ภารดาขับรถพาลูกสาวและสมาชิกใหม่ของบ้านกลับมาด้วย กุมารน้อยจูจูดูตื่นตาตื่นใจกับสิ่งแวดล้อมที่ดูแปลกตา ผู้คนแต่งตัวประหลาด เกวียนเหล็กที่ไม่มีสัตว์ต่างเทียมก็ดูแปลกตาหลากหลายสี ไม่เหมือนกับในอดีตและบน์ที่กุมารน้อยได้จากมา
“จูจู เมื่อก่อนบ้านของน้องอยู่ที่ไหนหรือ”
“ข้าอยู่บน์กับท่านปู่เซียนจ้ะพี่สาว”
“เอ ทำไมจูจูถึงพูดแทนตัวเองว่าข้าหล่ะ”
“ทำไมหรือจ้ะพี่สาวหลินหลิน ข้าก็พูดแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ”
“ก็เพราะว่ามันดูไม่สุภาพอย่างไรหล่ะ จูจูต้องแทนตัวเองว่า หนู จะดูน่ารักกว่า”
“จริงหรือจ้ะพี่สาวหลินหลิน”
“จริงสิ ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามคุณพ่อดูได้”
“ท่านพ่อ จริงหรือจ้ะถ้าข้าพูดแทนตัวว่า หนู จะดูน่ารักกว่า”
“อืม…ใช่แล้วหล่ะจูจู ถ้าหนูพูดแทนตัวเองด้วยคำว่าหนู หนูจะดูน่ารักและเป็เด็กดีจ้ะ ถึงแม้ว่าที่ที่หนูจากมาจะพูดแบบนั้น แต่ที่นี่ไม่เหมือนกันจูจูต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกใบนี้ด้วยนะลูก”
“จ้ะ ท่านพ่อ”
ภารดาแวะห้างสรรพสินค้าเพื่อแวะทานข้าวและพาเนตรดาวไปซื้อเสื้อผ้าให้กับจูจูด้วย จะพาสมาชิกใหม่เข้าบ้านต้องมีเสื้อผ้าให้ใส่ด้วยจะปล่อยให้ใส่เอี้ยมแดงรัดพุงอยู่ตัวเดียวก็คงดูไม่ดี
“พี่สาวหลินหลิน ที่นี่ที่ไหนหรือจ้ะทำไมดูกว้างใหญ่แบบนี้ เข้ามาอยู่ข้างในนี้ก็ดูเย็นสบาย แล้วคนเ่าั้เขาเข็นอะไรอยู่หรือจ้ะ”
“นี่คือห้างสรรพสินค้า ผู้คนต่างมาจับจ่ายซื้อของที่้า บางคนก็มาเดินเที่ยว เหมือนกับพวกเราไง”
“เอาหล่ะ เด็กๆพ่อจะพาเข้าไปกินข้าวกับซื้อเสื้อผ้าให้จูจูด้วย ลูกหลินก็พูดคุุยตอบโต้กับน้องในใจ แต่ถ้าหากไม่มีใครอยู่ใกล้เราก็พูดคุยกันได้ปกติ เหมือนกับที่หลวงตาได้บอกไว้ พวกหนูยังจำกันได้ใช่ไหมลูก”
“หนูจำได้จ้ะท่านพ่อ หนูก็จำได้ค่ะคุณพ่อ”
“เด็กดี ถ้าอย่างนั้นพ่อจะให้รางวัลกับลูก ๆ ทั้งสองคน”
“เย้! ขอบคุณค่ะคุณพ่อ จูจูรีบขอบคุณคุณพ่อสิ”
“ขอบคุณจ้ะท่านพ่อ”
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจภารดาจึงขับรถมุ่งตรงกลับบ้าน เมื่อรถเลี้ยวเข้ามายังบ้านสวนพิพัฒน์พงษ์ เ้าโบ้สุนัขตัวโตที่เลี้ยงไว้ก็วิ่งออกมาต้อนรับ แต่เมื่อมันมองเห็นกุมารน้อยที่ติดตามลงรถมาด้วยมันก็ตั้งท่าเห่า แต่ทว่ากุมารน้อยหรือจะกลัวจูจูเดินเข้าไปพร้อมกับเสกปลาซิว์อบแห้งที่เขามีอยู่ในกำไลหยกออกมายื่นให้เ้าโบ้
