ปิ่นเพชรสามารถหลบหนีออกมาได้ เธอไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตกกลางคืนเธอก็ฝันถึงเพื่อนคนหนึ่งที่มีชื่อ แอนนา เมื่อสองปีก่อน ปิ่นเพชรไปฝึกงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในฮ่องกง จนได้พบกับแอนนา เธอป่วยเป็มะเร็งเม็ดเืขาวระยะที่สาม ซึ่งจะมีชีวิตอยู่อีกได้ไม่นาน
แต่แอนนาไม่เคยทดท้อกับชีวิต และไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาของตัวเอง ทุกวันตอนเที่ยง เมื่อปิ่นเพชรทานข้าวเสร็จ เธอจะเดินไปดูแอนนาเล่นกีตาร์ร้องเพลงให้ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยฟัง สีหน้าของแอนนามีแต่รอยยิ้มและมีความสุขทุกครั้งที่แอนนามอบเสียงเพลงให้
ปิ่นเพชรไปดูแอนนาทุกวันจนกระทั่งเธอชวนปิ่นเพชรเล่นดนตรีด้วยกัน
“ทำไมคุณถึงรู้คะว่าฉันอาจจะเล่นดนตรีเป็” ปิ่นเพชรสงสัย
“ฉันเป็แม่มดไงล่ะ” แอนนาล้อเล่น
“555 อาจจะเป็นางฟ้าก็ได้นะคะ แม่มดอะไรสวยขนาดนี้” ปิ่นเพชรกล่าว
“ฉันเห็นคุณมีความสุขที่ได้ฟังเพลงค่ะ คุณมีลักษณะของคนเข้าใจศิลปะของเครื่องดนตรี” แอนนาแกล้งตอบเป็การเป็งาน
“มองออกขนาดนั้นเชียว” ปิ่นเพชรรู้ว่าพูดเล่น
“555 ล้อเล่นค่ะ ฉันเดาน่ะ” แอนนากล่าว
“ได้สิค่ะ ฉันดีดกีตาร์ให้ แล้วคุณก็ร้องเพลงก็แล้วกัน” ปิ่นเพชรเสนอ
“ขอบคุณค่ะ คุณหมอปิ่น” แอนนากล่าว
“มีคุณคนเดียวที่เรียกชื่อหน้าของฉันนะคะ” ปิ่นเพชรกล่าว เพราะมีแต่คนเรียกเธอว่าเพชร
“ฉันอยากให้คุณจดจำฉันได้ค่ะ” แอนนากล่าว
ั้แ่นั้นมา หมอปิ่นเพชรต้องมาดีดกีตาร์ในตอนเที่ยงทุกวัน ซึ่งไม่กระทบกับงาน ่เวลาปกติเธอก็รักษาคนไข้ ทำให้คนไข้แทบทุกคนจดจำหมอปิ่นเพชรได้
ตกเย็นหมอปิ่นเพชรก็เข็นรถเข็นให้แอนนามาชมสวนสาธารณะด้วยกัน
“คุณนี่เก่งจังเลยนะคะ ดูมีรอยยิ้มตลอดเวลา ไม่เคยทดท้อกับชีวิตเลย” ปิ่นเพชรชื่นชมแอนนา
“ฉันมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งค่ะ ว่าความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต ฉันเชื่อเื่ภพชาติ ตายแล้วเกิดใหม่อะไรทำนองนี้” แอนนากล่าว
“คุณนี่เป็ชาวพุทธโดยแท้เลยนะคะ ฉันดีใจที่มีเพื่อนอย่างคุณนะ แอนนา” ปิ่นเพชรกล่าว
“ฉันก็เช่นกันค่ะ คุณหมอปิ่น แต่ฉันมีเื่จะขอเป็ครั้งสุดท้าย” แอนนากล่าว
“ว่ามาสิคะ ฉันยินดีทำให้คุณทุกเื่” ปิ่นเพชรกล่าว
“ฉันรู้ว่าคุณหมอเป็ชาวไทย ยังไงก็ต้องกลับไปที่ไทย แต่ถ้ามีครั้งใดที่คุณหมอมาที่ฮ่องกง คุณหมอต้องมาเล่นดนตรีให้คนไข้ที่นี่ฟังอีกสักครั้งนะคะ” แอนนากล่าว
“ได้สิคะ ฉันจะรักษาสัญญาค่ะ” ปิ่นเพชรกล่าว
หลังจากนั้นอีกสองวัน ก็มีข่าวการเสียชีวิตของนักร้องประจำโรงพยาบาลด้วยโรคมะเร็งเม็ดเืขาว ่นั้นปิ่นเพชรโศกเศร้าเสียใจอย่างมาก และแล้วปิ่นเพชรก็สะดุ้งตื่น
