โคโรนาซอมบี้

    บทที่ 13

    อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ได้ไกลกันมากนัก กลุ่มคนจำนวน 5 คน พวกเขาต่างก็ต้องเอาชีวิตรอดจากหายนะนี้เหมือนกับกลุ่มอื่นๆ หัวหน้าหรือผู้นำกลุ่มนี้มีชื่อว่า ‘นนท์’ เขาเป็นนักศึกษาชั้นเรียนปีที่สี่ ก่อนวันที่เกิดเรื่องขึ้นนั้น เขาได้จัดปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานที่เขาได้ฝึกงานด้วย สุดท้ายในคืนนั้นเขาก็ได้หลงตัวไปมีอะไรกับรุ่นพี่ที่คอยดูแลเขาในการทำงาน จากงานปาร์ตี้เมื่อคืนวาน จนมาถึงตอนนี้สมาชิกที่มากกว่า 15 คน ต่างก็ตกตายกันไปจนเหลือเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น“นนท์ อาหารของเราจะหมดแล้ว .. เราควรทำอย่างไรดี..” รุ่นพี่สาวคนนี้มีชื่อว่า ‘ส้ม’ และดูเหมือนว่าเธอจะหลงรักนนท์เข้าให้เต็มเปาแล้ว ถึงผู้หญิงอีกสามคนที่อยู่ด้วยในตอนนี้จะเป็นผู้หญิงของเขาเหมือนกัน แต่โลกที่เป็นอย่างนี้ไปแล้ว พวกเธอก็คงจะเอาชีวิตรอดได้ยากหากไม่มีเพศชายคอยปกป้อง“..เราจะต้องเสี่ยงออกไปที่ซุปเปอร์มาเก็ตอีกครั้งแล้วล่ะ ..แต่ปัญหาคือผมไม่สามารถไปคนเดียวได้ พี่กิ๊ฟก็บาดเจ็บที่ขา พี่มิ้นก็ลูกคุณหนูไม่ยอมทำอะไรเลย พี่นิชาก็อ่อนแอขี้กลัวไม่เข้าเรื่อง วิกฤติอย่างนี้แล้วยังจะมีใครไม่ดิ้นลนกันอีกบ้าง ที่หวังพึ่งได้ก็มีแต่พี่นี่แหละ พี่ส้ม..” นนท์กล่าวออกมาอย่างทุกข์ใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ผู้ชายหลายคนต่างก็อิจฉาตาร้อนที่ได้สาวงามหลายคนมาอยู่ข้างกาย แต่ความจริงแล้วที่มันผ่านมาหลายวัน เขาก็ยิ่งลำบากมากขึ้น พี่ๆที่ร่วมงานด้วยหลายคนก็ต่างกลายเป็นซอมบี้กันหมดแล้ว“นนท์ พี่ว่าเราควรทิ้งพวกเธอไว้ที่นี่ดีกว่า ถ้าเรายังต้องออกหาอาหารแล้วให้พวกเธอทานอย่างเดียวโดยที่ไม่ออกแรงอะไรเลย มันก็ยิ่งจะเป็นภาระเรามากขึ้น พี่น่ะจะไปที่ไหนก็ได้ ขอแค่ไปกับนนท์ก็พอแล้ว พี่จะไม่เป็นตัวถ่วงให้นนท์แน่นอนจ้ะพี่สัญญา..” ส้มกล่าวออกมา มันเป็นข้อพิสูจน์มาหลายวันแล้ว ถึงนนท์จะไม่ได้รักเธอ เหมือนกับตอนแรกที่เธอก็ไม่ได้รักนนท์เช่นกันก็เถอะ แต่เขาออกหน้าปกป้องเธอมาตลอด ทำให้ความรักระหว่างชายหญิงมันเกิดขึ้นในนรกอย่างนี้ และเธอก็แน่ใจว่านนท์เองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกับเธอ“ได้ยังไงกันล่ะครับพี่ส้ม ยังไงผมก็เป็นผู้ชายนะครับ ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ... แต่ถ้ามันไม่มีทางเลือกจริงๆ ผมก็คงจะต้องทำอย่างนั้น โลกนี้มันไร้ซึ่งความยุติธรรมตั้งแต่มีเจ้าพวกซอมบี้นี้มาแล้ว.. เอาเป็นว่าเราทำได้เท่าที่เราไหวก่อนดีไหมครับ บางทีเราอาจจะหาหนทางอื่นๆได้..” นนท์กล่าวออกมาอย่างใจเย็น ส้มเองก็ไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนักที่นนท์ตัดสินใจทำอย่างนี้ แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร นนท์อยากให้เป็นแบบไหนเธอก็แค่ต้องสนับสนุนเขาเพียงเท่านั้น ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังวางแผนที่จะหาเสบียงเพิ่มอยู่นั้นเอง กลุ่มทหารติดอาวุธกลุ่มหนึ่งก็ได้เดินเข้ามาภายในอาคาร พวกเขาใช้ที่เก็บเสียงยิงใส่พวกซอมบี้ที่พบเห็นทันทีอย่างไร้ความปราณี ภารกิจของพวกเขาคือ จะต้องทำการช่วยเหลือลูกสาวของท่านนายพล และหากดูจากสายรัดตรวจตำแหน่งชีพจรแล้วล่ะก็ เธอยังมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน พวกเขามากันทั้งหมด 11 คน“ชั้นหนึ่งเคลียร์.. ห้องทางขวาเคลียร์...” เสียงตอบรายงานดังมาทางหูฟังของหัวหน้าหน่วย อาคารนี้มีทั้งหมดสามชั้น กว่าที่พวกเขาจะเดินทางมาถึง ก็ต้องเสียกระสุนไปไม่น้อย ไหนจะต้องคอยเคลียร์ถนนเพื่อที่จะได้เดินทางกลับไปยังศูนย์อพยพให้รวดเร็วที่สุด ถ้าเป็นไปได้พวกเขาจะเดินทางกันในตอนกลางวันเท่านั้น นั่นก็หมายความว่าหลังจากพบเป้าหมายแล้ว พวกเขาจะต้องพักที่นี่หนึ่งคืน และออกเดินทางด้วยรถหุ้มเกราะในตอนเช้า“ยืนยันตำแหน่งสถานที่แห่งนี้ไม่ผิด ..ปิดประตูหน้า หาตัวเป้าหมายแบบปูพรม..” หัวหน้าหน่วยกล่าวคำสั่ง ลูกน้องในหน่วยก็ต่างทำหน้าที่ของใครของมันในทันทีตามแผนที่ได้วางกันเอาไว้ แน่นอนว่าพวกเขาก็ต้องใช้เวลาเล็กน้อย จนชั้นที่สองไม่มีซอมบี้เหลืออยู่แล้ว และเหลือเพียงชั้นสุดท้ายเท่านั้น“..เหลือแค่เพียงชั้นสามชั้นสุดท้าย.. เร็วหน่อยทุกคนจะได้พักกัน แล้วก็อย่าประมาทไปล่ะ อย่าลืมถ้าใครคนใดคนหนึ่งถูกกัดจะกลายเป็นพวกมัน..” หัวหน้าหน่วยกล่าวกับทหารทุกคน แน่นอนว่าพวกเขาต่างก็เชื่อฟัง จนเริ่มเคลียร์ห้องไปทีละห้องเหมือนที่เคยทำ จนในที่สุดก็เดินทางมาถึงห้องสุดท้ายของชั้นนี้ ทหารเปิดประตูเข้ามามันทำให้คนที่อยู่ภายในถึงกับตกอกตกใจ“หยุด!! ถ้ายังเป็นคนอยู่ก็มอบลงกับพื้นเดี๋ยวนี้!! ไม่อย่างนั้นพวกเราจะยิง...” ทหารคนหนึ่งกล่าวออกมา พวกเขาไม่ลืมว่าภารกิจคือการช่วยเหลือคน ถ้าพวกเขายิงทุกอย่างที่เห็นเลย มันอาจจะพลาดไปโดนคนที่เขาจะมาช่วยเหลือก็เป็นไปได้ ดังนั้นในชั้นนี้พวกเขาจะเอ่ยถามก่อนทุกครั้ง“..พวกนายเป็นใคร ต้องการอะไร..” นนท์กล่าวถามออกมา เพราะในสถานการณ์อย่างนี้ มันก็ไว้ใจใครที่เพิ่งจะมาใหม่ไม่ค่อยจะได้ สาวๆที่เห็นทหารหลายคนเดินเข้ามาก็ขมวดคิ้ว แต่ผิดกับมิ้นที่ยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจ“พวกนายคือทหารที่พ่อฉันส่งมาใช่ไหม..” หัวหน้าหน่วยมองไปยังผู้หญิงคนที่กล่าวในขณะที่เดินเข้าห้องมา เมื่อเขามองเห็นใบหน้าที่ชัดเจนของเป้าหมายแล้ว เขาก็ก้มหัวลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น“มารับแล้วครับคุณหนู.. ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ..” เมื่อชายหัวหน้ากลุ่มกล่าว มิ้นที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มมากกว่าเดิม เพราะคนตรงหน้านี้คือมือขวาของพ่อเธอ และยังเป็นพ่อบ้านประจำบ้านของเธออีกด้วย “ดีเลยลุงปอ หนูอยากออกไปจากที่นี่จะแย่ละ .. พวกเรารีบไปกันเถอะค่ะ..” เมื่อลุงปอได้ยินอย่างนั้นพร้อมกับมองไปรอบๆ เขาก็ได้เชิญตัวของคุณหนูออกมาคุยเป็นการส่วนตัว แม้ว่าตัวของมิ้นจะงงๆอยู่ก็ตาม แต่เธอก็เลือกที่จะเดินไปยังนอกห้องตามพ่อบ้านของเธอไป“มีอะไรอย่างนั้นเหรอคะลุงปอ ถึงได้ออกมาคุยกันข้างนอกอย่างนี้..” มิ้นกล่าวถามออกไป“เห้อ..ผมจะพูดอย่างไรดีล่ะครับ ..อื้ม ก่อนอื่นก็ต้องเริ่มจาก คุณหนูทราบใช่ไหมครับว่าตอนนี้ทั่วทั้งโลกมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว คุณหนูต้องเข้าใจว่าเราไม่สามารถพาคนทั้งหมดกลับไปได้ อย่างมากก็แค่สามคนเท่านั้น ทรัพยากรกระสุน น้ำมันมันมีเหลือใช้อย่างจัดกัดแล้วนะครับคุณหนู..” ลุงปอกล่าวออกมาอย่างเศร้าๆที่พวกเขาต้องตัดสินใจทิ้งเพื่อนของคุณหนูเอาไว้ที่นี่“เป็นอย่างนั้นก็ดีเหมือนกันค่ะ หนูจะพาคนที่เจ็บข้อเท้ากับคนที่นั่งกลัวอยู่มุมห้องกลับไปด้วย ส่วนผู้ชายกับผู้หญิงที่ถืออาวุธนั้นทิ้งเข้าไว้ที่นี่เถอะค่ะ พวกเขาต้องการจะทิ้งพวกเราสามคนก่อน พวกเขาคิดว่าตัวเองเก่ง และอยากจะกำจัดคนที่อ่อนแอ ถ้าเก่งนักก็เดินทางไปกันเลยซิ.. อยากรู้เหมือนกันว่ายังจะมีชีวิตรอดกลับไปอีกไหม..” มิ้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูโมโหไม่น้อย สิ่งที่ทั้งสองคุยกันนั้นไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้ยิน เพียงแต่พอได้ยินมาแล้วก็รู้สึกเสียใจนิดๆที่พวกเขาทั้งสองต้องการจะทิ้งเธอเอาไว้ให้ตายที่นี่“ได้ครับคุณหนู.. คืนนี้เราจะพักกันที่นี่ก่อน เดินทางตอนกลางคืนมันอันตราย ตอนเช้าเราจะออกเดินทางในทันที คุณหนูไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะวางยาสลบกับทั้งสองเอง พอตื่นมาพวกเราก็หายไปแล้วล่ะครับ..” ลุงปอกล่าวออกมาพร้อมกับก้มศีรษะเล็กน้อย จากนั้นเขาก็กลับไปสั่งลูกน้องของตัวเองต่อไป อาหารถูกแบ่งให้กับคนทั้ง 5 คนที่เป็นผู้รอดชีวิต โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าในอาหารนั้นมียาสลบอยู่ เมื่อทุกคนหลับลงไป ลุงปอก็หันมาคุยกับคุณหนูของเขาต่อ“ทุกอย่างเรียบร้อยครับคุณหนู ยาตัวนี้มีคุณภาพที่ดีเยี่ยม อย่างน้อยๆก็เกือบหนึ่งวันกว่าจะตื่นขึ้นมาครับ..” ลุงปอวางยาไปทั้งสี่คน รวมถึงหญิงสองคนที่พวกเขาจะพาไปด้วย เพราะจากลักษณะแล้วถ้าเป็นคนขี้กลัว และถ้าพบเห็นซอมบี้ขึ้นมา อาจจะกรี๊ดเรียกพวกมันมาเพิ่มได้ การทำให้หลับแล้วอุ้มไปน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว มิ้นที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าอย่างพอใจก่อนที่จะหลับพักผ่อนไป