พิมพ์มณีหันไปมองผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างจะขอความเห็น พอท่านทั้งสองพยักหน้าให้ หญิงสาวก็รีบวิ่งตามเขาออกไป มาทันเขากำลังสตาร์ทเครื่องรถ จึงรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งคู่ทันที
“เธอจะไปรถคันเดียวกับฉันเนี้ยะเหรอ” ชายหนุ่มหันมาร้องโวยวาย สีหน้างี้บึ้งตึงเชียว
“ก็แล้วจะให้พิ้มไปยังไงละค่ะ”
“ก็เอารถคันอื่นไปสิ” เขากล่าวอย่างไม่อยากใส่ใจ รถในบ้านของเขามีอยู่หลายคันพอที่หล่อนจะไม่จำเป็ต้องมานั่งคันเดียวกับเขา
“ได้ไงค่ะพิ้มยังไม่คุ้นเคยกับถนนในกรุงเทพดีพอ เดียวก็หลง ไปถึงที่ทำงานสาย” หญิงสาวกล่าว ยังไม่ยอมลงไปจากรถง่ายๆ
“นี่เธอคิดว่ามันยังไม่สายอีกเหรอ”
“ก็สายนะสิค่ะแล้วพี่ก้างก็ยังมัวโยกโย้อยู่อีก รีบไปสิค่ะ”
ธนวินท์โกรธจนขวัญแทบออกหูเมื่อถูกโยนความผิดมาให้เอาดื้อๆอย่างนั้น ยัยเด็กบ้านี่ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิดเลยจริงๆ
“ลงจากรถของฉันไปเดี๋ยวนี้” เสียงของชายหนุ่มเข้มเกือบเป็ตวาดทั้งที่เขาเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบเสียมารยาทกับผู้หญิงเลยแต่ผู้หญิงคนนี้กำลังทำให้เขาต้องเสียนิสัย
“เื่อะไรค่ะถ้าพี่ก้างใจร้ายกับพิ้ม พิ้มจะฟ้องคุณลุงคุณป้า” พิมพ์มณีลอยหน้าเถียงอย่างคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าแล้วโชคก็เข้าข้างหญิงสาวเมื่อคุณธนากับคุณวิยดาเห็นว่าธนวินท์ไม่ยอมออกรถไปเสียทีจึงได้ตามออกมาดู
“มีปัญหาอะไรกันหรือลูก” คุณวิยดารีบถาม
“คุณป้าขาพี่ก้างไม่ยอมให้พิ้มนั่งรถไปด้วยค่ะ” หญิงสาวรีบเปิดประตูออกไปฟ้องทันที
“ทำไมละตาก้าง” คุณวิยาดาถามบุตรชายอย่างอ่อนใจที่เห็นลูกทำตัวหยุมหยิมก็นิสัยแบบนี้มันเป็นิสัยของพวกผู้หญิงชัดๆโธ่...ลูกหนอลูก...
“ผมอายคนเขาครับที่จะต้องไปกับคนแบบนี้” ชายหนุ่มกล่าวอย่างหัวเสีย
“โธ่ลูกแล้วจะให้น้องไปยังไงล่ะ”
“ก็นั่งแท็กซี่ไปสิครับหรือถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็ไม่ต้องไป” ชายหนุ่มกล่าวแล้วก็สตาร์ทเครื่องเตรียมจะออกรถพิมพ์มณีจึงรีบกลับเข้าไปนั่งในรถอีกทันทีอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน
“แต่พิ้มจะไปกับพี่ก้าง”
“ให้น้องไปด้วยเถอะลูกน้องเป็ผู้หญิงนั่งรถแท็กซี่ไปคนเดียวมันอันตราย” คุณวิยดาบอกกับบุตรชายพลางปิดประตูรถให้ทำให้ชายหนุ่มจำต้องขับรถออกไปเพราะเห็นว่าสายมากแล้ว
เขาขับรถไปไม่ได้เร็วอย่างใจ้า เพราะการจราจรที่ติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วนอย่างนี้ ซึ่งถ้าเขาออกจากบ้านแต่เช้าก็จะไม่เจอกับปัญหานี้เท่าใดนัก งานนี้เขาโทษเป็ความผิดของคนที่นั่งข้างๆนี้คนเดียวเลย...
“โอ้โฮ รถติดกันเป็แพเลย เมืองไทยนี่มีคนรวยเยอะจริงๆ”
พิมพ์มณีอุทานอย่างตื่นเต้นกับภาพแปลกที่เห็น โดยไม่ได้สนใจว่าคนข้างๆจะหน้าตาเคร่งเครียดขนาดไหน และเขายังไม่ได้พูดอะไรเลยั้แ่ออกจากบ้านมา
แต่หล่อนก็มีแก่ใจชวนพูดชวนคุยได้ไม่ขาดปาก
“ที่ขับนี้รถของคุณเองเหรอ รุ่นนี้ออกมาได้เกือบสามปีแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่เปลี่ยนเป็รุ่นใหม่ล่าสุดละ แล้วทำไมเลือกสีดำมันไม่ค่อยสวยเลยนะ ความจริงน่าจะเลือกเป็รถสปอร์ตสีส้ม หรือไม่ก็สีช๊อกกี้พิงค์ ว๊าว...ถ้าได้อย่างนั้นนะ เจ๊งสุดๆไปเลย ”
“เลิกพูดมากซะทีได้ไหม”
ธนวินท์หันมากล่าวอย่างเหลืออด
“อ้าว...”
หญิงสาวร้อง ทำหน้าเหมือนไม่รู้ว่าตัวทำอะไรผิด แล้วก็ยอมเงียบเสียงไป แต่ได้เพียงครู่เดียวก็เจื่อยแจ้วขึ้นมาอีก ด้วยการร้องเพลงของนักร้องชื่อดังจากถิ่นที่จากมา พร้อมกับโยกย้ายส่ายหัวไปด้วย
ซึ่งเป็ที่ขัดตาขัดใจของชายหนุ่มผู้แสนจะเรียบร้อยที่นั่งอยู่ข้างๆเป็อย่างมาก
“ฉันบอกให้เงียบ ไม่งั้นฉันจะไล่เธอลงจากรถเดี๋ยวนี้”
เขาบอกเสียงเขียวเมื่อหมดความอดทนเป็รอบที่สอง
พิมพ์มณีค้อนเขาอย่างหมั้นไส้ปนไม่เข้าใจ อีตานี่สงสัยจะเป็เกย์ไปแล้วจริงๆนั้นแหละ ดูอารมณ์หงุดหงิดง่ายราวกับผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนอย่างไงอย่างงั้น
แหวะ...น่าเกลียดชะมัด
ถึงที่ทำงานก็เลยเวลาเข้างานมาครู่ใหญ่แล้วทำให้มีพนักงานหลายคนได้เห็นท่านรองประธานหนุ่มรูปงามมาสายเป็ประวัติการณ์ ซ้ำมีสาวสวยสุดเซ็กซี่ตามติดมาด้วย จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาและเธอเ่าั้จะคิดและพากันซุบซิบนินทาไปในทางไหน เรียกได้ว่าเป็เหยื่ออันโอชะของพวกขาเมาส์เลยทีเดียว
แต่ตอนนี้ธนวินท์ไม่มีเวลาจะใส่ใจ เขาตรงไปที่ลิฟต์ส่วนตัวสำหรับผู้บริหารเพื่อขึ้นไปยังห้องทำงานของตนที่ชั้นสิบซึ่งเป็ชั้นบนสุด
“อุ้ย ท่านรองฯ”