--- กลิ่นสีวาดภาพและม่านน้ำฝนอุ่น ---
สายฝนยามค่ำคืนพัดสาดเทกระหน่ำลงมากระทบหน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ของห้องอาร์ตสตูดิโอใต้หลังคา เสียงเม็ดฝนสาดกระทบหลังคาดังเปาะแปะ ผสานเสียงสายลมหนาวหวีดหวิวจากภายนอกเมืองฟลอเรนซ์ ทว่าภายในห้องทำงานกว้างขวางสไตล์เรเนซองส์กลับอบอุ่นและสลัวรางด้วยแสงเทียนไขผึ้งสีส้มอุ่นนับสิบเล่มที่ตั้งอยู่รอบห้อง
กลิ่นน้ำมันลินสีด กลิ่นสีวาดภาพสีน้ำมัน กลิ่นเหล็กถ่านและน้ำมันสนทินเนอร์โชยระรื่นปะปนกับความชื้นของฝน ท่ามกลางขาตั้งวาดภาพไม้ขนาดั์และรูปปั้นปูนปลาสเตอร์ครึ่งตัว **'ฟรานเชสกา'** จิตรกรหญิงหลวงประจำสำนักพระราชวังวัยยี่สิบเจ็ดปี ยืนถือจานสีและพู่กันจ้องมองภาพวาดผืนผ้าใบแคนวาสที่ว่างเปล่าด้วยแววตาหม่นเศร้า ใบหน้าสวยเฉี่ยวสง่างามขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมเปื้อนสีฝุ่นจ้องมองโครงร่างภาพวาดที่ไร้ิญญา เธอสวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวหลวม ๆ ปล่อยกระดุมคอลึกเผยให้เห็นร่องอกอวบอัดเต่งตึงและสะโพกผายภายใต้กระโปรงยาวสีทึม
ฟรานเชสกาเป็อัจฉริยะด้านการวาดภาพทว่าจิตใจของเธอกลับหมดไฟและไร้แรงบันดาลใจ ภาพวาดระยะหลังของเธอถูกวิจารณ์ว่า "ไร้ิญญา" จนขุนนางใหญ่ขู่จะตัดเงินสนับสนุน ลึก ๆ ในจิตใจอันอ้างว้างเธอโหยหาเพียง "พร์ในการวาดภาพที่มีชีวิตจิตใจสะกดใจคน" เพื่อกู้ชื่อเสียงตนเอง และในคืนฝนเหน็บหนาวกลางอู่ศิลปะเช่นนี้ ความเปลี่ยวเหงาก็กดทับจนเธอปรารถนาร่างกายอุ่นนุ่มมาบดเบียดเยียวยาอารมณ์สวาท
"พู่กันข้าช่างไร้น้ำหนัก... หรือข้าจะไม่มีวันสร้างภาพวาดที่มีชีวิตได้อีกแล้ว" ฟรานเชสกาถอนหายใจยาวพรางทิ้งตัวลงนอนบนโซฟายาวกำมะหยี่สีเขียวเข้มกลางห้อง
--- หญิงสาวเรือนร่างอวบอิ่มผู้หลงทาง ---
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังแ่เบาสลับหนักหน่วงดังสู้เสียงพายุฝนจากประตูด้านหน้าอาร์ตสตูดิโอ ฟรานเชสกาชะงักงัน ในคืนมรสุมฝนตกหนักวิกาลเช่นนี้ไม่ควรมีแขกมาเยือน จิตรกรสาวรีบวางจานสีลงและสืบเท้าเดินไปดึงล็อกเลื่อนประตูไม้ออกดู
เมื่อประตูเปิดกว้างออก ภาพตรงหน้าทำเอาหัวใจจิตรกรสาวเต้นระทึกสะท้านไหวชั่วกัปชั่วกัลป์พู่กันในหัวสมองแทบหลุดลอย
