เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 ที่จริงเขาแคร์เธอ

            ใช้ร่างกายแลก?

            ซูเจี่ยนอันตกใจในความคิดตัวเองเธอส่ายหัวไปมาไม่หยุด “ไม่ได้ๆๆๆ”

            หมดกันนี่เธอจนตรอกขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร

            “ไม่ได้อะไร”ลู่เป๋าเหยียนถามน้ำเสียงจริงจัง

            ซูเจี่ยนอันนิ่งงันไป

            ให้ตายเธอก็ไม่มีทางบอกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ไม่อย่างนั้นคงไม่มีหน้าพบเขาอีกต่อไป

            เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้“หลายร้อยล้านจำนวนมันเยอะมากนะ นะ นายอยากให้ฉันชดใช้ยังไง”

            ลู่เป๋าเหยียนมองลึกลงไปในนัยต์ตาเธอยิ้มมุมปาก “ไว้จะบอกเธอทีหลัง”

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกว่าลู่เป๋าเหยียนเหมือนนายพรานฝีมือฉกาจดีๆนี่เอง เขาค่อยๆ เฝ้ามองเหยื่ออย่างอ่อนโยน แต่ไม่ใช่เพราะต้องการปล่อยไปหากแต่กำลังรอโอกาสเหมาะๆ ที่จะจับมากินให้ราบคาบในคราเดียว

            เธอคิดแล้วตัวสั่นกลับไปจะต้องจัดการคิดบัญชีกับเจียงเส้าข่ายเพราะเขาทำให้เธอต้องตกเป็นเหยื่ออันโอชะของลู่เป๋าเหยียนแท้ๆ

            เมื่อกลับมาถึงสถานีตำรวจเจียงเส้าข่ายกำลังนั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารอยู่ซูเจี่ยนอันเดินเข้าไปดึงเอกสารจากมือเขาทันที

            เจียงเส้าข่ายอุทานออกมาพลางมองเธออย่างประเมิน

            “ลู่เป๋าเหยียนทำอะไรเธอหรือไง”

            “เขาจะให้ฉันชดใช้ค่าเสียหาย”ซูเจี่ยนอันเล่าเรื่องที่บริษัทของลู่เป๋าเหยียนต้องเสียหายเป็นร้อยล้าน พลางมองเจียงเส้าข่ายอย่างเคืองๆ“เป็นความผิดของนาย! เดิมทีฉันก็ติดหนี้เขาอยู่แล้วตั้งสามล้านเป็นเพราะโทรศัพท์กริ๊งเดียวของนายทำให้ยอดรวมหนี้ของฉันถูกเติมศูนย์เข้าไปข้างหลังอีกตั้งหลายตัว!”

            “อย่าโง่ไปหน่อยเลย”เจียงเส้าข่ายมองเหยียดๆ

            “คนที่ถืออำนาจต่อรองเหนือกว่ามาโดยตลอดอย่างลู่เป๋าเหยียนการเจรจาจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับเขาทั้งนั้น ต่อให้เขาทิ้งคู่เจรจามาอย่างมากก็แค่ขอโทษไม่ก็ให้ผลประโยชน์กับอีกฝ่ายสักหน่อยก็จบเรื่องแล้วบริษัทต้องเสียหายอะไรกัน นั่นเอาไว้หลอกเธอ เธอก็เชื่อ?”

            ซูเจี่ยนอันงง“แล้วเขาจะหลอกฉันทำไมกัน”

            “หลอกคนโง่คงจะสนุกดีละมั้ง”

            ป๊าบ!ซูเจี่ยนอันยกเอกสารตีหัวเจียงเส้าข่ายเต็มแรง

            เจียงเส้าข่ายเปิดกล้องหน้าของมือถือพลางเซตผมให้เข้าที

            “จะว่าไปเธอต้องขอบคุณฉันนะถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เธอคงไม่มีวันพิสูจน์ได้หรอกกว่าเขาแคร์เธอจริงหรือเปล่า”

            ซูเจี่ยนอันอดนึกถึงภาพตอนที่ลู่เป๋าเหยียนรีบมาที่นี่ไม่ได้ช่วงเวลาเพียงสั้นๆ ที่เขาไม่ได้เก๊กอย่างเคย สายตาที่ดูร้อนใจคู่นั้นคงเป็นเพราะ...ห่วงเธอล่ะมั้ง

