กลับมาที่ปัจจุบันมีเสียงรถยนต์อีกคัน สีแดงรถดับเพลิงคาดสีขาว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็มินิคูเปอร์ของอีเจ้นั่นเอง
“นังพี……” นั่นไงอีเจ้เคที่
ชื่อจริงคือนายเขตขันฑ์ เจริญวัฒนา หลานชายคนโตของเ้าสัวใหญ่ที่มีส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ แต่ภาพภายนอกเป็ชายหนุ่มเ้าสำอางหรือเรียกได้ว่าแนว เมทโทร
ผิวขาวดั่งหยวกกล้วยหน้าตานางสวยกว่าผู้หญิงแท้ๆ เสียอีก กิริยามารยาทนุ่มนวลและสง่างาม….นั่นคือสำหรับคนภายนอก
แต่กับคนวงในนั้นแล้ว อีเจ้ก็คืออีเจ้ แม่ก็คือแม่ จริตจะก้านของนางน้านนนน
“อีเจ้เปิดกระโปรงก่อน” เสียงหวานๆ ของมะปรางอดีตดาวมหาวิทยาลัยคนงาม
แต่เพื่อนๆ มักจะเรียกนางว่าผู้หญิงงามเมืองมากกว่า เพราะภายนอกนั้นนางสวยสง่าสูงส่ง อ่อนหวานเป็ที่หมายปองของชายหนุ่มที่แค่เห็นเพียงครั้งแรก
เหล่าผู้หญิงทั้งหลายเรียกเธอลับหลังว่า “นังงูพิษ” เพราะหล่อนจะฉกผู้ชายไปอยู่แทบเท้าของนางอย่างไม่ต้องทำอะไรเลย
“ว้าย เจ้ทำอะไรเนี่ย” มะปรางใรีบเอามือปิดกระโปรงตัวเอง
“ก็แกบอกให้เปิดกระโปรงไง” อีเจ้ลอยหน้าลอยตา
“สาบานนะว่าไม่รู้ว่าให้เปิดกระโปรงรถ” รินเดินมาหามะปรางเพื่อแยกออกจากอีเจ้
“มุกห้าบาทสิบบาทก็เล่นนะอีเจ้” รินแซะคนยืนหน้าเป็
“นี่หล่อนใครเขาเรียกกระโปรงรถ รถฉันมันสามประตู ที่หล่อนเรียกนะชาวบ้านทั่วไปเขาเรียกประตูหลังย่ะหล่อน” ว่าแล้วนางก็กดรีโมทเปิดด้านหลัง
"เป็ไง ประตูหลังฉันหย่ายยยมั้ย” เขต
“ห้าบาทสิบบาท” รินส่ายหัวทำหน้าดูิ่เพื่อนรุ่นพี่
แล้วก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นหันไปเป็รถจิ๊บเชโรกีรุ่นคลาสสิค ดูสมบุกสมบันทีเดียวแต่เมื่อประตูเปิดออกมาคนขับที่ปีนรถออกมาตัวเล็กเหมือนเด็กอายุ14 -15ปี แต่นั่นไม่ใช่เด็ก
นั่นคือไอ้แป้งสาวน้อยมหัศจรรย์ตัวเล็กๆ แต่เก่งรอบตัวไม่ว่าจะสร้างหุ่นยนต์ซ่อมรถงานที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ใหญ่ๆ เทคโนโลีขั้นสูง นางจัดได้หมด
แต่ด้วยความที่นางเป็ลูกสาวคนเดียวของเ้าพ่อ ลูกน้องพ่อแต่ละคนก็เสือ สิงห์กระทิงแรดทั้งนั้น การจะปกครองคนที่ร้ายกาจขนาดนั้น
เธอต้อง เหี้ยมและเอาจริงขนาดไหน ภายนอกน่ารักแต่ห้าวเกินใครแต่ในใจกลับมุ้งมิ้ง นับได้ว่านางเป็หนึ่งในความขัดแย้งในตัวเองอีกคนหนึ่ง
แล้วแขกที่ไม่ได้คาดคิดอีกคนเกิดลงจากรถด้านข้างคนขับ
“เห้ย” ทั้งสามคนร้องเสียงหลง
“เก็บได้ข้างทางอ่ะ” แป้งเดินสวนกับอีเจ้เคที่ที่วิ่งสวนแล้วะโเข้าไปจู่โจมแขกปริศนา
“ที่ร้ากกกกก” อีเจ้ะโกอดอิซา
จนคนถูกจู่โจมแทบจะล้มทั้งยืนพลางพยายามเอามือดันหน้าที่กำลังจะเข้ามาจูบปากเขาอย่างเต็มกำลัง
“เจ้ น้ำลายยย” อิซา ว่าพลางยันหน้าแล้วผลักอีเจ้ให้ออกห่าง
