ณ ภายในห้องผู้บริหาร เวลา 08:20 นาฬิกา
"เฮ้ย! / เชี่ย!" เพราะไม่คาดฝันว่าต้องมาเจอคนที่ด่าตัวเองเมื่อกี้ทำให้พวกเราต่างคนต่างใจึงเผลอร้องเสียงหลงออกมาพร้อมๆกันขณะยกนิ้วชี้หน้าของกันและกันอย่างไม่เชื่อสายตา คุณลุงที่เป็ฝ่ายมึนงงมากที่สุดเอ่ยปากถามออกมาขณะมองหน้าพวกเราสองคน
"รู้จักกันเหรอ?"
"ก็หมอนี่แหละที่ทำให้ผมเสียเวลา เดินข้ามถนนไม่ดูทางจนเกือบทำให้ผมจูบปูนแล้ว (-*-)"
"นายก็ขับรถเร็วเกินไปทั้งที่ไฟยังไม่เขียวเลยนะ ขอโทษก็พูดไปตั้งหลายรอบแล้วยังจะเอาอะไรอีก (-_-)"
"จังหวะนั้นเป็ใครก็คิดว่าต้องเขียวแน่ๆก็ต้องรีบไปเป็ธรรมดา มึงนั่นแหละมัวแต่เล่นโทรศัพท์ไม่มองทางเลย (-*-)"
"แต่นายก็ควรห่วงคนข้ามถนนบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ตัวเองอย่างเดียว ไม่มีน้ำใจเอาซะเลย (-_-)"
"ฮะ!! พูดงี้อยากมีเื่ปะวะ! (-*-)"
"อะๆๆพอก่อนๆ เื่ที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไปเถอะ ยังไงพวกนายก็ต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว สนิทกันไว้เถอะ"
"ทำงานร่วมกัน? / ทำงานกับใครนะ!"
"ก็ที่เรียกมาวันนี้ก็เพื่อจะบอกเกี่ยวกับหน้าที่งานของพวกนายนี่แหละ มาๆนั่งลง" คุณลุงกวักมือเรียกให้พวกเรานั่งประจำที่ก่อนจะลุกขึ้นไปหาเอกสารในกอง ผมค่อยๆเหลือบมองคนข้างๆที่ยืนกอดอกชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมา เขาก็คงไม่พอใจเหมือนกันที่รับรู้ว่าต้องมาทำงานกับคนที่ตัวเองเคยมีปัญหาด้วย เฮ้อ...แต่งานก็คืองาน ผมจะมองข้ามเื่นั้นไปแล้วกัน เมื่อคิดได้แบบนั้นจึงตัดสินใจนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่แต่ก็ถูกฝ่ามือดึงคอเสื้อจากด้านหลังโดยฝีมือของเ้าคนปากร้ายนั่นเอง
"เดี๋ยว! นี่จะนั่งจริงดิ!"
"ก็ใช่ไง คำสั่งท่านประธานก็ต้องนั่งสิ"
"แต่พวกเราต้องทำงานร่วมกันนะเว้ย! มึงไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง"
"ก็ไม่พอใจเหมือนกันแหละ"
"เห็นมั้ย! แล้วจะนั่งทำไมเล่า!"
"แต่งานก็คืองาน เื่ส่วนตัวก็คือเื่ส่วนตัว ต้องแยกแยะให้ออกถึงจะเป็มืออาชีพ"
"นะ นี่จงใจประชดกันใช่มั้ย!"
"เปล่า ก็พูดไปงั้นแหละ" ผมพยายามพูดบ่ายเบี่ยงหลังจากที่เ้าคนปากร้ายเกิดความสงสัยขึ้นมา แต่จริงๆผมพูดประชดเขานั่นแหละ ก็หมอนี่ไม่ยอมนั่งแสดงว่าไม่เป็มืออาชีพ ยังไงซะหน้าที่การงานก็ต้องมาก่อนอยู่แล้ว
"เหอะ! ไม่รู้ด้วยแล้ว (-*-)" เขายอมนั่งลงด้วยในที่สุดก่อนที่คุณลุงจะเดินกลับมาพอดีพร้อมยื่นเอกสารกองใหญ่วางไว้ตรงหน้าของพวกเรา
"ก่อนจะเริ่มงานช่วยแนะนำตัวเองให้ฟังหน่อยสิ (^^)"
"มัตสึโตะ เคย์ อายุ 24 ปี เคยทำงานหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับงานสีเทา ทั้งขายอาวุธ ส่งยา คนทวงหนี้ รับจ้าง และอื่นๆอีกมากมาย มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ครับ" ผมเบิกตาโพลงหลังได้ยินอายุของเ้าคนปากร้าย อายุไล่เลี่ยกันเลยนี่หว่าแต่ทำไมไม่รู้สึกแบบนั้นเลย เหมือนหมอนี่พึ่งสิบสองขวบและเป็เด็กหัวเกรียนด่าเพื่อนร่วมห้องไปวันๆอย่างงั้นแหละ ไหนจะอาชีพเก่าของเขาที่ดูอันตรายอย่างบอกไม่ถูก คิดถูกคิดผิดที่เลือกทำงานกับเขาวะเนี่ย
"ทางนี้ละ?"
