กว่าจะได้รับภารกิจ เขากับกวาจื่อต้องเสียเวลาอยู่พอสมควร แต่มู่จื่อหาน และ หนานกงเยว่เอ๋อ ยังคงรอทำภารกิจนี้กับพวกเขา
เมื่อมาถึงแผนที่ชั้นใน หนานกงเยว่เอ๋อ ก็ยืนรออยู่ไม่ไกลจากปากอุโมงค์ ในเวลานี้เธอกำลังร่วมมือกับ มู่จื่อหาน เพื่อฆ่างู ทว่างูของที่นี่ไม่ใช่งูสีชาดอีกต่อไป มันคืองูเหลือมที่ทรงพลังยิ่งกว่า ——
【 งูเหลือมเกล็ดดำ 】
Lv: 22
โจมตี: 217-261
ป้องกัน: 62
พลังชีวิต: 2000
...
การฆ่ามอนสเตอร์ที่นี่ สะดวกสบายกว่าการฆ่างูสีชาดในแผนที่ก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีคบเพลิงติดผนังให้ความสว่างในแผนที่นี้ เย่ฮวาไม่รู้ว่ามันเป็สิ่งเชื้อเชิญผู้เล่นหรือว่าเป็ความบังเอิญของระบบออกแบบเกม
สิ่งที่เขาให้ความสนใจจริง ๆ ตอนนี้คือรูปแบบการเล่นของผู้เล่นอันดับสองแห่งเมืองชิงสุ่ย ที่เล่นอาชีพลับ จอมยุทธน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์
ในเวลานี้งูเหลือมเกล็ดดำยังคงมีพลังชีวิตเหลือมากกว่าครึ่ง ไม่ช้าธนูที่อยู่ในมือของ หนานกงเยว่เอ๋อ ก็ง้างสายออกจนคันธนูมีลักษณะคล้ายพระจันทร์เต็มดวง พริบตาลูกศรก็พุ่งออกไป พร้อมๆกับเปลวเพลิงที่ปรากฏขึ้นบนหัวลูกศร สำหรับเขาแล้วมันคล้ายกับการปะทุของเปลวเพลิงที่มาจากการะเิ ก่อนจะปักทะลุร่างของงูเหลือมเกล็ดดำโดยตรง
"179"
ร่างของงูเหลือมเกล็ดดำมีควันปะทุออกมา แต่มันดูไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างกายของมันก้มลงเล็กน้อย ก่อนจะกระโจนพุ่งออกมา ในระหว่างที่งูเหลือมเกล็ดดำเตรียมพุ่งเข้ามากัด ประกายคมหอกก็ทิ่มทะลวงไปยังศีรษะของงูเหลือมเกล็ดดำจนเืสาด——
"228"
หลังจากที่ร่างของมู่จื่อหานลงสู่พื้น เธอก็ชักหอกกลับมาแล้วเบี่ยงตัวไปทางด้านข้างของ งูเหลือมเกล็ดดำ ในเวลาเดียวกันลูกศรของหนานกงเยว่เอ๋อ ก็เฉียดผ่านหน้ามู่จื่อหาน และพุ่งตรงปักงูเหลือมเกล็ดดำ
"364!"