“เ้าเห่าฟ้า ใยเ้าจึงลงมาอยู่ที่โลกมนุษย์นี้ได้หล่ะ”
“โฮ่ง?” เ้าโบ้ไม่เข้าใจที่กุมารน้อยนี้พูด มันชื่อโบ้ไม่ใช่ชื่อเห่าฟ้าเสียหน่อย แต่ปลาแห้งตัวน้อยที่อยู่ในมือของกุมารน้อยนี้ช่างหอมยั่วน้ำลายมันเหลือเกิน มันจึงเดินส่ายหางเข้าไปใกล้แล้วอ้าปากรอให้กุมารน้อยเป็คนป้อนให้
“จูจู มันชื่อเ้าโบ้ ไม่ได้ชื่อเห่าฟ้าเสียหน่อย”
“เหรอจ้ะพี่สาว ข้าก็นึกว่าเป็เ้าเห่าฟ้า สุนัข์ของท่านแม่ทัพ์เสียอีก”
ภารดาเดินออกมาเพื่อขนของลงจากรถและเตรียมที่จะพาจูจูน้อยไปแนะนำตัวกับท่านเ้าที่ แต่กลับเห็นเ้าโบ้กับจูจูที่ดูจะเข้าขากันได้ ส่วนลูกสาวของเขาก็ยืนลูบหัวเ้าโบ้อยู่ด้านข้าง
“อ้าว ! เ้าโบ้ ไหนส่ายหางไปกินของจูจูเฉยเลยหล่ะ”
“คุณพ่อขา เ้าโบ้กินปลาแห้งของจูจูใหญ่เลยค่ะ”
“หึ! ตะกละจริง ๆ เ้าโบ้ ป่ะหลินกับจูจูเราไปที่ศาลพระภูมิกันดีกว่าไปฝากเนื้อฝากตัวกับท่านเ้าที่ ท่านจะได้เอ็นดูและดูแลเราทั้งสองด้วย”
“ค่ะคุณพ่อ / จ้ะท่านพ่อ”
ภารดานำเด็กน้อยทั้งสองเดินไปยังศาลพระภูมิประจำบ้านพร้อมกับเตรียมดอกไม้ธูปเทียนและขนมหวานเพื่อนำไปถวายแด่เ้าที่ของบ้าน
“ท่านเ้าที่ขอรับกระผมภารดาเ้าของบ้าน ขออนุญาตพาจูจูกุมารเทพเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยครับ และกระผมขอท่านช่วยคุ้มครองทุกคนในบ้านหลังนี้ให้มีความสุขปลอดภัยทุกคนด้วยเทอญ”
กุมารเทพน้อย ยืนมองดูท่านพ่อกับพี่สาวหลินหลินกราบไหว้ท่านตาที่อยู่ในศาลพระภูมิที่ดูคล้ายกับศาลเ้า ท่านตาก็เดินออกมารับสิ่งของที่ท่านพ่อนำมาให้ พร้อมกับหันไปมองดูกุมารเทพน้อยที่มีไอเซียนล้อมรอบตัวอยู่
“ท่านคือกุมารเทพน้อยจูจูใช่หรือไม่”
“ใช่จ้ะท่านตาเทพ หนูชื่อจูจู ต่อไปนี้หนูจะมาอยู่กับท่านพ่อและพี่สาวหลินหลินจ้ะ”
“เราเห็นท่านพูดคุยกับเ้าของบ้าน พวกเขาสองคนเห็นท่านอย่างนั้นหรือ”
“ใช่จ้ะท่านตาเทพ ท่านพ่อกับพี่สาวเห็นหนูจ้ะ แล้วพี่สาวหลินหลินก็จับตัวหนูได้ด้วย”
“อืม ที่หนูหลินจับต้องท่านได้ก็เพราะมีไอเซียนเช่นเดียวกับท่าน เอาหล่ะยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านหลังนี้ พลังทิพย์ของเราไม่อาจเทียบเท่ากับพลังเซียนของท่านได้ ดังนั้นเราทั้งสองก็ช่วยกันดูแลคุ้มครองผู้คนในบ้านหลังนี้ด้วยกันก็แล้วกันนะเซียนน้อย”
