"เฮ้อออออ"
เสียงถอนหายใจยาวๆของเด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งซึ่งในอนาคตเด็กสาวคนนี้มีแววว่าจะเป็หญิงงามไม่เป็สองรองใครอย่างแน่นอน ดวงตากลมโตฉายแววความดื้อรั้นออกมานั้นได้ทอดมองออกไปทางหน้าต่าง ซึ่งเด็กสาวนั่งใช้ความคิดอยู่ที่บนเตียงเตาั้แ่ที่เด็กสาวได้ฟื้นคืนสติขึ้นมาเพราะเธอจำไม่ได้ว่าเธอนั้นมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ระหว่างที่เธอคิดอยู่ก็ได้มีเสียงของเด็กผู้ชายอายุประมาณ 5 ขวบ เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน
[ชาล็อตฉันลองส่งสัญญาณหาพี่ๆระบบอื่นๆดูแล้วนะ แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับเลย] เสียงนี้เป็เสียงของฟูฟู่เ้าระบบคู่หูของชาล็อตนั่นเอง
"จริงเหรอฟูฟู่!!" หญิงสาวตอบกลับอย่างใ
"หรือว่าหลุมดำดูดฉันมาที่นี่ต้องใช่แน่ๆเลย แต่ว่าทำไมไม่ใช่ร่างของฉันล่ะ! ทำไมฉันมาอยู่ร่างของเด็กคนนี้ได้แล้วเด็กคนนี้หายไปไหน นี่ฉันทะลุมิติมาในแบบนิยายที่เคยอ่านจริงๆหรือนี่ ไม่นะฉันอยากกลับไปที่เดิมฉันอยากกลับบ้าน!!"
ตอนนี้เธอสติแตกมากๆเลยล่ะเพราะเธอไม่ได้เตรียมใจมาเลยว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ ไหนจะความทรงจำของเ้าของร่างที่เธอยังไม่รู้อีก แล้วเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าที่โลกนี้พวกเขาใช้วิถีชีวิตกันอย่างไรแต่เท่าที่เธออ่านนิยายมาโลกนี้น่าจะเป็ยุคจีนโบราณเพราะเสื้อผ้าที่เธอใส่นั้นเป็ผ้าเนื้อหยาบสีของเสื้อก็ดูเรียบๆจนเกินไปไม่ค่อยมีสีฉูดฉาดมากนัก
"เฮ้อ....แล้วทำไมฉันยังไม่มีความทรงจำของเ้าของร่างนี้สักทีกันนะ" ถ้าเธอไม่มีความทรงจำของเ้าของร่างเดิมเธอก็ใช้ชีวิตในโลกนี้ลำบากเลยน่ะสิ! ก่อนที่เธอจะคิดอะไรมากไปกว่านี้เ้าระบบคู่หูของเธอก็ได้เอ่ยขัดขึ้นมา
[ชาล็อต! ให้ฉันลองกระตุ้นระบบประสาทสมองของเ้าของร่างเธอดีไหมเผื่อจะได้กระตุ้นความทรงจำกลับมาได้] เ้าระบบคู่หูได้เอ่ยแนะนำคู่หูตัวเองไป
"อืม.....ก็ดีเหมือนกันนะ ไหนๆฉันก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว!" ใช่!ไม่มีอะไรเสียหายมากกว่านี้แล้วล่ะถ้าเธอทะลุมิติมายังโลกใบนี้น่ะนะ
เมื่อชาล็อตเอ่ยจบเ้าระบบคู่หูก็ส่งสัญญาณกระตุ้นระบบประสาทสมองทันที ซึ่งจะทำให้หญิงสาวเ็ปที่หัวอย่างรุนแรง ก่อนที่เธอจะได้สลบไปในค่ำคืนนี้
ยามเฉิน (07.00 – 08.59 น.)
แสงของพระอาทิตย์ได้สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างในห้องของชาล็อตที่นอนอยู่จนทำให้หญิงสาวตื่นขึ้นมา
"เช้าแล้วเหรอเนี่ย โอ๊ยยยย!"
หญิงสาวตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวจนเธอต้องออกมา จนทำให้เสียงร้องของเธอออกจากห้องนอนไป ซึ่งนางเจียงที่อยู่ข้างนอกหน้าประตูนั้นกำลังจะมาดูบุตรสาวพอดีว่าฟื้นขึ้นมาหรือยัง นางเจียงจึงได้รีบเปิดประตูเข้ามาทันที แต่เมื่อเข้ามาในห้องของบุตรสาวแล้วนางเจียงเห็นบุตรสาวตื่นขึ้นมาจึงดีใจเป็อย่างมากจนนางเจียงนั้นน้ำตาคลอ ก่อนที่จะถามบุตรสาวว่าเป็อย่างไรบ้าง
"เยว่เอ๋อร์...ลูกฟื้นแล้วเหรอลูก แม่ดีใจยิ่งนัก เ้าเจ็บที่ตรงไหนบ้างเล่า แม่ได้ยินเสียงเ้าร้องโอดโอยจึงได้รีบเข้ามาดูลูก"
ในขณะที่ด้านของชาล็อตเองนั้นก็ได้รับความทรงจำของเ้าของร่างเดิมได้ครบถ้วน จึงทำให้รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอนี้คือมารดาของเ้าของร่างที่ตัวเองเข้ามาอาศัยอยู่ก่อนจะตอบรับที่มารดาถามไป
"ข้าไม่เป็ไรแล้วเ้าค่ะท่านแม่ แค่รู้สึกปวดหัวตอนตื่นขึ้นมาเท่านั้นเองเ้าค่ะ"
"ตอนนี้ลูกยังปวดหัวอยู่หรือไม่"
"ตอนนี้ลูกหายปวดหัวแล้วเ้าค่ะท่านแม่ ลูกอกตัญญูยิ่งนักที่ทำให้ท่านแม่เป็ห่วง" เด็กสาวน้ำตาคลอ ความรู้สึกของเธอในตอนนี้รู้สึกอยากจะร้องไห้เป็อย่างมากคงจะเป็ความรู้สึกของเ้าร่างนี้เป็แน่ที่เธอรู้สึกได้ในตอนนี้
"แม่ไม่ไว้ใจยิ่งนัก ไหนๆเ้าก็ตื่นมาแล้ว เดี๋ยวแม่จะให้น้องเ้ายกสำรับมาให้กินนะลูก เ้ากินข้าวต้มก่อนเสร็จแล้วเ้าจะได้กินยา" นางเจียงเป็ห่วงบุตรสาวมากถึงแม้เห็นว่าบุตรสาวตัวเองบอกไม่เป็ไรแต่นางนั้นก็ยังคงกังวลอยู่ดี จึงได้เรียกบุตรชายคนเล็กให้นำข้าวต้มที่นางเตรียมไว้มาให้บุตรสาวของนาง
"เสี่ยวหยาง ลูกนำสำรับของพี่สาวเ้าเข้ามาในห้องให้แม่ที"
"ขอรับท่านแม่ข้าจะรีบนำสำรับเข้าไปในห้องพี่รองให้นะขอรับ" เขาได้รีบนำสำรับที่ท่านแม่ได้เตรียมไว้ให้พี่สาวของเขาไว้แล้วรีบเดินเข้าไปในห้องพี่สาว ซึ่งเขาได้เห็นร่างกายพี่สาวที่มีสีเืฝาดมากกว่าหลายวันที่แล้วที่พี่สาวของเขาไม่ได้สติ ก่อนจะวางสำรับไว้ที่โต๊ะเล็กใกล้เตียงพี่สาว
"พี่รอง....ท่านฟื้นข้าดีใจยิ่งนัก คิดว่าท่านจะไม่ฟื้นขึ้นมาให้ข้าเห็นหน้าแล้วซะอีก" เด็กชายได้เข้ากอดพี่สาวตรงหน้าอย่างดีใจ
