ตอนที่ 6 : เส้นแบ่งบาง ๆ และฟ้าสางที่เดียวกัน
เสียงเด็กหัวเราะดังจากลานกันเกราริมโขงกลุ่มวัยรุ่นกำลังวิ่งเล่น หยอกกัน ถ่ายรูปกันอย่างไม่รู้เหนื่อยชัยยศนั่งมองอยู่นาน ดวงตาเริ่มล้าจากการจ้องสายธารตรงหน้า เลยหันไปมองผู้คนแทน
วัยแบบนั้น…หัวเราะเต็มที่ ร้องไห้เต็มที่
ทำอะไรโดยไม่คิดว่ามันจะย้อนกลับมาหนักหัวใจตอนแก่หรือไม่
เขายกมือขึ้นนวดต้นคอเบา ๆ
มุมปากยกยิ้มจาง ๆ แบบคนปลงกับตัวเอง
“ตอนฉันอายุเท่าคนเหล่านี้…”
เขาบ่นในคอ
“ก็เดินดุ่ม ๆ เข้าไปในดงรักแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเหมือนกันนั่นแหละ”
พอคิดถึงคำว่า “ดงรัก”ภาพผู้หญิงคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ
ปีใหม่…
คนที่ไม่ใช่แค่พี่ปีสองอีกต่อไป
แต่เป็คนที่ทำให้เขารู้จักคำว่า “สูงเกินเอื้อม” อย่างแท้จริง
ภาพค่อย ๆ ดึงเขากลับไปยังมหาวิทยาลัยในวันหนึ่ง…
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
หลังวันที่นิ่มกลับไปได้ไม่นานชีวิตประจำวันของชัยยศเหมือนถูกดึงกลับเข้าสู่วังวนเดิมของมันอย่างรวดเร็ว
เรียน
อ่านหนังสือ
ทำรายงาน
นั่งร้านน้ำชา
ไปคอนโดของปีใหม่เป็พัก ๆ
แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไปแบบที่เขาไม่อยากยอมรับนัก
ทุกครั้งที่ผ่านตู้โทรศัพท์สาธารณะ เขาจะคิดถึงใบหน้านิ่มที่ยืนพูดหน้าแฟลตวันนั้น
ทุกครั้งที่เปิดแฟ้มเล็คเชอร์เขาจะคิดถึงสายตาของนิ่มตอนมองชื่อปีใหม่บนปกแฟ้ม
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเลือกหยิบแฟ้มขึ้นมาอ่าน
และยังรับสายปีใหม่ทุกครั้งที่เธอโทรมา
เย็นวันหนึ่ง หน้าคณะ
ปีใหม่ยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มือหนึ่งถือแฟ้มงาน อีกมือถือกุญแจรถส่วนชุดนักศึกษาของเธอวันนี้เรียบร้อยตามระเบียบ แต่มีผ้าพันคอลายเรียบ ๆสีเข้มที่พาดอยู่บนบ่า ทำให้เธอดูโดดเด่นกว่าคนอื่น
“วันนี้ท่าทางยุ่งนะครับพี่” ชัยยศเดินเข้าไปทัก
“ยุ่งสิ” เธอยักไหล่ “มีทั้งประชุมชมรม ทั้งงานกลุ่มทั้งคุณพ่อโทรมาตามให้กลับบ้านไปกินข้าวเย็นด้วย”
คำว่า “คุณพ่อ” ทำให้เขารู้สึกฝืดคอ
“แล้วพี่จะไปทันเหรอครับ”
“ทันสิ…ถ้ามีน้องรหัสช่วยแบกของไปส่งให้ที่รถ”
เธอยื่นแฟ้มกองใหญ่ให้เขา
เขารับมาโดยไม่บ่น
ขณะที่เดินไปข้างกัน ปีใหม่เอ่ยขึ้นเหมือนไม่ได้คิดอะไร
“วันก่อน น้องรหัสไปส่งเพื่อนสมัยอยู่ค่ายทหารใช่ไหม”
เขาชะงักไปเสี้ยววินาที
“ครับ…”
“ผู้หญิงในชุดนักเรียนพยาบาล?”
