ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 84 ผิดหวัง

        

            หลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเดินกลับเข้าไปด้านใน

            เดิมทีนางไม่ได้ตั้งใจจะตากผ้านวมถ้านางไม่เห็นเด็กสองคนนั้นมา นางก็คงจะไม่ขอให้ฉือหางนำผ้าห่มออกมาตากให้แห้งพูดตามตรง นางแค่ไม่ต้องการให้คนเหล่านั้นมาสัมผัสที่นอนของนาง

            ถ้าเนื้อตัวดูสะอาดกว่านี้ย่อมไม่เป็นไรแต่ร่างกายของฉือซงสกปรกมาก พี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่รู้จักช่วยพวกเขาอาบน้ำบ้างเลยแม้แต่ถุงเท้าก็ไม่รู้จักใส่ เดินเท้าเปล่าจนโคลนสกปรกติดเท้ามากขนาดนั้นคืนนี้โต้ซาจะต้องนอนกับพวกนาง

            เมื่อหลินกู๋หยู่เข้าไปในห้องก็เห็นโต้ซากุมศีรษะร้องไห้เสียงดัง

            "เกิดอะไรขึ้น?" หลินกู๋หยู่เดินไปหาโต้ซาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นมือของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง ใบหน้านางกลายเป็นย่ำแย่

            “อาสะใภ้สาม” ฉือหมิงยืนข้างหลินกู๋หยู่ด้วยความรู้สึกผิด

            หลินกู๋หยู่ไม่มีเวลาคุยกับฉือหมิงในตอนนี้นางตะโกนเรียกคนด้านนอก "พี่ฉือหาง รีบไปเอาน้ำอุ่นมา"

            พอฉือหางตักน้ำอุ่นมาวางข้างๆหลินกู๋หยู่ ก็เห็นว่ามือของหลินกู๋หยู่เต็มไปด้วยเลือด สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป"เกิดอะไรขึ้น?"

            ในตอนนี้หลินกู๋หยู่ไม่มีเวลาแม้แต่จะพูดนางรีบเช็ดเลือดให้โต้ซา เช็ดบาดแผลอยู่ที่หน้าผากของเขา

            หลังจากเช็ดทุกอย่างรอบๆแผลให้สะอาดแล้ว หลินกู๋หยู่ก็หยิบยาจินฉวงออกมา ใส่ยามันอย่างระมัดระวัง

            โชคดีที่แผลไม่ลึกมากหากกลายเป็นรอยแผลเป็นจะทำอย่างไร?

            "อาสะใภ้สามโต้ซาไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?" ฉือหมิงยืนอยู่ข้างๆดูการกระทำของหลินกู๋หยู่ เขาไม่กล้าพูดจาเป็นเวลานาน

            หลินกู๋หยู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบอุ้มโต้ซาขึ้นมานางพยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยน โดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ"โต้ซาทำอย่างไรถึงได้รับบาดเจ็บ?"

            “พี่ชายรอง” โต้ซาสูดจมูก มองไปที่หลินกู๋หยู่ด้วยสายตาที่เศร้าโศก “เขาอยากได้ม้าไม้ตัวน้อยของข้า!”

            เมื่อฉือซงได้ยินคำพูดของโต้ซาเขาก็ยกม้าไม้ในมือขึ้น ทุบมันเต็มแรงสองสามครั้ง ลงจากเตียงด้วยความโกรธแล้ววิ่งออกจากห้องไป

            “ขอโทษ” ฉือหมิงกล่าวอย่างเสียใจ

            "ไม่เป็นไร"หลินกู๋หยู่พูดอย่างใจเย็น จากการแสดงออกของเด็กตรงหน้า นางก็รู้ว่าฉือหมิงรู้สึกผิดอย่างมาก

            ฉือซงถือของเล่นในมือข้างหนึ่งยังมีม้าไม้ตัวเล็กๆ ที่โต้ซาชอบ วิ่งออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว

