ตอนที่ 20 เพียงซดเหล้า
ในขณะนี้เองที่หน้าด่านของราชอาณาจักรลาบอน ราชอาณาจักรแห่งนี้เป็ราชอาณาจักรที่มั่งคั่งไม่ใช่น้อย เป็เส้นทางการค้าขายของหลายราชอาณาจักร ความมั่งคั่งนี้สามารถพิสูจน์ได้โดยการมีศูนย์กิลนักผจญภัยประจำประเทศที่ใหญ่โตมากๆ มีนักผจญภัยระดับSคลาสหนึ่งตำแหน่ง นักผจญภัยระดับA+คลาสเจ็ดตำแหน่ง และนักผจญภัยระดับAคลาสห้าสิบหกคน ด้วยขุมกำลังนี้เองที่ทำให้มันกลายเป็ราชอาณาจักรที่มั่งคั่ง
เมื่อนำตารางเปรียบเทียบจำนวนของนักผจญภัยว่าเกิดขึ้นได้ยากเพียงใดนั้น ในราชอาณาจักรที่มีประชากรหนึ่งพันล้านคน มีโอกาสเกิดนักผจญภัยAคลาสได้หมื่นคนขึ้นไป คลาสA+ได้พันถึงหมื่นคน คลาสSประเมินไม่ได้ มันมีความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงระหว่างคลาสA+ กับคลาสS แตกต่างจนเทียบชั้นกันไม่ได้เลยทีเดียว
เดิมทีคลาสS เป็คลาสสูงสุดที่สมาคมกิลนักผจญภัยจะมอบให้ได้ แต่ทว่า ในหมู่คลาสSด้วยกัน มันกลับมีตัวตนที่แข็งแกร่งสุดขั้วอยู่ ระดับSคลาสหลายคนยกย่องคนที่แข็งแกร่งเ่าั้ จนกำเนิดตำแหน่งSSขึ้นมา เมื่อสามสิบปีก่อน มีเื่ราวของนักผจญภัยระดับSSSที่สามารถฆ่าัได้ด้วยมือเปล่า… แต่เื่ราวนั้นได้กลายเป็ตำนานไปเพราะการหายตัวไปของนักผจญภัยระดับSSS
กลุ่มนักผจญภัยระดับBคลาสจำนวนห้าคนเพิ่งกลับมาจากภารกิจล่าสัตว์อสูร พวกเขากำลังยื่นบัตรแสดงตัวตนเพื่อเข้าประเทศ
“บ้าเอ๊ย!! วันนี้สัตว์อสูรหายหัวกันไปหมดเลย” นักผจญภัยระดับBคลาสกล่าวบ่นให้กับผู้คุมประตูราชอาณาจักร ราชอาณาจักรลาบอนมีกำแพงหินที่ถูกร่ายพลังเวทย์คุ้มกันล้อมรอบราชอาณาจักร ประตูที่สามารถเข้าออกสู่ประเทศมีเพียงสองสถานที่เท่านั้น หนึ่งที่ทิศใต้ สองที่ทิศเหนือ เนื่องด้วยที่มีประตูเข้าออกประเทศที่น้อยทำให้การคุ้มกันในแต่ละส่วนแ่าอย่างมาก
ทหารส่วนใหญ่ที่ถูกส่งมาคุมหน้าด่านประเทศล้วนเป็พลทหารระดับสูงที่เคยผ่านสมรภูมิรบมาแล้วทั้งสิ้น
“โชคร้ายหน่อยนะ กลุ่มนักผจญภัยระดับEเมื่อกี้ก็พูดแบบเ้านี่แหละ” ทหารระดับสูงนายหนึ่งกล่าวขึ้น เขาเริ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ถ้านับรวมกลุ่มนักผจญภัยระดับBคลาส นี่คงเป็กลุ่มที่สิบสองแล้วที่พูดว่าสัตว์อสูรหายไป
“ฮะฮ่าฮ่า เ้าอย่าเพิ่งหัวเราะพวกเราเชียว” นักผจญภัยคลาสBที่คล้ายเป็ผู้นำกลุ่มได้หยิบถุงผ้าน้ำตาลขนาดเท่าถุงผ้าเก็บน้ำขึ้นมา เขาแง้มปากถุงให้ทหารระดับสูงเชยชมเล็กน้อย ทันใดนั้น สุ้มเสียงแปลกประหลาดก็แว่วดัง “กร๊าซซ…”