เขาหันไปมองเธอ
“พี่เห็นเหรอครับ”
“จะไม่เห็นได้ไง ก็รถพี่ขับผ่านหน้ามหาลัยพอดี”ปีใหม่หัวเราะในคอ “พี่ไม่ลงมาทักหรอก กลัวเขาจะเกร็ง”
เขารู้สึกเหมือนหินก้อนเล็ก ๆ หล่นลงในท้อง
“เพื่อนเก่าสนิทดีนะ” เธอพูดต่อ
“ดูจากสายตาแล้ว เขาน่าจะห่วงยศมากกว่าเพื่อนธรรมดาหน่อย”
เขาไม่ตอบ ได้แต่กำแฟ้มแน่นขึ้นเล็กน้อย
“ไม่ต้องทำหน้าเครียดหรอกน่า” ปีใหม่หันมามองแววตาไม่ได้หาเื่
“พี่ไม่ใช่ครูฝ่ายปกครอง ที่จะมาคอยนับว่าผู้หญิงกี่คนเดินเข้ามาในชีวิตยศ”
“แต่…”
“แต่พี่แค่สนใจว่ายศ…คิดยังไงกับแต่ละคนมากกว่า”
คำพูดนั้นทำให้เขาก้มหน้าลงครู่หนึ่ง
“นิ่มเป็คนสำคัญครับ” เขาตอบตรง ๆ “แต่ตอนนี้…เราอยู่กันคนละแบบเรียนคนละที่ เจอกันยากขึ้น”
“แล้วกับพี่ล่ะ” ปีใหม่ถามเสียงเรียบ“ยศคิดว่าพี่เป็คนแบบไหนในชีวิตตอนนี้”
เขานิ่งไปนานกว่าจะกล้าตอบ
“พี่เป็…คนที่จะทำให้ผมอยู่รอดในมหาลัยนี้ได้มั้งครับ”
“แค่เื่อยู่รอด?”
เขาสูดลมหายใจ
“แล้วก็…คนที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมไม่ได้เป็เด็กจากแฟลตทหารธรรมดา ๆคนหนึ่ง”
ปีใหม่ยิ้มบาง ๆ
“คำตอบใช้ได้”
เธอไม่ได้ถามต่อว่า “แล้วรักไหม”
เขาก็ไม่ได้ถามเธอว่า “พี่คิดกับผมแบบไหนกันแน่”
ทั้งสองคนปล่อยให้สถานะของกันและกันห้อยอยู่ตรงกลาง
ไม่เรียกแฟน
แต่ก็ไม่ใช่แค่พี่น้อง
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ไม่นานนัก ชัยยศก็ได้แตะพื้นที่โลกของปีใหม่มากขึ้นทีละนิด
เริ่มจากการช่วยเธอทำงานชมรมบางครั้ง
ตามด้วยการถูกลากไปช่วยงานกิจกรรมรับน้องของคณะในฐานะ“น้องรหัสพี่ปีใหม่” ซึ่งหลายคนเริ่มรู้จักชื่อเขาเพราะประโยคนี้
“อ๋อ น้องยศใช่ไหม น้องรหัสพี่ใหม่ เห็นชื่อในกลุ่มบ่อยเลย”
“โชคดีนะ ได้พี่รหัสตัวท็อปของคณะเลย”
คำว่า “ตัวท็อป”
ทั้งเื่หน้าตา
กิจกรรม
ฐานะ
ทำให้เขารู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกจับคู่กับมาตรฐานบางอย่างโดยที่ไม่ได้ขอ
ค่ำวันหนึ่ง หลังซ้อมกิจกรรมกันเสร็จ
ปีใหม่เอ่ยขึ้นง่าย ๆ
“พรุ่งนี้ เย็นไปบ้านพี่ไหม”
เขานิ่ง
“ไป…บ้านเหรอครับ”
“อือ คุณพ่อคุณแม่เรียกให้กลับไปกินข้าวเย็นอยู่แล้ว ถ้ายศไปด้วยพี่จะได้ไม่ต้องโดนถามแต่เื่เรียนกับกิจกรรม”
“แล้วพ่อแม่พี่…จะว่าอะไรไหมครับ ถ้าจู่ ๆมีน้องปีหนึ่งตามไปด้วย”
เธอยักคิ้ว
“พี่ก็บอกว่าเป็น้องรหัสไง เขาคงไม่ว่าอะไรหรอก แค่กินข้าวเย็นด้วยกันเฉยๆ ไม่ได้พาไปขอแต่งงาน”
เธอพูดติดตลก แต่หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นทันที
ไปบ้านของปีใหม่…
บ้านของลูกนักธุรกิจใหญ่ที่เพื่อนพูดถึงกันหนักปาก
เขากลับห้องเช้าวันถัดมา