ปิ่นเพชรตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองมีน้ำตาไหลพรากเพราะคิดถึงแอนนาเพื่อนเก่า
หลังจากที่ปิ่นเพชรรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เธอก็รีบเดินทางไปที่สุสานของแอนนาทันที พร้อมกับไปวางช่อดอกลิลลี่สีขาวที่แอนนาชอบหน้าสุสานของแอนนา
“ฉันขอโทษนะแอนนาที่เพิ่งจำสัญญาได้ วันนี้ฉันจะไปโรงพยาบาลแห่งนั้น และขอให้เธอไปสู่สุคติ หากได้เกิดใหม่แล้วก็ขอให้เธอมีสุขภาพแข็งแรงมีอายุยืนยาวนะเพื่อนรัก” ปิ่นเพชรกล่าว
**********************************************************
ปิ่นเพชรเล่นดนตรีดีดกีตาร์ให้ญาติและผู้ป่วยฟังอีกครั้ง เนื่องจากนานๆ จะมีคนมาเล่นดนตรีและร้องเพลงให้ฟัง ทุกคนจึงปรบมือให้ปิ่นเพชรเป็การใหญ่
“แป๊ปๆ ก็ผ่านไปสองปีแล้วนะ หมอปิ่นเพชร ยังดีที่คุณได้กลับมาเยี่ยมที่ฮ่องกงอีก” หมอที่เคยดูแลปิ่นเพชรตอนฝึกงาน (หมอพี่เลี้ยง) กล่าว
“จริงๆ ฉันมาเื่ธุรกิจน่ะค่ะ เห็นเป็โอกาสดีเลยแวะมาเล่นดนตรีเพื่อผ่อนคลายบ้าง” ปิ่นเพชรกล่าว
“ถือว่าเป็โครงการที่ดีนะครับ สักวันคงจะมีผู้สืบทอดมาเล่นดนตรีให้ฟังแบบนี้อีก” หมอพี่เลี้ยงกล่าว
“เอ้อคุณหมอคะ ฉันจำเป็ต้องใช้ยาโรคหัวใจจริงๆ คุณช่วยจัดยาให้ฉันจะได้มั้ยคะ” ปิ่นเพชรกล่าว เพราะจำเป็ต้องมีไว้เผื่อฉุกเฉินจะได้ช่วยชีวิตพ่อทัน
“ได้สิครับ” หมอพี่เลี้ยงกล่าว
หมอพี่เลี้ยงพาปิ่นเพชรไปที่ห้องยา เขาเป็คนจ่ายยาให้ โดยปิ่นเพชรจ่ายค่ายาปกติ
“ขอบคุณคุณมากค่ะคุณหมอ โอกาสหน้าฉันจะมาเยี่ยมใหม่นะคะ” ปิ่นเพชรกล่าว
“ที่นี่ยินดีต้อนรับครับ” หมอพี่เลี้ยงกล่าว
**********************************************************
ตกบ่ายปิ่นเพชรอยากไปเยี่ยมทีน่า เพราะยังไงทีน่าก็เป็ผู้มีพระคุณของเธอ เลยเดินทางไปที่ตลาดสดอีกครั้ง
“ดีเลย ลูน่า ฉันคิดถึงเธออยู่พอดี แซนดี้แย่แล้ว สามีเธอติดหนี้พนันเลยจับแซนดี้ไปที่บ่อนเพื่อขายแซนดี้ให้พวกมันพาไปที่ซ่องอีกแล้ว” ทีน่ารีบเล่า
“แล้วตอนนี้ แซนดี้อยู่ที่ไหนแล้ว” ปิ่นเพชรถาม
“น่าจะอยู่ที่บ่อนแล้วล่ะ” ทีน่ากล่าว
“งั้นเธอรีบพาฉันไปเดี๋ยวนี้เลย” ปิ่นเพชรกล่าว
ทีน่าและปิ่นเพชรในคราบของลูน่าช่วยกันเก็บร้านขายผลไม้อย่างรวดเร็วที่สุด แล้วรีบเดินทางไปที่บ่อนเพื่อไปช่วยแซนดี้
**********************************************************
ณ บ่อนแห่งหนึ่งในมาเก๊า
“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ขายตัว ปล่อย ฮือฮือ ไอ้ผัวบ้า ไอ้ผัวเลว” แซนดี้ะโ
