ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 92 ซื้อๆๆ คุณอาสายเปย์

            หลินชิงเวยลุกพรวดยืนขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว ด้วยความรูปร่างของนางและความสูงของหลังคาของรถม้านี้นางจึงยืนได้อย่างไม่มีปัญหานางกล่าวอย่างไม่เกรงใจว่า “ไฉนท่านจึงเป็นคนพูดอันใดไม่ฟังเช่นนี้? ช่างเถิดท่านไม่ไปก็แล้วไป ข้าไปเอง หากท่านกล้าขวางข้า...”

            ที่จริงแล้วหลินชิงเวยกำลังจะเดินออกไปข้างนอกทั้งๆที่เพิ่งพูดได้เพียงครึ่งหนึ่ง เซียวเยี่ยนได้กุมข้อมือของนางเอาไว้และกล่าวว่า“ห้ามไปไหนทั้งสิ้น รอให้คนในตลาดวายเสียก่อน พวกเรากลับวังหลวงทันที”

            รอให้คนในตลาดวายเสียก่อน เกรงว่าคงต้องรอราวๆ สองชั่วยามกระมัง

            หลินชิงเวยหัวเราะ “ข้าบอกว่าหากท่านกล้าขวางข้าข้าจะร้องตะโกนให้ลั่นว่าท่านลักพาตัวหญิงสาวชาวบ้าน”

            เซียวเยี่ยน “...”

            “ท่านไม่เชื่อ?”พูดแล้วหลินชิงเวยก็เปิดผ้าม่านหน้าต่างบานหนึ่งพร้อมกับโผเข้าไปเตรียมจะอ้าปากตะโกน“ช่วย...อื้ออื้ออื้อ...”

            เซียวเยี่ยนมือหนึ่งปิดปากของนางและลากตัวนางกลับมาหลินชิงเวยเริ่มต่อสู้ดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในรถม้าส่งผลให้รถม้าเอียงไปเอียงมาม้าที่อยู่ด้านหน้าจึงส่งเสียงร้องในจมูกสองครั้งด้วยมีการเคลื่อนไหวแปลกๆคนบังคับม้าที่อยู่ข้างหน้าก็มองไปรอบๆ ด้วยสายตาประหลาดใจด้วยรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ...

            รถม้าโยกไปโยกม้ากลางถนนต้องรับผิดชอบถึงอันตรายที่เกิดขึ้นหลินชิงเวยทางหนึ่งโยกรถม้าให้สั่นคลอน อีกทางหนึ่งพูดว่า“อีกประเดี๋ยวหากมีคนไปรร้องเรียนว่าท่านกระทำการไม่เหมาะสมต่อหน้าธารกำนัลถูกขุนนางเชิญไปดื่มน้ำชาก็อย่าได้กล่าวโทษข้า”

            เซียวเยี่ยนหน้าดำทมึน “เจ้าพอได้แล้วได้”

            “จะให้ข้าให้ความร่วมมือส่งเสียงร้องหรือไม่? หืม? อ๊า...อืม...”

            เซียวเยี่ยนกุมหน้าผาก “เที่ยวเที่ยวเที่ยวยังไม่รีบไสหัวออกไปเที่ยวอีก!”

            หลินชิงเวยหยุดโยกคลอนรถม้าแล้วยกมือขึ้นเท้าเอวคอดกิ่วของตน พรูลมหายใจออกมาสองครั้งแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสนกลว่า“ท่านให้ความร่วมมือแต่แรกก็ไม่มีเรื่องเช่นนี้แล้วอย่างไรเล่า?หากเสด็จอาไม่อยากจะปรากฏตัว ก็รอข้าอยู่ในรถก็ได้ข้าออกไปเดินเที่ยวสักครู่ก็กลับมาแล้ว”พูดแล้วหลินชิงเวยก็เปิดผ้าม่านรถม้าออกแล้วกระโดดดลงจากรถม้าโดยมีคนบังคับม้าประคอง

            เซียวเยี่ยนไหลเลยจะยอมให้หลินชิงเวยออกไปเดินเที่ยวเพียงลำพังได้ดังนั้นเขาจึงลงจากรถม้ามายืนอยู่ข้างหลังนางเช่นกัน

