“โรงหลอมอาวุธ ?? ที่นั่นเป็แหล่งผลิตสิ่งของที่ต้องส่งให้นครวิหคครามมิใช่หรือเหตุใดถึงเป็สาเหตุของการป่วยของชาวเมืองได้เล่า” เทียนคงเคยได้ยินเื่สถานที่นี้จากเซียนอินแล้ว แต่เมื่อตอนนั้นเธอไม่ได้เล่าถึงเื่ที่ทำให้ชาวเมืองป่วย
“นั่นก็ ... เป็เพราะว่ากระบวนการหลอมยังมีขั้นตอนบางส่วนไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดสารพิษตกค้างเป็จำนวนมากนี่ก็เป็สาเหตุหนึ่งที่ข้าประดิษฐ์เครื่องมือต่าง ๆก็เพื่อพยายามที่จะแก้ไขสิ่งนี้แหละ” เซียนอินลังเลอยู่ขณะหนึ่ง เพราะเื่นี้เป็ปัญหาภายในของเมือง ซึ่งคนนอกไม่ควรที่จะรับรู้ แต่เธอก็คิดได้ว่าเทียนคงนั้นมีความรู้ความสามารถมาก แม้จะไม่ค่อยรู้เื่ราวปัจจุบันก็ตามที เธอจึงตัดสินใจบอกเื่นี้กับเขา
“เ้ารู้แต่ก็ยังปล่อยให้ชาวเมืองทำงานนี้ต่อไปรึ”
“นั่นเป็เื่ที่ข้าเองก็จนปัญญา พวกเราที่อาศัยยังเมืองแห่งนี้ต้องทำอย่างไม่อาจบิดพริ้ว ก็คือการผลิตชิ้นส่วนอาวุธให้กับนครวิหคครามให้ทันกำหนดในทุกๆเดือน ทำให้ต้องทำการหลอมชิ้นส่วนอาวุธนี้ตลอดทั้งวันทั้งคืนข้าเองก็พยายามหาวิธีการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการหลอม ให้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้สารพิษตกค้างเหลือน้อยที่สุดและให้ค่าตอบแทนที่มากกว่าการทำงานที่อื่น ๆให้กับชาวเมืองเ่าั้” เซียนอินอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้น และชาวเมืองของนางต้องพบเจอให้กับเทียนคง ฟังอย่างละเอียด ด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่อาจแก้ปัญหานี้ได้
“พาข้าไปดูที่โรงหลอมอาวุธได้หรือไม่ ข้าอาจมีทางแก้ไข”
“ได้สิ หากเ้าแก้ปัญหานี้ได้ ข้าในฐานะตัวแทนเมืองประกายเงินจะติดหนี้บุญคุณเ้าครั้งใหญ่เลยทีเดียวและยิ่งไปกว่านั้นข้าก็จะได้ไม่ต้องแต่งงานกับหวงอี้จือด้วย”
“เกี่ยวอันใดกับหวงอี้จือ ??”
