เช้าวันรุ่งขึ้น ทรรศนัยรู้สึกสดชื่นที่เขาได้กลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง และวันนี้เขาตั้งใจว่าจะคุยกับรัตน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่โรงแรมใกล้บ้านเพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องเข้าใจนายหัวผิด
พอทรรศเดินไปนั่งทานข้าวกับลุง อา และน้องชาย เขาก็มองหาผู้ที่หายไป เมื่อไม่เห็นน้องสาวก็เลยหันไปถามแม่บ้าน
“รัตน์ไปไหนครับ ป้าอิ่ม” ทรรศนัยถามแม่บ้าน
“เอ่อ ป้าไม่รู้ค่ะ เห็นถือกระเป๋าเดินทางออกไปตั้งแต่ตีสี่แล้ว” แม่บ้านรายงาน
“เห็นบอกว่า จะไปคัดเลือกนางแบบโฆษณารังนกในเรือสำราญที่สุราษฎร์ธานีครับพี่ทรรศ” ยศวินทร์รายงานบ้าง
“แย่แล้ว ยังไม่ได้คุยเรื่องนั้นเลย” ทรรศนัยอยากจะโทรคุยกับน้องแต่กลัวว่าแถวทะเลไม่มีคลื่น
“ไว้รอน้องกลับมาก่อนสิ ทรรศ” อาศรีพรรณแนะนำ
“คงต้องเป็นอย่างนั้นครับ”
วันนี้ทรรศทานข้าวเสร็จก็รีบติดต่อหาเพื่อนนักสืบที่อยู่เชียงใหม่เพื่อตามหาที่อยู่ของนายเทิด ก่อนที่เขาจะออกไปทำงานที่บริษัทของลุงสุทัศน์ในฐานะรองประธานบริษัท
****************************
ณ สถาบันวิจัยพิษวิทยา
ภัทรถูกหัวหน้าเรียกมาคุยเป็นการส่วนตัว
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ภัทรสงสัย
“ดูคลิปนี่สิ” หัวหน้าเปิดคลิปในมือถือให้ภัทรดู
ภัทรรับมือถือมาดูก็พบว่ามันเป็นคลิปสนทนาระหว่างเธอกับภรรยาสารวัตรคมสันเลยถามว่า “คุณได้คลิปนี้มายังไงคะ”
“มีคนแอบถ่ายและปล่อยคลิปน่ะสิ” หัวหน้ากล่าว
“ฉันกับสารวัตรไม่ได้มีอะไรกันนะคะ ภรรยาพี่คมสันเข้าใจฉันผิด” ภัทรพยายามแก้ตัว
“ถึงฉันเชื่อเธอ แต่ปากชาวบ้านอ่ะนะ คงห้ามไม่ได้หรอก” หัวหน้าไม่อยากให้ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้
“เอ่อ แล้วจะไล่ฉันออกหรอคะ” ภัทรเริ่มกลัว
“เปล่า ฉันอยากให้เรื่องคลิปนั่นมันซาไปเอง แต่ในระหว่างนี้ฉันจะส่งเธอไปสัมมนาที่เชียงใหม่เป็นเวลา 10 วัน วันนี้เธอหยุดงานไปก่อน แล้วมาหาฉันในวันพรุ่งนี้ ฉันจะมอบตารางจัดงานและรายละเอียดวันและสถานที่ให้เธอ” หัวหน้าต้องการพักงานภัทรแต่ทำในรูปแบบส่งเธอไปสัมมนาแทน
“ขอบคุณค่ะ หัวหน้า ที่ยังไม่ไล่ฉันออก” ภัทรคิดว่าหัวหน้าปราณีกับเธอมากแล้ว
“ต่อไปจะคบใครต้องศึกษาดูใจกันให้ดีก่อนล่ะ” หัวหน้ากล่าวในฐานะอาบน้ำร้อนมาก่อน
“ค่ะหัวหน้า ภัทรจะจำไว้เป็นประสบการณ์เลยค่ะ”
ภัทรเดินออกจากสถาบันอย่างซึมๆ สิ่งที่เธอกังวลอย่างแรกเลยก็คือ ต้องฝากคิริวให้รัตน์ แต่ว่ามีคนเกลียดแมวอยู่คงจะฝากรัตน์เลี้ยงไม่ได้แล้ว
ตกเย็นภัทรไปที่บ้านของรัตน์เพื่อไปปรึกษาเรื่องคิริว
“สวัสดีค่ะ คุณอิ่มจันทร์ รัตน์กลับมาหรือยังคะ พอดีว่าภัทรติดต่อเธอไม่ได้เลย” ภัทรถาม