ร่างของหญิงสาวชาวบ้านรูปงามคนหนึ่งยืนกอดอกสั่นสะท้านเทาปานกวางป่าหลงฝน ผิวกายขาวเนียนละเอียดละมุนผุดผ่องปานแป้งแกะสลักหินอ่อนสีขาว เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนจนชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีอ่อนแนบเนื้อกายเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอวบหนั่น เนินเต้าอกอวบอัดเต่งตึงคู่โตล้นทะลักชูยอดอกสั่นริกงดงามปานรูปแกะสลักสตรีของไมเคิลแองเจโล สะโพกผายกลมกลึงงอนงามคอดกิ่วรับเอวบาง ต้นขานุ่มแน่นขยับสั่น ั์ตากลมอ้อนคู่สวยหวานหยาดเยิ้มสะกดจิตมองมาสบตาเว้าวอนขอที่พึ่งพิง
เธอคือ 'มารตี' แปลงกายในโฉมหญิงสาวต่างถิ่นนามว่า **'เบียทริซ'**
กลิ่นกายเย้ายวนใจคล้ายผลแอปเปิลสุกผสมน้ำมันหอมดอกมะลิป่าโชยรินออกมาจากผิวกายชื้นของเบียทริซ กลิ่นนั้นหอมสะกดอารมณ์เพียงสูดดมครั้งเดียว เืในกายของฟรานเชสการ้อนรุ่มลุ่มหลงกิเลสราคะอย่างรวดเร็ว ความคิดระแวงสลายหายไปสิ้น จิตรกรสาวรีบคว้าข้อมือเรียวดึงร่างอวบหยุ่นนุ่มนิ่มเข้ามาในห้องกอดประคองไว้แน่นแล้วปิดประตูปิดลงกลอนล็อกไม้ทันที
ห้องสตูดิโอแคบ ๆ บัดนี้เมื่อมีร่างอวบอัดยั่วยวนเปียกฝนของเบียทริซเบียดชิด ความร้อนรัญจวนใจก็อบอวลสั่นสะท้านไปทั่วห้องทำงาน แสงเทียนส้มสลัวสาดสะท้อนเน้นทรวดทรงเนื้อนุ่มชวนกำหนัด
--- ััอุ่นร้อนกระตุ้นผู้รังสรรค์ (ร่วมรักรอบที่ 1) ---
"หนาว... เบียทริซหนาวเหลือเกินค่ะคุณผู้หญิง..." เบียทริซเอ่ยเสียงหวานสั่นสะท้าน พลางก้าวเท้ากึ่งคลานสั่นเข้ามาชิดแผ่นอกกว้างอวบอิ่มของฟรานเชสกา สองเต้าอกอวบหยุ่นแนบเบียดบดเต้าอกโตของจิตรกรสาวจนต่างฝ่ายต่างเสียวสะท้านรู้สึกได้ถึงความตึงแน่นผ่านเสื้อผ้าบางชื้นน้ำ
"เดี๋ยวก่อน... เช็ดเนื้อเช็ดตัวเสียก่อนเถิดแม่สาวน้อย ประเดี๋ยวไข้ฝนจะจับเอา" ฟรานเชสกาเอ่ยเสียงแหบพร่าควบคุมอารมณ์รักไม่อยู่ เธอหยิบผ้าแห้งเช็ดซับหยาดน้ำบนลาดไหล่บางและคอระหงส์ของเบียทริซอย่างแ่เบา ััผิวนุ่มเนียนปานเนื้อแป้งดินปั้นละเอียดชั้นดีทำเอาจิตรกรสาวมือสั่นระรัวจนแทบคุมผ้าไม่ได้
