จิงซิงอี้เปิดประตูคลินิกและเชิญให้พวกเขาเข้ามานั่งรอเมื่อจัดข้าวของและเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างแล้ว เขาเดินไปที่คอมพิวเตอร์ตรงโต๊ะและเริ่มบันทึกประวัติการรักษาของคนไข้
เขาสอบถามข้อมูลเบื้องต้น และให้เธอชั่งน้ำหนักส่วนสูง และวัดความดัน จากนั้นเขาจึงมองไปที่สามีของคนไข้เหมือนจะถามคนไข้ซึ่งเป็นภรรยารีบตอบว่า
“ฉันพาเขามาให้คุณหมอตรวจด้วยค่ะ”
จิงซิงอี้จึงสอบถามข้อมูลและวัดความดันและอาการไข้ของผู้ชายด้วยเช่นกันเขาสังเกตเห็นว่า ฝ่ายชายดูจะไม่เต็มใจที่จะมาด้วย ซึ่งทำให้ฝ่ายหญิงรู้สึกเกรงใจจิงซิงอี้ แต่จิงซิงอี้ทำหน้าเฉยๆ ไม่สนใจเขาเชิญให้ทั้งคู่เดินเข้าไปในห้องตรวจด้านหลัง
ฝ่ายหญิงหยิบฟิล์มเอ็กซเรย์และผลการตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลมาให้จิงซิงอี้ดูด้วยชายหนุ่มอ่านข้อมูลพร้อมกับดูฟิล์มประกอบด้วย สักพักเขาจึงพูดว่า
“คุณเคยทำ IVF[1] มาแล้วใช่มั้ยครับ ช่วยเล่าอาการก่อนหน้าจะไปทำได้มั้ยว่าตรวจพบอาการอะไร และรักษายังไงบ้าง”
หญิงสาวอธิบายว่า เธอแต่งงานมา 4 ปีแล้วหลังจากแต่งงานได้ 1 ปี ก็ยังไม่มีลูกสักที เธอและสามีจึงรอไป 2 ปีและก็ยังไม่มีอีก จึงตัดสินใจไปพบแพทย์ จากการตรวจร่างกายพบว่า
“หมอบอกว่าฮอร์โมนไม่ปกติ ไข่ตกไม่สม่ำเสมอทำให้ประจำเดือนมาบ้างไม่มาบ้างค่ะ บางครั้งก็มาน้อยมาก ไม่ตรงเวลาจากนั้นก็รักษาตามที่หมอบอก มีการปรับฮอร์โมนแล้วก็ใช้ยากระตุ้นให้ไข่ตกด้วย”
จิงวิงอี้หันไปถามฝ่ายสามีว่า
“คุณได้ไปตรวจด้วยมั้ยครับ”
สามีตอบสั้นๆว่า “ผมไม่ได้ไปด้วย”
ภรรยารีบอธิบายต่อ เพราะกลัวจิงซิงอี้ไม่พอใจที่สามีของเธอตอบห้วนๆ
“ช่วงนั้นฉันรักษาไป 5-6 เดือนแต่ก็ยังไม่มีลูกสักทีค่ะ เลยตัดสินใจทำ IVF แต่ทำไปแล้วก็ไม่สำเร็จฉันอยากทำต่ออีกครั้ง แต่สามีไม่ยอม”
ประโยคหลัง เสียงของเธอเบาลง และไม่กล้ามองสามีในขณะที่สามีทำหน้าบึ้งมากขึ้น
จิงซิงอี้ไม่สนใจท่าทีของพวกเขาเขาจดบันทึกข้อมูลที่ได้ จากนั้นก็อ่านแฟ้มข้อมูลประกอบ สักพักเขาก็ถามหญิงสาวว่า
“ทำ IVF มาแล้วประมาณครึ่งปีใช่มั้ยครับ”
หญิงสาวตอบรับว่าใช่ จิงซิงอี้คิดไปเขียนบางอย่างไปจากนั้นก็วางปากกา และหันมาพูดกับทั้งสองสามีภรรยาว่า
“ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกคุณแต่การมีบุตรยากแบบนี้ เกิดขึ้นได้จากทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่แค่ฝ่ายหญิงเท่านั้น
ผู้หญิงที่มีลูกยากมักจะเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นฮอร์โมนผิดปกติ ผนังมดลูกมีปัญหา ท่อรังไข่อุดตัน หรือเนื้องอกในมดลูกแต่เท่าที่ดูข้อมูลของพี่ผู้หญิง เธอไม่มีปัญหาเรื่องมดลูก”
จากนั้นเขาหันไปทางฝ่ายชายที่ทำหน้าไม่พอใจอยู่และพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“สำหรับผู้ชายมักจะเกิดจากการมีสเปิร์มน้อยหรือเคลื่อนไหวผิดปกติบางครั้งท่อนำอสุจิก็อาจตีบตันได้ด้วย และยังมีเรื่องของการใช้ชีวิตที่มีทั้งความเครียด อาหารการกินต่างๆผมถึงต้องการให้มีการตรวจร่างกายของทั้งสองฝ่าย ถึงจะรักษาอาการให้ได้”
เมื่อได้ยินคำพูดของหมอหนุ่มฝ่ายสามีก็ทำหน้าไม่พอใจทันที เขาโพล่งขึ้นมาว่า “ผมแข็งแรงดีไม่จำเป็นต้องรักษาอะไรทั้งนั้น!”