นักธนูและนักฆ่าเป็อาชีพสายเกราะเบา ในบรรดาอาชีพต่างๆทั้งสองอาชีพนี้เต็มไปด้วยความว่องไวและสามารถทำดาเมจสูงอย่างไม่ต้องสงสัย เหมาะสำหรับนักล่ามอนสเตอร์ กวาจื่อได้ข้อมูลมาว่าอัตราการคริติคอลของผู้เล่นทั่วไปคือ 3% นี่ถือเป็อัตราพื้นฐานเริ่มต้น แต่สำหรับนักฆ่าและนักธนูอัตราคริติคอลพื้นฐานเริ่มต้นอยู่ที่ 8% ดังนั้น ในเวลาที่พวกเขาฆ่ามอนสเตอร์กวาจื่อจึงมักจะสร้างความเสียหายที่รุนแรง ดังนั้นแม้ว่าการโจมตีของเย่ฮวาจะสูงกว่ากวาจื่อเล็กน้อย แต่ก็เป็เพราะค่าความแข็งแกร่งเยอะกว่า กวาจื่อที่ไม่ได้เน้นค่าความแข็งแกร่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ กวาจื่อ สวมใส่กริชิญญาทมิฬ ทำให้การสร้างความเสียหายสูงกว่าของเย่ฮวามาก ดังนั้นตอนนี้ที่เขาพอทำได้ดีคือการที่ใช้ความได้เปรียบทางร่างกายเพื่อบล็อกมอนสเตอร์อย่างเงียบ ๆ ทว่าค่าคุณสมบัติของเขาและกวาจื่อ ก็ถือไม่เลว พวกเขาจึงสามารถจัดการกับพวกมันได้อย่างรวดเร็ว
งูเหลือมเกล็ดดำ ติดสถานะเฉื่อยชาของนักธนู ดังนั้นความเร็วในการเคลื่อนไหวและความเร็วในการโจมตีจึงลดลงอย่างมาก นี่เป็เหตุผลว่าทำไมค่าพลังชีวิตของ มู่จื่อหาน มักจะเหลืออยู่ 100% เป็เพราะความชำนาญในเกม บวกกับสกิลศรน้ำแข็งของหนานกงเยว่เอ๋อ ที่ทำให้ผู้ถูกสกิลช้าลง ส่งผลให้สามารถหลบการโจมตีของงูเหลือมเกล็ดดำได้ง่ายๆ
มู่จื่อหาน ขยับร่างต่อเนื่อง เท้าของเธอมักจะเคลื่อนไปที่ด้านข้างของงูเหลือมเกล็ดดำ เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีจากงูเหลือมเกล็ดดำ ในเวลาเดียวกับที่เคลื่อนไหว เธอกลงมือโจมตีอย่างรวดเร็ว ระหว่างที่งูเหลือมเกล็ดดำหันมา เธอก็เดินหลบไปด้านข้างของงูเหลือมเกล็ดดำอีกครั้ง อาจกล่าวได้ว่าการต่อสู้งูเหลือมเกล็ดดำใช้การเคลื่อนเป็วงกลมโดยมีงูเหลือมเกล็ดดำเป็ศูนย์กลาง ซึ่งขยับเพียงหนึ่งในสี่ ด้วยวิธีนี้ทำให้เธอหลีกเลี่ยงการโจมตีของงูเหลือมเกล็ดดำได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
กวาจื่อ ตบลงบนไหล่เขาแล้วพูดว่า "เย่ฮวา นายเห็นไหมนี่เป็หนึ่งในการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานของ หลิงเกิง การเคลื่อนตำแหน่งเป็รูปตัว O สามารถใช้ฆ่ามอนสเตอร์ทั่วไปและบอสบางตัวได้ ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก ตราบใดที่รู้จักวางตำแหน่งการเคลื่อนไหวก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีได้ ในเวลาเดียวกันก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้เล่นโจมตีระยะไกล ซึ่งนักธนูสามารถควบคุมการโจมตีจากวงนอกได้ จนทำให้การวางตำแหน่งเกิดประสิทธิภาพ ช่วยให้ฆ่ามอนสเตอร์ได้ง่ายขึ้น และยิ่งถ้าเป็นักเวทย์ที่มีความสามารถในการโจมตีสูง การฆ่ามอนสเตอร์ก็จะยิ่งเร็วขึ้น และด้วยวิธีนี้เราสามารถโจมตีระหว่างที่ดึงดูดความเกลียดชังของมอนสเตอร์ได้ต่อเนื่อง และมอนสเตอร์จะไม่เคลื่อนที่ไปมั่ว แต่จะหมุนตัวไปรอบๆ และเป็การตรึงตำแหน่งทำให้การโจมตีจากวงนอกยากจะพลาดเป้า "
เย่ฮวา เฝ้าจับจ้องการเคลื่อนไหวของ มู่จื่อหาน อย่างจดจ่อ ถ้าหากสามารถเรียนรู้จดจำไปใช้ได้มันคงจะยอดเยี่ยมน่าดู
เพราะมันถือเป็ประโยชน์อย่างมากสำหรับการเล่นเกมในอนาคต
เขาถาม กวาจื่อ: "นายรู้แต่แรกว่ามีวิธีนี้อยู่หรือเปล่า?"
