เย่เจียงเฉินและน้องสาวกลับถึงอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่พวกเขาอาศัยอยู่
"พ่อครับ แม่ครับ ดูนี่สิ!" เย่เจียงเฉินยื่นมือถือไปตรงหน้าพ่อของเขา
เย่ลั่วเฉินกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่โต๊ะกินข้าว เมื่อเห็นตัวเลขในบัญชีที่ปรากฏบนหน้าจอ เขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สามแสนเครดิต! ตัวเลขที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้ ความใทำให้เขาหงายหลังล้มลงกับพื้น
"โอ๊ย!" เย่หลัวเฉินร้องออกมา
"พ่อ! เป็อะไรไหม!" กวนเหม่ยหลิงรีบวางผ้าขี้ริ้วที่ใช้ทำความสะอาดโต๊ะ แล้ววิ่งเข้าไปประคองสามี
"ไม่เป็ไรๆ แค่ในิดหน่อย" เย่หลัวเฉินโบกมือปฏิเสธ แต่สีหน้าของเขายังคงตกตะลึง
"ลูกไปเอาเงินมากขนาดนี้มาจากไหน!?" กวนเหม่ยหลิงที่เห็นตัวเลขในบัญชีหันมาถามเย่เจียงเฉินด้วยความเป็ห่วง
เย่ชิงหลัวรีบวิ่งเข้ามาดู ก่อนจะมองพี่ชายด้วยสายตาแปลกๆ และถามอย่างเป็ห่วงปนขี้เล่น "นี่พี่ไปปล้นใครมารึเปล่าเนี่ย!?"
เย่เจียงเฉินรีบโบกมือปฏิเสธ เขาอธิบายให้น้องสาวฟังว่าเขาแค่โชคดีในการสกัดหิน ทำให้เจอศิลาปราณเกรดบี ในหอการค้าฮวาเฉิงที่พวกเขาเพิ่งไปมา
"อะไรนะ นี่จะบอกว่าตอนที่หนูไปหาข้อมูลทำงานวิจัย พี่แอบไปเสี่ยงดวง แล้วได้เงินสามแสนเครดิตมาอย่างนั้นเหรอ เอาส่วนแบ่งมาให้หนูเลยนะ หนูเป็คนพาพี่ไป อย่าลืมสิ" เย่ชิงหลัวแบมือขอส่วนแบ่ง
เย่เจียงเฉินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปฏิเสธน้องสาวอย่างไร้เยื่อใย "ไม่ได้ เงินนี้เอาไว้ใช้จ่ายในครอบครัว จะแบ่งให้เธอได้ยังไง"
ระหว่างที่พี่น้องกำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ทันใดนั้น ข้อความในมือถือของเย่เจียงเฉินก็ดังขึ้น เขาหยิบมือถือขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าเป็ข้อความจากเหวินเทา
ทันทีที่เปิดข้อความดู เย่เจียงเฉินก็พบกับภาพของเหวินเทาในสภาพที่น่าใ ตาขวาปูดนูน รอยช้ำปรากฏทั่วทั้งใบหน้า บริเวณหน้าผากมีเืไหลซึมออกมา
"ถ้าไม่อยากเห็นเพื่อนแกพิการ ก็มาหาฉันที่โกดังเขตสิบสามภายในหนึ่งชั่วโมง"
ข้อความที่แนบมาทำให้ความโกรธของเย่เจียงเฉินปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายล้ำเส้นมากเกินไป
"พ่อครับ ผมออกไปทำธุระก่อนนะ"
เย่เจียงเฉินพยายามไม่แสดงอารมณ์ออกมา เขารีบวิ่งออกจากอพาร์ตเมนต์ ก่อนจะขึ้นรถแท็กซี่ พร้อมกับบอกให้คนขับพาไปยังโกดังเขตสิบสามในทันที
ภายในโกดังที่มืดสลัว แสงจากหลอดไฟที่กระพริบติดๆ ดับๆ ส่องให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ ผนังคอนกรีตเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว และมีเศษแก้วแตกกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
โจวซือหาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ในท่าไขว่ห้าง พร้อมกับจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่เพดาน
ในโกดังยังมีผู้ชายอีกสองคน พวกเขาเป็นักสู้ฝึกหัดขั้นกลางเหมือนกับโจวซือหาว พวกเขามองไปยังเหวินเทาที่นอนสลบอยู่มุมห้อง ในสภาพถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ ปากของเขาถูกปิดด้วยผ้าเทป และร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
"ลูกพี่ทำขนาดนี้ มันจะไม่แรงไปหน่อยเหรอครับ?" ชายคนหนึ่งถามโจวซือหาวด้วยสีหน้าเป็กังวล
"จริงด้วย ถ้าหมอนั่นแจ้งตำรวจขึ้นมา เราจะไม่ซวยเหรอครับ?" ชายอีกคนกล่าวเสริม
โจวซือหาวหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ "อาของฉันเป็อัยการ ต่อให้โดนจับขึ้นมา ก็คงโดนแค่ข้อหาทำร้ายร่างกาย เสียค่าปรับนิดหน่อยก็ถูกปล่อยตัวแล้ว"
ประตูเหล็กขอฃโกดังถูกกระแทกจนเปิดออก เย่เจียงเฉินเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าที่เ็า ทันที่ที่เห็นสถาพของเหวินเทา ความโกรธก็พุ่งพล่านขึ้นมาทันที
"แกทำอะไรเพื่อนฉัน!?" เย่เจียงเฉินะโด้วยความโกรธ
"หึ… ก็แค่หาอะไรเล่นฆ่าเวลาเท่านั้นเอง" โจวซือหาวพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างไม่ใส่ใจ เขาจำได้ว่าในตอนนั้นเหวินเทาอยู่กับเย่เจียงเฉิน เขาจึงเดาว่าทั้งสองคงจะเป็เพื่อนสนิทกัน และสุดท้ายก็เป็อย่างที่เขาคิดจริงๆ
"ที่แกทำมันล้ำเส้นเกินไปแล้ว!" เย่เจียงเฉินกำหมัดแน่น
"อยากจะช่วยเพื่อนนักเหรอ? เข้ามาสิ… แสดงความสามารถให้ฉันดูหน่อย" โจวซือหาวเยาะเย้ย
"แกจะต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป!" เย่เจียงเฉินคำราม
โจวซือหาวหัวเราะเสียงดัง "เสียใจ? ฉันเนี่ยนะ? ไม่มีทาง! วันนี้แกจะต้องจดจำไปจนวันตาย ว่าอย่ามาท้าทายฉัน!"
โจวซือหาวหันไปสั่งลูกน้อง "จัดการมัน!"
ลูกน้องทั้งสองของโจวซือหาวพุ่งเข้าใส่เย่เจียงเฉินพร้อมกัน
เย่เจียงเฉินตั้งสติ เขาพยายามประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว แม้ว่าสองคนนี้อาจจะไม่แข็งแกร่งเท่าโซวซือหาว แต่เมื่อพวกนั้นลงมือพร้อมกันก็ทำให้เย่เจียงเฉินรู้สึกกดดันไม่น้อยเลยทีเดียว
"ต้องจัดการทีละคน" เย่เจียงเฉินคิดในใจ เขาตัดสินใจที่จะจัดการกับคนที่อยู่ด้านหน้าก่อน เย่เจียงเฉินก้มตัวหลบหมัดที่พุ่งเข้ามา ก่อนจะสวนกลับด้วยหมัดตรงที่กระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของชายคนนั้นอย่างจังจนอีกฝ่ายทรุดลงไปกองกับพื้น
ชายอีกคนพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง เย่เจียงเฉินหมุนตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด เขาใช้เท้าถีบไปที่หน้าอกของชายคนนั้นอย่างแรง
"โครม!"
