ตอนที่ 2 ภาคจุดกำเนิดก่อเกิดรัก (7)
เหลียนเชวี่ยไม่รู้ว่าหนานิจวินคิดอะไรอยู่ ถึงขั้นไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ลูบคลำมันเหมือนปกติ หากแต่กำลังตรวจสอบร่างกายให้มัน มันรู้สึกเพียงถูกลูบคลำอย่างสบายตัว ยังคิดอยากให้หนานิจวินลูบไล้มันเพิ่มขึ้นอีกด้วยซ้ำ
น่าเสียดายหลังจากที่หนานิจวินตรวจสอบเสร็จกลับไม่ได้อะไรเลย จึงไม่ ‘ลูบคลำ’ เหลียนเชวี่ยอีกแล้ว เ้านกน้อยมักอยากให้หนานิจวินลูบไล้มันอีก ตอนอยู่เฉยไม่มีอะไรทำก็เขยิบเข้าใกล้มือหนานิจวินอ้อนให้ลูบไล้ แต่เขาไม่ไว้หน้าสักนิด ไม่เพียงไม่ลูบไล้มันซ้ำยังเข้มงวดกับมันเป็พิเศษ เขาสั่งให้มัน ‘ท่อง’ เคล็ดจิตหลอมพลังิญญาสู่ภายในหนึ่งจบทุกวัน แม้จะฟังไม่ออกสักนิดว่ามันกำลังบ่นอะไรก็ตาม
เคล็ดจิตหลอมพลังิญญาสู่ภายในนี้ไม่เหมือนคัมภีร์หฤทัยสูตรสักหน่อย อ่านหลายรอบแค่ไหนก็ไม่มีทางเกิดประโยชน์มากกว่านี้อีกแล้ว เหลียนเชวี่ยไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนต้องอ่านสิ่งที่ท่องจำได้นานแล้วนี่อีก หนำซ้ำพอได้ท่องเป็ต้องพล่ามยาวครึ่งชั่วยาม เหตุใดหนานิจวินไม่ติว่าหนวกหูแล้วเล่า
ต่อให้หนานิจวินไม่ติว่าหนวกหู แต่เหลียนเชวี่ยติว่าเหนื่อยนี่นา เหลียนเชวี่ยไม่อยากอ่าน แต่พอมันไม่อ่าน หนานิจวินก็ไม่ให้มันไปไหน ร่ายคาถาสะกดให้มันอยู่หน้าตำรา
ถูกบังคับให้ท่องอยู่หลายวัน เหลียนเชวี่ยคับใจอย่างยิ่ง ะโใส่หนังสือไม่หยุดว่า ‘เสิ่นอี้ชิงเ้าคนชั่ว’
พอะโหลายๆ ครั้งเข้าหนานิจวินดันสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงสะกดเหลียนเชวี่ยเพิ่มอีกครึ่งชั่วยาม
เหลียนเชวี่ยเปลี่ยนเป็อ่านหนึ่งวรรคด่าหนึ่งท่อน เนื้อหาที่ด่าแต่ละวรรคก็พยายามด่าให้แตกต่างกันหน่อย
ยืดเยื้อเช่นนี้นานสองเดือน หนานิจวินจึงแน่ใจว่านกตัวนี้ไม่ใช่ว่าไม่ได้บำเพ็ญเพียร การอ่านเคล็ดจิตหลอมพลังิญญาสู่ภายในไม่มีประโยชน์อะไร เขาถอนหายใจแล้วไม่บังคับเหลียนเชวี่ยอีก
เหลียนเชวี่ยกำลังโกรธ แต่เมื่อสังเกตเห็นหนานิจวินถอนหายใจแบบไม่เคยเป็มาก่อนมันก็ลืมโมโหไปเสียสนิท ตรงข้ามกลับเศร้าใจอยู่บ้าง ราวกับว่าตนทำเื่อะไรที่ผิดต่อหนานิจวิน แต่คิดนานค่อนวันก็คิดไม่ออกว่าตนทำผิดอะไรกันแน่ เ้าสมองโง่ๆ นี่ช่างกลุ้มใจจะแย่จริงๆ
แต่ไม่ได้กลุ้มใจนานนัก จู่ๆ เหลียนเชวี่ยก็เปลี่ยนเป็ร่างมนุษย์แล้ว
เหลียนเชวี่ยคิดว่าตนเองคงต้องหัดพูดให้ได้เสียก่อนจึงจะบำเพ็ญเพียรจนมีร่างมนุษย์ได้ แต่วันนั้นยามที่นั่งสมาธิเป็เพื่อนหนานิจวินจู่ๆ ก็พบว่าตนดูเหมือนเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว ตีปีกเบาๆ สองหนจู่ๆ ก็ไม่มีปีกเสียแล้ว ขณะที่กลัวว่าตนจะเอียงล้มลงกับพื้นก็มีขายาวๆ งอกออกมา
หนานิจวินััถึงปรากฏการณ์ผิดแปลก เขาลืมตาขึ้นก็มองเห็นเหลียนเชวี่ยยืนอยู่ตรงหน้าตนในสภาพเปลือยเปล่า
เหลียนเชวี่ยมองดูร่างกายของตนก็รู้สึกดีใจสุดขีดทันควัน ร้องะโอย่างฮึกเหิม “เสิ่นอี้ชิง ท่านดูสิ! ข้าเปลี่ยนร่างมนุษย์แล้ว!”