“อ้อข้าคงยังไม่ได้บอกเ้าเื่นี้ ข้ากับหวงอี้จือ มีแผนการที่จะต้องแต่งงานกันในอีก5 ปีข้างหน้า และตอนนี้ได้หมั้นหมายกันไว้แล้ว โดยจุดประสงค์ในการแต่งงานครั้งนี้แน่นอนว่าสาเหตุหลักคือเื่การเมืองผลประโยชน์ที่เมืองประกายทองของหวงอี้จือจะได้เมื่อได้แต่งงานกับข้าคือการได้ดูแลเมืองประกายเงิน เนื่องจากข้าเป็บุตรีเพียงคนเดียวของเ้าเมืองจึงไม่มีทายาทคนใดจะมีอำนาจในการปกครองเมืองประกายเงินมากไปกว่าเขานั่นเป็สาเหตุหลักที่เมืองประกายทอง้า ส่วนเมืองประกายเงินของข้าจะได้รับความรู้ในการหลอมอาวุธของเมืองประกายทองที่ทางนั้นอวดว่าสามารถทำให้ไม่มีสารพิษตกค้างจากการหลอมแม้แต่น้อยทีนี้เ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ ว่าถ้าหากเ้าแก้ปัญหาเื่โรงหลอมได้ข้าก็ไม่มีความจำเป็ใด ๆที่จะต้องแต่งงานกับหวงอี้จือแล้ว”
“เป็เช่นนั้นเองข้าเข้าใจแล้ว แต่มีข้อสงสัยอย่างหนึ่งเหตุใดเมืองประกายทองถึง้าปกครองเมืองประกายเงินขนาดนั้นกันเล่าไม่ใช่เป็การเพิ่มภาระหรอกหรือ”
“การปกครองและดูแลเมืองประกายเงิน ที่เป็เมืองขนาดเล็กนั้นไม่ใช่เื่ยากหรอก สิ่งที่พวกมันจะได้รับ คือการคัดเลือกบุคคลของตระกูลพวกมันที่จะสามารถฝึกพลังที่มากขึ้นต่างหาก เพราะเมื่อพวกมันมีสิทธิ์ในการดูแลเมืองย่อมมีสิทธิ์ในการเลือกคนด้วยเช่นกันและนั่นจะทำให้ฐานอำนาจของมันใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน”
“อืมมม ... ข้าขอถามอีกหนึ่งข้อหากข้าแก้ปัญหาให้เ้าได้ และทำให้เ้าไม่ต้องแต่งงานกับหวงอี้จือจะไม่เป็การทำให้เมืองประกายเงินต้องบาดหมางกับเมืองประกายทองหรือ”
“เดิมทีแต่แรกเริ่มเมืองประกายเงินและเมืองประกายทองเป็ดั่งเมืองพี่เมืองน้องกันอยู่แล้ว แต่ครั้นการขึ้นครองตำแหน่งเ้าเมืองของหวงจื่อหานเขาเป็คนที่ทะเยอทะยานเป็อย่างมากมาพร้อมกับพร์ในการฝึกพลังที่มากกว่าคนอื่น ๆในรุ่นเดียวกันเป็อย่างมากทำให้เขาถูกจับตามองจากเ้านครวิหคคราม ทั้งการแสดงและวาทศิลป์ในการเข้าสังคมของเขาทำให้เขาไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็วจนได้เป็เ้าเมือง ซึ่งเ้านครวิหคครามโปรดปรานมันเป็อย่างมากจนได้รับความไว้วางใจในการทำภารกิจต่าง ๆ รวมถึงการปราบปรามสัตว์อสูรทางใต้ด้วย