ทางด้านชาล็อตเองนั้นเมื่อเห็นว่ามีคนมากอดจึงทำตัวไม่ถูกอยู่บ้างแต่เมื่อมองเด็กชายตรงหน้าจึงทำให้รู้ว่านี่คือไป๋ ลี่หยาง น้องชายของเ้าของร่างนี่นั่นเอง เธอจึงตอบกลับไป
"พี่ไม่เป็ไรแล้วล่ะน้องเล็ก พี่ยังสบายดี เ้าดูสิว่าพี่ยังแข็งแรงอยู่ ถ้าไม่เชื่อเ้าก็ลองดูสิว่าพี่แข็งแรงแค่ไหน" เธอกางแขนเพื่อให้เด็กชายตรงหน้าดูว่าเธอนั้นแข็งแรงจริงๆ
"ฮื่ออ.....พี่รอง ข้าเชื่อแล้วว่าท่านแข็งแรง" เขารีบเช็ดน้ำตาที่ไหลออกเมื่อเห็นว่าพี่สาวของเขานั้นมีอาการที่ดีขึ้น
"แม่ว่าให้พี่รองของเ้ากินข้าวต้มก่อนดีกว่า แม่จะได้ไปต้มยามาให้แล้วพี่รองจะได้นอนพักผ่อน" นางเจียงเอ่ยขัดขึ้นเมื่อเห็นบุตรสาวบุตรชายของนางกำลังเศร้าใจกันเพราะตอนนี้นางควรให้บุตรสาวตัวเองได้กินข้าวและจะได้กินยาบำรุงตามที่ท่านหมอชุนแนะนำไว้
"ก็ได้ขอรับท่านแม่ ข้าจะเฝ้าพี่รองเองท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะขอรับ พี่รองท่านรีบกินข้าวต้มก่อนเถิดขอรับก่อนที่ท่านจะได้กินยา" ลี่หยางหันไปขานตอบรับมารดาก่อนจะที่หันกลับมาบอกพี่สาวให้รีบกินข้าว
"ได้ๆ ข้าจะกินแล้ว"
นี่เรียกว่าข้าวต้มเหรอเนี่ย ทำไมดูมีแต่น้ำมากกว่าข้าวแบบนี้ล่ะ เฮ้อ....ครอบครัวนี้จนแบบในความทรงจำที่เ้าของร่างนี้ทิ้งไว้ให้จริงๆด้วย ฮื่อ...เธออยากกินสเต็ก ไก่ทอดเหลือเกิน แต่ตอนนี้ท้องเธอร้องจนไส้จะกิ่วอยู่แล้ว ก็สมควรล่ะนะก็ร่างนี้ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วนี่ มีแค่นี้ก็ต้องกินแค่นี้ไปก่อนถ้าเธอหายดีเมื่อไหร่ล่ะก็จะขุนตัวเองให้อ้วนกว่านี้เลย แต่เมื่อเธอมองเด็กคนตรงหน้าเธอแล้วควรคิดว่าน่าจะขุนครอบครัวไป๋ให้อ้วนท้วมสมบูรณ์กันทุกคนเลยคอยดู! แต่ข้าวต้มตรงหน้าเธอนี่สิไม่ค่อยอร่อยสักเท่าไหร่ไหนจะผักดองพวกนี้อีก นี่เธอขาดแคลนอาหารเป็อย่างมากขนาดนี้เลยจริงๆเหรอ เฮ้อๆ เธออยากจะถอนหายใจวันละหลายหนเลยเมื่อคิดว่าจะไม่ได้กินของอร่อยๆแล้ว คนอื่นอาจจะถือคติกินเพื่ออยู่แต่เธอนั้นถือคติอยู่เพื่อกินเท่านั้นเพราะอาหารคือชีวิตใจของเธออย่างไรล่ะ! นอกเหนือจากเงินทองน่ะนะเพราะเงินทองคืออันดับหนึ่งของเธอนั่นเอง เธอได้กินข้าวต้มพร้อมผักดองตรงหน้าจนหมดก่อนจะดื่มน้ำตามลงไป เด็กชายตรงหน้ามองเธอเหมือนลูกสุนัขโกลเด้น รีทรีฟเวอร์เลย ก่อนที่เขาจะได้เก็บสำรับเธอไป