“บุญรักษานะที่เป็อิซา เป็ฉันคงถีบไปแล้ว” รินว่า
แล้วหันไปหาชายหนุ่มสูงยาวเข่าดี ถึงบนใบหน้าจะมีแว่นหนาเตอะบดบังดวงตาคู่สวยนั้นก็ไม่สามารถบดบังความหล่อเหลาของเขาได้
อิซาเป็ลูกครึ่งตุรกี ใบหน้าคมเข้มแต่มีความเนิร์ดพอๆ กับริน ถึงจะดูเนิร์ดแต่สำหรับสาวบางคนกลับคิดว่าเขาดูลึกลับน่าหลงใหล
ความเงียบที่ดูเหมือนเคร่งขรึมแต่ใครจะรู้ว่าที่ขรึมเพราะมันโง่ไม่รู้จะคุยกับคนอื่นอย่างไร เป็คนที่บื้อกับการมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ทั่วไปอีกคน
“แล้วมายังไงล่ะแก นึกว่าจะไม่มาไม่เห็นตอบไลน์ในกรุ๊ป” รินถามเพื่อนโดยไม่สนใจแม่ย่ายืนเตรียมเหวี่ยง
ในขณะที่อิซากำลังจะเอ่ยปากตอบ
"แกคิดว่าฉันจะกระโจนใส่แกหรือไงนังพี” อีเจ้หันว่าเหวี่ยง
หน็อยนังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม
อีเจ้ใช้จิ้มชี้จิ้มหน้าผากรินจนหงายไปข้างหลัง
“เดี๋ยวเจอฝ่าเท้าไร้เงาอีเจ้” รินยกขาขึ้นมาแล้วแกว่งวาดรูปวงกลมขู่
“โทรศัพท์เราหายน่ะพี แล้วเราก็ไม่รู้จะแอดไลน์ใหม่ยังไง” อิซาพูดไม่ออก
"เราจำวันที่นัดได้แต่เราไม่ได้จำเบอร์พวกเธอไว้เพราะพวกเธอเปลี่ยนโทรศัพท์กันเป็ว่าเล่น” อิซา
“เปลี่ยนโทรศัพท์ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนเบอร์มั้ยวะ” มะปรางขมวดคิ้วถาม
“ตอนมันบอกตอนอยู่ในรถฉันแทบอยากจะถีบมันลงจากรถ” แต่ขาฉันสั้นเลยถีบไม่ถึง อันนี้แป้งไม่ได้พูดแต่มันอยู่ในความคิดของเธอ
“ที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะของโลกเทคโนนี่คือได้มาเพราะบังเอิญสินะ เขียนควันตั้มได้แต่เสือกแอดไลน์ไม่เป็ ต่อมสามัญสำนึกแกน่าจะมีปัญหามั้ย” มะปราง
สาวสวยหวานด่าเพื่อนด้วยเสียงหวานๆ แต่รูปประโยคนั้นโเี้อยู่พอตัว
ภายนอกเท่านั้นที่งามล่มเมือง แต่เธอมีความเป็แมนมากกว่าผู้ชายเสียอีก และที่สำคัญเธอไม่ชอบผู้ชาย ด้วยมองว่าเป็สปีชี่ที่ต่ำกว่านั่นเอง
ทำไมเธอคิดอย่างนั้นน่ะเหรอ ก็เพราะความสวยของเธอที่มีมาั้แ่เด็กๆ เหล่าผู้ชายทั้งหลายั้แ่เด็กๆ แล้วมาชอบเธอก็มักจะแสดงท่าทีแปลกๆ แกล้งเธอ ทำร้ายเธอ ทำตัวบ้าๆ บอๆ ให้เธอสนใจ ทำแต่เื่งี่เง่าจนทำให้เธอเดือดร้อนหลายครั้ง
แล้วเมื่อมีปัญหาพวกผู้ชายเ่าั้ก็สรุปว่ามันเป็ความผิดของเธอที่สวยเกินไป เธอเคยเกือบถูกล่วงละเมิดเพราะความสวยของตัวเองหลายครั้ง หลายครา
จนไม่กล้าออกไปไหนเพราะความเลวร้าย หื่นกามของพวกผู้ชายจนทำให้ภาพของพวกผู้ชายเป็สิ่งมีชีวิตที่งี่เง่าและต่ำตมสำหรับเธอ
เธอเองก็เรียนโฮมสกูลอยู่บ้านจนวันนึงได้แชทออนไลน์กับรินรพี จึงกลายเป็เพื่อนกันและก็มะปรางนี่แหละ เป็เพื่อนที่พากันไปเรียนศิลปะการต่อสู้ การเป็เด็กผู้หญิงบนโลกใบนี้มันไม่ง่ายเลยให้ตายเหอะ