และด้วยเหตุนี้ทำให้เขามีสิทธ์พิเศษในการคัดเลือกผู้ฝึกพลังได้มากกว่าหัวเมืองอื่นๆ กว่าสิบเท่า หรือก็คือราว ๆ 1,000 คน เป็กองกำลังขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียวทีนี้กลับมาที่เมืองประกายเงินของข้า หวงจื่อหานนั้นวางแผนที่จะเมืองประกายเงินมาเนิ่นนานแล้วเพื่อเพิ่มฐานกำลังเหตุที่ทำให้ข้าเกิดความหวาดระแวงคือ การจากไปของท่านแม่ของข้าอาจเป็ฝีมือของหวงจื่อหานที่อยู่เื้ั แต่พ่อของข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น ตรงนี้ข้าก็พอเข้าใจเขาอยู่เพราะพ่อข้ากับท่านแม่ได้เจอกันและได้แต่งงานกันก็เพราะหวงจื่อหานหนำซ้ำพ่อของข้ายังนับถือหวงจื่อหานเสมือนญาติแท้ ๆเื่การแต่งงานของข้ากับหวงอี้จือก็คงเป็การสร้างเื่ขึ้นมาของหวงจื่อหานเช่นกัน เพราะข้ากับหวงอี้จือไม่ได้ชอบพอกันแม้แต่น้อยแต่เหตุผลที่หวงจื่อหานเสนอก็ทำให้พ่อของข้าเห็นด้วยคือการเป็ทองแผ่นเดียวกันอย่างแท้จริงของสองเมืองทำให้เมืองประกายเงินรวมเป็หนึ่งเดียวกับเมืองประกายทองและสามารถพึ่งพากันและกันได้มากกว่าเดิม
แม้ข้าจะเคยบอกท่านพ่อไปแล้วว่าข้าไม่ได้ชอบพอกับหวงอี้จือ แต่ท่านพ่อคิดว่าตอนนี้ไม่ แต่อนาคตมันก็ไม่แน่ จึงหมั้นหมายข้ากับหวงอี้จือไว้ก่อนเพื่อรักษาน้ำใจของหวงจื่อหาน และให้เวลาข้ากับหวงอี้จือเป็เวลา 5 ปี ซึ่งมันก็อาจจะเร็วกว่านั้นถ้าท่านพ่อข้าถูกกดดันจากชาวเมืองเื่สารพิษตกค้างจากโรงหลอมอาวุธมาก ๆเข้า และถ้ามันเป็อย่างนั้น เมื่อข้าแต่งกับหวงอี้จือแล้ว ข้าเกรงว่าท่านพ่อจะมีอันตราย เพราะหมดประโยชน์ต่อมันแล้ว
สรุปเอาเป็ว่าในตอนนี้เหมือนสองเมืองดูไม่ได้ขัดแย้งกันอยู่ แต่โดยเนื้อแท้แล้วข้ามองว่าหวงจื่อหาน ไม่ได้มองเมืองประกายเงินเป็เมืองพี่เมืองน้องมาั้แ่แรกแล้ว การได้พบกันของท่านพ่อกับท่านแม่ ไปจนถึงการตายของแม่ข้า ข้าคิดว่าล้วนเป็แผนของมัน ดั้งนั้นเ้าไม่ต้องห่วงเื่การบาดหมางระหว่างเมืองเพราะยังไงเสีย มันก็เป็สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วแน่นอนไม่ช้าก็เร็วแค่มันจะเกิดเร็วขึ้นเท่านั้นเอง”
“....ยาวมาก ข้าฟังไม่ทัน ฮ่า ๆๆๆ เอาเป็ว่าข้าจะช่วยเมืองเ้าก็แล้วกันไปดูโรงหลอมอาวุธกันเถอะ” เทียนคงเอ่ยกับเซียนอินพร้อมกับติดมุขตลกเล็กน้อยเพื่อหวังให้เป็การผ่อนคลายให้กับเซียนอินแม้สักเล็กน้อยซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลดีทีเดียว
“ \*0*/ นี่เ้า มีอารมณ์ขันกับเขาด้วยเหรอ ข้าเพิ่งจะเคยเห็นเป็ครั้งแรกนะเนี่ย”เซียนอิน รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่นางได้ยินเด็กหนุ่มผู้นี้ยิ้มและหัวเราะเป็ครั้งแรก
“ข้าเองก็เป็มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งย่อมต้องมีความรู้สึกต่าง ๆปะปนกันไป อย่าเสียเวลาอีกเลย ไปกันเถอะ”
โรงหลอมอาวุธ เมืองประกายเงิน
ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง เทียนคงและเซียนอินทั้งสองคนก็ได้มาถึงโรงหลอมอาวุธ โรงหลอมอาวุธแห่งนี้เป็โดมขนาดใหญ่โตบริเวณโดยรอบถูกล้อมไว้ด้วยสายพานที่เคลื่อนที่เข้าและออกจากโดมที่อยู่กึ่งกลางจำนวนหลายสิบสายในแต่ละปลายทางของสายพานจะมีเครื่องจักรที่ดูเหมือนเตาหลอมขนาดเล็ก ๆ และมีช่างหลอมโลหะอยู่ประจำจุดละ10 - 15 คน รวม ๆชาวเมืองที่ทำงานอยู่ที่นี่ก็ร่วม 1,000 คน โดยรอบของเตาหลอมขนาดเล็กนี้จะเต็มไปด้วยฝุ่นควัน จากการหลอมโลหะฟุ้งกระจายไปทั่ว ทำให้แม้แต่คนงานที่ไม่ได้ทำการหลอมโดยตรงก็ต้องัักับฝุ่นควันนี้ไม่มากก็น้อย
เมื่อเทียนคง เห็นภาพตรงหน้าก็ไม่แปลกใจอีกต่อไปว่าเหตุใดชาวเมืองถึงได้มีอาการป่วยในส่วนของทางเดินหายใจกันมากมายเพียงนั้นเพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า มีแต่มลพิษทางอากาศอยู่เต็มไปหมด ต่อให้ผู้ที่ทำงานอยู่ที่เตาหลอมนี้ จะเป็ผู้ฝึกพลังระดับเริ่มต้นขั้นต้นถึงกลางก็ยังไม่สามารถควบคุมปริมาณฝุ่นควันพิษนี้ไม่ให้เข้าไปในร่างกายได้ทั้งหมดและยิ่งไปกว่านั้นคือ ฝุ่นควันพิษนี้มีขนาดที่เล็กมากจนเกิดเป็สารตกค้างติดตัวผู้ที่ทำงานที่นี่ ไปแพร่กระจายให้กับคนในครอบครัวและชาวเมืองคนอื่น ๆ ได้อีกด้วย
“เตาหลอมนี้ทำงานในสภาพนี้มานานเท่าใดแล้ว” หลังจากเดินสำรวจอยู่สักครู่หนึ่ง เทียนคง ก็เอ่ยคำถามต่อเซียนอิน
“ั้แ่ก่อนข้าเกิดน่าจะราว ๆ 100 ปีกว่าได้แล้วข้าจำได้ว่าท่านพ่อเคยเล่าให้ฟังว่าเตาหลอมนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยนครวิหคครามเพื่อเร่งอัตราการหลอมของกระบวนการเดิม”
“อืมมไม่ผิดไปจากที่ข้าคาดไว้ ข้าจะทำการสำรวจตรวจสอบกระบวนการหลอมอาวุธที่นี่อย่างละเอียดคงจะใช้เวลาประมาณสองถึงสามวัน วันนี้เ้าก็กลับไปยังตำหนักก่อนเถอะ”
“ได้อีกสามวันให้หลังข้าจะมาหาเ้า” เซียนอินตกปากรับคำเทียนคง เพื่อกลับไปยังตำหนักเ้าเมืองเพราะยังมีงานอีกหลายอย่างให้นางต้องจัดการดูแล ก่อนจากไป นางได้หันมามองเทียนคง ด้วยอารมณ์แปลกประหลาดบางอย่าง
หลังจากเซียนอินจากไปไม่นานเทียนคงก็เริ่มทำการสำรวจตรวจสอบขั้นตอนการหลอมอาวุธั้แ่การจัดเตรียมวัสดุจนถึงกระบวนการหลอมในขั้นตอนสุดท้าย
ผ่านไป1 วันเต็ม เทียนคงได้ทำการสำรวจและตรวจสอบโรงหลอมอาวุธเมืองประกายเงินแห่งนี้จนครบทุกส่วนได้พูดคุยกับช่างหลอมและคนงานจำนวนไม่น้อย และยังได้รับความร่วมมือเป็อย่างดีเนื่องจากเทียนคงได้รับตราตัวแทนของเ้าเมืองจากเซียนอินั้แ่การรักษาชาวเมืองเมื่อคราวก่อนทำให้การประสานงานกับช่างหลอมและเหล่าคนงานเป็ไปได้ด้วยดี ...