            ฉือหมิงมองไปที่ฉือซงอย่างเป็นกังวลกล่าวลาและไล่ตามเขาออกไป

            ฉือหางเดินไปที่ด้านข้างของโต้ซามองไปที่บาดแผลบนหน้าผากด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความกังวล

            หน้าผากแดงแล้ว โต้ซาสูดจมูกใบหน้าบวมที่ถูกตบยังไม่ทุเลาลง ตอนนี้ก็ถูกม้าไม้ตัวเล็กฟาดอีก

            แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เด็กๆจะทะเลาะกัน แต่การจงใจแย่งม้าไม้ของลูกตัวเองนั้น มันใช่เรื่องไหม

            “ข้าจะไปหาพี่สะใภ้ใหญ่” หลินกู๋หยู่กล่าว วางโต้ซาลงบนเตียงแล้วก้มลงช่วยเขาใส่รองเท้า

            “เจ้าจะไปทำอะไรหรือ?” ฉือหางมองไปที่ใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์ของหลินกู๋หยู่ พูดเบาๆ ว่า “โชคดีที่โต้ซาไม่เป็นอะไร”

            อะไรคือโชคดีที่ไม่เป็นอะไร?

            หลินกู๋หยู่ช่วยโต้ซาใส่รองเท้าของเขา จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองฉือหางพูดด้วยความโกรธว่า "แล้วถ้าเกิดกลายเป็นรอยแผลเป็นเล่า จะทำอย่างไร?"

            “มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ” ฉือหางพูดอย่างระมัดระวัง โดยไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย

            “คนเลวเหล่านั้นกลายเป็นคนเลวได้อย่างไรนั่นไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาขาดการอบรมสั่งสอนระเบียบวินัยเมื่อยังเด็กไม่ใช่หรือ ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็คงจะไม่กลายเป็นคนเลวหรอก” หลินกู๋หยู่กล่าว อุ้มโต้ซาและเงยหน้าขึ้นมองฉือหาง “ไม่พูดถึงเรื่องอื่น แค่พูดถึงลูก เมื่อก่อนเวลาโต้ซาล้มลงรู้ว่ามีโคลนอยู่บนตัว ก็ยังรู้จักที่จะตบมันออกจากตัว"

            "แต่..."

            หลินกู๋หยู่หยิบผ้าพันคอผืนเล็กของโต้ซาออกมาพันรอบคอโต้ซาจากนั้นหยิบหมวกหลวมๆ ออกมา และสวมให้อย่างระมัดระวัง"ข้าแค่จะไปคุยกับพี่สะใภ้ใหญ่ เจ้าอย่าคิดมากขนาดนั้น"

            โดยไม่รอให้ฉือหางพูดหลินกู๋หยู่ก็กล่าวต่อว่า "หากวันหนึ่งพวกเราทำให้ลูกของพวกเขาบาดเจ็บเจ้าคิดว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะไม่มาคิดบัญชีหรือ?"

            ฉือหางไม่เอ่ยวาจาใด

            ซ่งซื่อรักลูกทั้งสองคนของนางเรียกได้ว่ารักแบบตามใจพะเน้าพะนอ

            หลินกู๋หยู่เดินตรงไปที่เรือนใหญ่พร้อมกับโต้ซาในอ้อมแขนเห็นซ่งซื่อจับมือของฉือหมิงและกำลังถามคำถาม

            เมื่อดวงตาของซ่งซื่อเห็นหลินกู๋หยู่กำลังเดินมาสีหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนไป นางเดินไปหาหลินกู๋หยู่ด้วยรอยยิ้มประจบบนใบหน้า"น้องสะใภ้สาม ข้าได้ยินมาว่าฉือซงเจ้าเด็กไม่เชื่อฟังคนนั้นตบโต้ซาโต้ซาไม่เป็นไรใช่หรือไม่?"

