บทที่ 1 สะใภ้เปลี่ยนไป
ประตูเหล็กถูกเปิดออก หญิงสาวในชุดนักโทษกำแฟ้มเอกสารสีเหลืองเก่า ๆ ไว้ในมือ
เสียงเ็าของผู้คุมดังขึ้นจากด้านหลัง “ออกไปแล้วก็ใช้ชีวิตให้ดีล่ะ”
ใช้ชีวิตให้ดีอย่างนั้นเหรอ
เธอหัวเราะแห้ง ๆ ความทรงจำของเยี่ยชิงหวนเ้าของร่างนี้ก็ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาในหัว
เยี่ยชิงหวนเกิดในตระกูลดังแห่งเมืองปักกิ่ง แต่ต่อมาพ่อของเธอติดการพนันจนตระกูลตกต่ำ ตอนอายุสิบหกปี แม่ของเธอก็เสียชีวิตเพราะโรคภัย จากนั้นไม่ถึงสามปีพ่อก็แต่งงานใหม่และพาน้องสาวที่อายุน้อยกว่าเธอมาอยู่ด้วย ั้แ่นั้นมาตำแหน่งของเธอในตระกูลเยี่ยก็ตกต่ำลงไปทุกที
ที่บ้านเธอถูกแม่เลี้ยงกลั่นแกล้ง ส่วนน้องสาวก็ยังแย่งชิงแฟนหนุ่มของเธอไป
เธอพยายามอดทนมาจนถึงอายุยี่สิบสองปีเพื่อรักษาหน้าตาของตระกูลเยี่ยในเมืองปักกิ่ง แต่พ่อของเธอก็ไม่ลังเลที่จะยกเธอให้แต่งงานกับลูกชายคนโตซึ่งพิการของตระกูลเส้า เส้าอวิ่นเฉิน
ส่วนเส้าอวิ่นเฉินเป็ใครนั้น เขาเป็ผู้บัญชาการสูงสุด หรือนายพลแห่งเมืองหลวงปักกิ่งของจักรวรรดิ ผู้ก่อตั้ง ‘หน่วยรบพิเศษเหยี่ยวสีคราม’ ซึ่งไม่เคยพ่ายแพ้ในา
ฟังดูเหมือนการแต่งงานครั้งนี้เธอจะได้เปรียบ ทว่า ไม่มีขนมหวานหล่นจากฟ้าฟรี ๆ หรอก
เส้าอวิ่นเฉินเคยประสบอุบัติเหตุระหว่างการฝึกซ้อมจนทำให้พิการท่อนล่าง จึงไม่สามารถทำกิจกรรมทางเพศได้ และอาจจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตลอดชีวิต
ส่วนเธอมีฐานะต่ำต้อยในบ้านของสามี และถูกอีกฝ่ายเ็าใส่อย่างหนัก
จนในที่สุด เธอก็ถูกกล่าวหาว่า 'ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา' และถูกนำตัวขึ้นศาล ถูกตัดสินจำคุกสามปี
เื่ราวเมื่อสามปีก่อน เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกอย่างยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ
เธอนั่งอยู่บนแท็กซี่มองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง นิ้วมือบางจนเห็นข้อวางบนหัวเข่า เธอกำชายเสื้อแน่นด้วยความโกรธแค้น
ทั้งชีวิตนี้ของเยี่ยชิงหวนราวกับถูกคนกดขี่ข่มเหงอยู่ตลอดเวลา เธอต้องยอมจำนนอ่อนน้อมถ่อมตนไม่เว้นแต่ละวัน ดังนั้นใน่เวลาที่สิ้นหวังที่สุดในคุก เธอจึงเลือกที่จะจากโลกนี้ไป และเพราะแบบนั้น ิญญาของเธอจึงได้เกิดใหม่
และเธอก็ได้ความทรงจำอันแสนเ็ปทั้งหมดของเยี่ยชิงหวนแทน
แท็กซี่แล่นมาเป็เวลากว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็ค่อย ๆ เข้ามาจอดที่คฤหาสน์สามชั้นที่อันเรียบง่ายแห่งหนึ่งบนไหล่เขา
เธอควักธนบัตรใบสุดท้ายออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็เดินไปที่ประตูใหญ่ของคฤหาสน์
เธอกดกริ่งประตู
“คุณหนูเยี่ย?” สาวใช้ที่เปิดประตูให้ เมื่อเห็นว่าเป็เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเธออย่างใ “อ้อไม่สิ คุณนายใช่ไหมคะ คุณนายกลับมาแล้ว!”