หญิงสาวหน้าซีดทันที เธอหันมาพูดกับสามีด้วยเสียงดังขึ้นว่า
“คุณคะ! อย่าพูดแบบนี้สิ!”
จิงซิงอี้หรี่ตาลงเขาพูดกับฝ่ายชายด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“ถ้ายังไม่เคยตรวจแล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าตัวเองไม่ใช่ต้นเหตุ”
ฝ่ายชายชักสีหน้าทันที แต่จิงซงอี้ไม่สนใจ เขาพูดออกมาตรงๆว่า
“คุณจะอยากรักษาหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องของผมแล้วผมก็ไม่ได้ขอร้องให้คุณมารักษาด้วย!”
ทั้งคู่ผงะด้วยความตกใจเขาไม่คิดว่าหมอหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ จะกล้าพูดออกมาแบบนี้ หญิงสาวหน้าเสียทันทีตาของเธอแดงก่ำ เธอหันไปมองสามีด้วยความเสียใจ จากนั้นก็ขอโทษจิงซิงอี้ด้วยความเสียใจและละอายใจ
จิงซิงอี้ไม่สนใจฝ่ายชายเขาหันมาพูดกับฝ่ายหญิงด้วยน้ำเสียงสุภาพขึ้นว่า
“ผมแนะนำให้พวกคุณไปตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนถ้าจะรักษาทั้งคู่ก็บอกมา แต่ถ้าจะรักษาคนเดียว ผมก็รักษาให้ได้ แต่จะได้ผลหรือไม่ผมไม่รับประกัน และถ้าเอาไปพูดว่าผมรักษาไม่ดี ไม่ได้ผล ผมก็ไม่ยอมนะครับ!”
ประโยคหลังเขาหันไปสบตากับฝ่ายชายด้วยดวงตาแข็งกร้าว
ฝ่ายหญิงรีบขอโทษจากนั้นก็ขอตัวและบอกกับจิงซิงอี้ว่า พวกเขาจะขอเวลาคุยสักพักจากนั้นทั้งสองหายไปเกือบ 20 นาที และพากันเดินกลับมาใหม่ฝ่ายหญิงดวงตาแดงก่ำแต่ก็ดูโล่งใจขึ้น ในขณะที่ฝ่ายชายมีสีหน้าละอายใจเขาพูดกับจิงซิงอี้อย่างกระอักกระอ่วนว่า
“ผมขอให้คุณหมอช่วยรักษาพวกเราต่อได้มั้ยครับ”
จิงซิงอี้มองเขา และพูดเน้นอย่างชัดเจนว่า
“ผมรักษาให้ได้แต่คุณก็ต้องยินดีทำตามวิธีของผมด้วย ตกลงมั้ยครับ”
ทั้งสองคนรับปากทันที เมื่อเห็นว่าทุกอย่างกลับสู่ความสงบจิงซิงอี้จึงอธิบายแผนการรักษาของเขาว่า ขั้นแรกนั้นเขาจะตรวจร่างกายของทั้งคู่ตามแบบแพทย์แผนจีน จากนั้นจะเริ่มรักษาอาการผิดปกติ
ทั้งสองคนสามารถเลือกได้ว่าจะรักษากับเขาไปจนมีลูกเอง หรือจะรักษาร่างกายจนแข็งแรงแล้ว จากนั้นก็เลือกไปใช้วิธีผสมเทียมตามแบบแพทย์แผนปัจจุบันที่เคยใช้ทั้งการทำ IVFและ GIFTS ซึ่งฝ่ายภรรยาตอบอย่างหนักแน่นว่า
“พวกเราขอรักษากับคุณหมอจนกว่าจะมีลูกเองตามธรรมชาติค่ะ!”