เบียทริซสบตากับฟรานเชสกาด้วยแววตาหยาดเยิ้มฉ่ำปรือ ั์ตาเปล่งแสงมนตราสีม่วงอ่อนลื่นไหลสะกดใจ มือเรียวนุ่มเอื้อมไปจับมือหนาของฟรานเชสกา ค่อย ๆ เลื่อนมือนั้นมาแนบบนหน้าอกอวบเต่งตึงบดบี้บีบเค้นจนฟรานเชสกาเสียววาบไปทั่วท้องน้อย ก่อนที่เบียทริซจะค่อย ๆ ดึงรั้งสาบเสื้อลินินของฟรานเชสกาและกระโปรงยาวปลดเปลื้องออกสู่พื้น และสลัดชุดเปียกชื้นของตนออกจนหมดสิ้น เผยสองเรือนร่างหญิงสะพรั่งเปลือยเปล่าผุดผ่องโต้แสงเทียน
ฟรานเชสกาโน้มตัวผลักร่างอวบอัดของเบียทริซลงนอนราบบนโซฟายาวกำมะหยี่กำมะหยี่สีเขียวเข้ม ท่วงท่าแรกเริ่มต้นขึ้นด้วยความนุ่มนวลเย้ายวน จิตรกรสาวคุกเข่าระหว่างขาเนียนก้มลงไซ้ซอกคอขาวระหงดูดเม้มผิวเนื้อนุ่ม กลิ่นกายแอปเปิลสุกปลุกไฟกามารมณ์ ปากสตรีบดจูบกันอย่างรุนแรงกระหายอยาก ลิ้นสองเรียวแทรกลึกเกี่ยวกระหวัดกวาดกลืนน้ำลายเยิ้มกันอย่างเชี่ยวชาญ
มือเรียวของฟรานเชสกาบีบขยำหน้าอกใหญ่ของเบียทริซ ขยำเนื้อนมนุ่มมือจนปลิ้นตามซอกนิ้ว ปลายนิ้วสะกิดขยี้ปุ่มปทุมถันสีชมพูหวานชูชันจนเบียทริซแอ่นกายครางเสียงหวานสั่นระริก "อ๊า... คุณฟรานเชสกาขา... เสียว... ดูดนมเบียทริซแรง ๆ เลยค่ะ บีบเค้นหนัก ๆ เลยนะคะ..."
จิตรกรสาวก้มหน้าลงดูดเม้มเต้านมใหญ่อย่างหิวกระหายสลับซ้ายขวา ลิ้นร้อนลากต่ำผ่านท้องแบนราบสู่เนิน์อวบอูมสีหวานชื้นแฉะของเบียทริซที่มีน้ำหวานหล่อลื่นไหลเยิ้มเปียกโชก ฟรานเชสกาจัดแจงจับขานุ่มสองข้างของเบียทริซกางออกกว้าง พาดเรียวขาหนึ่งข้างไว้บนบ่าของเธอ ก้มลงใช้ปากและปลายลิ้นชิวหาร้อนตวัดเลียทักทายปุ่มกระสันเม็ดสวาทของเบียทริซระรัวเร็ว
แผล่บ... แผล่บ... ซี้ด...
"กรี๊ด! เสียว... เสียวลิ้นเหลือเกินค่ะคุณผู้หญิง... อูย... เลียรูรักหนูแรง ๆ เลยค่ะ!" เบียทริซครางหลงส่ายสะโพกพล่านร่อนสู้ลิ้น
คอร์เดเลียขยับนิ้วเรียวสองนิ้วควบคู่สอดทะลวงเข้าไปในร่องกามคับแน่นรูรักของเบียทริซรวดเดียวมิดนิ้วจนสุดโคนดังซวบแน่นปึ้ก เบียทริซกรีดร้องลั่นตัวเกร็งบิดเร่า รูรักบีบรัดรัดรึงนิ้วหนาแน่นระยับ ฟรานเชสกาเริ่มขยับสอดนิ้วเข้าออกเน้น ๆ ซอยนิ้วถี่กระชั้นชุดใหญ่ขยี้จุดกระสันด้านในอย่างหนักหน่วงป่าเถื่อนสะใจ ทรวงอกสองเต้าของเบียทริซโยนกระเพื่อมสั่นไหวตามแรงขยับนิ้วถี่ระรัว
พั่บ! พั่บ! พั่บ! พั่บ!
