ห้องทั้งห้องเงียบงันไปเพราะไม่มีเสียงพูดคนทั้งสองเหมือนตกอยู่ในห้วงคิดของตัวเอง กัญญาภัคเองก็รู้สึกชอบเขาแต่ว่ามันเร็วไปหญิงสาวเมินหน้าหนีหันไปดูลูก
“คุณกลับไปก่อนได้ไหมฉันอยากพัก”
ขณะที่คณินเองก็รู้สึกว่ากัญญาภัคมีใจแต่เธอต้องการเวลาเขาไม่อยากบีบคั้นเธอมากไป แค่ตามเฝ้าแบบนี้ก็ไม่มีใครกล้าจีบเมียเขาแล้วยังไงเธอก็ต้องเป็นของเขา ของเขาคนเดียว
“คุณพี่จะมีสะใภ้แล้วหรือคะแต่ได้ข่าวว่าสะใภ้คนนี้มีลูกติดมาด้วย คนนี้โอเคแล้วหรือคะ”
คุณนันทนาจิบน้ำชาอยู่ในห้องอาหารของโรงแรมเดอะสกายมองคนพูดที่กำลังจีบปากจีบคอเล่าเรื่องมือเรียวงามที่มีแหวนเพชรเม็ดใหญ่ประดับที่นิ้วนางข้างซ้ายหยิบทิชชูมาเช็ดปากวันนี้เธอนัดกินข้าวกับเพื่อนในกลุ่มที่ทำธุรกิจโรงแรมรีสอร์ตเพราะมีนัดสัมภาษณ์ของกลุ่มโดยทางหนังสือขอสัมภาษณ์คุณนันทนาและคุณวิมลซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจรีสอร์ตที่มีชื่อเสียง
หลังจากให้สัมภาษณ์แล้วทั้งสองคนก็มานั่งจิบชายามบ่ายต่อที่ห้องอาหารโดยคุณนันทนาเป็นคนเสนอเองเพราะช่วงนี้โรงแรมกำลังเปิดตัวฝ่ายคุณวิมลนั้นหมั่นไส้จากเรื่องนี้อยู่แล้วเพราะอยากให้ไปสัมภาษณ์ที่โรงแรมของตัวเองแต่ทำไม่ได้เพราะไม่น่าสนใจพอเมื่อมีโอกาสเลยอดจะเหน็บแนมอีกฝ่ายไม่ได้
“ลูกสะใภ้อะไรกันคะณินยังไม่เห็นบอกอะไรเลยค่ะ คุณวิมลอย่าเพิ่งไปเชื่อข่าวที่ยังไม่ได้กรองนะคะ” นางเล่นลิ้นไม่อยากเอ่ยให้คนสอดรู้ได้ข่าวกลับไปคุณวิมลไม่ได้หวังดีกับใครทั้งนั้น ให้ดิ้นหาข่าวไปอีกสักระยะแล้วกัน
“ก็ยายนิบอกว่าในงานเปิดตัวโรงแรมนายหัวคณินพาผู้หญิงคนนั้นไปแนะนำให้คุณนันทนากับคุณคำรณรู้จักแล้วไม่ใช่หรือคะดูจะเอ็นดูทั้งแม่ทั้งลูกเลย ใครๆ ก็คิดว่าคุณนันทนาจะได้ลูกสะใภ้แถมหลานมาด้วย”
“ใครๆที่ว่าคงข่าวไม่กรองแล้วเอาไปพูด ไว้ให้ชัวร์แล้ว ดิฉันจะให้ตาณินบอกทุกคนดีไหมคะตอนนี้อย่าเพิ่งเอาไปพูดเลยค่ะ เกรงใจฝ่ายหญิงด้วย”
คนฟังหน้าม้านหมั่นไส้ แต่ก็จีบปากจีบคอพูดต่อ “นั่นสินะคะ ฝ่ายผู้หญิงก็เจอข่าวเสียหายน่าเห็นใจจริงๆ”
คุณนันทนารู้ว่านั่นไม่ใช่ความเห็นใจที่แท้จริงแต่ก็นั่นล่ะนะ ตามมารยาทสังคมก็ต้องพูดไปแบบนั้น ขณะที่ทั้งสองจะแยกย้ายกลับร่างของคนที่เป็นหัวข้อข่าวก็มาถึง
“คุณแม่สวัสดีครับ”คณินยกมือไหว้มารดา แล้วหันไปเห็นแขกของมารดาก็ยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้ม“คุณวิมลสวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะฉันกำลังจะกลับพอดี ยังไงขอตัวก่อนนะคะ”
“อ้าวจะกลับแล้วหรือครับ เมื่อครู่ผมได้ยินแว่วๆ ว่ากำลังพูดถึงผมอยู่เลย”
“ฉันพูดเรื่องโรงแรมของนายหัวค่ะที่นี่สวยหรูหรา เหมาะกับเป็นนัมเบอร์วันของกระบี่ เดอะสกายมาเปิดที่อื่นก็สู้ไม่ได้แล้วค่ะ”