เมื่อตกลงกันได้ทั้งสองคนก็ตรวจร่างกายตามวิธีที่จิงซิงอี้วางแผนไว้ เมื่อตรวจเสร็จ จิงซิงอี้อธิบายสภาพร่างกายและอาการของทั้งสองว่า
“สาเหตุเกิดจากชี่ไตไม่เพียงพอทำให้ชี่และเลือดในเส้นลมปราณชงเริ่นติดขัด ทำให้ไม่เกิดการปฏิสนธิของไข่กับอสุจิ
สำหรับคุณหวังเสี่ยวหยวน ซึ่งเป็นภรรยา ผมพบว่ามีอาการไตหยางพร่องสังเกตได้จากแขนขาเย็น ลิ้นซีด ชีพจรเต้นช้า
แต่ผมมีอีกคำถามคือ คุณทั้งสองเคยเป็นโควิด-19มาก่อนหรือเปล่า”
ทั้งสองชะงักไปพวกเขาคิดสักพัก และหวังเสี่ยวหยวนตอบว่า
“ฉันเคยเป็นประมาณ2 ปีที่แล้วค่ะ ส่วนสามีของฉัน ก็ติดจากฉันไปในช่วงนั้นแล้วเขาก็เป็นอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้นจิงซิงอี้จึงขอตรวจร่างกายของทั้งสองอีกครั้งและถามต่อว่า
“หลังหายจากโควิด-19 แล้ว พวกคุณมีอาการหลังโรคหรือลองโควิดมั้ยครับอย่างเช่น อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ซึมเศร้า ปวดเนื้อปวดตัว มึนหัว เหนื่อยง่ายหัวใจเต้นแรง บางครั้งก็เจ็บหัวใจ”
ทั้งสองคนตอบตรงกันว่ามีอาการที่กล่าวมาโดยเฉพาะสามีคือคุณหวังที่นอนไม่ค่อยหลับมาจนถึงตอนนี้ซึ่งคุณหวังก็พูดอย่างเหนื่อยใจว่า
“ผมก็กังวลเหมือนกันว่าเป็นอะไร เวลาไปหาหมอแผนปัจจุบันเขาก็บอกว่าเครียดจากงาน พักผ่อนน้อย ผมเครียดจริงนะ แต่ผมก็เป็นคนรู้จักปล่อยวางแต่ตั้งแต่เป็นโควิด ผมอารมณ์ไม่ค่อยดี รู้สึกไม่ดี แล้วก็นอนไม่หลับเหนื่อยง่ายด้วย”
คุณนายหวังก็พูดสนับสนุนเบาๆว่า
“แต่ก่อนเขาไม่เคยอารมณ์เสียแบบนี้ค่ะ แต่ช่วงนี้เป็นจริงๆฉันก็นึกว่าเขาคงนอนไม่หลับ เพราะเครียดจากงาน ก็เลยหงุดหงิด”
จิงซิงอี้พยักหน้าและจดบันทึกข้อมูลลงในประวัติคนไข้ ก่อนจะพูดว่า
“อย่างที่ผมบอกไปว่า พวกคุณมีอาการไตพร่องตามที่ผมบอกแต่ผมสงสัยเรื่องลองโควิดที่น่าจะส่งผลต่อร่างกายของพวกคุณด้วย
ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่า การเป็นโควิดมีผลยังไงต่อร่างกายของเราบางคนก็มีอาการมากน้อยต่างกัน แต่โรคนี้ทำร้ายร่างกายเรามากกว่าที่คิดหลายคนอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ มึนหัว
บางคนเป็นโรคซึมเศร้า เพราะร่างกายไม่สบายไม่สดชื่น ไม่แข็งแรงแบบเดิม ทำให้จิตใจห่อเหี่ยวตามซึ่งอาการของพวกคุณดูจะได้รับผลกระทบด้วย ทั้งหมดนี้มีผลต่อการมีลูกยากด้วยครับ”
ทั้งสองคนมีสีหน้างุนงง จิงซิงอี้อธิบายต่อว่า
“ในหลายประเทศเริ่มพบว่า การมีไข้สูงจากโรคโควิด-19ทำให้ความร้อนจากร่างกายไปฆ่าเชื้ออสุจิในเพศชายหรือทำให้คุณภาพของอสุจิที่แย่อยู่แล้วยิ่งแย่ลงไปอีก
