บทที่ 21 อย่าโมโหไปเลยนะเ้าคะ หัวล้านดูดีกว่าตั้งเยอะ!
ลู่ชิงกัดฟันกรอด เอ่ยถาม "แล้วต้องใช้เงินเท่าใด?"
หรานหร่านฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวน่ารัก "ท่านอาลู่เป็คนกันเอง ย่อมต้องคิดราคาสหายอยู่แล้วเ้าค่ะ ยันต์พูดความจริงแผ่นละห้าสิบอีแปะ ออกฤทธิ์ได้นานหนึ่งก้านธูป"
"ห้าสิบอีแปะเชียวหรือ?"
ลู่ชิงทำหน้าปวดใจราวกับถูกเฉือนเนื้อ เบี้ยหวัดเขาเดือนละห้าร้อยอีแปะเอง!
ยังเรียกว่าราคาสหายอีกหรือ?
"ลดอีกหน่อยไม่ได้หรือ? ที่ข้าทำไปก็เพื่อช่วยท่านพ่อของเ้ามิใช่หรือไร?" ลู่ชิงกระพริบปริบ ๆ พยายามหว่านล้อม "ในคุกมีนักโทษขังอยู่ตั้งมากมาย หากมียันต์พูดความจริงของเ้า พวกมันต้องยอมสารภาพหมดเปลือกแน่ นี่เป็ความดีความชอบของเ้าเชียว"
พอได้ยินดังนั้น ใบหน้าจิ้มลิ้มของหรานหร่านก็ยับย่นราวกับซาลาเปาไส้แตก ดูลำบากใจยิ่งนัก
"ตะ... แต่ว่า... ศิษย์พี่บอกไว้ว่า ยันต์พวกนี้หากใช้เองย่อมได้ แต่หากจะมอบให้ผู้อื่น ถ้าไม่เรียกเก็บค่าบูชาครูให้มากพอ ท่านปรมาจารย์จะไม่แสดงอิทธิฤทธิ์นะเ้าคะ!"
"อีกอย่าง กว่าหรานหร่านจะวาดยันต์พวกนี้ออกมาได้ ต้องใช้พลังกายไปตั้งเท่าไร"
"พอใช้พลังกาย หรานหร่านก็หิว พอยิ่งหิว ก็ต้องกินของอร่อย ๆ บำรุงนะเ้าคะ"
ลู่ชิงได้ฟังเช่นนั้นก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่เ้าก้อนแป้งน้อยช่วยแม่นางสวีจนเป็ลมล้มพับไป จึงไม่ติดใจสงสัยในคำพูดของนางอีก เขากัดฟันตอบตกลง "ก็ได้ ห้าสิบอีแปะก็ห้าสิบอีแปะ"
"ดีเ้าค่ะ!" หรานหร่านปรบมือป้อม ๆ อย่างตื่นเต้น ดวงตากลมโตสุกใสเป็ประกายวิบวับราวกับเห็นเม็ดเงินลอยอยู่ตรงหน้า "ท่านอาลู่้ากี่แผ่นเ้าคะ? ซื้อสิบแถมหนึ่งเ้าค่ะ!"
แล้วนางก็เสริมขึ้นอีกประโยค "ของแถมเป็ยันต์เรียกทรัพย์นะเ้าคะ"
"ยันต์เรียกทรัพย์?"
พอได้ยินคำว่าเรียกทรัพย์ ดวงตาของลู่ชิงก็ลุกวาว "ของพรรค์นั้นมันใช้ได้จริงหรือ?"
เมื่อเห็นลู่ชิงทำท่าสงสัย เ้าก้อนแป้งน้อยก็ส่งเสียงฮึดฮัด แสร้งทำเป็โกรธสะบัดหน้าหนีทันที
ลู่ชิงรีบวิ่งตามไปง้ออย่างประจบประแจง "แม่หนู คุณหนูทูนหัว อย่าเพิ่งโกรธสิ รอข้าด้วย!"
ทว่าในตอนนั้นเอง กระบี่เหรียญทองในกระเป๋าของหรานหร่านก็สั่นไหวขึ้นมา หรานหร่านหยุดฝีเท้ากึก ใบหน้าอ้วนกลมเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมจริงจัง
ลู่ชิงยังไม่เข้าใจสถานการณ์ "เป็อะไรไปหรือ?"