แซนดี้ยังคงะโด่าไม่หยุด พวกมันเลยเอาเทปมาแปะที่ปากของแซนดี้ไว้ แล้วนำเชือกมามัดเธอไว้อย่างแ่า พวกมันกำลังจะอุ้มแซนดี้ขึ้นรถอยู่แล้ว แต่
“ช้าก่อน อย่าเพิ่งพาตัวเธอไป” ปิ่นเพชรกล่าว
“เธอเป็ใคร แล้วห้ามไว้ทำไม” ผู้คุมบ่อนกล่าว
“ฉันชื่อลูน่า เป็เพื่อนของแซนดี้ พวกนายอย่าเพิ่งพาตัวเธอไป” ปิ่นเพชรกล่าว
“แล้วเธอมีเงินไถ่ตัวแม่คนนี้มั้ยล่ะ” ผู้คุมบ่อนถาม
“ไม่มี แต่ฉันจะมาเล่นพนันที่นี่แทน” ปิ่นเพชรกล่าว
“เฮ้ย จะดีหรอลูน่า การเล่นการพนัน ไม่มีทางได้เงินมาไถ่ตัวแซนดี้ได้หรอก” ทีน่ากล่าวจากประสบการณ์
“ไม่ลองไม่รู้ใช่มั้ย ทีน่า” ปิ่นเพชรกล่าว
“ในเมื่อไม่มีเงิน ก็ไถ่ตัวไม่ได้หรอก รีบกลับไปซะเถอะ” ผู้คุมบ่อนกล่าว
“พวกนายกลัวฉันชนะงั้นสิ แต่ฉันมีข้อเสนอที่ดีนะ หากพวกนายชนะ พวกนายก็สามารถขายตัวผู้หญิงสองคนได้ด้วย” ปิ่นเพชรเสนอให้ตัวเธอไปพร้อมกับแซนดี้
ผู้คุมบ่อนคิดถึงผลได้ผลเสียเลยยอมพิจารณา “ขอฉันไปปรึกษาเ้าของบ่อนก่อนก็แล้วกัน”
ผ่านไป 15 นาที พวกมันก็กลับมาพร้อมกับยอมแก้มัดแซนดี้ และเชิญลูน่าเข้าไปในบ่อนเพื่อเล่นไฮโล
ลูน่าจะต้องยืมเงินพวกมันมาเล่นก่อน และต้องชนะเท่านั้น ซึ่งผู้ที่เล่นด้วยนั้นเป็ถึงเ้าของบ่อนของที่นี่
ปิ่นเพชรในคราบของลูน่านั้นมีวิชากังฟูที่เ้าพ่อท่านฝึกให้ั้แ่เล็ก และมีอาจารย์อาผู้ซึ่งเคยฝึกให้ปิ่นพลอยขโมยปืนศัตรู แต่กลับสอนปิ่นเพชรเล่นการพนัน โดยอาศัยการฝึกฟังเสียงของลูกเต๋า การเขย่าแต่ละครั้งทำให้ปิ่นเพชรสามารถเดาได้ว่าลูกเต๋าจะพลิกตัวเป็หน้าเลขอะไร
ดังนั้นการเล่นสิบครั้ง ทำให้ปิ่นเพชรชนะเ้าของบ่อนทุกครั้ง จนกระทั่งเ้าของบ่อนชื่นชอบในความสามารถของเธอ
เมื่อปิ่นเพชรชนะ เธอกับทีน่าจึงรีบพาตัวแซนดี้ออกมาจากบ่อน
แต่ทว่า เ้าของบ่อนรั้งตัวลูน่าไว้
“ผมชักชอบคุณซะแล้วสิลูน่า คุณมาเป็ภรรยาผมดีกว่า ดีไม่ดีกิจการพวกเราต้องรุ่งแน่ๆ” เ้าของบ่อนกล่าว
ปิ่นเพชรในคราบของลูน่ากำลังจะพูด แต่มีเสียงหนึ่งกล่าวว่า “คงจะไม่ได้หรอกครับ ลูน่าเป็ภรรยาของผม ตัดใจซะเถอะครับ” หลินชานกล่าว
ปิ่นเพชรใสุดขีดที่เห็นหลินชานปรากฏตัว และเธอดันลืมไปว่า เธอเป็คนบอกให้คนของหลินชานคอยคุมทีน่าอยู่ ดังนั้นเมื่อเธอมาพบทีน่า ลูกน้องของหลินชานต้องรีบไปรายงานเขาอย่างแน่นอน เธอดันตกหลุมที่เธอขุดเองเสียได้
หลินชานโอบเอวลูน่า เพื่อพาเธอกลับไปด้วยกัน ปิ่นเพชรพยายามดิ้นแต่หลินชานกลับบอกว่า “หรือคุณอยากให้ผมพาทีน่าไปขายไตเพื่อแลกกับหนี้ที่เธอก่อกันล่ะลูน่า”
ปิ่นเพชรถอนหายใจ เธอเลยรีบพยักหน้าเพื่อแสดงว่าเข้าใจแล้ว “ปล่อยฉันก่อนค่ะ เดี๋ยวฉันเดินตามคุณไปเอง”
หลินชานยิ้มให้ แล้วยอมปล่อยลูน่าแต่โดยดี เขาเดินนำทั้งสามสาวไปเพื่อเดินทางกลับฮ่องกง