“ได้เลยจ้ะท่านตาเทพ นี่จ้ะท่านตาเทพ หนูให้เม็ดบัว์ให้กับท่านถือเป็ของขวัญพบหน้าจ้ะ”
“โอ้! เราขอขอบใจท่านมากท่านเซียนน้อย แต่เราขอรบกวนท่านเซียนน้อยให้ช่วยบอกท่านเอกทีว่า เราเบื่อขนมหวานกับผลไม้จะแย่แล้ว ขอเปลี่ยนเป็อาหารคาวอย่างอื่นจะได้หรือไม่ อีกอย่างพวงมาลัยที่ซื้อมาแขวนมันก็มีสารเคมี เราขอเพียงดอกไม้ในสวนแทนก็ได้”
“ได้จ้ะท่านตาเทพ หนูจะบอกท่านพ่อให้จ้ะ”
ภารดาและหลินน้อยนั้นยืนมองดูจูจูที่คล้ายกับกำลังพูดคุยตอบโต้กับใครสักคนที่หน้าศาสพระภูมิ ซึ่งภารดาเองก็คาดเดาไว้ว่าจูจูคงจะพูดคุยกับท่านเ้าที่อย่างแน่นอน
“ท่านพ่อจ๋า ท่านตาเทพอนุญาตให้หนูอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยจ้ะ อ้อ! ท่านตาเทพฝากบอกว่าท่านเบื่อขนมหวานและผลไม้แล้วจ้ะ ท่านตาขอเปลี่ยนเป็อาหารอย่างอื่นบ้าง แล้วท่านตาเทพฝากมาบอกอีกว่าดอกไม้ที่ซื้อมาแขวนให้มันมีสารเคมี ท่านตาขอเปลี่ยนเป็ดอกไม้ในสวนก็พอแล้วจ้ะ”
“โอ้ ! กระผมขออภัยท่านเ้าที่ด้วยครับ ถ้าท่านอยากทานอะไรก็ฝากบอกจูจูได้เลย กระผมจะได้ทำมาถวายให้”
“ท่านพ่อจ้ะ ท่านตาเทพบอกว่าพรุ่งนี้อยากกินแพนงหมูใส่มะเขือเปราะ กับข้าวสวยร้อนๆจ้ะ แล้วท่านตาเทพบอกว่าหากตอนเช้าทำกับข้าวอะไร ก็แบ่งมาถวายท่านได้ท่านไม่เลือกกินจ้ะ”
“ได้เลยขอรับท่านเ้าที่”
เมื่อเสร็จธุระจากท่านเ้าที่ ภารดาจึงพาเด็กๆเข้ามาในบ้านแล้วนำรูปปั้นกุมารวางไว้ใต้หิ้งพระ จากนั้นจึงนำเสื้อผ้าชุดใหม่ของจูจูเข้าไปไว้ที่ห้องรับแขกอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับห้องของลูกสาวของตน เสียงดังเจี้ยวจ้าวของเด็กๆที่ดังอยู่ในห้องนอนใหม่ของจูจูก็ทำเอาคนเป็พ่อยิ้มออก ถึงแม้วันนี้จะเป็วันครบรอบการจากไปของภรรยาสุดที่รัก แต่เนตรดาวหรือหลินน้อยลูกสาวของเขาก็เป็ของขวัญแทนใจ วันนี้เขาได้ลูกชายคนใหม่มาเพิ่มตามที่หลวงพ่อได้บอกไว้ว่าจะเข้ามาช่วยส่งเสริมให้กับลูกสาวของเขา เขาก็คาดหวังเพียงว่านี่อาจจะเป็โชคดีของลูกสาวที่มีกุมารเทพคอยดูแลติดตาม หากเขาแก่ตัวไปหรือได้จากลาไปอยู่กับภรรยา ลูกสาวของเขาก็ยังมีจูจูน้อยคอยอยู่เคียงข้าง คนเป็พ่อเช่นเขาก็สบายใจ
***************************