            คนทั้งสองถูกจับจ้งอด้วยสายตาไม่บ่งบอกความหมายจากผู้คนรอบๆบริเวณนั้นในชั่วพริบตา สตรีร่างเล็กรูปโฉมงดงามบนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน นางถูกตลาดนัดดึงดูดความสนใจส่วนใบหน้าด้านข้างของบุรุษนั้นเย็นชาราวกับปีศาจสายตาของคนช่างซุบซิบนินทาถูกสายตาอันเย็นเยียบของเขามองกราดจนต้องหลบหลีกไปทางอื่น

            “จะต้องเป็นโฉมสะคราญที่ถูกกักขังไว้ในห้องหอทองคำเป็นแน่! คิดไม่ถึงว่าบุรุษคนนี้หน้าตาท่าทางรูปงามกลับมีท่าทีราวกับเป็นอันธพาลเช่นนี้ถึงกับกล้า....กับแม่นางน้อยในรถม้าที่อยู่กลางถนน

            หลินชิงเวยเดินเข้าไปฝูงชนด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มชั่วพริบตานางก็อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายถนนทั้งสองข้างล้วนมีร้านค้าที่วางขายกับพื้นล้วนขายสินค้าของเล่นแปลกใหม่นานาชนิดนางลองกะน้ำหนักของถุงเงินในมือดู เอ๊ะ หนักพอใช้ได้คาดว่าคงซื้อสิ่งของได้ไม่น้อย

            เซียวเยี่ยนเจ้าหนุ่มคนนั้น ออกมาข้างนอกนำเงินติดตัวมากมายเช่นนี้มิใช่เป็นการบอกกับพวกหัวขโมยให้หัวขโมยมาฉกชิงวิ่งราวหรือไรให้คนอื่นขโมยไปสู้นางเป็นคนขโมยเองไม่ได้

            หลินชิงเวยรู้สึกเสียดายเล็กน้อยนี่เป็นโอกาสดียิ่งนักที่ได้รับอิสระอีกครั้ง หากนางซ่อนตัวอยู่ในฝูงคนเซียวเยี่ยนย่อมหานางไม่พบ นางก็สามารถมีอิสรเสรีได้แล้ว เพียงแต่ซินหรูยังอยู่ในวังและขาของเซียวจิ่นยังรักษาไม่หายดี

            หาไม่พี่สาวจะต้องกลับคืนสู่อ้อมกอดของฟ้าดินอย่างเป็นอิสระอย่างแน่นอน

            ลำพังเพียงแค่คิดมาถึงตรงนี้หลินชิงเวยกำลังเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าร้านค้าที่ขายหน้ากากเจ้าของร้านกระตือรือร้นเลือกหน้ากากให้นางชิ้นหนึ่ง นางเพิ่งจะหยิบมาไว้ในมืออีกมือหนึ่งก็ถูกคนจับเอาไว้แล้ว

            หลินชิงเวยมองลอดผ่านออกไปจากดวงตาของหน้ากากเห็นรูปร่างสูงใหญ่ของเซียวเยี่ยนยืนอยู่ตรงหน้านางแล้วบังคับหยิบถุงเงินจากมือนางกลับไปทั้งยังแย่งหน้ากากของนางคืนให้กับเจ้าของร้าน พร้อมกับกล่าวเรียบๆ ว่า “ขออภัยนางแอบหนีออกมาด้วยสมองไม่ค่อยปกติเท่าใดนัก”

            “อ้อ เช่นนี้หรือ”เจ้าของร้านรีบเก็บหน้ากากของตนเอาไว้ด้วยกลัวว่าจะถูกหลินชิงเวยแย่งชิงไป

            หลินชิงเวยตะลึงไปอึดใจหนึ่งจากนั้นนางก็ถูกเซียวเยี่ยนลากตัวให้เดินไปด้วยกัน นางเอ่ยขึ้นว่า “ดูไม่ออกจริงๆว่าท่านอาจะกล่าววาจาล้อเล่นได้ร้ายกาจเช่นนี้”

            คนทั้งสองถูกเบียดเสียดแออัดอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนเขาหันหน้ามาจ้องนางด้วยสายเย็นชาสุดขั้ว“หากเจ้ายังกล้าหยิบสิ่งของของข้าตามอำเภอใจเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะตัดมือของเจ้าเสีย ครั้งนี้ข้าไม่ได้ล้อเล่น”

            “ทำอย่างไรดีเล่า? ข้าจะซื้อของแต่ข้าไม่ได้นำเงินติดตัวมาด้วย”

            “เจ้าไม่มีเงินแล้วยังจะซื้อสิ่งของอันใดอีก?”