            จะว่าไปทุกครั้งที่เธอเกิดเรื่อง ลู่เป๋าเหยียนมักจะมาช่วยได้ทันเวลาทุกทีไม่ว่าจะตอนที่ถูกสองพี่น้องตระกูลเส้าลักพาตัว หรือตอนที่ถูกเด็กม.ปลายดักทำร้าย

            แต่ถ้าจะบอกว่าทั้งหมดนั่นเป็นเพราะลู่เป๋าเหยียนแคร์เธอทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนเป็นได้แค่เรื่องในฝัน

            แค่คิดก็รู้สึกราวกับภาพความจริงหน้ากลับกลายเป็นแค่ภาพลวงตาเสียอย่างนั้น

            “เป็นไง”เจียงเส้าข่ายมองซูเจี่ยนอันอย่างยิ้มๆ“เริ่มคิดเปลี่ยนใจจากคนที่เธอชอบมานานหลายปีแล้วหันไปชอบลู่เป๋าเหยียนแทนบ้างหรือยัง”

            ซูเจี่ยนอันถึงกับชะงักพลางมองเจียงเส้าข่ายอย่างต่อว่า “นายนี่นับวันจะยิ่งขี้เม้านะ”

            เธอกลับไปนั่งที่แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อเขียนรายงานต่อแต่เอาเข้าจริงสมองเธอกลับเต็มไปด้วย ลู่เป๋าเหยียน ลู่เป๋าเหยียน ลู่เป๋าเหยียน...

            เจียงเส้าข่ายรู้ทันทีว่าซูเจี่ยนอันแกล้งทำเป็นกลบเกลื่อนไปอย่างนั้นว่าแล้วก็ยิ้มพลางจิบเอสเพรสโซ่ แต่คิ้วถึงกลับขมวดเป็นปม

            ทำไมขมแบบนี้วะเนี่ย

            ดื่มมาตั้งหลายปีทำไมวันนี้ถึงรู้สึกว่าขมกว่าทุกวัน?

            วันนี้เจียงเส้าข่ายมั่นใจในความจริงบางอย่าง ขณะเดียวกันก็ถูกบังคับให้สละทิ้งอะไรหลายๆอย่าง

            ซูเจี่ยนอันนั่งห่างจากเจียงเส้าข่ายแค่เพียงโต๊ะเดียวแต่กลับไม่รู้ตัวเลยว่าตนทำให้โลกของเจียงเส้าข่ายปั่นป่วนขนาดไหน

            หลังเลิกงานเมื่อเธอกลับถึงบ้าน ป้าหลี่ซึ่งเป็นคนรับใช้ของบ้านนี้ก็ได้เดินมาหาเธอ

            “คุณผู้หญิงคะดิฉันกำลังจัดกระเป๋าให้คุณชายอยู่ คุณช่วยขึ้นมาดูให้หน่อยได้ไหมคะฉันไม่ค่อยมั่นใจว่าจัดถูกต้องหรือเปล่า ปกติป้าหลิวจะเป็นคนดูแลเรื่องนี้แต่พอดีวันนี้เธอลาน่ะค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันเดินตามป้าหลี่เข้าไปในห้องลู่เป๋าเหยียนแล้วกวาดตามองดูข้าวของที่ถูกจัดไว้ในกระเป๋าอย่างเป็นระเบียบจึงพบว่าเสื้อผ้าหลายชุดดูไม่ค่อยเข้าคู่กัน

            เธอยิ้มพลางพูดว่า“ป้าหลี่คะ ช่วยไปหาถุงใสสำหรับใส่เสื้อผ้ามาให้หนูหน่อยสิคะเดี๋ยวตรงนี้หนูดูต่อเองค่ะ”

            ป้าหลี่พยักหน้าตอบรับอย่างดีใจแล้วรีบไปหาของตามที่สั่ง

            ซูเจี่ยนอันนำเสื้อผ้าทั้งหมดที่ถูกจัดลงกระเป๋าออกมาและเดินไปแขวนที่ห้องแต่งตัว จากนั้นก็จัดการจัดชุดสูทสำหรับทำงานสองชุดและชุดลำลองอีกหนึ่งชุด

            ลู่เป๋าเหยียนที่เพิ่งกลับมาเห็นซูเจี่ยนอันกำลังกอดเสื้อผ้าเขาออกมาจากห้องแต่งตัว เธอโยนมันลงไปบนเตียงจากนั้นจึงก้มตัวลงไปพับทีละชุด

            เริ่มจากพับชุดสูทตามด้วยเสื้อเชิ้ตและเข็มขัดที่เข้าชุดกันแม้แต่กระดุมและผ้าเช็ดหน้าเธอก็ช่วยเลือกไว้อย่างดี ช่วยประหยัดเวลาให้เขาได้มาก

            แสงอาทิตย์สีทองที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างด้านหลังของเธอช่วยทำให้ห้องไม่มืดจนเกินไป ซีกหน้าที่อาบแสงอาทิตย์ยามเย็นช่างดูงดงามราวภาพวาดขนตางอนยาวกะพริบขึ้นลงดั่งผีเสื้อแสนสวยที่กำลังสยายปีกประกอบกับสีหน้าท่าทางที่กำลังง่วนอยู่กับเสื้อผ้าของเขา ทำให้คนมองอดใจเต้นไม่ได้

            วินาทีนั้นลู่เป๋าเหยียนรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด

            ต่อให้ต้องเห็นภาพนี้ทุกวันซ้ำไปซ้ำมาเขาก็ไม่เบื่อ

            ป้าหลี่เดินถือถุงขึ้นมาก็เห็นลู่เป๋าเหยียนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องด้วยสีหน้าอ่อนโยนที่หาชมได้ยาก

            หลายปีมานี้ลู่เป๋าเหยียนเหมือนหุ่นยนต์ที่ทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง วันๆ เอาแต่ทำงานคิ้วขมวดตลอดเวลานี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาดูผ่อนคลายขนาดนี้

            แต่เมื่อเบนสายหันไปปมองซูเจี่ยนอันที่อยู่ในห้องป้าหลี่ก็เข้าใจในทันที เธอส่งถุงเสื้อผ้าให้กับลู่เป๋าเหยียนพลางส่งสัญญาณให้เขานำไปให้ซูเจี่ยนอัน

            ด้านซูเจี่ยนอันเธอจัดการพับเสื้อผ้าทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เพราะไม่เห็นป้าหลี่กลับมาเสียทีจึงร้องเรียกทั้งๆ ที่ยังก้มหน้า “ป้าหลี่คะ”

            ลู่เป๋าเหยียนยื่นถุงเสื้อผ้าให้ซูเจี่ยนอันเธอรับมันไปแล้วนำเสื้อผ้าที่ถูกจัดไว้ใส่ลงไปในถุงทีละชุดจากนั้นก็นำเข้ากระเป๋าเดินทาง เธอถอนหายใจแล้วลุกขึ้นมาหลังเสร็จงานก็พบกับลู่เป๋าเหยียนที่ยืนอยู่อย่างไม่ทันตั้งตัว

            ขาเธออ่อนแรงไปชั่วขณะจนเกือบล้มลงไปลู่เป๋าเหยียนปฏิกิริยาไวจึงเข้าไปประคองเธอไว้อย่างทันท่วงที เขายิ้มแล้วพูดว่า

            “แค่ฉันกลับมาบ้านต้องดีใจขนาดนี้เลย?”

            ซูเจี่ยนอันยังคงไม่หายช็อก“นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไร”

            “ตั้งแต่ตอนเธอกอดเสื้อผ้าฉันเดินออกมา”

            ซูเจี่ยนอันคิดทบทวนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้ทำเรื่องน่าอายออกไปจากนั้นจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก “ป้าหลี่บอกว่าไม่ค่อยถนัดเรื่องเก็บกระเป๋าฉันเลยมาช่วย อย่าคิดมากล่ะ”

            เธอไม่ได้อยากจะช่วยเขาจัดของอำนวยความสะดวกให้เขาหรอกนะ...

            ลู่เป๋าเหยียนโอบเอวและรั้งเธอเข้ามา“เธอคิดว่าฉันจะคิดอะไรล่ะ หืม?”