กวาจื่อ ยิ้มและเกาหัว: "ใช่ แต่ฉันยังไม่เก่งพอที่จะใช้มัน ฉันเคยลองใช้ในหมู่ผู้เล่นใหม่แล้วแต่ก็ล้มเหลวไม่เป็ท่า"
เย่ฮวาได้แต่ตบไหล่ปลอบ การที่กวาจื่อพูดแบบนี้ก็หมายความว่าไม่สามารถทำได้ เขาจึงตระหนักว่ากวาจื่อคงไม่สามารถสอนตนเองได้ หากมีใครที่พอจะสอนได้ ก็คงเป็ มู่จื่อหาน แต่เขาคงไม่หน้าด้านพอขนาดขอให้เธอช่วยเหลือ เพราะมันเป็สิ่งละเอียดอ่อนเกินไป อย่างแรกเลยรูปแบบการเล่นมันไม่ใช่สิ่งที่จะสอนให้กับใครก็ได้ ประการที่สองถ้าหากเธอยอมสอนโดยไม่้าสิ่งใดตอบแทน เท่ากับว่าเขาต้องติดค้างหนี้บุญคุณเธอ ซึ่งเขาไม่้าติดค้างใคร
เมื่อได้เห็นการผสานงานระหว่าง มู่จื่อหานกับหนานกงเยว่เอ๋อ ที่ยอดเยี่ยม ก็เกิดความคิดที่ว่า...เช่นนั้นรูปแบบการเล่นของตัวเองและกวาจื่อจะเรียกว่าอะไร เหตุผลสำคัญสำหรับการร่วมมือระหว่างเขากับกวาจื่อ สืบเนื่องจากรูปแบบการเล่นของตนเองห่วยแตกเกินไป อย่างเช่นการฆ่าแม่ทัพอันเดด เขาก็ทำได้แค่เป็เหยื่อล่อ
มู่จื่อหาน ไม่ได้ใช้สกิลใด ๆ มีเพียง หนานกงเยว่เอ๋อ ที่ใช้สองสกิลในคราเดียวคือ ศรน้ำแข็ง และ ล็อกกระแทก เพื่อสับเปลี่ยนกันโจมตี การฆ่ามอนสเตอร์ของสองคนนั้นไม่ได้ช้าไปกว่าเขาและกวาจื่อ ไม่ต้องเอ่ยถึงอาชีพลับของ มู่จื่อหาน ซึ่งข้อเดียวก็เพียงพอแล้ว การเติบโตของอาชีพลับนั้นสูงกว่าอาชีพทั่วไป และแน่นอนว่าสกิลของอาชีพลับมันย่อมต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าสกิลของอาชีพทั่วไปอยู่แล้ว
ไม่รู้ว่าทำไม มู่จื่อหาน ถึงไม่ใช้สกิล แต่เย่ฮวาก็ได้รับรู้ถึงเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงกลายเป็ผู้เล่นติดอันดับชั้นแนวหน้า
หลังจากฆ่างูเหลือมเกล็ดดำแล้ว หนานกงเยว่เอ๋อ ก็วิ่งตรงมาหาพวกเขาแล้วะโว่า: "ทำไมถึงมาช้านักล่ะ เราฆ่างูเหลือมเกล็ดดำไปมากกว่าสามสิบตัวแล้วนะ"
เขากระแอมสองครั้งแล้วพูดว่า "เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว"
มู่จื่อหาน ก้าวขึ้นมาและพูดว่า: "พวกนายยุบปาร์ตี้เก่า ฉันจะดึงพวกนายเข้าปาร์ตี้ เราจะได้ทำภารกิจไปด้วยกัน"
เขาพยักหน้าพร้อมกับยุบปาร์ตี้เก่าและกดรับคำเชิญจากปาร์ตี้ของ มู่จื่อหาน โดยไม่พูดอะไร จากนั้นก็เห็น มู่จื่อหาน ยกนิ้วเรียวนิ้วหยกชี้ไปยังที่ที่ห่างออกไป: "มันมีแผนที่ในอุโมงค์นั่น ซึ่งเป็แผนที่ถัดไป แต่ระยะทางค่อนข้างไกล เราต้องรีบทำภารกิจนี้ให้สำเร็จรวดเร็วที่สุด ดังนั้นเราไม่สามารถเสียเวลาอยู่ที่นี่เพียงเพราะฆ่ามอนสเตอร์ ถ้าพวกนาย้าที่จะมาที่นี่ก็ไว้รอให้ทำภารกิจสำเร็จ "
เย่ฮวา มองไปยังอุโมงค์ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 150 เมตร มันต้องใช้เวลาครึ่งนาทีในการวิ่งไป แต่ทว่ามีงูเหลือมเกล็ดดำป้วนเปี้ยนอยู่ทั่วทุกที่ในระแวกนี้ แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถวิ่งฝ่าไปตรงๆ โดยที่ไม่ทำให้พวกมันสนใจได้
กวาจื่อ มองไปยังแผนที่แล้วถามว่า: "เอายังไงดี?"