สำหรับผู้หญิงพบว่าเชื้อโควิด-19ไปจับตัวกับโปรตีนในร่างกาย และไปกระจายอยู่ในระบบสืบพันธุ์ นั่นคือรังไข่กับมดลูก ซึ่งก็เป็นแบบนี้ในระบบของผู้ชายด้วย
ในทางแพทย์แผนจีน เราเชื่อว่าทั้งปอดและม้ามที่ถูกทำลายจากเชื้อนี้จะส่งผลต่อลมปราณด้วยซึ่งทำให้มีปัญหากับระบบย่อยอาหาร และในผู้หญิงบางคนก็ส่งผลให้เลือดน้อยลงประจำเดือนมีปัญหา และผนังมดลูกบางลง ตัวอ่อนจึงเกาะติดกับผนังมดลูกได้ยากขึ้นซึ่งก็เป็นไปได้ว่าจะส่งผลให้พวกคุณทำ IVF ไม่สำเร็จ”
“ฉะนั้น ถ้าจะรักษา ก็ต้องรักษาอาการจากโควิดที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายและก็รักษาเรื่องการมีลูกยากไปพร้อมกัน ซึ่งการรักษาพวกคุณทั้งสองคนผมจะใช้ทั้งการฝังเข็มและการกินยานะครับ”
จิงซิงอี้จัดยาเซียวเหยาส่านเพื่อรักษาอาการชี่ติดขัด บำรุงม้ามและเลือดพร่อง เพื่อช่วยให้คุณนายหวังมีประจำเดือนมาปกติซึ่งเขาให้เป็นแบบยาลูกกลอนไป
สำหรับฝ่ายสามีนั้น เขาให้กินยาอู๋จื่อเอี่ยนจงหวานซึ่งประกอบไปด้วยเมล็ดพืช 5 ชนิด ได้แก่ โกว่ฉีจื่อ ทู่ซือจื่อ ฟู้เผินจื่อ อู๋เว่ยจื่อเชอเฉียนจื่อ ซึ่งช่วยบำรุงไตบำรุงสมรรถภาพการสืบพันธุ์ ม้าม ไต ช่วยเก็บกักอสุจิให้มีปริมาณมากขึ้นและมีคุณภาพและช่วยให้ชี่ของไตไหลเวียนดีขึ้นด้วย
นอกจากนี้ จิงซิงอี้ยังแนะนำให้ดื่มน้ำขิง น้ำมะนาวและชาเขียว เพื่อล้างพิษในเลือด ช่วยย่อย และเสริมภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะชาเขียวที่มีฤทธิ์อุ่นจึงช่วยให้เลือดไหลเวียนดี กระตุ้นให้ร่างกายล้างพิษที่สะสมได้
การรักษาของทั้งสองคนจะแบ่งออกเป็นช่วงๆ เริ่มต้นตั้งแต่การขับพิษจากโควิดที่หลงเหลือและปรับสมดุลระบบต่างๆ จากนั้นจึงเป็นขั้นของการเตรียมมีบุตร ซึ่งใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 5-6 เดือน
ในวันนั้น จิงซิงอี้ใช้การฝังเข็มที่จุดชี่ไห่บริเวณใต้สะดือ จุดเสิ่นซูบริเวณหลังแถวเอว ซึ่งเป็นจุดที่ชี่ของไตไหลเวียน ฝังที่จุดจุดไท่ซีอยู่ด้านในข้อเท้าเพื่อบำรุงอิน ให้กับทั้งสองคน เมื่อรักษาเสร็จ พวกเขารู้สึกร่างกายสดชื่นตัวเบาขึ้นมาก
เขาจัดยาที่คลินิกให้ไปกิน และให้มาพบอีกครั้งในอีก1 เดือน เพื่อติดตามอาการและรักษาเพิ่มเติม ทั้งสองจ่ายเงิน และขอบคุณจิงซิงอี้ด้วย จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านไปด้วยความหวังเต็มเปี่ยม
[1] IVF(In-vitro fertilization) การนำไข่และอสุจิมาผสมนอกร่างกายเลี่ยงจนตัวอ่อนแข็งแรงประมาณ 5-6 วันแล้วนำกลับไปไว้ที่โพรงมดลูก