ทหารระดับสูงขมวดคิ้วชิดมุ่นด้วยความตกตะลึงระคนประหลาดใจ เขามองลึกไปข้างในถุงผ้านั่นที่ราวกับผนึกสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งเอาไว้ข้างใน รูปลักษณ์ของมันพิสดารผิดแปลก “นี่ตัวอะไร เหตุใดข้าถึงไม่คุ้นเคย”
มันมีลักษณะราวกับมนุษย์ที่ผอมแห้งติดกระดูก เพียงทั่วทั้งร่างเป็สีดำทมิฬ ส่วนกระโหลกศีรษะของมันก็ยื่นออกไปข้างหลัง มันยังตัวเล็กจิ๋วขนาดราวสามสิบเิเ
“ใช่ไหมล่ะ!! พวกข้าที่โชกโชนการล่าสัตว์อสูรยังไม่เคยจะพานพบตัวลักษณะแบบนี้เลย! นี่ถ้านำไปประมูลในตลาดคงได้ราคาสูงน่าดูชมเลยทีเดียว”
ทหารระดับสูงจับจ้องมันสักพักหนึ่ง จู่ๆ สิ่งมีชีวิตประหลาดตัวนั้นกลับเพ่งมองมายังเขา ในจังหวะนั้นเองที่เส้นขนได้ลุกชูชันขึ้นทั่วทั้งร่าง ทหารเฝ้าประตูพลันเดินถอยห่างจากถุงที่ผนึกมันไว้ในทันที “เชิญพวกเ้าไปข้างในเถอะ”
“เหนื่อยหน่อยนะ ท่านเหล่าทหารระดับสูง” นักผจญภัยคลาสBหลายคนหยอกล้อเขา ก่อนจะสืบเท้าเข้าสู่ราชอาณาจักรลาบอน
“ตัวบ้าอะไร น่าขนลุกชะมัด… เมื่อกี้นี้ข้าััได้ถึงความกระหายเืชัดเจนเลย”
คนในราชอาณาจักรลาบอนยังไม่รู้สึกตัวกันเลยว่าหายนะกำลังจะมาเยือนตนเอง… เพียงสามลมหายใจ ทหารระดับสูงที่คอยคุ้มกันป้อมปราการหน้าด่านทางทิศใต้พลันััได้ถึงความรู้สึกน่าสะพรึงลี้ลับ พวกเขาคล้ายถูกูเาหล่นทับใส่ร่าง เป็ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นปราศจากที่มา
“ทำไม… ข้าถึงรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลนี่มัน…”
“นั่นตัวอะไร?” ผู้บัญชาการกองกำลังทหารระดับสูงหน่วยปกป้องปราการหน้าด่านทางทิศใต้ เขาที่กำลังใช้กล้องประดิษฐ์เวทมนตร์สอดส่องชมธรรมชาติกลับต้องเคลื่อนหยุดลงตรงสิ่งมีชีวิตประหลาดนั่น มันมีรูปร่างคลับคล้ายมนุษย์ที่ผอมแห้งติดกระดูกแต่ผิวเป็สีขาวซีดดุจกระดาษ
เพียงสามลมหายใจถัดมา มันมีกลุ่มนักผจญภัยระดับAจำนวนสามคนกำลังเดินกลับมาทางป่าด้วยสีหน้าผิดหวัง บนหอคอยสังเกตการณ์นี้ล้วนอยู่ภายใต้สายตาของผู้บัญชาการ เขาเผยรอยยิ้มลึกลับขึ้น “เ้านั่นตายแน่” เป็ไปตามคาด นักผจญภัยระดับAสามคนพบกับสิ่งมีชีวิตสีขาวเข้า แต่แล้วจู่ๆ เรือนร่างของมันกลับอันตรธานหายไป