“อ๋อ คุณรัตน์ไปสุราษฎร์ธานีค่ะ” แม่บ้านกล่าว
“อย่างนั้นหรอคะ งั้นภัทรขอตัวกลับก่อนค่ะ” ภัทรเสียดายและคิดว่าคงต้องให้เพื่อนคนอื่นช่วย
“มีอะไรงั้นหรอภัทร” ทรรศนัยทักหลังจากกลับจากที่ทำงาน
“สวัสดีค่ะพี่ทรรศ ภัทรแค่จะมาพบรัตน์เท่านั้นค่ะ ในเมื่อรัตน์ไม่อยู่ ภัทรลากลับเลยนะคะ”
“เดี๋ยวสิ มาคุยเรื่องคลิปภรรยาสารวัตรคมสันใช่มั้ย” ทรรศนัยพอจะเดาออก
“พี่เองก็เห็นคลิปนั้นหรอคะ” ภัทรตกใจ
“ใช่ มีอะไรระบายให้พี่ฟังได้นะ หรือว่าจากข่าวนั้นทำให้ภัทรถูกพักงาน” ทรรศนัยเป็นห่วง
“ก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ แค่หัวหน้าส่งไปสัมมนาที่เชียงใหม่เท่านั้น” ภัทรปิดปากตัวเองเมื่อรู้ว่าตัวเองพลั้งปาก
“แล้วคิริวล่ะ จะอยู่กับใคร หรือว่าจะเอามาฝากรัตน์” ทรรศนัยเลยถามต่อ
“คงติดต่อเพื่อนคนอื่นค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ทรรศ งั้นภัทรขอตัว” ภัทรพยายามตัดบท
“เดี๋ยวสิ”
ภัทรรีบเดินไปขึ้นรถเพราะอาย เพราะในคลิปได้กล่าวถึงว่าพี่ทรรศคือคนรักของภัทรด้วย เธอจึงกลัวพี่ทรรศถามถึงเรื่องนี้
****************************
วันถัดมา ภัทรเดินทางมารับตารางจัดงานและโบชัวร์รายละเอียดเกี่ยวกับสัมมนาจากหัวหน้า
“อะนี่” หัวหน้ายื่นโบชัวร์ เอกสาร ตั๋วเครื่องบิน และใบจองโรงแรมให้กับภัทร
“มันคืออะไรคะ” ภัทรตกใจที่เห็นเอกสารเยอะแยะมากมาย
“ฉันจองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ให้แล้ว นอกจากนี้ได้จองโรงแรมให้ด้วย” หัวหน้ากล่าว
“ขอบคุณมากนะคะ แต่ความจริงภัทรจองเองก็ได้นะคะ เลยทำให้หัวหน้าลำบากเลย” ภัทรเกรงใจ
“เอาเถอะ ทางเราออกค่าใช้จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าโรงแรมให้ เอ้อใช่ มีอีกเรื่องสินะ ฝากคิริวกับฉันก็ได้” หัวหน้าเสนอ
“หัวหน้าก็ชอบแมวหรอคะ” ภัทรประหลาดใจเพราะไม่เคยเห็นหัวหน้าเลี้ยงแมว
“เปล่า น้องสาวฉันเป็นสัตวแพทย์ นอกจากจะเปิดโรงพยาบาลสัตว์แล้ว ยังเปิด House รับฝากสัตว์เลี้ยงด้วย” หัวหน้าอธิบาย
“ค่าฝากสัตว์เลี้ยงคิดยังไงคะ” ภัทรคิดว่าตนต้องจ่ายเอง
“ทางสถาบันออกให้ ไม่ต้องห่วง” หัวหน้ากล่าว
“โห ขอบคุณมากค่ะ” ภัทรรู้สึกอึ้งไม่คิดว่าสถาบันจะดีต่อเธอมากขนาดนี้
“รีบกลับไปพาคิริวมาที่นี่ แล้วพรุ่งนี้ก็เตรียมตัวเดินทางซะ” หัวหน้าสั่ง
“ค่ะหัวหน้า”
ภัทรรู้สึกโล่งอก ที่มีคนรับดูแลคิริวเป็นอย่างดี ตอนนี้เธอเดินออกจากห้องหัวหน้าไปทันที
****************************
ณ ภายในเครื่องบินลำที่เดินทางไปเชียงใหม่
ภัทรเข้าไปนั่งประจำที่ข้างหน้าต่าง เธอมองคนค่อยๆทยอยเข้ามานั่งประจำที่ จนกระทั่งเธอก็ตกใจที่เห็นคนคุ้นหน้า