หรานหร่านไม่ตอบคำถาม นิ้วป้อม ๆ ขยับนับนิ้วคำนวณอย่างรวดเร็ว จากนั้นนางก็พุ่งตัวออกไปทางทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
"ท่านอาลู่ กลับไปดูแลท่านพ่อให้ดีนะเ้าคะ!"
ทิ้งคำสั่งไว้เพียงประโยคเดียว ร่างเล็ก ๆ ของหรานหร่านก็หายลับไปจากสายตาของลู่ชิง
"หรานหร่าน! หรานหร่าน?"
ลู่ชิงวิ่งวนหาอยู่แถวนั้นหลายรอบแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของนาง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความร้อนรน แต่เมื่อนึกถึงคำสั่งสุดท้ายของหรานหร่าน เขาจึงรีบเร่งฝีเท้ากลับไปยังที่ว่าการอำเภอทันที
"เหตุใดเ้ากลับมาคนเดียว? เ้าก้อนแป้งน้อยเล่า?" เซียวจิ้งเสวียนขมวดคิ้วถาม
ลู่ชิงเห็นเซียวจิ้งเสวียนปลอดภัยดีก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่เมื่อได้ยินคำถาม สีหน้าก็เปลี่ยนเป็รู้สึกผิด "ใต้เท้า ข้าน้อย... ข้าน้อยคลาดกับหรานหร่านขอรับ!"
"อะไรนะ?" เซียวจิ้งเสวียนลุกพรวดขึ้นอย่างใ "คลาดกันหมายความว่าอย่างไร?"
"ข้าน้อยก็ไม่ทราบแน่ชัด จู่ ๆ นางก็วิ่งออกไป ทิ้งท้ายไว้เพียงว่าให้ข้าน้อยกลับมาคุ้มครองใต้เท้า ข้าน้อยพยายามตามหาบริเวณรอบ ๆ แล้วแต่ไม่พบนางเลยขอรับ"
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเซียวจิ้งเสวียนก็ฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด
"หา! รีบส่งคนออกไปตามหาเดี๋ยวนี้!"
ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว เด็กตัวเล็กแค่นั้นหากเกิดเหตุร้ายขึ้นมาจะทำอย่างไร?
"ขอรับ ใต้เท้า!"
ลู่ชิงรับคำ กำลังจะหันหลังกลับออกไป ก็ได้ยินเสียงเซียวจิ้งเสวียนเอ่ยขึ้น "ข้าจะออกไปตามหานางพร้อมกับเ้า"
"เอ่อ..." ลู่ชิงลังเล อยากจะเอ่ยทัดทาน แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเซียวจิ้งเสวียน จึงจำต้องรับคำ "ขอรับ!"
ขณะที่เซียวจิ้งเสวียนและลู่ชิงนำกำลังทหารออกตามหาหรานหร่านได้ติดตามทิศทางของกระบี่เหรียญทองมาจนถึงเนินเขาเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้มีูเาล้อมรอบ เป็หุบเขาที่ดูวังเวง ทั้งยังมีร่มเงาของเนินเขาที่บดบังแสงอาทิตย์ ทำให้ที่นี่กลายเป็สถานที่ที่มีพลังหยินรุนแรง และสถานที่อัปมงคลเช่นนี้ มักเป็แหล่งกำเนิดของสิ่งชั่วร้าย
เมื่อมาถึงแดนอัปมงคล กระบี่เหรียญทองในมือของหรานหร่านก็สั่นะเืรุนแรงยิ่งขึ้น ราวกับผีหิวโหยที่้าอาหาร ลมเย็นะเืพัดกรรโชก แฝงไปด้วยไอิญญาอันหนาวเหน็บ หรานหร่านสะบัดมือน้อย ๆ ขึ้นกลางอากาศ ร่ายคาถาอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วปาดผ่านดวงตา
พลันปรากฏแสงสีทองวาบขึ้นในดวงตาของนาง ก่อนจะจางหายไป ทันใดนั้น กลุ่มควันดำก็พุ่งวูบผ่านหน้าไป หรานหร่านจิตใจตั้งมั่น กระชับกระบี่เหรียญทองในมือแน่น แทงสวนเข้าไปในกลุ่มควันดำนั้นทันที
"ภูตผีตนใด จงรีบเผยตัวออกมาบัดเดี๋ยวนี้!"
ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มเคร่งขรึมจริงจัง นิ้วมือร่ายเวทเปล่งแสงสีทองวิบวับต่อเนื่อง
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ฮ่าฮ่าฮ่า..."
เสียงหัวเราะแหลมสูงน่าขนลุกดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ ชวนให้ผู้คนขวัญผวา
"นังหนูตัวเปี๊ยกมาจากไหน รนหาที่ตายแท้ ๆ!"
สิ้นเสียงนั้น กลุ่มหมอกสีดำก็พุ่งตรงเข้าใส่หรานหร่าน หรานหร่านยืดอกเล็ก ๆ ขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว สะบัดกระบี่เหรียญทองในมือ เสียงดังสนั่น เหรียญทองแดงหนึ่งร้อยแปดเหรียญกระจายตัวออกอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็เกราะแสงสีทองห่อหุ้มร่างของหรานหร่านไว้ภายใน
"กรี๊ด!"
กลุ่มหมอกดำตรงหน้าส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนจะร่วงหล่นลงกระแทกพื้น จากนั้น เงาร่างโปร่งแสงก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ปรากฏเป็หญิงสาวในชุดขาวผมยาวสยาย กลิ่นอายความตายแผ่ออกมาจากร่างของหญิงชุดขาว ชัดเจนว่าเป็ิญญาร้ายที่กำเนิดขึ้นจากสถานที่อัปมงคลแห่งนี้
"เ้าเป็ใคร!"
ใบหน้าของหญิงชุดขาวบิดเบี้ยวดูน่ากลัวยิ่งนัก
หรานหร่านฉีกยิ้มกว้าง "ข้าคือหรานหร่านไงเล่า"
ปากพูดไป สายตาก็กวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะไปสะดุดตากับร่างของชายผู้หนึ่งที่นอนอยู่ข้างบ่อน้ำแห้งไม่ไกล
ชัดเจนว่านั่นคือคนเป็!
"ดูดกลืนพลังชีวิตผู้คน สมควรตาย!"
หรานหร่านตวาดเสียงแข็ง
หญิงชุดขาวก็ไม่ยอมลดละ แค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ลำพังเด็กตัวกระเปี๊ยกอย่างเ้า คิดจะทำร้ายข้ารึ? รีบกลับบ้านไปกินนมมารดาเ้าเถอะไป!"
สิ้นคำ เส้นผมของหญิงชุดขาวก็ยืดยาวออกราวกับเถาวัลย์ พุ่งเข้าโจมตีหรานหร่านอย่างเกรี้ยวกราด หรานหร่านสีหน้าเคร่งเครียด ร่างเล็กหมุนตัวหลบวูบ มือประสานอินรวดเร็ว แสงสีทองสว่างวาบในฝ่ามือ ก่อตัวเป็เปลวเพลิงสีน้ำเงิน
ตูม!
"กรี๊ดดด!"
หญิงชุดขาวกรีดร้องโหยหวน เส้นผมยาวสยายถูกไฟเผาไหม้อย่างรวดเร็วจากผีสาวผมยาวสลวย เพียงชั่วพริบตาก็กลายเป็ิญญาร้ายหัวล้านเลี่ยนเตียนโล่ง หญิงชุดขาวยกมือขึ้นกุมศีรษะที่ไร้เส้นผมของตน ถอยหลังกรูดด้วยความตกตะลึง จ้องมองหรานหร่านด้วยสายตาอาฆาตแค้น
หรานหร่านฉีกยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตฉายแววใสซื่อไร้เดียงสา
"อย่าโมโหไปเลยนะเ้าคะ หัวล้านดูดีกว่าตั้งเยอะ!"
"นังเด็กบ้า!"
หญิงชุดขาวกัดฟันกรอด ดวงตาแดงฉานเปล่งประกายอำมหิต "นังตัวดี วันนี้เ้าไม่ควรเสนอหน้ามาที่นี่!"