ั์ตาของผู้บัญชาการขยายโตกว้างจนสุด เพียงชั่วพริบตา ศีรษะของนักผจญภัยระดับAจำนวนสามคนพลันกระเด็นหลุดออกจากบ่า ผู้บัญชาการตกตะลึงจนทำกล้องประดิษฐ์เวทมนตร์หล่นลงจากมือ สติของเขาปลิวหายไปชั่วขณะ เป็จังหวะเดียวกันกับที่สิ่งมีชีวิตนั้นหันมองมาทางเขาราวกับััได้ว่าเขากำลังมองมันอยู่
“ท่าไม่ดีแล้ว…” ผู้บัญชาการกล่าวพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาใช้สกิลใต้บัญชาติดต่อสื่อสารกับทหารระดับสูงทุกหน่วย “เตรียมตัวรบ!! ทหารทุกนายประจำตำแหน่ง เรากำลังต้องต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตที่สามารถสังหารนักผจญภัยระดับAได้ง่ายๆเหมือนพ่นลมหายใจ”
ทหารระดับสูงหลายคนที่ได้ยินคำสั่งของท่านผู้บัญชาการแบบนั้นก็ต่างะเิเสียงหัวเราะออกมา นานๆทีผู้บัญชาการของพวกขาจะมีอารมณ์ขัน ทำไมพวกเขาถึงขำน่ะหรือ… สิ่งมีชีวิตอันใดกันที่สามารถสังหารนักผจญภัยระดับAได้อย่างง่ายๆกันล่ะ! ถ้าสิ่งมีชีวิตนั้นคิดจะบุกจริง อย่างน้อยระดับความสามารถของมันก็ไม่ต่ำกว่าขุนพลปีศาจ…
“ไอ้พวกโง่!! พร้อมรบซะ” เสียงของผู้บัญชาการดังสะท้านก้องในโสตประสาทของทหารระดับสูงทุกนาย ผู้บัญชาการกัดริมฝีปากตนเองจนหลั่งโลหิต สงสัยป้อมปราการของพวกเขาคงสงบมานานจนเกินไป ทหารบางส่วนได้สูญเสียวินัยสิ้นแล้ว!!
ในเขตภายในป้อมปราการ สถานที่แห่งนี้เป็ห้องขนาดใหญ่ ทหารระดับสูงเกือบทั้งหมดจะมารวมตัวกันที่นี้เพื่อดื่มเหล้าผ่อนคลายหรือนั่งโต๊ะพูดคุย ข้างในห้องตอนนี้มีทหารระดับสูงไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยคนซึ่งเป็จำนวนหนึ่งในสิบของป้อมปราการนี้เลยทีเดียว
“รับทราบๆ มันจะอะไรกันหนักหนานี่” ทหารระดับสูงนายหนึ่งยกแก้วเหล้าขึ้นมาซด เขาตั้งใจจะซดเหล้าให้หมดรวดเดียว ศีรษะของเขาจึงค่อยๆเชิดสูงขึ้นเพื่อกระดกเหล้าในแก้ว ทำให้สูญเสียการมองเห็นใน่เวลานั้นไป…
ในห้องนี้มีทหารระดับสูงมากถึงหนึ่งร้อยคนเศษ แต่ทว่า จังหวะที่เขากำลังซดเหล้า สุ้มเสียงกระซิบกระซาบของบรรดาสหายทหารกลับเงียบสนิทดุจป่าช้า
เขาเพิ่งซดเหล้าเสร็จ เสียงแก้วเหล้ากระทบโต๊ะไม้ดัง ปึก! “โฮ่ หายากนะเนี่ยจังหวะที่ทุกคนเงียบพร้อมกัน”
ทันทีที่ทหารนายนี้กลับมามองทัศนียภาพเบื้องหน้า ั์ตาของเขาจำต้องขยายโตกว้าง เมื่อพบกับฉากห้องทั้งห้องที่กลายเป็สีเืแดงสดดุจทะเลโลหิต ท่ามกลางซากศพของพวกพ้องเขา สิ่งมีชีวิตสีขาวซีดประหลาดกำลังยืนอยู่ตรงใจกลางห้อง
ไวท์เคลื่อนศีรษะหันมามองมนุษย์ที่เหลือรอดเป็คนสุดท้าย