ชายคนนั้นกระเด็นไปกระแทกกับลังไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆ ลังไม้ล้มครืน แต่การต่อสู้ยังไม่จบ ชายคนที่ถูกถีบกระเด็นไปลุกขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะได้รับาเ็ แต่พวกมันก็ยังคงพยายามเข้าโจมตีเย่เจียงเฉิน
เย่เจียงเฉินจำเป็ต้องใช้ความคล่องแคล่วอย่างมาก ในการหลบหลีกและตอบโต้การโจมตีของพวกมัน เขารู้ดีว่าถ้าพลาดแม้แต่ครั้งเดียว เขาอาจจะถูกพวกมันรุมทำร้ายจนหมดสภาพ
เย่เจียงเฉินะโหลบหมัดที่พุ่งเข้ามา ก่อนจะใช้เท้าเหยียบไปที่เท้าของชายคนหนึ่ง ทำให้ชายคนนั้นเสียหลักล้มลง
เย่เจียงเฉินไม่เปิดโอกาสให้ชายคนนั้นได้พัก เขาพุ่งเข้าไปซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของชายคนนั้นอย่างแรง จนชายคนนั้นสลบไป
ชายอีกคนที่เหลืออยู่พยายามเข้าโจมตีเย่เจียงเฉินอย่างบ้าคลั่ง แต่เย่เจียงเฉินก็สามารถหลบหลีกและตอบโต้ได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะชกเข้าที่คางอย่างแรงจนชายคนนั้นสลบตามคนแรกไป
เย่เจียงเฉินหอบหายใจถี่รัว เหงื่อไหลอาบไปทั่วทั้งตัว
โจวซือหาวมองลูกน้องที่พ่ายแพ้ด้วยความโกรธจัด เขาคำรามด้วยเสียงดังลั่น
"ไอ้พวกไม่ได้เื่! แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนเดียว ยังจัดการไม่ได้!" เขามองมาที่เย่เจียงเฉินด้วยสายตาอาฆาต
โจวซือหาวนำมีดสีแดงเพลิงออกมา มีดเล่มนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังปราณที่เข้มข้น เขาเข้าโจมตีเย่เจียงเฉินอย่างรวดเร็ว พลังปราณที่ปกคลุมทั่วใบมีดยิ่งทำให้มันดูอันตราย โจวซือหาวไม่ได้กะเอาให้ถึงตาย แต่แค่อยากสั่งสอนเย่เจียงเฉิน และทำให้เย่เจียงเฉินลาออกจากสถาบัน เขา้าทำลายความมั่นใจของเย่เจียงเฉิน และแสดงให้เห็นว่าเขาเหนือกว่า
เย่เจียงเฉินหลบหลีกการโจมตีของโจวซือหาวอย่างหวุดหวิด เขาใช้ประสบการณ์ในการต่อสู้เสมือนจริง และทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก เขาก้มตัวหลบมีดปราณที่พุ่งเข้ามา ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวโจวซือหาว เขาใช้ฝ่ามือหยกขาวในการปัดป้องและโจมตี หมัดของเขาซัดเข้าที่ใบหน้าของโจวซือหาวอย่างจัง ทำให้โจวซือหาวเซถอยหลังไป
เย่เจียงเฉินไม่เปิดโอกาสให้โจวซือหาวได้ตั้งตัว เขาพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ก่อนจะะโขึ้นเตะก้านคอของโจวซือหาวอย่างแรง ทำให้โจวซือหาวทรุดลงไปกองกับพื้น
เย่เจียงเฉินเหลือบไปเห็นเหวินเทาที่นอนสลบอยู่มุมห้อง เขารับรู้ได้ถึงความเ็ปและความทุกข์ทรมานที่เพื่อนสนิทต้องเผชิญ ภาพของเหวินเทาทำให้เย่เจียงเฉินยิ่งโกรธแค้นโจวซือหาวมากขึ้น
“แก… แกแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง”
โจวซือหาไม่อยากจะเชื่อว่าผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ทักษะการต่อสู้ของเย่เจียงเฉินจะพัฒนาไปมากถึงขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตอนที่สู้กันเขาเป็ฝ่ายที่เหนือกว่า