“พี่ทรรศ! พี่จะเดินทางไปเชียงใหม่หรอคะ”
ทรรศนัยเข้าไปนั่งข้างหญิงสาว ยิ่งทำให้ภัทรตกใจหนักกว่าเดิม
“ใช่แล้วล่ะ” ทรรศนัยยิ้ม
“แล้วทำไมพี่ถึงนั่งตรงนี้คะ” ภัทรรีบถาม
“ก็หัวหน้าภัทรฝากพี่จองตั๋วเครื่องบินให้ภัทรด้วยไง” ทรรศพูดทั้งๆที่เขาเป็นคนออกค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม และค่าดูแลคิริวให้
“ว่าแต่พี่ไปเชียงใหม่ทำไมคะ” ภัทรอยากรู้
“ไปถึงแล้วพี่จะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน” ทรรศนัยคิดว่าคุยกันที่นี่ไม่เหมาะ
ภัทรแอบเห็นสีหน้าพี่ทรรศดูเศร้าๆ เธอก็เลยไม่ถามอะไรมาก ดังนั้นแม้ทั้งสองจะนั่งด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย จนกระทั่งเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่
ภัทรและทรรศนัยเดินไปเอากระเป๋าเดินทางพร้อมกัน โดยที่ทรรศนัยถือวิสาสะยกกระเป๋าภัทรใส่รถเข็นของตัวเอง
“เอ่อ พี่ทรรศคะ เดี๋ยวยังไงพวกเราก็ต้องแยกกันแล้ว” ภัทรเกรงใจ
“ใครบอกล่ะ พวกเราจองโรงแรมเดียวกันต่างหาก”
“อะไรนะคะ อย่าบอกนะว่าหัวหน้าฝากให้พี่ช่วยจองโรงแรมด้วย”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้”
ภัทรรู้สึกแปลกใจเพราะหัวหน้ากับพี่ทรรศแทบจะไม่รู้จักกันเลย เหตุใดถึงให้เขาเป็นคนจัดการเรื่องเครื่องบินและที่พัก
และแล้วก็กลายเป็นว่าภัทรต้องนั่งรถแท็กซี่คันเดียวกับทรรศนัยเพื่อเดินทางไปโรงแรม
ที่ภัทรตกตะลึงก็คือกลายเป็นว่าเธอและเขาอยู่ห้องพักติดกันเลย
ภัทรรีบลากกระเป๋าเดินทางเดินนำหน้า แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้อง แต่ทว่าอยู่ดีๆทรรศนัยก็ลากกระเป๋าเข้าไปในห้องภัทรด้วย พร้อมกับปิดประตู จนภัทรตกใจ
“พี่ต้องการอะไรคะ เข้ามาในห้องภัทรทำไม”
“พี่ต้องการเข้ามาคุยกับภัทรเท่านั้น ไม่ได้จะทำอะไร”
“งั้นว่ามาสิคะ”
ทรรศนัยวางกระเป๋าไว้ข้างประตู ส่วนตัวเองก็ไปนั่งเก้าอี้ที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้
“นั่งก่อนสิภัทร ไม่ต้องกลัวพี่ขนาดนั้น พี่ไม่ได้จะทำอะไร”
ภัทรถอนหายใจ แล้วไปนั่งบนเตียงเพื่อรับฟัง
“พี่รู้แล้วว่าพ่อแม่พี่ถูกฆาตกรรม” ทรรศนัยเล่าน้ำเสียงจริงจัง
“เป็นไปได้ยังไงคะ พ่อแม่พี่ประสบอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุกไม่ใช่หรอคะ” ภัทรตกใจ
“มีคนตัดสายเบรกรถพ่อพี่ และฆาตกรคนนั้นก็เป็นลูกน้องพ่อพี่เอง” ทรรศนัยแสดงสีหน้าแค้นจัด
“ทำไมเนรคุณแบบนั้นคะ” ภัทรเองก็โกรธแทน
“พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายเทิดทำแบบนั้นทำไม แต่คาดว่าอาจจะมีคนบงการ”
“แล้วพี่รู้ตัวผู้บงการหรือยังคะ” ภัทรสงสัย
“ลุงสุทัศน์”
“ห๊า อะไรนะคะ” ภัทรไม่อยากเชื่อ