คิดไม่ตกอยู่ทั้งวันว่าจะตอบยังไงดี
สุดท้าย เวลาบ่ายแก่ ๆ เขาก็ส่งจดหมายสั้น ๆ ฝากใส่มือเพื่อนในคณะไปให้เธอ
“เย็นนี้ผมไปได้ครับ”
เขาเขียนเพียงเท่านั้น
แต่รู้ดีว่าคำว่า “ไปได้” ของเขา
มีความหมายมากกว่าการไปกินข้าวเย็นมื้อหนึ่ง
มันคือการยอมเดินเข้าไปในโลกที่อาจจะยิ่งทำให้ “ความต่าง”ชัดขึ้นจนเจ็บ
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
บ้านของปีใหม่อยู่ในซอยเงียบ ๆ แถวย่านที่ค่าครองชีพไม่ใช่เล่น
บ้านสองชั้นสไตล์ทันสมัย มีสนามหญ้าเล็ก ๆ หน้าบ้านรถยุโรปจอดอยู่หนึ่งคัน ข้างในรั้วจัดสวนอย่างดี ไม่ใช่กระถางต้นไม้ธรรมดา ๆแบบหน้าแฟลต
ชัยยศยืนอยู่หน้าประตูรั้ว สูดหายใจเข้าลึก ๆ
เสื้อเชิ้ตสีเรียบกางเกงสแลคที่เขายืมเงินเพื่อนไปซื้อสำหรับโอกาสสำคัญวันนี้ทำให้เขาดูเรียบร้อยขึ้น แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามัน “ขัด ๆ” อยู่บนตัว
ปีใหม่เปิดประตูรั้วออกมา
วันนี้เธอไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษา แต่ใส่ชุดกระโปรงเรียบ ๆดูเป็ผู้ใหญ่กว่าวัย ผมเกล้ามัดหลวม ๆ ด้านหลัง
“มาก่อนเวลานึกว่าจะไม่มาเสียแล้ว” เธอว่า
“ไม่กล้าเบี้ยวนัดพี่หรอกครับ”
เธอหัวเราะ “เข้ามาสิ คุณพ่อคุณแม่นั่งรออยู่ในบ้านแล้ว”
คำว่า “รอ” ทำให้เขาตื่นเต้นหนักกว่าเดิม
ในบ้าน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ดี ๆ ที่เขาเคยเห็นแต่ในโฆษณา
คุณแม่ของปีใหม่เป็ผู้หญิงวัยกลางคน แต่งตัวดี หน้าตาสุภาพยิ้มให้เขาอย่างเป็มิตร
“นี่ยศค่ะ น้องรหัสปีหนึ่งของหนูที่เล่าให้ฟังวันก่อน”ปีใหม่แนะนำ
“อ้อ…” คุณแม่อมยิ้ม “คนที่ช่วยใหม่เื่งานกลุ่มบ่อย ๆใช่ไหมจ๊ะ”
“ก็…นิดหน่อยครับ” เขารีบพนมมือและโค้งตัวเล็กน้อย“สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า”
เขาหันไปทางคุณพ่อของปีใหม่ ผู้ชายที่ดูมีบุคลิกหนักแน่นใส่เสื้อเชิ้ตสีเข้ม นั่งอยู่ที่โซฟามุมห้อง ดูหนังข่าวธุรกิจในทีวีไปด้วย
“อืม เด็กเกษตร?” เขาถามสั้น ๆ
“ครับ คณะสังคมศาสตร์ครับ”
“ลูกทหาร?”
ชัยยศสะดุ้ง “ครับ พ่อเป็ทหารประจำการอยู่ที่ค่าย…”เขาเอ่ยชื่อค่ายที่อยู่
“ดี” น้ำเสียงคุณพ่อไม่ได้นุ่มแต่ก็ไม่แข็งดวงตาคมมองมาทางเขาอย่างประเมิน
“ผู้ชายที่โตมากับวินัย ถึงจะเอาตัวรอดได้ดีในสังคมจริง”
“พ่อนี่ ชอบทำคนอื่นเกร็งั้แ่คำทักทายแรกเลย” คุณแม่แซวบ้าง
บรรยากาศคลี่คลายลงเล็กน้อย
ตลอดมื้อเย็น คุณแม่ถามเขาเื่เรียน เื่ที่พักเื่เพื่อนร่วมคณะอย่างสุภาพ
“พักหอในมหาลัยหรือคะ”
“ผมเช่าห้องอยู่ด้านนอกครับ แถวประตูงามวงศ์วานค่าเช่าไม่สูงมาก”
“อยู่คนเดียว?”