            ซูเจี่ยนอันพยายามดันตัวไปข้างหลังเพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างตนกับลู่เป๋าเหยียน แต่หน้าไม่รักดีของเธอก็ยังแดงขึ้นมา

            “ฉันฉันจะไปรู้เหรอว่านายจะคิดอะไร”

            เธอดิ้นเบาๆ เพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดเขาจากนั้นรีบวิ่งหนีออกนอกห้องไป

            ลู่เป๋าเหยียนมองตามหลังเหยื่อตัวน้อยของเขาไปพลางแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี

            เขาต้องบินตอนสองทุ่มดังนั้นหลังข้าวเย็นจึงต้องรีบออกเดินทาง คนขับรถได้มารอตรงหน้าประตูแล้วลุงสวีเองก็ขนกระเป๋าลงมาและสั่งให้คนเอาไปไว้บนรถเรียบร้อย

            ซูเจี่ยนอันเห็นภาพของลุงสวีที่กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมของให้ลู่เป๋าเหยียนทำให้เธอรับรู้ว่าลู่เป๋าเหยียนต้องไปแล้วจริงๆ ใจเธอเหมือนมีอะไรแปลกๆ ไปความรู้สึกเหมือนกับมีอะไรขาดหาย

            ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ?

            “คุณชายครับทุกอย่างถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว” ลุงสวีพูดด“สามารถออกเดินทางไปสนามบินได้เลยครับ”

            “อืม”ลู่เป๋าเหยียนหันมามองซูเจี่ยนอัน เหยื่อตัวน้อยของเขาก็กำลังมองมาเช่นเดียวกันดวงตาใสคู่นั้นยังคงดูงงๆ เหมือนไม่ค่อยแน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            เขาจับมือเธอขึ้นมาแล้วจูงเธอเดินออกไปข้างนอก

            เมื่อขึ้นรถสติของซูเจี่ยนอันจึงกลับมา “ลู่เป๋าเหยียน ฉันไม่ไปนะ พรุ่งนี้ฉันต้องทำงาน!”

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วมองเธอ“แค่ไปส่งฉันที่สนามบินเกี่ยวอะไรกับงานของเธอ”

            “หา?” ซูเจี่ยนอันกะพริบตาปริบๆเธอนึกว่าเขาจะพาเธอไปอเมริกาด้วยเสียอีก...

            “หรือว่า...เธออยากไปกับฉันด้วย”

            “เพ้อเจ้อ!”ซูเจี่ยนอันปั้นหน้าขรึม “ทำไมฉันต้องไปกับนายด้วย”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มอย่างไม่ต่อความอะไรเพียงแค่ถามออกไปว่า “ที่ฉันพูดเมื่อตอนเที่ยง ยังจำได้หรือเปล่า”

            “พูดเรื่องอะไรเหรอ”

            ซูเจี่ยนอันทำหน้ามึน

            ถ้าพูดถึงตอนเที่ยงเรื่องเดียวที่แจ่มชัดในความทรงจำของเธอคือคำขู่เรื่องค่าเสียหายหลายร้อยล้านของบริษัทเขาเรื่องนี้คงกลายเป็นฝันร้ายของเธอไปเสียแล้ว

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตามองอย่างอันตรายเขาเขยิบเข้ามาใกล้

            “ลืมไปแล้วจริงๆ?”

            ลมหายใจอุ่นที่คุ้นเคยของเขาทำเอาสมองซูเจี่ยนอันขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจไม่รักดีของเธอเริ่มเต้นแรงอีกครั้ง

            หลังพยายามคิดอยู่นานซูเจี่ยนอันจึงนึกออก “นายบอกว่าไม่ให้ฉันซนไปไหนมาไหน!”

            ลู่เป๋าเหยียนพยักหน้าอย่างพอใจขึ้นมาบ้าง“แล้วยังไงอีก”

            “ยังมีอีก?” ซูเจี่ยนอันคิด“นี่นายอยากจะเตือนฉันเรื่องที่ฉันทำให้บริษัทเสียหายไปกว่าร้อยล้านใช่ไหม คนโกหกฉันรู้หมดแล้วว่านายไม่ได้เสียหายอะไรหรอก!”