            “แต่ท่านมีนี่นา”

            “ของข้า ไม่ใช่ของเจ้าเสียหน่อย”

            “ท่านไม่ซื้อให้ข้า ข้าก็จะร้องไห้ท่านเป็นท่านอาของข้าจะดูว่าเมื่อข้าร้องไห้ขึ้นมาแล้วท่านจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

            “...”

            หลินชิงเวยยืนอยู่หน้าร้านขายซาลาเปาร้านหนึ่งกลิ่นหอมของซาลาที่เพิ่งออกมาจากเตามาใหม่ๆ ช่างยั่วน้ำลายผู้คนยิ่งนักนางหันไปมองเซียวเยี่ยนพร้อมใช้สายตาเจรจา:เอาซาลาเปาไส้เนื้อมากินสักสองลูกก่อนเถิด

            เซียวเยี่ยน : เจ้ามิใช่เพิ่งกินข้าวมาหรือไร?

            หลินชิงเวย : ก็หิวอีกแล้วนี่นา

            เซียวเยี่ยนไม่อยากจะแยแสนางอีกต่อไปจึงหันหน้าแล้วเดินไปข้างหน้าหลินชิงเวยรั้งเขาไว้พร้อมกับแสดงท่าทีปากเบ้เตรียมจะร้องไห้ คนๆนี้ช่างมีฝีมือในการแสดงยิ่งนัก บอกว่าจะร้องไห้น้ำตาก็เอ่อคลอออกมาทันใจ

            เซียวเยี่ยมพ่ายแพ้ในที่สุด แม้กระทั่งเถ้าแก่ร้านซาลาเปาก็ยังออกปากด้วยรู้สึกทนดูไม่ได้อีกต่อไป“แม่นางน้อยอยากกินซาลาเปา คุณชายท่านนี้ก็ซื้อให้นางเถิด”

            เซียวเยี่ยนพูดเกร็งๆ ว่า “เอาซาลาเปาให้นางสองลูก”

            หลินชิงเวยกล่าว “ไส้เนื้อนะเจ้าคะ”

            เซียวเยี่ยนกลัวว่านางจะมัวแต่กินซาลาเปาจนลืมเดินไปข้างหน้าแล้วถูกกลุ่มฝนเบียดจนพลัดหลงจึงจูงมือของนางให้นางทางหนึ่งกินซาลาเปาช้าอีกทางหนึ่งเดินไปพร้อมกับเขาคนตัวใหญ่คนหนึ่งตัวเล็กคนหนึ่ง ดูเหมือนเขากำลังลากขวดซีอิ๊วไปด้วยขวดหนึ่ง

            ครั้งแรกที่ลากขวดซีอิ้วมาเดินตลาดในยุคสมัยโบราณส่งผลให้หลินชิงเวยเห็นอะไรก็ต้องการซื้อทุกสิ่งอย่างตลอดทางที่เดินมานั้นล้วน ซื้อซื้อซื้อ มือของนางถือไม่ไหวแล้วก็ส่งให้เซียวเยี่ยนท้ายที่สุดเซียวเยี่ยนถือสิ่งของห่อเล็กห่อใหญ่ยังไม่หนำใจในมือยังมีพุทราเชื่อมอีกสองไม้ สีหน้าท่าทางบูดบึ้งถึงขีดสุดราวกับแม่นางน้อยที่เขาจูงมืออยู่นี้ถูกเขาหลอกล่อด้วยพุทธาเชื่อมก็ไม่ปาน

            พวกเขาเดินผ่านแม่น้ำสายหนึ่งของเมืองหลวง แม่น้ำสายนี้ชื่อ อาฉ่ายเหอบริเวณริมแม่น้ำมีโคมไฟสีแดงแขวนอยู่เล็กน้องบรรดาบุรุษรูปงามและสตรีโฉมสะคราญมารวมตัวกันที่ริมแม่น้ำเพื่อฉลองเทศกาลเด็กผู้หญิง