“ครับ อยู่คนเดียว”
คุณแม่พยักหน้า
“ถ้ามีอะไรเดือดร้อนเื่ที่พัก บอกใหม่ได้นะจ๊ะเผื่อช่วยดูให้ได้บ้าง ลูกเพื่อนของแม่ก็เรียนแถวนั้นเยอะ”
เขารีบตอบ
“ขอบคุณมากครับ แต่ตอนนี้อยู่ได้ครับ ไม่ได้ลำบากอะไร”
คุณพ่อกินเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่ ก่อนจะถามขึ้นมาบ้าง
“คิดยังไงถึงเลือกสังคมศาสตร์”
“ผม…ชอบวิชาเกี่ยวกับคนครับ” เขาตอบอย่างที่เคยตอบใครต่อใคร“แล้วก็อยากทำงานราชการในอนาคต เลยมองว่าสายนี้เหมาะกับตัวเอง”
“ราชการ…” คุณพ่อทวน “มั่นคง แต่ไม่รวย”
เขาฝืดคอไปครู่หนึ่ง
“ครับ…ผมรู้ครับ”
“ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ” คุณแม่ช่วยทุเลาบรรยากาศ“คนเรามันไม่ได้ต้องรวยหมดทุกคนหรอก สำคัญที่อยู่ให้ดีในแบบของตัวเอง”
คุณพ่อยักไหล่เล็กน้อย “ก็ใช่ แต่ก็ควรคิดเผื่ออนาคตไว้บ้างจะทำอะไรก็อย่าเอาแค่ว่า ‘พอใช้ได้’ ต้องมองให้กว้างกว่านั้น”
ชัยยศรับฟังทุกคำ เหมือนคนกำลังเก็บข้อสอบจากคนออกข้อสอบจริง
ปีใหม่่นั้นแทบไม่ได้พูดอะไร แค่คอยมองเขาสลับกับพ่อแม่เหมือนกำลังจับตามองทุกท่าทีอย่างเงียบ ๆ
หลังอาหารเย็น คุณแม่ยกผลไม้มาเสิร์ฟ พร้อมพูดเอ่ยชวน
“เดี๋ยวไว้วันไหนว่าง ๆ ก็ชวนเพื่อนยศมาบ้านได้อีกนะจ๊ะบ้านเราก็ไม่ค่อยมีเด็ก ๆ มานั่งคุยเท่าไหร่แล้วเดี๋ยวนี้ใหม่ก็เอาแต่เรียนกับทำกิจกรรม”
“ครับ ขอบคุณมากครับ”
เขาตอบไปตามมารยาท แต่ในใจรู้ดีว่า—คนแบบเขาคงไม่มีวันชวนเพื่อนมาบ้านแบบนี้ได้ง่าย ๆ
โลกมันต่างกันเกินไป
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
ตอนเดินออกมาส่งเขาหน้าบ้าน
อากาศค่ำ ๆ เย็นสบาย
ไฟถนนส่องฟุตบาทหน้าบ้านให้เห็นเป็่
ปีใหม่เดินช้า ๆ ข้างเขา
“พ่อแม่พี่…ดุไหมครับ” เขาถามกล้า ๆ กลัว ๆ
“ก็แค่ชอบถามเยอะ” เธอถอนหายใจ “เขาชินกับการคุยแบบตรวจคนเข้าออกบริษัทน่ะ”
เขาหัวเราะแ่ ๆ
“ยศทำตัวดีแล้วนะ” เธอว่า “ไม่ได้พูดอะไรน่าเกลียดพ่อแม่พี่คงโอเค”
เขาชั่งใจ ก่อนถามในสิ่งที่ติดอยู่ในใจมาตลอดมื้อ
“พ่อแม่พี่…จะว่าอะไรไหมครับถ้ารู้ว่าเราไม่ได้เป็แค่พี่รหัส–น้องรหัสกัน”
ปีใหม่หยุดเดินไปชั่วขณะ
เธอมองหน้าบ้านตัวเอง แล้วค่อยหันมามองเขา
“ถ้าตอบตามตรง…” เธอสูดหายใจ “เขาคงไม่ชอบ”
หัวใจเขาหนักวูบ
“ทำไมครับ เพราะผมเป็ลูกทหาร?”