มู่จื่อหาน กล่าวว่า: "ฉันและเย่ฮวาจะเดินนำหน้า ส่วนพวกนายก็ตามหลังเรามาคอยระวังท้าย คอยกำจัดงูเหลือมเกล็ดดำตามเส้นทางรอบๆ พองูเหลือมเกล็ดดำตายก็ให้เคลียพื้นที่เคลื่อนไปข้างหน้า ฉันและเย่ฮวาจะคอยขัดขวางงูเหลือมเกล็ดดำตัวอื่นที่ตรงเข้าหา ส่วนกวาจื่อนายต้องคอยกำจัดงูเหลือมเกล็ดดำที่เยว่เอ๋อหมายตา ให้เยว่เอ๋อช่วยเคลียเส้นทางจากวงนอก โดยการฆ่ามันทีละตัว การแบ่งหน้าที่ทำงานจะช่วยขัดขวางการรวมตัวของงูเหลือมเกล็ดดำ และทำให้มีระยะโจมตีไกล ด้วยวิธีนี้เราสี่คนจะสามารถจำกัดมอนสเตอร์รอบๆที่เป็อุปสรรค "
กวาจื่อ พูดด้วยรอยยิ้ม: "ฉันเข้าใจแล้ว"
มู่จื่อหาน มองมาที่เย่ฮวา เขาจึงพยักหน้าให้เธอ จากนั้นเธอก็พูดต่อว่า "โอเค! งั้นเราก็มาเริ่มกันเถอะ"
...
กลยุทธ์ได้ถูกวางกำหนดเอาไว้แล้ว จากนั้นมู่จื่อหานและเขาก็เดินเคียงข้างกัน เคลื่อนไปด้านหน้า ตามมาด้วยเยว่เอ๋อและกวาจื่อที่คอยรั้งท้าย
เพียงไม่กี่ก้าวพวกเขาทั้งสี่ก็พบกับงูเหลือมเกล็ดดำตัวแรก เมื่องระยะห่างงูเหลือมเกล็ดดำเหลือประมาณ 5 เมตร ความเกลียดชังก็มุ่งมาที่กลุ่มพวกเขา ทำให้มันเลื้อยเข้าหาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่งูเหลือมเกล็ดดำจะจู่โจม หอกไผ่โลหิตของมู่จื่อหานก็ทิ่มทะลวงออกไปประมาณสองหลา จนเืของงูเหลือมเกล็ดดำสาดกระจาย ไม่นานร่างกายของงูเหลือมเกล็ดดำก็เคลื่อนไหว
"237"
ทันทีที่งูเหลือมเกล็ดดำเลื้อยมาถึงหน้าเขาและมู่จื่อหาน ศรน้ำแข็งของ หนานกงเยว่เอ๋อ ปักใส่ร่างของงูเหลือมเกล็ดดำ ด้วยสกิลศรน้ำแข็งทำให้มันเคลื่อนไหวช้าลง ส่งผลให้การร่วมมือสู้ได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งและยังลดการสูญเสีย
เนื่องจากมีงูเหลือมเกล็ดดำอยู่รอบ ๆ เป็จำนวนมาก มันจึงเป็เื่ง่ายที่จะดึงดูดความเกลียดชังของงูเหลือมเกล็ดดำ ด้วยการที่พวกมันมีอยู่รอบๆ ดังนั้น มู่จื่อหาน จึงไม่สามารถเคลื่อนไหวหลบหลีก ทำให้ยากที่จะต้านทานการโจมตีจากงูเหลือมเกล็ดดำได้ทุกตัว
"93"