“สู้ไม่ได้อะไรกันล่ะครับแต่ละที่ต่างมีดีของตัวเอง ไม่ใช่แค่หรูหราแล้วจะได้ลูกค้าไปทั้งหมดผมว่าคุณวิมลอย่าเปรียบเทียบอีกเลยนะครับ จะไม่สบายใจเปล่าๆ”
“จริงอย่างที่นายหัวพูดค่ะงั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“อ้อคุณวิมลอีกอย่างหนึ่งนะครับ ผมกับคุณกั้งเราสองคนสนิทกันมากผมไม่ชอบให้ใครพูดถึงคุณกั้งอย่างไม่ให้เกียรติเพราะอย่างคุณนิรชาที่พยายามโทร.มาหาผม ชวนผมไปกินข้าวๆ บ่อย ผมยังไม่เคยเอาไปพูดผมเลยหวังว่าคุณวิมลจะทำแบบที่ผมทำ ไม่เอาเรื่องคุณกั้งกับลูกไปเม้าท์สนุกปากอีก”
คนฟังอ้าปากค้างหน้าแดงก่ำสลับซีดเผือดทั้งโกรธทั้งอายที่ถูกเด็กรุ่นลูกถอนหงอก นางไม่เคยเจอฤทธิ์เดชของนายหัวหนุ่มได้ยินแต่คนอื่นพูด ไม่นึกว่าจะปากคอเราะราย แถมพูดไม่ไว้หน้าคนฟังไม่สนว่าหัวหงอกหัวดำอีก
คุณวิมลสะบัดหน้าพรืดจากไปทันทีขณะที่สองแม่ลูกมองหน้ากันยิ้มๆ
“แม่คิดว่าณินควรจะเล่าให้พ่อกับแม่ฟังอย่างจริงจังได้แล้วนะเรื่องของลูกกับหนูกั้ง ที่จริงไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอแม่ก็เชื่อว่าน้ำใสเป็นลูกณินหน้าตาโขกกันมาขนาดนี้ แต่แค่ไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงเท่านั้น”
“จริงๆผมยังไม่ได้เคลียร์กับแม่ของน้ำใสอย่างจริงจัง เลยยังไม่ได้บอกคุณพ่อคุณแม่แต่มาถึงตอนนี้แล้ว ผมก็คิดว่าถึงเวลาที่ผมควรเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง”คณินยิ้มทั้งใบหน้า บิดามารดาของเขาให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของเขาซึ่งเขาไม่คิดปิดบังอยู่แล้ว
คุณนันทนายิ้มให้กับลูกชายคนเดียวคณินไม่เคยอุ้มเด็กที่ไหนมาเล่นด้วย แถมยังพามางานเปิดตัวของเดอะสกายที่เป็นงานเปิดตัวธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ของลูกชายแขกที่มางานล้วนเป็นคนสำคัญมีทั้งคนใหญ่คนโต มองดูก็รู้ว่ารักลูกสาวคนนี้มากนางไม่เคยนึกภาพคณินมีลูกมาก่อน เพราะลูกชายไม่เคยพูดถึงการมีครอบครัวแต่พอมีลูกแล้วกลับกลายเป็นคนที่รักลูกมาก นี่ละนะเขาถึงว่าผู้ชายพอมีลูกแล้วก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดี และยิ่งมีลูกสาวด้วยแล้วบางคนที่เป็นเพลย์บอยก็จะเปลี่ยนนิสัยตัวเองเพราะกลัวกรรมมาตกที่ลูก บางคนก็ยิ่งหวงห่วงลูกสาวคณินเป็นทั้งหมดที่ว่ามา
คนเป็นแม่คิดแล้วก็ยิ้มไม่รู้จะเห็นใจหรือสมน้ำหน้าลูกชายดี แต่เอาเถอะ คณินก็ไม่เคยทำให้พ่อแม่เดือดร้อนคู่ขา คู่ควงที่เคยมีมาก็อยู่ในที่ทางไม่สร้างความเดือดร้อน
คณินเอ่ยขึ้นทำให้คนเป็นแม่หลุดจากภวังค์
“แล้วคุณพ่อล่ะครับไปไหนไม่มาด้วยหรือครับ”
“ไปตีกอล์ฟกับก๊วนแม่มาคนเดียว”