            หลินกู๋หยู่ชำเลืองมองฉือหมิงที่อยู่ข้างๆพูดอย่างใจเย็นว่า "พี่สะใภ้ใหญ่ เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ"

            น้ำเสียงของหลินกู๋หยู่นั้นราบเรียบซ่งซื่อคาดเดาความคิดของนางไม่ได้อยู่หลายส่วน

            ที่นี่หนาวมากจริงๆโชคดีที่หลินกู๋หยู่ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ให้โต้ซาล่วงหน้า

            เมื่อเห็นว่าโต้ซาใส่เสื้อกันหนาวหนามากผิวหน้าเล็กๆ ของเขาที่เดิมเป็นสีขาวอมชมพู เวลานี้กลายเป็นสีแดงดวงตาก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำ

            แม้ว่าขนาดห้องจะไม่ใหญ่มากแต่หลินกู๋หยู่ก็นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กๆ ด้านข้าง

            เมื่อตอนเช้าของวันนี้ ซ่งซื่อมาที่บ้านเห็นเนื้อและไข่วางอยู่บนตู้ นางคงจะกลับมาบอกโจวซื่อ โจวซื่อจึงไปที่บ้านของพวกเขาเพื่อไปเอาเนื้อและไข่

            สำหรับสิ่งเหล่านี้หลินกู๋หยู่ไม่คิดว่ามันสำคัญเท่าใดนักเพราะอย่างไรเสียสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของนอกกาย พวกเขาจะเอาไปก็เอาไปเถอะ

            เด็กหนาว แต่บ้านของพวกนางอบอุ่นเด็กสองคนไปเล่นที่บ้านของพวกนางก็เล่นไป ไม่ได้ว่าอะไร เพราะอย่างไรพวกเขาก็เป็นญาติกัน

            เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของหลินกู๋หยู่ซ่งซื่อก็ไม่มั่นใจเล็กน้อยว่าหลินกู๋หยู่หมายความถึงอะไร

            “พี่สะใภ้ใหญ่เป็นเรื่องปกติที่เด็กๆ จะตบตีทะเลาะกัน การกระทบกระทั่งย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่หรือไม่!” หลินกู๋หยู่มองที่ซ่งซื่อด้วยรอยยิ้มน้ำเสียงของนางเรียบเฉยราวกับว่านางกำลังพูดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับนางอย่างไรอย่างนั้น

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดซ่งซื่อก็ยิ้มและพยักหน้า "ถูกต้องจริงๆ"

            เมื่อซ่งซื่อพูดเช่นนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของหลินกู๋หยู่ก็ชัดเจนมากขึ้น และเอ่ยพูดต่อว่า"แต่เด็กคนนี้ก็ไม่ควรทุบศีรษะของโต้ซาอย่างแรงเพื่อเอาของเล่นของโต้ซาใช่หรือไม่"

            ในขณะที่พูดหลินกู๋หยู่ถอดหมวกออกจากศีรษะของโต้ซาอย่างระมัดระวัง

            ในตอนแรกโต้ซาสวมหมวกบนศีรษะเพื่อปกปิดบาดแผลบนหน้าผากของเขาทั้งหมด

            เมื่อหลินกู๋หยู่ถอดหมวกออก รอยแผลบนหน้าผากของเขาก็ไม่อาจชัดเจนไปกว่านี้ได้อีกแล้ว

            เป็นรอยแผลสีแดงสดที่มีเลือดแข็งตัวอยู่บนพื้นผิวด้านนอก

            รอยยิ้มบนใบหน้าของซ่งซื่อแข็งทื่อฝืนยิ้มต่อไม่ไหวอีก นางยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความลำบากใจ

            โต้ซานั่งในอ้อมแขนของหลินกู๋หยู่อย่างเชื่อฟัง

            “เราเป็นครอบครัวเดียวกันถ้าเป็นลูกของคนอื่น พวกเขาจะต้องไม่ปล่อยให้เลยตามเลยอย่างแน่นอน” หลินกู๋หยู่พูดเบาๆ และยกมือขึ้นสวมหมวกให้โต้ซา “เด็กยังเล็กมากและไม่รู้เรื่องรู้ราวดังนั้นพี่ควรให้ความสนใจมากขึ้น"