            “ใครบอกเธอ? เจียงเส้าข่าย?”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่เชื่อว่าซูเจี่ยนอันจะฉลาดทันเขาได้เร็วขนาดนี้

            “…” ซูเจี่ยนอันไม่ตอบแต่สีหน้าเหมือนจะยอมรับกลายๆ

            “เธอเชื่อเจียงเส้าข่ายง่ายๆแบบนี้เลย?” ลู่เป๋าเหยียนเขยิบเข้ามาใกล้กว่าเดิมสายตาวิบวับดูไม่น่าไว้ใจ

            ซูเจี่ยนอันเองไม่เหลือที่ให้ขยับหนีอีกต่อไปจึงทำได้แค่ผลักเขาให้ออกห่าง

            “ฉันก็ต้องเชื่อเขาอยู่แล้วเขาไม่ได้นิสัยแย่เหมือนนายนี่”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่โกรธสักนิดเขาจับมือซูเจี่ยนอันไว้ “ฉันแย่ตรงไหน? หืม? ไหนชี้สิ?”

            ท่าทางพร้อมจะรังแกเธอในตอนนี้ดูเจ้าเล่ห์ที่สุดว่าแต่เธอจะชี้ตรงไหนดีล่ะเนี่ย

            ว่าแล้วจึงชี้ไปมั่วๆ“ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ จะตรงไหนของนายก็แย่!”

            “...”ลู่เป๋าเหยียนเงียบ พลางยิ้มน้อยๆ มองซูเจี่ยนอัน

            ซูเจี่ยนอันชักจะตหงิดๆทำไมเขาไม่เถียงเลยล่ะ ว่าแล้วจึงมองไปตรงจุดที่มือตัวเองชี้อยู่หน้าแดงขึ้นมาทันควัน

            ให้ตายสิ!

            ชี้ตรงไหนไม่ชี้ดันไปชี้ตรงนั้นของเขา!

            ลู่เป๋าเหยียนแย้มยิ้ม“เธอยังไม่เคยใช้ รู้ได้ยังไงว่ามันแย่?”

            น้ำเสียงปนความเจ้าเล่ห์ทำเอาคนฟังถึงกับเสียศูนย์

            “ฉัน...”ชีวิตนี้ทำเรื่องขายหน้ามาก็มาก แต่ไม่มีครั้งไหนน่าอับอายมากเท่าครั้งนี้เธอหลับตาปี๋

            “ลู่เป๋าเหยียนนายออกไปห่างๆฉันนะ!”

            ลู่เป๋าเหยียนมองเหยื่อตัวน้อยที่กำลังดิ้นรนหาทางออกอยู่ในมุมเล็กๆอย่างนึกสนุก ว่าแล้วก็ขอแกล้งเธอต่ออีกสักหน่อย

            “ถ้าไม่งั้นรอฉันกลับจากอเมริกาแล้วเดี๋ยวให้เธอลองดีไหม?”

            ซูเจี่ยนอันตาโตเธอถลึงตาใส่ลู่เป๋าเหยียนพร้อมแก้มที่แดงก่ำไปหมด

            “ตาบ้า! โรคจิตที่สุด!”

            “ก็เธอเริ่มก่อน”

            ซูเจี่ยนอัน “...”

            “คิดดูดีๆ ว่าฉันพูดอะไรกับเธออีก”ลู่เป๋าเหยียนยิ้มอย่าง ‘อ่อนโยน’

            “ถ้านึกไม่ออกละก็ฉันจะไม่หยุดแค่โรคจิตหรอกนะ”

            หรือว่าเขาจะทำอะไรมิดีมิร้ายเธอ?

            ซูเจี่ยนอันนิ่งคิดถึงคำพูดที่ดูคล้ายๆกับคำว่าอย่าซนออกไปไหนอยู่นาน สักพักจึงถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ

            “มีเรื่องอะไรต้องบอกนาย?”

            คราวนี้ลู่เป๋าเหยียนยิ้มได้อย่างพอใจเสียที

            “ทีหลังจะลืมอีกไหม”

            ซูเจี่ยนอันส่ายหัวอย่างเอาเป็นเอาตายเจอเรื่องเมื่อครู่ อย่าว่าแต่ทีหลังเลย ชาตินี้ก็ไม่กล้าลืมแล้วค่า

            ลู่เป๋าเหยียนลูบผมเหยื่อตัวน้อยของเขาอย่างเบามือ

            “เด็กดี”

            เหยื่อตัวน้อย “...”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508