“ก็โตพอที่จะเป็ตัวของตัวเองได้แล้วนี่นา”
“คงเป็ไม่ได้ง่ายๆหรอกครับ ยัยพี่สาวคอยควบคุมอยู่ทุกขณะจิต ขนาดไปทานข้าวด้วยกันตอนพักกลางวันภายในเวลาแค่ไม่ถึงสองชั่วโมงเธอโทรเช็คอยู่เป็สิบรอบ และเื่จะไปสวีทกันตอนเย็นหลังเลิกงานนั้นไม่มีหวัง เพราะพี่สาวของเธอห้ามกลับบ้านช้าเกินกว่าหนึ่งทุ่มเด็ดขาดวันหยุดก็นัดกันออกไปเที่ยวไหนไม่ได้”
“เฮ้ย อะไรมันจะขนาดนั้นว่ะแล้วแฟนแกเขาก็ยอมให้ยัยพี่สาวควบคุมทุกอย่างเลยเหรอ”
รัชพงษ์ถามอย่างแปลกใจ
“น้องกรเขาเป็เด็กหัวอ่อนครับ แล้วเขาก็รักพี่สาวของเขาเอามากๆ”
“แล้วยัยพี่สาวนั้นเป็โรคจิตอะไรถึงได้เข้มงวดกับน้องขนาดนั้น แล้วตัวเองก็ไม่ได้มีคนรักอยู่หรือไง”
“ผมก็ไม่เคยได้รู้จักเขาเป็การส่วนตัวหรอกนะครับแต่เห็นน้องกรบอกว่าเธอยังไม่มีแฟนเลย ทั้งที่อายุก็สามสิบไปแล้วนะครับพี่จ๋า”
ตอนท้ายๆธีรชัยอดทำเสียงอย่างอดแปลกใจไปด้วยไม่ได้เหมือนกัน
“นั้นไงล่ะ” รัชพงษ์ร้องออกมาพร้อมกับดีดนิ้วเสียงดัง“ฉันนึกแล้วว่ามันจะต้องมีเื้ัอะไรอยู่สักอย่างยัยนั้นจะต้องขี้ริ้วขี้เหร่จนหาคนมาจีบไม่ได้แน่ ก็เลยพาลมาคอยควบคุมน้องไม่ให้มีคนรัก จะได้ขึ้นคานไปพร้อมกับตัวเองอย่างนี้เขาเรียกว่าเป็การกระทำของคนที่มีปมด้อยแล้วก็ขี้อิจฉา”
ธีรชัยถึงกับทำหน้าแหยเมื่อฟังพี่ชายวิจารณ์ถึงพี่สาวของคนรักอย่างดุเดือดอย่างนั้น
“แรงไปหรือเปล่าครับพี่จ๋า”
“มันคือความจริงต่างหาก”
ชายหนุ่มผู้พี่กล่าวอย่างมั่นใจ
“เพราะพี่ปากอย่างนี้หรือเปล่าครับ ถึงทำให้คบผู้หญิงได้ไม่ยืดสักราย”
หนุ่มผู้น้องอดสงสัยไม่ได้
“เฮ้ย แกพูดอย่างนี้อยากโดนเตะหรือไงว่ะ”
รัชพงษ์ถลึงตาดุใส่น้องชายซึ่งฝ่ายนั้นก็รีบทำคอหดอย่างเกรงๆในความเป็คนเอะอะโผงผางของพี่ชายแต่ถึงกระนั้นก็ยังอดแย้งออกไปไม่ได้
“แต่ผมก็พูดความจริงนะครับ พี่ไม่เคยสงสัยตัวเองหรือไง ว่าทำไมผู้หญิงกี่รายๆถึงได้ทิ้งพี่ไปหมด”
“ช่างเถอะ แกอย่าเอาปมด้อยของฉันมาล้อเล่น”
“นั้นไง พี่ยังรู้สึกไม่ชอบเลยที่ถูกหยิบเอาปมด้อยมาพูดถึงคนอื่นเขาก็คงเป็เหมือนกัน”
“ก็มันไม่ใช่ประเด็นที่ฉันหยิบยกมาขอคำปรึกษาจากแกนี่หว่าแล้วแกจะไปพูดถึงทำไม ว่าแต่เื่ของแกเถอะทำไมแกไม่พูดกับพี่สาวของแฟนแกไปตรงๆเลยว่าขอคบกับน้องสาวของเขาอย่างจริงจังและเป็ส่วนตัวห้ามเขาเข้ามาบงการและยุ่งเกี่ยว”
“ไปพูดอย่างนั้นเขาคงไล่ตะเพิดผมจนวิ่งออกมาไม่ทันแน่ๆ”
“ก็แล้วงั้นแกจะทำยังไงล่ะหรือว่าจะให้ฉันไปช่วยฉุดเอาแฟนของแกมาอยู่ด้วยเลย”
“โอ้โฮ ความคิดของพี่แต่ละอย่างนะ”
ธีรชัยทำสีหน้ายุ่งยากใจสุดขีดเมื่อได้ฟังคำแนะนำแต่ละข้อของพี่ชาย
“แกนี่จะเอายังไงว่ะ โน้นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ดี ฉันว่าตกลงเอาข้อแรกนั้นแหละดีที่สุดไปพูดกับเขาตรงๆให้ได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย”
คำกล่าวตามลักษณะนิสัยที่เป็คนตรงๆไม่อ้อมค้อมและติดจะใจร้อนโผงผางของพี่ชายทำให้ธีรชัยต้องยกสองมือขึ้นเกาศีรษะแรงๆ
“ก็ ผมยังไม่กล้า”
เขากล่าวเสียงอ่อย
“โธ่เอ๊ย อย่างแกไม่น่าจะเกิดมาเป็น้องชายของฉันเลย”
รัชพงษ์กล่าวพร้อมกับขยับตัวลุกขึ้น
“เดี๋ยวก่อนสิครับพี่จ๋า นี่พี่จ๋าจะไม่ช่วยผมเลยเหรอ”
ธีรชัยรีบถามพร้อมกับดึงแขนพี่ชายแรงๆให้นั่งลงตามเดิม