“ไม่ใช่เพราะลูกทหารหรอก” เธอส่ายหน้า “แต่เพราะเขาคาดหวังว่าพี่…จะต้องเลือกคู่ชีวิตที่‘อยู่ในระดับเดียวกัน’ มากกว่า”
คำว่า ‘ระดับเดียวกัน’ ทำให้เขารู้สึกเย็นไปทั้งตัว
“แล้วพี่ล่ะ คิดแบบนั้นไหม”
ปีใหม่มองหน้าเขานานกว่าปกติ ก่อนตอบช้า ๆ
“บางครั้งก็คิด…บางครั้งก็ไม่อยากคิด”
“หมายความว่าไงครับ”
“หมายความว่า…ตอนอยู่ต่อหน้าเขาพี่ก็ต้องเป็ลูกสาวที่อยู่ในกรอบที่เขาวางไว้ แต่ตอนอยู่กับยศพี่อยากเป็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เลือกเองได้ว่าชอบใคร อยากอยู่กับใคร”
เธอพูดเหมือนเื่ธรรมดา
แต่ในใจเขารู้สึกทั้งดีและเจ็บในคราวเดียว
ดี…เพราะเขาคือคนที่เธอเลือก
เจ็บ…เพราะการเลือกนี้อาจไม่มีวันเดินออกมาสู่วิถีชีวิตจริงของเธอได้
“งั้นผมก็เป็แค่…โลกอีกใบของพี่ใช่ไหมครับ”เขาหลุดถามออกไปอย่างไม่ทันคิด
ปีใหม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองเขาตรง ๆ
“แล้วอย่างนั้นมันไม่พอเหรอ ยศ”
เขาชะงัก
เธอพูดต่อ
“หลายคนอยากเป็ส่วนหนึ่งของโลกพี่ในแบบที่เขาจัดไว้บนโต๊ะกินข้าวแบบบ้านดี ฐานะดี วางรูปแต่งงานในห้องรับแขก”
“แต่ยศเป็คนเดียว…ที่ได้เห็นพี่ตอนไม่ต้องเก็บท่าทางไม่ต้องใส่หน้ากากอยู่หน้าบริษัทของพ่อ ตอนอยู่ในผับ ตอนนั่งคุยกันบนเตียงตอนด่าอาจารย์ในใจแล้วหัวเราะกันสองคน”
หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
“มันอาจจะไม่ใช่โลกหลักของพี่ในอนาคต” เธอพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา“แต่อย่างน้อย ตอนนี้ ยศคือคนที่อยู่ใกล้ที่สุดในโลกใบนี้ของพี่…เข้าใจไหม”
เขาก้มมองปลายรองเท้าตัวเอง รู้สึกเหมือนยืนอยู่ริมหน้าผา
ไม่รู้ว่าควรดีใจ
หรือควรถอยห่าง
สุดท้าย เขาทำได้แค่ตอบเบา ๆ
“เข้าใจครับ”
ปีใหม่ยกมือขึ้นแตะแขนเขาเบา ๆ
“โลกคนเราไม่ได้มีแค่ใบเดียวหรอกยศ” เธอว่า“พี่ไม่รู้ว่าตอนจบจะเป็แบบไหน แต่ตอนนี้…พี่เลือกให้ยศอยู่ตรงนี้แล้ว”
เขาเงยหน้าขึ้น
สบตาเธอ
เห็นความจริงจังชัดเจน
คืนนั้น…เขากลับห้องด้วยหัวใจที่หนักกว่าเดิม
หนักด้วยความผูกพันที่เพิ่มขึ้น
หนักด้วยความต่างที่เริ่มชัดเจน
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
หลายสัปดาห์หลังจากนั้น ความใกล้ชิดของเขากับปีใหม่ก็ยิ่งแแ่
เขารู้รสนิยมเพลงของเธอ
รู้ว่าเธอชอบกินผัดไทยร้านไหนหน้ามอ
รู้ว่าเธอเกลียดการประชุมยืดยาว
รู้ว่าเวลาเครียดเธอจะนั่งเงียบ ๆ เล่นปลายผมตัวเอง
เธอรู้ว่าเขาชอบกาแฟขมมากกว่าน้ำหวาน
รู้ว่าเขาตื่นง่ายถ้ามีเสียงรองเท้าลากพื้นหน้าห้อง
รู้ว่าเวลาเขาเครียด เขาจะหยิบสมุดขึ้นมาขีดเขียนอะไรไปเรื่อย