            ซ่งซื่อยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนและรับคำ

            “ถ้าเป็นคนอื่นข้าก็จะไม่ยกโทษให้ง่ายๆ แน่นอน ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครก็ตาม” หลินกู๋หยู่ยิ้มและยืนขึ้น จากนั้นเดินไปข้างหน้าซ่งซื่อ “ของเล่นก็เก็บเอาไว้ให้เด็กเล่นเถอะ”

             

            “พี่สะใภ้ใหญ่ข้าขอตัวก่อน”

            พูดจบหลินกู๋หยู่ก็เดินออกจากบ้านพร้อมกับโต้ซาในอ้อมแขน

            ซ่งซื่อรู้สึกเพียงสายลมหนาวพัดรอบตัวนางหวนจำสิ่งที่หลินกู๋หยู่ทำกับจ้าวหยางเมื่อวาน

            คนเช่นจ้าวหยางยังถูกหลินกู๋หยู่คนเดียวปราบถึงสองครั้ง

            หากครั้งแรกเป็นเรื่องบังเอิญเช่นนั้นครั้งที่สองที่นางเฝ้าดูจ้าวหยางถูกหลินกู๋หยู่ทุบตีถึงขั้นไม่มีแรงจะตอบโต้ล่ะคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

            ด้วยเหตุผลบางอย่างทุกครั้งที่ซ่งซื่อเจอกับหลินกู๋หยู่ นางรู้สึกแปลกๆนางมักจะรู้สึกว่าหลินกู๋หยู่และพวกนางไม่ใช่คนโลกเดียวกัน

            เมื่อเดินออกไปข้างนอก หลินกู๋หยู่เห็นฉือหมิงยืนกระสับกระส่ายอยู่ในลานบ้านพอเห็นนางออกมา เด็กชายก็เดินเข้ามาหานาง

            "อาสะใภ้สาม"ดวงตาของฉือหมิงมองไปที่โต้ซาในอ้อมแขนของหลินกู๋หยู่และเอ่ยถามเสียงเบา"น้องชายไม่เป็นไรใช่หรือไม่?"

            “ไม่เป็นไร” หลินกู๋หยู่มองไปที่สีหน้าขมวดคิ้วของฉือหมิง อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ไม่ต้องกังวล”

            ฉือหมิงก้มศีรษะลงและกระซิบว่า"มันเป็นความผิดของข้าทั้งหมด ถ้าในเวลานั้นข้าคอยดูน้องชายก็คงจะไม่..."

            "ไม่เป็นไรจริงๆไม่ต้องกังวล บาดแผลบนศีรษะของโต้ซาจะหายดีภายในสองสามวัน"หลินกู๋หยู่มองที่ฉือหมิงด้วยรอยยิ้มละไม ก่อนจะหันไปพูดกับโต้ซาในอ้อมแขนว่า"ทำไมเจ้าไม่เรียกพี่ชายล่ะ?”

            โต้ซามองไปที่ใบหน้าของฉือหมิงด้วยดวงตากลมโตจากนั้นก็ร้องออกมาว่า "พี่ชายใหญ่"

            เมื่อหลินกู๋หยู่ออกไปพร้อมลูกทันทีที่กลับถึงบ้านก็พลันได้ยินเสียงซ่งซื่อก่นด่า

            ฉือหางเดินเข้ามาหาหลินกู๋หยู่อย่างพะวงใจ"พี่สะใภ้ใหญ่ไม่ได้ทำให้เจ้าลำบากใจใช่หรือไม่"

            “ไม่มี” หลินกู๋หยู่ส่ายศีรษะ เอื้อมมือไปวางโต้ซาบนม้านั่งเล็ก จากนั้นถอดหมวกผ้าพันคอและถุงมือของเด็กน้อยออก