โจวซือหาวที่พ่ายแพ้โกรธจัด เขาควักปืนพกที่ซ่อนไว้ในเสื้อออกมา แต่ก็ถูกเย่เจียงเฉินปามีดใว่อย่างแม่นยำจนปืนกระเด็นหลุดมือ
เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นน โจวซือหาวกุมมือที่เืไหลทะลักออกมาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
ในขณะที่บรรยากาศภายในโกดังกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่ประตูโกดังจะถูกเปิดออก ตำรวจชุดปราบปรามกรูกันเข้ามาจับกุมโจวซือหาวและลูกน้องของเขาในข้อหาทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่า
ก่อนมาที่นี่เย่เจียงเฉินโทรแจ้งตำรวจไว้แล้ว แน่นอนว่าเขาไม่ได้โง่พอที่จะมาคนเดียว โดยที่ไม่มีแผนสำรอง
เย่เจียงเฉินรีบเข้าไปดูอาการเหวินเทา โชคดีที่าแภายนอกไม่รุนแรงนัก เขาจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง หลังตำรวจพาเหวินเทาไปส่งที่โรงพยาบาล เย่เจียงเฉินตระหนักว่าโจวซือหาวไม่ใช่ต้นตอของปัญหาที่แท้จริง แต่น่าจะเป็เสี่ยวเหม่ยที่อยู่เื้ัเื่ทั้งหมด
สถานีตำรวจประจำพื้นที่ชั้นนอก รถหรูสีดำขับเข้ามาจอด คนที่ลงมาเป็ชายสองคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ตำรวจที่นั่งอยู่บนโต๊ะมีสีหน้าลำบากใจเมื่อเผชิญหน้ากับพวกเขา
"คุณโจว ผมว่าคุณคงจะเข้าใจนะว่าทั้งหมดต้องเป็ไปตามระเบียบปฏิบัติ คดีนี้ร้ายแรงกว่าการทำร้ายร่างกาย เราเจอมีดกับปืนในที่เกิดเหตุอีกด้วย"
ชายวัยกลางคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ผมเข้าใจดี ผมแค่อยากคุยกับลูกชาย หวังว่าสารวัตรจะอนุญาติ"
"แน่นอน เชิญตามสบายเถอะ แต่ผมมีเวลาให้คุณแค่สามสิบนาทีเท่านั้นนะ" สารวัตรตอบชายวัยกลางคน
โจวซือหาวนั่งอยู่ในห้องขังในสภาพใบหน้าปูดบวม เมื่อเห็นชายวัยกลางคน เขาก็เผยสีหน้าหวาดกลัว
"พ่อ…"โจวซือหาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ชายที่อยู่ตรงหน้าคือพ่อของเขา โจวเทียนิ ซีอีโอของบริษัทเทียนซิงเมดิเทค หนึ่งในเศรษฐีระดับแนวหน้าของเมืองบูรพา ในขณะที่คนที่มากับเขาคือโจวเทียนหลงอัยการมากฝีมือในเขตพื้นที่ชั้นกลาง
โจวเทียนิมองหน้าลูกชายด้วยสายตาผิดหวังและโกรธเคือง
"ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าห้ามก่อเื่อีก ทำไมแกถึงชอบหาเื่ปวดหัวมาให้ฉันไม่เว้นแต่ละวัน"
"ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว" โจวซือหาวรีบก้มหน้าสำนึกผิด
"ใจเย็นก่อนครับพี่ หาวเออร์ก็แค่คึกคะนองไปตามวัยเท่านั้นเอง" โจวเทียนหลงกล่าว
"หึ… แล้วนายมีแผนจะช่วยไอ้ลูกเนรคุณคนนี้ของฉันยังไง" โจวเทียนิถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"หากเป็การทำร้ายร่างกายก็คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่พอมีอาวุธเข้ามาเกี่ยว ข้อหาจึงกลายเป็พยายามฆ่า แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะหาทนายมือดี กับจัดการเื่หลักฐานเอง พี่วางใจเถอะ"โจวเทียนหลงเผยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์