"พี่รองท่านกินอิ่มแล้วหรือขอรับ งั้นข้าเอาสำรับไปเก็บในห้องครัวให้นะขอรับ ท่านจะได้กินยาแล้วนอนพักผ่อน"
"อืม...ได้สิน้องเล็ก พี่จะได้กินยาแล้วพักผ่อน" เธอส่งยิ้มให้น้องชายก่อนที่เขาจะยกสำรับออกจากห้องเธอไป ใจจริงเธอก็ไม่อยากกินยาในยุคนี้นักหรอกเพราะมันทั้งขมทั้งสีน่ากลัวอย่างไรล่ะ ถึงแม้ว่าฟูฟู่จะมียารักษาให้เธอก็เถอะแต่ค่อยกินตอนเธอจะพักผ่อนก็แล้วกัน
ทางด้านนางเจียงเองก็ได้ต้มยาบำรุงให้บุตรสาวเสร็จแล้วเมื่อเห็นบุตรชายคนเล็กเดินเข้ามาจึงส่งยาบำรุงให้บุตรชายคนเล็กไป
"เสี่ยวหยางมาพอดีเลยแม่ว่าจะยกยาไปให้พี่รองเ้าพอดี เ้ามาพอดีเอายานี่ไปให้พี่รองเ้ากินก่อนนะลูก แม่ว่าจะไปเก็บฟืนเอามาไว้ในครัวสักหน่อยกว่าพ่อกับพี่ชายเ้าจะกลับมาก็คงยามโหย่ว (17.00 – 18.59 น.) พอดี"
"ขอรับท่านแม่ ท่านให้ข้าไปช่วยท่านเก็บฟืนอีกแรงดีไหมขอรับ จะได้รีบเก็บรีบกลับมาเฝ้าพี่รองกัน"
"อืม...เอาแบบที่เ้าว่าก็ได้เสี่ยวหยาง เ้าก็รีบไปให้พี่รองเ้ากินยาแล้วให้นางพักผ่อนด้วยล่ะ งั้นแม่ขึ้นเขาไปเก็บฟืนตรงตีนเขาก่อนนะ ลูกก็รีบตามแม่มาด้วยล่ะ" นางเจียงได้สะพายตะกร้าขึ้นหลังก่อนจะเดินออกจากห้องครัวไปยังตีนเขาหลังบ้านของเธอ
"ขอรับท่านแม่ ข้าจะรีบตามท่านไป" ลี่หยางรีบนำยาไปให้พี่สาวทันที
"พี่รองนี่ยาขอรับท่านรีบกินเถิด ข้าจะตามขึ้นเขาไปเก็บฟืนกับท่านแม่ขอรับ" เขารีบส่งยาให้พี่สาวทันทีเมื่อเข้ามาในห้องของพี่สาว
เมื่อชาล็อตได้ดูยาในถ้วยที่เด็กชายได้นำมาให้เธอได้กินก็รู้สึกไม่อยากจะกิน แต่เมื่อเธอได้หันไปเห็นสายตาของน้องชายที่บังคับว่าให้เธอรีบกินได้แล้วเขาจะรีบขึ้นเขาไปช่วยท่านแม่เก็บฟืนสักที เธอจึงรีบคว้าถ้วยยามากินรวดทีเดียวแต่สีหน้าเธอที่กินยาเข้าไปทำให้รู้ว่ายาที่เธอกินไปนั้นขมมากขนาดไหนจึงรีบดื่มน้ำเปล่าเข้าไปทันที เมื่อเธอกินเสร็จจึงส่งถ้วยยาให้น้องชายไปเมื่อลี่หยางได้รับถ้วยยาจึงรีบออกจากห้องเธอไปก่อนที่จะออกจากห้องเขาได้หันมาหาเธอ
"พี่รองท่านอยู่คนเดียวได้นะขอรับ ข้ากับท่านแม่จะรีบเก็บฟืนแล้วจะรีบกลับมาดูแลท่านนะขอรับ" เด็กชายเอ่ยถามอย่างเป็ห่วงเนื่องจากพี่สาวเธอจะอยู่บ้านคนเดียวเพราะท่านพ่อกับพี่ใหญ่เข้าไปหางานในเมืองทำจึงทำให้ไม่มีใครจะอยู่ดีแลพี่รองเขา