            "อ้อไปต้มน้ำร้อนเถอะ" หลินกู๋หยู่ชำเลืองมองไปที่ผ้านวมบนเตียงเล็กของโต้ซามุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย "สกปรกมาก ข้าจะไปซักให้"

            ฉือหางยืนอยู่ตรงที่เดิมและตอนนั้นเองที่เขาเข้าใจว่าสาเหตุใดหลินกู๋หยู่ถึงได้บอกให้ตากผ้านวมอย่างกะทันหันเพราะกลัวว่าหลานชายของเขาจะทำให้ผ้าปูเตียงและผ้านวมสกปรก

            หลินกู๋หยู่มองแผลเป็นบนศีรษะของโต้ซาอย่างเป็นกังวลหากกลายเป็นแผลเป็นจะทำอย่างไร?

            ว่านหางจระเข้ไม่รู้ว่าที่นี่จะมีหรือไม่?

            “ยังเจ็บอยู่ไหม?” หลินกู๋หยู่มองโต้ซาอย่างเป็นกังวล พลางเอ่ยถามด้วยเสียงเบา

            "ไม่เจ็บแล้ว"โต้ซานั่งเงียบๆ ขณะที่เล่นของเล่นในมือของตนเอง

            เด็กคนนี้ทำให้คนอดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ

            ฉือหางเดินออกไปข้างนอกเมื่อคิดถึงสีหน้าของหลินกู๋หยู่ เขาก็คาดเดาอะไรไม่ได้เลยเมื่อได้ยินฉือซงร้องไห้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปที่เรือนใหญ่ของสกุลฉือ

            เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้เสียดแทงหัวใจของฉือซงโจวซื่อไม่อาจนั่งนิ่งๆ ในห้องได้อีกต่อไป นางลุกขึ้นจากเตียงไปกอดฉือซงตะโกนใส่ซ่งซื่อ "ใครบอกให้เจ้าทุบตีหลานชายที่ดีของข้าถ้าเปลี่ยนเป็นทุบตีเจ้า เจ้าจะเจ็บหรือไม่?”

            ดวงตาทั้งสองข้างของซ่งซื่อน้ำตาคลอเบ้าริมฝีปากเม้มแน่น ในขณะยืนอยู่ข้างๆ อย่างดื้อรั้น

            “ทำไมหรือข้าพูดผิดหรืออย่างไร เจ้าไม่สบายใจ เจ้าทุบตีทำไม?” โจวซื่อตะโกนใส่ซ่งซื่อพลางกอดฉือซงอย่างเศร้าใจ “เด็กดี ยังเจ็บอยู่ไหม?”

            "ท่านแม่"ซ่งซื่อมองโจวซื่อและพูดอย่างโกรธเคือง "ลูกทำผิด เดิมทีก็สมควรถูกตีท่านไม่เห็นหน้าผากของโต้ซาว่าถูกเขาตบเป็นอย่างไรแล้ว"

            “เด็กจะมีพละกำลังได้แค่ไหนกัน?” โจวซื่อกอดเด็กน้อยอย่างเศร้าใจเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของฉือซงอย่างเฉยเมยว่า “โต้ซาก็ถูกตีไปแล้วเจ้ายังจะทุบตีหลานชายของข้าทำไมกัน?"

            “ศีรษะของโต้ซาถูกตีแตกแล้ว!” ซ่งซื่อขมวดคิ้วแน่น “เด็กคนนี้ปกติก็สร้างแต่ปัญหาเขาทุบตีโต้ซาหนักมากขนาดนั้น!”

            “เช่นนั้นแล้วจะทำอย่างไรได้หรือ?” โจวซื่อคำรามทีละคำ ใบหน้าของนางน่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม “ต่อให้ถูกซ้อมจนตาย เช่นนั้นแล้วจะอย่างไรหรือ?!”

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276