น ตัดกับภาพลักษณ์หรูหราของห้องนอนและห้องแต่งตัวอย่างสิ้นเชิง เธอเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายในบางครั้ง เพื่อให้ตัวเองได้ัักับความเป็จริงที่แตกต่างออกไป เมื่อเอญ่าเดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยรอยยิ้มมั่นใจ กระเป๋าเป้สะพายหลัง เสื้อยืดตัวโคร่ง กางเกงยีนส์ขาดๆ และรองเท้าผ้าใบดูเข้ากันอย่างลงตัว ตัดกับภาพลักษณ์หรูหราที่เธอเคยปรากฏตัวเสมอมา
เลขาพิมที่นั่งรออยู่บนโซฟาถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความใ “คุณเอญ่า! คุณจะไปแบบนี้เหรอคะ?”
เอญ่าหัวเราะเบาๆ “เป็ยังไงบ้าง? ฉันดูแปลกไปมากเลยเหรอ?”
เลขาพิมพยักหน้าหงึกหงัก “มากค่ะ มากจนฉันแทบจำคุณไม่ได้เลย”
“ฉันตั้งใจจะให้เป็แบบนี้แหละ” เอญ่าตอบพร้อมกับเดินไปหยิบหมวกแก๊ปมาสวม “ฉันคิดว่าการแต่งตัวแบบนี้จะเข้ากับสถานที่ที่เราจะไปมากกว่า”
“แต่ว่า... นักลงทุนท่านนั้นเขารวยมากนะคะ คุณเอญ่าจะไปเจอเขาในสภาพแบบนี้ได้ยังไง” เลขาพิมยังคงรู้สึกเป็ห่วง
เอญ่าวางมือบนไหล่ของพิมเบาๆ “พิมคะ ฉันคิดว่าการแต่งตัวแบบนี้มันจะทำให้ฉันดูเป็กันเองมากขึ้นนะ แล้วก็... นักลงทุนท่านนั้นเขาหนีความวุ่นวายมาอยู่ที่ชนบท เขาคงไม่อยากเจอคนที่แต่งตัวหรูหราฟู่ฟ่าหรอก”
“แต่คุณเอญ่าก็คือคุณเอญ่านะคะ คุณเป็ CEO ของ Anya Cosmetics”
“ใช่ ฉันรู้” เอญ่าพยักหน้า “แต่ตอนนี้ฉัน้าจะให้เขามองเห็นฉันในมุมที่แตกต่างออกไป ฉันอยากให้เขารู้สึกว่าฉันเป็คนธรรมดาคนหนึ่งที่จริงใจและมีความตั้งใจ”
“แต่ถ้าเขาไม่พอใจล่ะคะ?” เลขาพิมถามด้วยความเป็ห่วง
เอญ่ายิ้มมั่นใจ “ฉันมั่นใจว่าเขาจะต้องพอใจในตัวฉัน” เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเลขาพิม “ฉันรู้จักจิตวิทยาของมนุษย์ดี และฉันมั่นใจว่าฉันสามารถโน้มน้าวให้เขายอมรับในตัวฉันได้”
เลขาพิมถอนหายใจออกมาเบาๆ “ก็ได้ค่ะ แต่คุณต้องระวังตัวด้วยนะคะ”
“ขอบคุณนะพิม” เอญ่าโอบกอดเลขาพิมเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเป้และเดินออกไปจากห้อง
เสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ ของ Porsche 911 Carrera S ดังก้องอยู่ในห้องโดยสาร แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางกระจกหน้ารถ ส่องประกายระยิบระยับบนตัวรถสีแดงสดใสขณะที่เลขาพิมเร่งเครื่องออกจากตึกสูง เอญ่านั่งอยู่ข้างคนขับ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง
“รถคันนี้ขับมันส์จริงๆ เลยนะคะคุณเอญ่า” เลขาพิมเอ่ยขึ้นขณะเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนใหญ่
“ใช่สิ รถคันนี้มันเป็เหมือนเพื่อนคู่ใจของฉันเลยล่ะ” เอญ่าตอบพลางเหลือบมองวิวข้างทาง “ขับเร็วก็ได้ ขับช้าก็ดี”
“แต่ว่า... คุณเอญ่าจะขับรถเองบ่อยๆ ไม่ได้แล้วนะคะ เพราะงานเยอะมากเลย” เลขาพิมหันมาพูดกับเอญ่าด้วยความเป็ห่วง
“แต่ตอนนี้ฉันคงต้องพักมันไว้ก่อนสักพักแล้วล่ะ”
“ทำไมหรอคะ?” เลขาพิมถามด้วยความสงสัย
“ฉันจะไปเชียงใหม่ไง จำได้ไหม” เอญ่าหัวเราะเบาๆ “คงต้องขับรถกระบะเท่านั้นล่ะถึงจะเข้ากับบรรยากาศ”
ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกัน ความเงียบสั้นๆ ก็เข้ามาแทนที่ ก่อนที่เอญ่าจะพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“พิม มีเื่สำคัญที่ฉันอยากให้เธอช่วย”
“อะไรเหรอคะ?” เลขาพิมหันมาสนใจ
“ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ฉันอยากให้เธอขึ้นรักษาการประธานบริษัทแทนฉัน” เอญ่าพูดต่อ
“ค่ะ?” เลขาพิมตาโตด้วยความใ “แต่ว่า...”