            ดอกกล้วยไม้เป็นดอกไม้ที่ขาดไปไม่ได้สำหรับเทศกาลเด็กผู้หญิงเฉกเช่นเดียวกับขนมบ๊ะจ่าง[1]ที่เป็นตัวแทนสื่อความหมายในเทศกาลตวนอู่[2]

            ตามถนนหนทางล้วนมีแม่นางน้อยขายดอกกล้วยไม้ ดอกกล้วยไม้นานาชนิดกิ่งก้านเขียวสดงดงามมีชีวิตชีวายังมีดอกกล้วยไม้ที่นำมาทำเป็นเครื่องประดับซื้อมาประดับไว้บนร่างกายได้ได้ยินว่าทำเช่นนี้แล้วจะขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปได้

            หลินชิงเวยซื้อดอกไม้ดอกเล็กๆ สำหรับทัดผมดอกหนึ่งนางทัดดอกไม้นั้นบนผม สายน้ำในแม่น้ำทอประกายระยิบระยับเซียวเยี่ยนก้มหน้าลงมองรอยยิ้มอันเบิกบานใจของนางเส้นผมหน้าที่ปรกหน้าผากนั้นถูกสายลมพัดให้เปิดขึ้นให้เห็นดวงตาที่ทอประกายราวกับมีดวงดาวมากมายอยู่ในนั้น

            เซียวเยี่ยนเงียบขรึมไม่เอ่ยวาจา เขาทำหน้าที่หยิบเงินอย่างว่าง่าย

            แม่นางซึ่งขายดอกกล้วยไม้เห็นใบหน้ารูปงามของเซียวเยี่ยนจึงเอ่ยปากชื่นชมทั้งที่แก้มแดงเรื่อว่า“แม่นางช่างมีวาสนายิ่งนักได้พบบุรุษที่ต้องใจเป็นสามีไม่สู้ซื้อดอกไม้ให้คุณชายท่านนี้ด้วยช่อหนึ่งคุณชายจะได้ขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีด้วย เช่นนี้แล้วจะได้เหมาะสมกัน”

            เซียวเยี่ยนปฏิเสธ “ข้าไม่ต้องการ”

            ในใจของเขาดูแคลนยิ่งนัก ความรู้สึกดูถูกดูแคลนนั้นปรากฏชัดเจนบนใบหน้าทำให้หลินชิงเวยเห็นอย่างชัดเจนสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ดึงดูดความสนใจของแม่นางน้อยเหล่านั้นได้เขาซึ่งเป็นหนุ่มใหญ่ไหนเลยจะสนใจสิ่งของเหล่านี้

            ทว่าหลินชิงเวยกลับเลือกดอกกล้วยไม้ประดับเอวมาดอกหนึ่งในชั่วพริบตานางกล่าวกับหญิงสาวขายดอกกล้วยไม้ด้วยรอยยิ้มยิบหยี “ดอกนี้ก็แล้วกัน”ยิ่งเซียวเยี่ยนไม่ต้องการ นางก็จะซื้อให้เขา ดังนั้นนางจึงหันกายไปหาเซียวเยี่ยนก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อนำดอกไม้ในมือประดับลงบนสายคาดเอวของเขาเซียวเยี่ยนเบาๆโดยไม่รอให้เซียวเยี่ยนปฏิเสธ

            นางทำทุกอย่างด้วยความนุ่มนวลราวกับแมวตัวหนึ่งที่ยื่นกรงเล็บของมันออกมาสะกิดเสียจนช่วงเอวของเซียวเยี่ยนคันยุบยิบเขาหลุบตาลงต่ำเพื่อมองนางเห็นลำคอระหงที่ปรากฏออกมาเสื้อผ้าที่แนบติดไปกับผิวเนื้อบิรเวณนั้นแล้วจึงเห็นคิ้วและดวงของนางที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์

            นางจงใจทำให้เขาโกรธขึ้งกระมัง

            “เรียบร้อยแล้ว” หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นกล่าวยิ้มๆ


    [1]บ๊ะจ่าง

    [2]เทศกาลตวนอู่

    คล้ายกับเรื่องตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390