“แรงส์” อีเจ้กับแป้งพูดขึ้นพร้อมกัน
"มาเอาของท้ายรถก่อนแก” แป้งกวักมือเรียกอิซา
อิซาหันมาจ้องหน้ารินอยู่นาน
“มีอะไร” รินถาม
“หิว” อิซา
ทุกคนก็ถึงบางอ้อ
“เออ ก็แค่นี้ รีบช่วยขนของไป ฉันซื้อไก่ย่างมาเยอะเลยแก ส้มตำ ลาบน้ำตก ของข้างถนนทั้งน้านนน อร่อยแน่แก” เคที่เอ่ยอย่างมีความสุข
ใครจะไปรู้ลูกคุณหนูที่ต้องกินแต่อาหารฝีมือเชฟระดับมิชลิน จะโหยหาอาหารข้างถนนโดยเฉพาะส้มตำไก่ย่างที่เขาไม่เคยได้รับอนุญาตให้แม้แต่จะเดินผ่าน
น้ำหวานสีสวยๆ อิตาเลี่ยนโซดา เขาไม่เคยได้แตะเหตุผลเพราะจะทำให้ท้องเสีย แล้วทำไมคนอื่นกินแล้วเขาท้องไม่เสียหรือไงวะ
ความเก็บกดของอีเจ้ก็ะเิขึ้นในวันหนึ่งที่รินไปช่วยเจ้ให้รอดจากการลักพาตัว แล้วพากันไปกินข้าวต้มโต้รุ่ง ยิ่งทำให้เคที่ประทับใจเพื่อนใหม่คนนี้เป็อย่างมาก
“พี่เคที่ พี่มะปรางพี่แป้ง พี่อิซา สวัสดีค่ะ” เสียงของนรีดังมาจากด้านหลังเดินมาช่วยขนของขึ้นบ้าน
“ไหว้ศาลพระภูมิเถอะลูก ต๊ายยยโตเป็สาวแล้วท่าจะโตขึ้นมาสวยกว่าไอ้พีนะเนี่ย” เคทีเดินเข้ามาหยิกแก้มสาวน้อยจนหน้าแดง
“โตขนาดนี้มาเป็นางแบบให้เจ้นะ ไอ้พีแกขุนน้องให้ตัวสูงๆ เอาให้สูงกว่าแกนะ จะได้มาเป็นางแบบให้ฉัน”
ไอ้พี คือชื่อที่เพื่อนๆ เรียกเหตุเพราะว่า คำว่า รินดูอ่อนหวานไปสำหรับเ้าตัว มีแค่สี่คนนี้ที่เรียกรินรพี ว่า “พี” เพราะต่อให้ทุกคนรู้ว่ามะปรางมีความแมนที่ป้องกันตัวเองได้ แต่รินรพี ให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยกับคนอื่นได้ด้วย
“เดี๋ยว” ก่อนที่จะก้าวขาขึ้นบ้าน
“อะไร” เจ้ถาม
“พ่ออยู่บนบ้าน” ริน
“หา!!!!” ทุกคนยกเว้นนรีอุทาน ร้อยวันพันปี
ที่จริงมีแค่มะปรางคนเดียวที่เคยเห็นพ่อไกลๆ แต่ใน่เวลาที่เรียนที่มหาวิทยาลัยไม่มีใครเคยเจอพ่อและรินเองก็ไม่เคยพูดถึง
จนเรียนจบมาบ้านหลังนี้ก็หลายครั้งก็ไม่เคยเห็นเงาของพ่อเลย ใน่แปดปีมานี้ ทุกคนเอาแต่บ่นเื่ในครอบครัวให้กันและกันฟัง
แต่รินพูดถึงแค่น้องสาวจนทุกคนคิดว่าในครอบครัวเธอมีแค่น้องสาวคนเดียวเพราะเธอเองก็หาเงินส่งตัวเองเรียนและส่งน้องสาวด้วย
“แล้วพวกฉันต้องทำยังไง ต้องแอ๊บมั้ย พ่อแกรับเวลความแรดได้ประมาณไหน” อีเจ้วิ่งลงมา
“อันนี้ไม่รู้ว่ะ เพิ่งเจอเขาเหมือนกัน แต่ไม่ต้องทำอะไรหรอกเป็ตัวของตัวเองดีที่สุด ถ้าเขาจะรับไม่ได้มันก็เป็ปัญหาของเขาไม่ใช่ของเรา” ริน
“ไอ้พี นั่นพ่อแกนะ” แป้งแย้งขึ้นมา
“ก็เพราะเป็พ่อนั่นแหละ เขาจึงสมควรรู้ว่าลูกเป็คนอย่างไร เพื่อนๆ ที่ลูกคบเป็อย่างไร นี่คือการแสดงความไว้ใจของฉันที่มีให้เขา แต่ถ้าเขาไม่ยอมรับก็แสดงว่าเขาไม่เชื่อในวิจารณญาณของฉัน” ริน
————
ตรรกะของเหล่าคนแปลกค่ะ หมู่มวลมาครบแล้วนะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