“พี่เห็นลุงสุทัศน์มอบเงินให้นายเทิดกลับมากบดานที่เชียงใหม่ด้วย”
“บางทีพี่อาจเข้าใจผิดก็ได้นะคะ” ภัทรรู้จักลุงสุทัศน์มานาน
“พี่เองก็แอบหวังแบบนั้น ก็เลยต้องสืบให้แน่ชัด” ทรรศนัยเองก็ไม่อยากปรักปรำลุงตัวเอง
“พี่รู้หรอคะว่าจะตามหานายเทิดได้ที่ไหน” ภัทรสงสัย
“เพื่อนพี่ไม่รู้หรอกว่ามันอยู่ที่ไหน แต่สามารถบอกสถานที่นายเทิดอาจจะไปไว้ห้าแห่ง พี่ก็เลยว่าจะไปสืบหาทีละที่ โดยจะให้ภัทรไปเป็นเพื่อน”
“ภัทรคงไปกับพี่ได้หลังเลิกสัมมนาเท่านั้นค่ะ”
ทรรศนัยยิ้ม และกล่าวว่า “ขอบใจนะ ที่ยอมไปเป็นเพื่อนพี่”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ภัทรเพียงจะบอกว่าถ้ารอภัทรมันก็เย็นมากแล้ว สู้พี่ไปสืบคนเดียวไม่ดีหรอคะ” ภัทรหน้าแดง
“พี่คงรบกวนภัทรแค่บางวันเท่านั้น แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ไปสืบ พวกเราก็มาทานข้าวเย็นพร้อมกันนะ”
“ทำไมต้อง….” ภัทรกล่าวไม่จบเพราะทรรศนัยพูดแทรก
“พี่อยากทานข้าวกับภัทร”
ภัทรรู้สึกเขิน “ตามใจค่ะ แต่ตอนนี้พี่ออกไปได้แล้ว มันไม่งามหากมีใครเห็นว่าพวกเราอยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้”
“ขอบใจนะ ที่รับฟังพี่ และขอบคุณสำหรับของที่ฝากรัตน์ให้พี่” ทรรศนัยยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ลูกแก้วหิมะไม่ใช่ของภัทรเสียหน่อย มันเป็นของผ่องศรีต่างหาก” ภัทรหลุดปากอีกแล้ว
“ถ้าไม่ใช่ของภัทร แล้วภัทรรู้ได้ยังไงว่ามันคือลูกแก้วหิมะ” ทรรศนัยย้อนถาม
“ก็รัตน์เล่าให้ภัทรฟังสิคะ” ภัทรรีบแก้ตัว
“ไม่ต้องปิดพี่หรอก พี่รู้หมดแล้วว่าภัทรคือผ่องศรี” ทรรศนัยเผย
“รัตน์บอกพี่งั้นหรอคะ”
“เปล่า พี่สืบเอง ดังนั้นภัทรจะต้องชดใช้ที่คิริวทำลายของต่างหน้าแม่พี่” ทรรศนัยทวง
“ก็ซื้อมาใช้แล้วไงคะ”
“พี่เองก็ซาบซึ้งนะที่ภัทรซื้อให้พี่แต่คุณค่าทางใจมันแตกต่างกัน ของต่างหน้าแม่กับของต่างหน้าแฟน มันต่างกันจริงมั้ย”
“ใครเป็นแฟนพี่คะ”
“ยังไม่เป็นก็ได้ แค่คบหาดูใจกันก่อน”
“แต่ภัทรคงอยู่กับคนเกลียดแมวไม่ได้ค่ะ”
“ให้โอกาสพี่พิสูจน์ได้มั้ย”
“อย่าเสียเวลาเลยค่ะ”
“เอาล่ะพี่กลับห้องพักก่อน แล้วคืนวันพรุ่งนี้พี่จะมารับไปทานข้าวพร้อมกันนะ”
“เดี่ยวสิคะ อย่าเพิ่งไป ภัทรไม่ตกลงอะไรกับพี่นะคะ”
แต่ทรรศนัยกลับไม่ฟัง ทำเพียงแค่ตะโกนว่า “เจอกันคืนพรุ่งนี้นะภัทร”
“บ้า ไม่ยอมฟังกันบ้างเลย คนเผด็จการ”
และแล้วก็กลายเป็นว่าภัทรและทรรศนัยมาเชียงใหม่พร้อมกันและพักที่โรงแรมเดียวกัน ทั้งสองจะต้องเจอกันทุกคืนเพื่อไปทานข้าว และถ้าวันไหนที่ทรรศนัยไปสืบเรื่องนายเทิด ภัทรก็ต้องไปเป็นเพื่อน
ทางด้านรัตน์ล่ะ เกิดอะไรขึ้นกับรัตน์บ้าง รัตน์จะได้รับการคัดเลือกเป็นนางแบบถ่ายโฆษณาหรือไม่…