ได้ยินคำว่า ‘เสิ่นอี้ชิง’ หนานิจวินเผยอาการใออกมาอย่างหาพบได้ยาก เหลียนเชวี่ยก็พลอยใมากตามไปด้วย...ตนพูดได้แล้วหรือ
“เ้ารู้จักชื่อแซ่ของข้าหรือ” หนานิจวินถาม
พอถูกหนานิจวินถามเช่นนี้เหลียนเชวี่ยก็ร้อนตัวขึ้นมา...หนานิจวินสังหารจอมมารด้วยมือตนเอง ด้วยเหตุนี้ผู้คนล้วนเคารพยกย่องเขา แม้แต่อาจารย์ของเขายังเรียกเขาว่า ‘หนานิจวิน’ เหลียนเชวี่ยถือวิสาสะคิดว่าไม่มีใครฟังสิ่งที่ตนพูดรู้เื่ จึงกล้าเรียกชื่อพร้อมแซ่ของหนานิจวินตอนที่อ่านเคล็ดจิต ใครจะรู้ว่าที่ผ่านมาพูดไม่ได้เป็เพราะปากนกนั่นของตน เมื่อกลายร่างเป็คนจู่ๆ กลับถูกคนฟังรู้เื่ ซ้ำยังพูดออกมาต่อหน้าเ้าตัว ช่างเสียมารยาทจริงๆ
หนานิจวินกลับไม่ได้คิดว่าเสียมารยาท แต่กระจ่างขึ้นมาบ้างแล้ว หลังบรรลุเซียนแม้จะล่วงรู้เื่ราวในอดีตชาติ ทว่าก็เลือนรางเหมือนมองเงาจันทร์บนผิวน้ำ แต่เมื่อคำว่า ‘เสิ่นอี้ชิง’ ดังขึ้น จู่ๆ หนานิจวินก็นึกถึงวันเวลาที่ไร้เดียงสาตรงไปตรงมา ไร้ทุกข์ไร้กังวลเ่าั้ในสมัยเด็กได้อย่างชัดเจน สภาพจิตใจที่นิ่งสงบดุจสายน้ำนับพันปีค่อยๆ เกิดระลอกคลื่นไหวกระเพื่อม
เหตุใดจู่ๆ จึงมีความคิดอ่านของมนุษย์ปุถุชนได้เล่า หรือว่านกปีกเพลิงเทาตัวนี้เป็เพื่อนเก่ากลับชาติมาเกิด หนานิจวินมองสำรวจคนตรงหน้าโดยละเอียด รูปร่างเล็กผอม ผิวขาวเนียน ดวงตายาวรี ริมฝีปากเอิบอิ่ม แม้จะเป็ร่างมนุษย์แต่ก็สามารถมองเห็นเค้าโครงของร่างเดิมได้ เป็นกเสียงดังหนวกหูตัวนั้นชัดๆ ไม่ใช่คนในอดีต
แม้ว่าเหลียนเชวี่ยจะเป็นกตัวหนึ่ง แต่ก็เป็นกที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางหมู่คนมายาวนาน ถูกหนานิจวินจ้องมองโดยที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าทำให้เขารู้สึกเขินอายสุดขีด กอดขาสองข้างนั่งอยู่บนพื้นด้วยอาการใบหูแดงก่ำ พลางเอ่ยพูดอย่างน่าสงสารจับใจ “รอสักครู่หนานิจวินค่อยถามไล่เรียงเื่ที่ข้าเรียกชื่อของท่านทีหลัง เอาเสื้อผ้ามาให้ข้าใส่ก่อนได้หรือไม่”
หนานิจวินหยิบชุดคลุมตัวหนึ่งมาให้เหลียนเชวี่ย อีกฝ่ายสวมมั่วๆ พบว่าชุดคลุมตัวนี้ใหญ่มากจริงๆ หากไม่ใช้มือกุมเนื้อผ้าบริเวณไหล่ก็จะลื่นหลุดลงมา ชายชุดคลุมก็ไหลมากองกันอยู่บนพื้น เหลียนเชวี่ยเคลื่อนตัวมาหยุดตรงหน้าหนานิจวินแล้วยืดตัวตรงจึงพบว่าศีรษะของตนสูงเท่าไหล่ของหนานิจวินเท่านั้น