“ฉันมั่นใจในตัวเธอ” เอญ่าขัดขึ้น “เธอเก่งและมีความสามารถมากพอที่จะทำได้”
“ขอบคุณค่ะคุณเอญ่า แต่ว่า...” เลขาพิมยังคงลังเลใจ
“นอกจากนี้ ฉันอยากให้เธอช่วยสืบเื่การคอร์รัปชั่นภายในบริษัทด้วย ไม่ว่าจะเป็แผนกจัดซื้อ การตลาด บัญชี ทีมขาย หรือทีมส่งออก ฉันสงสัยว่าจะมีคนกำลังทำอะไรที่ผิดกฎหมายอยู่”
“คุณเอญ่าคิดว่ามีคนรั่วไหลข้อมูลของบริษัทเหรอคะ?” เลขาพิมถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“ฉันไม่แน่ใจ แต่ฉันอยากให้เธอตรวจสอบให้ละเอียด โดยเฉพาะบริษัทเอเจนซี่โฆษณาที่เราใช้บริการอยู่ ฉันสงสัยว่าพวกเขาอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของข้อมูล”
“แล้วบริษัทคู่แข่งล่ะคะ?”
“ใช่ ฉันอยากให้เธอสืบเื่บริษัทคู่แข่งโดยตรงและทางอ้อม รวมถึงพาร์ทเนอร์ที่เราทำธุรกิจด้วยด้วย ฉันอยากรู้ว่ามีใครกำลังพยายามทำลายบริษัทของเราอยู่หรือเปล่า”
“ค่ะ ฉันจะรีบดำเนินการให้ค่ะ” เลขาพิมรับคำ
“และที่สำคัญ ฉันอยากให้เธออัปเดตข้อมูลให้ฉันทุกสัปดาห์นะ” เอญ่าเน้นย้ำ “ฉันอยากรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบริษัท”
“ค่ะ” เลขาพิมพยักหน้ารับคำ
“ฉันเชื่อว่าเราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้” เอญ่าพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
พิมยิ้มให้เอญ่าอย่างอบอุ่น “ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณเอญ่า”
“ขอบคุณมากนะพิม” เอญ่าจับมือพิมเบาๆ “ฉันไว้ใจเธอมากที่สุด”
พิมมองไปที่เอญ่าด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งเป็ห่วงและภาคภูมิใจในตัวเ้านายของเธอ เธอรู้ว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้นมีความสำคัญมาก แต่เธอก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อบริษัทและเพื่อเอญ่า
แดดยามบ่ายส่องกระทบกระจกหน้ารถกระบะคันแข็งที่เอญ่ากำลังขับอยู่ เส้นทางคดเคี้ยวเลาะเลียบไปตามไหล่เขา สายหมอกบางเบาคลอเคลียอยู่ตามยอดเขาสูงตระหง่าน บรรยากาศที่เงียบสงบและอากาศที่สดชื่น ทำให้เอญ่ารู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างมาก เธอเปิดเพลง "Pardyalone - not a home" เพลงโปรดที่มักจะฟังเวลาอยากจะอยู่คนเดียว เสียงเพลงแ่เบาขับกล่อมให้เธอจดจ่อกับทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องหน้า
ระหว่างทาง เอญ่าอดไม่ได้ที่จะนึกถึงบ้านเกิดของเธอเอง บรรยากาศของไร่ชาที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติชวนให้นึกถึงทุ่งนาและป่าไม้ที่เธอเคยวิ่งเล่นสมัยเด็ก ความรู้สึกคิดถึงผุดขึ้นมาในใจ แต่ก็ผสมปนเปกับความสุขที่ได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้
"แม่ริม" ป้ายหมู่บ้านเล็กๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เอญ่าขับรถช้าๆ สังเกตไปรอบๆ บ้านไม้เก่าแก่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ผู้คนยิ้มแย้มทักทายกันไปมา บรรยากาศอบอุ่นเป็กันเองทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน
เมื่อขับรถเข้ามาในไร่ชาได้สักพัก เธอก็เห็นบ้านพักหลังใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ต้นไม้ใหญ่รายล้อมไปทั่วบริเวณ บ้านหลังนี้น่าจะถูกออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้าง แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมาบนใบชาสีเขียวขจี ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของชาและธรรมชาติมาโชยให้ได้สูดหายใจเต็มปอด บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นทำให้เอญ่ารู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างมาก เอญ่าเดินลงจากรถกระบะและสำรวจไร่ชาไปเรื่อยๆ ด้วยความสงสัยเมื่อไม่พบนักลงทุนตามที่นัดหมายไว้ และทำไมถึงยังไม่ปรากฏตัวสักที