"โอ๊ยย! อ๊า! เสียวรูหีจะขาดแล้วคุณผู้หญิง... ซอยนิ้วแรง ๆ เลยค่ะเมียขา... กรี๊ด! หนูเสร็จแล้ว แตกแล้วค่ะ!" เบียทริซสะโพกเกร็งกระตุกฉีดน้ำรักแฉะเยิ้มเปื้อนมือจิตรกรสาว รูรักตอดแน่นเสร็จสมอารมณ์รักรอบแรกอย่างสวาทหวานล้ำ
--- ภาพร่างด้วยถ่านถ่านหินร้อนแรง ---
หลังพายุสวาทรอบแรกสงบลง ทั้งสองร่างนอนกอดก่ายหายใจสะท้านระรัวเปียกเหงื่อบนโซฟากำมะหยี่ ฟรานเชสกาชันตัวขึ้นจ้องมองเรือนร่างอวบสะพรั่งผิวขาวละเอียดปานรูปปั้นของเบียทริซที่เปื้อนน้ำรักใสสะท้อนแสงเทียน ความรู้สึกของจิตรกรสาวพลุ่งพล่านไปด้วยแรงบันดาลใจอันมหาศาลปานูเาไฟะเิในสมอง
เธอเอื้อมมือไปหยิบแท่งถ่านคาร์บอน (Charcoal) วาดภาพบนชั้นวางข้างเตียง ค่อย ๆ ก้าวมาคุกเข่าต่อหน้าเบียทริซ ใช้แท่งถ่านหินััแ่เบาขีดเขียนวาดโครงร่างเส้นสายศิลปะลงบนผิวกายเปลือยเปล่าเนียนนุ่มของเบียทริซ เริ่มจากซอกคอ ลากผ่านเนินอกเต้าโตคู่งามล้อมรอบปทุมถันสีชมพู แล้วลากลงมาขีดเขียนแรเงาหน้าท้องแบนราบและสะโพกผาย
"อ๊ะ... คุณฟรานเชสกาขา... มันจั๊กจี้... ร้อนรุ่มจังเลยค่ะ..." เบียทริซครางเสียงแหบพร่าสั่นสะท้าน บิดส่ายตัวเบา ๆ ตามรอยขีดเขียนของแท่งคาร์บอนที่บดขยี้ผ่านจุดอ่อนไหวสร้างความกระสันเสียวระลอกใหม่ให้พลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง
"เ้างดงามเหลือเกินเบียทริซ... เรือนร่างของเ้าคือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่พระเ้าสร้างขึ้น ข้าอยากบันทึกรูปกายนี้ลงในทุกอณูเนื้อตัวของข้า..." ฟรานเชสกาเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าโยนแท่งถ่านทิ้ง ลากปลายนิ้วเกลี่ยผงถ่านสีดำให้กระจายเลอะตามเต้านมและหน้าท้องเนียนสร้างความรัญจวนใจตื่นตัวกิเลสราคะรอบสองให้ลุกโชนสะท้านอาร์ตสตูดิโอ
--- กามกิจะเืขาตั้งภาพ (ร่วมรักรอบที่ 2) ---
เปลวไฟแห่งราคะปะทุหนักกว่าเดิม เบียทริซผลักร่างของฟรานเชสกาลงนอนราบบนเบาะขนสัตว์หนานุ่มสีน้ำเงินที่ลาดอยู่กับพื้นดินข้างขาตั้งวาดภาพขนาดั์ เบียทริซขึ้นคร่อมทับบนตัวจิตรกรสาวในท่วงท่า **Grinding / Scissoring (บดเบียดแคมเนื้อ)**
เบียทริซโน้มตัวลงกบจูบปากฟรานเชสกาอย่างดุเดือดพริ้วไหว ลิ้นสองลิ้นเกี่ยวกระหวัดกระตุ้นความดิบเถื่อน สะโพกผายกลมของเบียทริซเริ่มบดเบียดเนินเนื้อสามเหลี่ยมทองคำของเธอเข้าหาเนินรักของฟรานเชสกาอย่างหนักหน่วง แคมเนื้อชื้นแฉะชุ่มน้ำรักของทั้งสองเสียดสีเบียดเบียดถูไถกันดังซวบสาบสะท้านอารมณ์สวาทอย่างเร่าร้อนแรงราคะสตรี