"สวัสดีครับ ผม ฮาจิมะ โคตะ อายุ 25 ปี เคยทำงานเป็เซลล์มาก่อน สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ครับ"
"อืม จากหน้าที่การงานของพวกนายก็ตรงตามที่ฉันหาเหมือนกัน ขออธิบายก่อน บริษัทสุมิโตะกรุ๊ปทำธุรกิจเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาจัดการปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเื่เล็กหรือเื่ใหญ่ก็สามารถจัดการได้ ซึ่งปกติคำขอที่รับจะเป็พวกปัญหาด้านการเงิน ขาดสภาพคล่อง ปัญหาพวกนี้แก้ได้ด้วยเงินได้แต่่นี้ฉันมีไอเดียอยากขยายรับคำขอมากขึ้นแต่ขาดตำแหน่งคนเจรจากับคนลงพื้นที่ ฝ่ายที่ฉันกำลังสร้างอยู่ก็คือฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์กับฝ่ายปฏิบัติการ สองหน้าที่นี้ต้องทำงานร่วมกัน คนหนึ่งคอยพูดคุยเจรจากับลูกค้าส่วนอีกคนลงพื้นที่คอยจัดการปัญหาที่ลูกค้าไหว้วาน ดังนั้นพวกนายทั้งสองคนต้องร่วมงานกันและคอยช่วยเหลือกันเท่าที่จะทำได้ เข้าใจที่พูดมั้ย?"
"เข้าใจครับ" ผมพยักหน้ารับอย่างตั้งใจขณะที่อีกคนเอาแต่นั่งกอดอกชักสีหน้าไม่พอใจตลอดเวลา ก็นะ...ในเมื่อเป็แบบนี้ผมกับเขาก็ต้องร่วมมือทำงานให้สำเร็จ แรกๆอาจจะมีปัญหาเล็กน้อยแต่พออยู่ไปนานๆอาจทำให้ควาทสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงานดีขึ้นก็เป็ได้
"ถ้างั้นจะมอบงานแรกให้เลยแล้วกัน เดี๋ยวจะมีทีมงานมาสอน ตั้งใจฟังและเริ่มปฏิบัติได้เลยนะ"
"รับทราบครับ" ผมขานรับอย่างว่าง่ายขณะมองตามแผ่นหลังของคุณลุงเดินไปหาเหล่ารุ่นพี่ที่ยืนรอต้อนรับอยู่ข้างนอกห้องอย่างพร้อมเพรียงกัน ผมรู้สึกประทับใจอย่างมากที่เขาเอาใจใส่เด็กใหม่ขนาดนี้ แตกต่างจากเ้าเคย์ที่ไม่มีสีหน้าทางอารมณ์แม้แต่น้อย เขาเอาแต่เท้าคางมองไปยังเหล่ารุ่นพี่ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย จึงเข้าไปสะกิดเขาด้วยความหวังดีเพราะไม่อยากให้เขาโดนมองแรง
"อย่ามองรุ่นพี่แบบนั้นสิ เดี๋ยวก็โดนดุเอาหรอก"
"กะอีแค่มองคงไม่ตายหรอก (-*-)"
"แต่นายก็ไม่ควรจ้องจะกินหัวเขาแบบนั้น ถ้าจะมองก็ต้องยิ้มด้วยสิ รุ่นพี่จะได้ชอบไง (^_^)"
"ทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร? เสียเวลาชะมัด คุยให้มันจบๆจะได้เริ่มงานสักที"
"แต่--"
"พวกนายคือพนักงานใหม่สินะ" ผมกำลังอ้าปากเถียงอีกฝ่ายจู่ๆก็มีรุ่นพี่เดินเข้ามาขัดจังหวะพอดี บทสนทนาชวนหัวปวดจึงจบลงแค่นั้นก่อนจะหันมาสนใจคนตรงหน้าแทน
"ครับ / อ่า"
"ท่านประธานบอกมาแล้ว เดี๋ยวพวกเราจะสอนการทำงานให้ทุกขั้นตอน ตามมาทางนี้เลย"
กึก
"หืม?" ในระหว่างที่ผมกำลังจะลุกขึ้นก็เป็จังหวะเดียวกับที่เคย์เดินมาขวางทางพอดี เขาปราดสายตามองอย่างมีเลศนัยก่อนจะพูดในสิ่งที่ตนคิดออกมา
"เออ! แล้วก็พวกเราไม่ต้องมาสนิทกันมากนะ มันน่ารำคาญ ทำงานเสร็จต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้านดีกว่า"
"อืม เข้าใจแล้ว"
"แค่นั้น" เคย์พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นพร้อมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงตามหลังรุ่นพี่เพื่อให้เขาสอนงานแต่โดยดี ผมจึงเดินไปหาคนสอนงานบ้างพลางมองตามหลังเ้าคนใจร้อนด้วยความเป็ห่วง หมอนี่คงไม่มีเพื่อนแน่ๆเลย จะอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหนกันเชียว เฮ้อ...
.
.
.