ขณะที่กำลังจะหันหลังกลับไปที่บ้านพักหลังใหญ่ สายตาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำลังตัดแต่งกิ่งชาอยู่ไม่ไกล ใบหน้าคมสัน ผิวขาวเนียนราวกับหยก ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มจ้องมองเธอมาอย่างนิ่งๆ ริมฝีปากบางเผยรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เอญ่ารู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาคู่นั้นราวกับเคยพบเจอกันมาก่อน แต่เมื่อพยายามนึกก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน เธอจึงสลัดความคิดนั้นออกไป แล้วเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม
“ขอโทษนะคะ ฉันตามหาคุณลุงเ้าของไร่ที่นี้เขาอยู่ไหนคะ” เอญ่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเธอ ก่อนจะยิ้มบางๆ “คุณลุงไม่อยู่ครับ ตอนนี้ออกไปข้างนอก”
“เมื่อไหร่จะกลับมาคะ” เอญ่าถามต่อ
“ไม่แน่ใจเลยครับ” ชายหนุ่มตอบพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเขาประมาน 185 ได้ ทำให้เอญ่ารู้สึกตัวเล็กไปถนัดตา “ถ้าคุณไม่รีบร้อนนัก ลองพักผ่อนที่นี่ก่อนก็ได้นะครับ มีชาอร่อยๆ ให้ชิม”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันขอรอที่นี่ก็ได้” เอญ่าตอบปฏิเสธ
ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อ เอญ่าสังเกตเห็นว่าเขาทำงานคล่องแคล่วราวกับทำมาทั้งชีวิต แถมยังมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมาที่ขมับ ทำให้เขาดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจยิ่งขึ้นไปอีก
“คุณทำงานที่นี่เหรอคะ” เอญ่าถามขึ้นอีกครั้ง
“ใช่ครับ ผมดูแลสวนชาที่นี่” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ
“สวนชาที่นี่ สวยมากเลยนะคะ” เอญ่าชมเชย
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะหันไปสนใจงานที่ทำต่อ
เอญ่ารู้สึกแปลกใจที่ชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจเธอเท่าไหร่ เธอจึงพยายามจะสร้างบทสนทนาต่อไป
“คุณชื่ออะไรคะ” เอญ่าถาม
“สกายครับ” เขาตอบสั้นๆ
“สกาย... เป็ชื่อที่น่าสนใจดีนะคะ” เอญ่าพยายามหาเื่คุย
“ขอบคุณครับ” สกายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แล้วก็กลับไปทำงานของเขาต่อ
เอญ่ารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เขาไม่สนใจเธอเท่าไหร่ เธอจึงตัดสินใจเดินจากไป แต่ก่อนจะไปเธอก็หันกลับไปมอง
สกายยอีกครั้ง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย
“คุณคงจะคิดว่าตัวเองหล่อมากสินะคะ”
สกายเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความขบขันเล็กน้อย
“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อยครับ” เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “แต่ผมคิดว่าคุณคงจะสวยมากถ้าไม่ทำหน้าบึ้งตึงแบบนี้”
เอญ่าถึงกับอึ้งกับคำพูดของเขา เธอไม่เคยมีใครมาพูดกับเธอแบบนี้มาก่อน เธออยากจะโต้ตอบกลับไป แต่ก็กลัวว่าจะเสียภาพลักษณ์ที่ดีของตัวเอง
สุดท้ายแล้ว เอญ่าก็เลือกที่จะเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
"น่าสนใจแหะ..." สกายพึมพำเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "เธอจะกลับมาอีกไหมนะ"