เยี่ยชิงหวนจากไปตั้งสามปีเต็ม ๆ ตลอดสามปีไม่มีใครสนใจไยดีเธอเลย
ถึงแม้ตระกูลเส้าจะทรงอิทธิพลล้นฟ้า แต่ก็ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ราวกับกำลังหวังให้เธอตายอยู่ในคุก ชี้ให้เห็นว่าตระกูลเส้าไม่พอใจลูกสะใภ้คนนี้มากขนาดไหน
ดังนั้นสาวใช้จึงใมากที่ได้เห็นเธอในตอนนี้
แต่ก็ยังรีบหยิบรองเท้าแตะออกมาจากทางเข้าอย่างรวดเร็ว แล้ววางไว้ข้างเท้าของเธอ
“เดี๋ยวก่อน!” ก่อนที่เธอจะได้สวมรองเท้าแตะเข้าไปข้างหนึ่ง หญิงสาวท่าทางสง่างามคนหนึ่งก็ก้าวเดินลงมาจากบันได ชุดกี่เพ้ายาวสีแดงเข้มช่วยขับให้ใบหน้าของเธอดูงดงามขึ้นไปอีก นิ้วกลางสวมแหวนมรกตเม็ดเท่าไข่ห่าน และแต่งหน้าอ่อน ๆ
เธอชำเลืองมองเยี่ยชิงหวนแล้วสีหน้าก็หม่นลงในทันที “ใส่เสื้อผ้าอัปมงคลแบบนี้เข้ามา ตั้งใจจะมาทำร้ายพวกเราตระกูลเส้าอีกหรือไง ป้าเหมย รีบพาเธอไปอาบน้ำที่ห้องข้าง ๆ แล้วเปลี่ยนเป็ชุดที่สะอาดหน่อย อย่าเอาเชื้อโรคเข้ามานะ อวิ่นเฉินของพวกเราเพิ่งอาการดีขึ้น ทนรับการกระทำแบบนี้ของเธอไม่ไหวหรอก!”
ทันใดนั้นก็มีคนเดินมาข้างหน้าเธอ แล้วแสดงท่าทางบอกใบ้ให้เธอทำตาม “คุณนายเชิญทางนี้ค่ะ”
ซึ่งก็คือการบอกให้เธอออกไปนั่นเอง
ส่วนห้องข้าง ๆ ที่ว่า เป็ที่สำหรับให้คนใช้อาบน้ำโดยเฉพาะ สภาพแวดล้อมสกปรกรกรุงรัง นี่เป็การปฏิบัติต่อเธอเหมือนคนใช้อย่างสิ้นเชิง
เธอยิ้มเจื่อน ๆ ที่มุมปาก แต่ี้เีจะใส่ใจจึงวางรองเท้าแตะในมือลง “ได้ค่ะ คุณแม่”
พูดจบก็หันหลังเดินตามแม่บ้านไป
คุณนายชะงักไปครู่หนึ่งคล้ายว่ากำลังประหลาดใจเป็อย่างมาก โดยเฉพาะคำว่า ‘คุณแม่’ ที่หญิงสาวเรียกเป็ครั้งสุดท้ายนั้น ยิ่งฟังแล้วก็ยิ่งแสบหู
เยี่ยชิงหวนคอยเรียกเธอว่า ‘ป้า’ หรือ ‘คุณป้า’ มาตลอด นี่เป็ครั้งแรกที่หญิงสาวเรียกเธอว่า ‘คุณแม่’
เธอถึงกับรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะแตกต่างจากเมื่อสามปีก่อนไปเล็กน้อย
ทว่าแตกต่างอย่างไรนั้น เธอก็อธิบายไม่ถูก แต่ท้ายที่สุดแล้วรูปร่างหน้าตาก็ยังเหมือนเดิม