ยิ่งรู้จักกันมากเท่าไหร่
ช่องว่างระหว่างคำว่า “หลง” กับ “รัก” ก็ยิ่งเลือน
คืนหนึ่งในคอนโด ร่างเปลือยเปล่าของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังบดขยี้ริมฝีปากกันอย่างเมามัน
มือของหญิงสาวกำรูดแก่นกายของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน
ในขณะที่มือของชายหนุ่มคลึงเคล้าอยู่ที่ดอกบัวงามทั้งสองสลับกันไปมา
ผ่านไปซักพักหญิงสาวก็ผละออกจากปากของชายหนุ่มและเลื่อนตัวลงไปพร้อมรัวลิ้นที่ปลายแก่นกาย
สลับด้วยการรูดมันขึ้นลงด้วยเรียวปากงามทำเอาชายหนุ่มถึงกับสูดปากด้วยความเสียว
“เป็ยังไงมั่ง” หญิงสาวถาม
“เสียว..และรู้สึกดีมากครับ” ชายหนุ่มตอบเสียงกระเส่า
หญิงสาวอมยิ้มด้วยความพอใจแล้วก็หันไปจัดการกับแก่นแท่งนั้นต่ออย่างอ่อนโยน
เวลาผ่านไปเล็กน้อยจนชายหนุ่มจวนเจียนจะทนไม่ไหว เขารีบประคองร่างเปลือยของหญิงสาวให้นอนลงบนเตียง
ปากของเขางับดอกบัวข้างหนึ่งของหญิงสาวพร้อมรัวลิ้นลงไปที่ยอดบัวงามมืออีกข้างคลึงเคล้าอยู่บนดอกบัวอีกดอกหนึ่ง
หญิงสาวสูดปากด้วยความเสียวซ่านและแอ่นบัวงามคู่นั้นราวกับจะสู้ลิ้นและมือของชายหนุ่ม
ส่วนกลีบร่องด้านล่างนั้นก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำชุ่มฉ่ำที่ร่างกายหลั่งชโลมออกมา
“อูยยยยย...เสียวเหลือเกิน พี่ทนไม่ไหวแล้วช่วยพี่ที..” หญิงสาวครวญคราง
ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวที่ขมวดคิ้วแน่นพลางยิ้มเล็กน้อย “ได้เลยครับพี่”
พูดจบเขาก็ค่อย ๆจับสองขาของหญิงสาวให้กางออกเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ดันแก่นกายเข้าไปในโพรงที่เปียกชื้น
สายตาของชายหนุ่ม มองแก่นที่ค่อย ๆ ไหลเข้าไปในร่องงามอย่างไม่ยากนักแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความคับแน่น
เมื่อสุดทางเขาก็โน้มตัวลงทาบทับบนร่างของหญิงสาวเนื้อแนบเนื้อ มือหนึ่งคลึงดอกบัวงาม ปากก็ดูดเลียอีกดอกอย่างเมามันแขนยันกายไว้ไม่ให้น้ำหนักกดลงบนตัวซึ่งจะทำให้อึดอัด่ล่างขยับสาวเข้าออกเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว
หญิงสาวที่ถูกโจมตีทั้งท่อนบนและท่อนล่างพร้อมกันจนเกิดความเสียวซ่านสุดจะระงับจนต้องเปล่งเสียงคราง
“ซี๊ดดดดดดดด...เสียวเหลือเกินยศจ๋าพี่มีความสุขมากจริง ๆ “ เธอเสียงกระเส่าขาสองข้างกระหวัดรัดอยู่ที่เอวของชายหนุ่ม
ยิ่งได้ยินเช่นนั้นทำให้ชายหนุ่มยิ่งมีอารมณ์มากขึ้น เขาเริ่มโยกแก่นกายรัวเข้าออกในซอกหลีบอย่างหนักแน่นแต่อ่อนโยน
ไม่นานนักใบหน้าของหญิงสาวพลันขมวดคิ้วแน่นร่างกระตุกเกร็ง แขนสองข้างกอดรัดชายหนุ่มอย่างแแ่