เมื่อตัวเลขความเสียหายปรากฏ เขาก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา เดาไม่ออกเลยว่าพลังป้องกันของ มู่จื่อหาน แข็งแกร่งแค่ไหน ขนาดงูเหลือมเกล็ดดำที่มีพลังโจมตีมากกว่า 260 หน่วย ยังลดพลังชีวิตของ มู่จื่อหาน ได้ไม่ถึงสามหลัก หมายความว่าพลังป้องกันของ มู่จื่อหาน อย่างน้อยๆ ต้องมีไม่ต่ำกว่า 150 หน่วย คงมีแค่อัศวินที่มีค่าร่างกายสูงและสวมอุปกรณ์ป้องกันครบถึงจะมีพลังป้องกันในระดับนี้
พลังโจมตีของ มู่จื่อหาน แน่นอนว่าสูงกว่าเขา แต่เขาคิดว่ามันเป็เพราะคุณสมบัติความแข็งแกร่งของอาชีพลับอาจสูงเหมือนๆ กับนักรบคลั่ง แต่ทว่าการจะมีคุณสมบัติร่างกายที่ใกล้เคียงกับอัศวินเช่นนี้ มันออกจะน่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อย
หลังจากที่การโจมตีคอมโบของเย่ฮวา เริ่มต้นทำงาน การโจมตีของกวาจื่อก็ตามมาติดๆ
"107"
"99"
"105"
"194"
ค่าความเสียหายของสกิลเพลงดาบกระแทก Lv.2 สร้างดาเมจเพียงครึ่งเดียวของการโจมตีปกติดังนั้นการโจมตีของ มู่จื่อหาน จึงสูงกว่าของเขา
หลังจากการโจมตีของเขาและกวาจื่อสิ้นสุดลง การโจมตีของ มู่จื่อหาน และ หนานกงเยว่เอ๋อ ก็ตามมาซ้ำ พุ่งเป้าไปที่ร่างของงูเหลือมเกล็ดดำ-
"243"
"184"
ในทางตรงกันข้ามพลังการโจมตีของ หนานกงเยว่เอ๋อ ยังคงต่ำกว่าเขา เนื่องจากเขาเป็นักดาบที่ขึ้นชื่อในด้านความแข็งแกร่ง ส่วนกวาจื่อก็มีอาวุธบรอนซ์ที่ถือในมือ และมู่จื่อหานก็เล่นอาชีพลับ ดังนั้นการที่ หนานกงเยว่เอ๋อ จะมีพลังโจมตีต่ำสุด ก็พอจะเข้าใจได้
การโจมตีของงูเหลือมเกล็ดดำมุ่งไปที่ มู่จื่อหาน อีกครั้ง ทว่ามู่จื่อหานก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วทำการโจมตีสวนงูเหลือมเกล็ดดำ ส่งผลให้ร่างมันลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นไม่ไหวติง
ด้วยความเร็วในการโจมตีของกวาจื่อ ทำให้กวาจื่อรู้ดีว่างูเหลือมเกล็ดดำมีความเร็วแตกต่างจากมอนสเตอร์ที่เคยฆ่ามาก่อน การโจมตีของมันค่อนข้างเร็ว แต่ความถี่ในการโจมตีก็ยังถือว่าช้ากว่าผู้เล่นเล็กน้อย ดังนั้นก่อนที่มันจะตายจึงลดพลังชีวิตพวกเขาได้เพียงเล็กน้อย
พวกเขาสี่คนมุ่งเน้นไปที่การโจมตี ความรวดเร็วในการเคลียก็ถือว่าเร็วมาก งูเหลือมเกล็ดดำถูกพวกเขาสี่คนจัดการภายใต้การโจมตีคนละ 3 ครั้ง ด้วยการโจมตีที่ทรงพลังและรวดเร็วทำให้พลังชีวิตของมันหายเกลี้ยง