"ข้าอยู่ได้เ้าไม่ต้องเป็ห่วงพี่หรอกน้องเล็ก ประเดี๋ยวพี่ก็จะนอนหลับพักผ่อนแล้วล่ะ เ้ารีบไปเถอะเดี๋ยวท่านแม่จะรอนาน" เธอรีบตอบน้องชายทันทีเพราะเธอนั้นอยู่คนเดียวได้แถมยังมีฟูฟู่อยู่เป็เพื่อนเธออีก
"ขอรับพี่รอง" ลี่หยางรีบนำถ้วยยาไปเก็บแล้วสะพายตะกร้าขึ้นหลังแล้วเดินขึ้นเขาหลังบ้านตามมารดาไป
เมื่อชาล็อตได้อยู่คนเดียวเธอจึงได้ทบทวนความทรงจำของไป๋ เยว่ชิงทันที เธอพอจะรู้แล้วล่ะว่าที่เธออยู่นั้นคือหมู่บ้านทิวไผ่ แคว้นหาน นอกจากแคว้นหานแล้วยังมีแคว้นฉี ฉู่ เยียน จ้าว เว่ย และฉิน โดยแคว้นฉี ฉู่ ฉิน เป็แคว้นที่มีขนาดใหญ่ ส่วนแคว้นหานนั้นเป็แคว้นที่มีขนาดเล็ก ส่วนค่าเงินก็เหมือนในนิยายจีนโบราณทั่วไปที่เธออ่านล่ะนะ 1000 อิแปะ เท่ากับ 1 ตำลึง ส่วน 10 ตำลึง เท่ากับ 1 ตำลึงทอง แต่เธอยังไม่รู้ราคาสินค้าต่างๆนี่แหละว่ามีราคาเท่าไหร่บ้าง สงสัยเธอต้องรอให้หายดีก่อนแล้วกันคงจะได้สำรวจราคาสินค้าต่างๆได้ บางทีเธออาจจะไปสำรวจูเาข้างหลังบ้านเธอไปก่อนก็ได้
"ฟูฟู่ นายว่าโลกนี้จะมีอะไรสนุกๆให้พวกเราทำกันไหม ฉันตื่นเต้นจังรอคอยความสนุกที่เกิดขึ้นในอนาคตไม่ไหวแล้วสิ" หญิงสาวกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นเป็ตาประกายเพราะเธอชอบความสนุกความตื่นเต้นมากเลยล่ะ
[ฉันว่าน่าจะมีนะแต่ถ้าไม่มีพวกเราสองคน ไม่สิ!หนึ่งคนกับหนึ่งระบบก็สร้างมันขึ้นมาเองก็ได้แล้ว] เขาก็รอคอยเหมือนกันแค่คิดว่าจะมีเื่สนุกๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
"นั่นสินะ ถ้าไม่มีเื่ให้พวกเราสนุก หนึ่งคนกับหนึ่งระบบก็สร้างมันขึ้นมาเองก็ได้นี่ หึหึ"
ภายในห้องมีเสียงหัวเราะที่ดังออกมาซึ่งถ้าใครมาได้ยินเสียงหัวเราะนี้ก็คงคิดว่าเ้าของเสียงนั้นกำลังจะคิดวางแผนการร้ายอยู่เป็แน่ ก่อนที่ภายในห้องที่มีเสียงหัวเราะจะเงียบหายไปแล้วแทนที่ด้วยเสียงหายใจสม่ำเสมอ ทำให้รู้ว่าเด็กสาวในห้องนั้นได้นอนหลับสนิทเป็ที่เรียบร้อยแล้วด้วยความเพลียและยังไม่แข็งแรงของร่างกายมากนักจึงทำให้คนในห้องได้นอนหลับพักผ่อนอย่างสนิท