“เร็ว ๆ แรง ๆ พี่จะเสร็จแล้ว......กรี๊ดดดดดด....พี่...สะ..สะ...เสร็จแล้ว”สิ้นเสียงก็เป็จังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มทะลักความเป็เป็ชายหลั่งไหลเข้าไปในร่องหลีบจนหญิงสาวรับรู้ได้ถึงแรงสั่นภายใน
จากนั้นร่างของเธอก็เริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดและแรงกอดรัดลงชายหนุ่มโน้มกายลงไปจูบริมฝีปากงามอย่างดูดดื่มแก่นกายยังคงตระหง่านอยู่ในร่องหลีบที่เอ่อล้นความเปียกชื้นไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงแต่อย่างใด
หลังจากความร้อนแรงซาไป เหลือแต่เสียงหายใจแ่ ๆ
ปีใหม่จะนอนตะแคง มองเขาแล้วถามเล่น ๆ
“ถ้าสมมุติ…อีกสิบปี ยศได้เป็ข้าราชการตามที่ฝัน มีเมีย มีลูก…”
ใจเขากระตุกทุกครั้งที่เธอพูดถึงอนาคตแบบนี้
“จะนึกถึงวันนี้ไหม”
เขาตอบไปครั้งหนึ่งว่า
“นึกสิครับ”
เธอหัวเราะ
“อย่าพูดเหมือนพรุ่งนี้จะไปแต่งกับคนอื่นสิ”
เขาหัวเราะตาม
แต่ลึก ๆ ในใจ เขารู้ดีว่าถึงแม้เขาจะไม่คิดไปไกลถึงขนาดนั้นตอนนี้
โลกของเขากับเธอ…ไม่แน่ว่าจะเดินไปในทิศเดียวกันได้จริง ๆ
เพราะแค่เื่ง่าย ๆ อย่าง “พาเธอไปเจอพ่อ”เขาก็ยังไม่กล้าคิดภาพให้ชัด
พ่อของเขา…กับพ่อของเธอ
โต๊ะกินข้าวของบ้านเขา…กับโต๊ะกินข้าวหรูในบ้านเธอ
ทุกอย่างต่างกันไปหมด
ยิ่งคิด เื่พานิ่มเข้ามาในสมการก็ยิ่งซับซ้อน
นิ่ม…สาวพยาบาลที่ก้มหน้าทำงานหนัก
ปีใหม่…สาวมหาลัยฐานะดีที่จับมือเขาพาเข้าโลกอีกด้าน
หากจะมีใครสักคนต้องเจ็บ
เขาเริ่มรู้สึกว่ามันคงไม่ใช่แค่คนเดียว
⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯
กลับมาที่ริมโขง
สายลมสาย ๆ พัดเอื่อย ๆ พาเสียงพูดคุยของนักท่องเที่ยวผ่านหน้าไป
ชัยยศยกมือแตะอกตัวเอง
ใต้กระดูกซี่โครงนั้น
ยังมีความรู้สึกค้างคาเต็มไปหมด
“ตอนนั้นฉันไม่เคยคิดเลย ว่าเื่แค่ ‘ไปกินข้าวบ้านพี่รหัส’จะลากไปไกลขนาดนี้…”
เขาหัวเราะแห้ง ๆ
เพราะั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา
ชื่อของปีใหม่…ก็ไม่ได้เป็แค่ชื่อบนแฟ้มเล็คเชอร์อีกต่อไป
แต่กลายเป็ชื่อที่สลักแน่นใน่วัยหนึ่งของหัวใจเขา
แบบที่—แม้หลังจากมีเมีย มีลูก เกษียณแล้ว
นั่งอยู่ริมโขงแบบวันนี้
แค่หลับตา…
เขาก็ยัง “เห็น” ผู้หญิงคนนั้นยืนมองเขาอยู่ตรงประตูบ้านสองชั้นในกรุงเทพชัดเจน
คนที่เดินอยู่ฟากฟ้า้า
ในขณะที่เขายืนมองจากพื้นล่าง
โดยที่ตอนนั้น…เขาบอกตัวเองว่าแค่เอื้อมมือสูงขึ้นอีกนิดก็คงแตะได้แล้ว
แต่ไม่มีใครบอกเขาเลยว่า
ฟ้าที่เห็นเหมือนกัน
ไม่ได้สูงเท่ากันทุกคน
— จบตอนที่ 6 —