"ซี้ด... คุณผู้หญิงขา... เสียวรูรักเสียวเม็ดกระสันเหลือเกินค่ะ... บดเบียดเข้ามาอีกค่ะ... อ๊า!" เบียทริซซี้ดปากร้องครางกระเส่าพลางโยกสะโพกบดเบียดวนเป็วงกลมกระแทกเน้นจุดเสียว
ฟรานเชสกาเอื้อมมือขึ้นกุมสะโพกผายบีบเค้นก้นแน่นงอนงามของเบียทริซกดกระแทกสวนขึ้นมา หน้าอกอวบโตของทั้งสองเสียดสีบดบี้กันจนยอดอกสั่นริก จิตรกรสาวเสียวสะท้านท้องน้อยจนหน้าตาบิดเบี้ยว เธอจัดแจงสอดนิ้วเรียวสองนิ้วสวนลึกทะลวงผ่านร่องกามคับแน่นของเบียทริซอีกครั้งจากทางด้านหลัง ในขณะที่สะโพกยังบดเบียดกันนัวเนียในท่วงท่าบดทับเสียวพุ่งชน
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
"ซี้ด... รูของเ้าตอดนิ้วข้าแน่นเหลือเกินเบียทริซ... ตอดรัดบีบกระตุกดีแท้แม่คุณ! อ๊า... เสียวเหลือเกิน!" ฟรานเชสกาคำรามเสียงหวานพร่าสะใจกระหน่ำซอยนิ้วเข้าออกถี่รัวะเิตามจังหวะบดเบียดแคมเนื้อ
"อ๊า อ๊ะ คุณฟรานเชสกาขา... ซอยนิ้วอัดสวาทเข้ามาลึก ๆ เลยค่ะ... กระแทกรูหีเบียทริซให้เสร็จรอบสองเลยผัวขา! อูย... คันเสียวเม็ดกระสันจนจะทนไม่ไหวแล้วจ้ะเมียรัก! ซอยนิ้วรัว ๆ อีกกระชั้นระรัวเลยค่ะผัวขา!" เบียทริซร้องครางส่งเสียงครางกระเส่ายั่วยวนสกิดอารมณ์สวาทหนักหน่วงสั่นะเืขาตั้งวาดภาพไม้ขนาดั์รอบตัวที่โยกเอนตามแรงขยับเบียดเสียดของเรือนร่างสองสตรีเปียกเหงื่อและสีวาดภาพปนเป
ฟรานเชสกาโหมกระหน่ำซอยนิ้วรัวถี่ยิบสลับบดขยี้แคมเนื้อเบียดบดกันรัวเร็วประดุจคลื่นมรสุม คราบผงคาร์บอนสีดำเลอะเปรอะเปื้อนเต้าอกโตขาวเนียนละเลงจนดูงามศิลปะสวาท น้ำรักแฉะเยิ้มสาดกระฉอกกระจายดังพั่บ ๆ ลั่นห้องทำงานศิลป์
พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ ปั่ก!
"กรี๊ด! เสียว... เสียวรูรักจะหลุดแล้วคุณผู้หญิง... เบียทริซเสร็จสมรอบสองแล้วค่ะ... อ๊า ๆ ๆ! เสร็จแล้ว!"
"ข้าก็จะเสร็จแล้วเบียทริซ! กอดข้าแน่น ๆ นะเ้าคะ! ซี้ด... อูย... อ๊า!"
ฟรานเชสกาซอยนิ้วเกร็งคาไว้ลึกสุดโคนร่องแคบสะโพกบดเบียดแคมเนื้อกระชับแน่นเกร็งคาไว้ วินาทีนั้นน้ำรักของสตรีทั้งสองพุ่งฉีดสาดไหลทะลักหลอมรวมกันชุ่มโชกหว่างขา เบียทริซตัวเกร็งกระตุกกรีดร้องครางลั่นเสร็จสมอารมณ์รักรอบสองเคียงคู่ฟรานเชสกาไปพร้อม ๆ กันอย่างสุดซึ้งสวาทแสนหวานล้ำใต้แสงเทียนวูบวาบ
--- ภาพวาดิญญาและความเป็นิรันดร์ ---
สายฝนภายนอกอาร์ตสตูดิโอเงียบสงบลงอย่างอัศจรรย์ ท้องฟ้าเปิดกว้างเผยแสงสว่างเงินยามเช้าส่องผ่านบานกระจกสีสลัวงดงาม สองร่างนอนกอดก่ายสะท้อนคราบเหงื่อและผงถ่านคาร์บอนสีดำบนเบาะขนสัตว์อุ่นร้อน ฟรานเชสกาซบใบหน้าลงบนเต้าอกอวบนิ่มนุ่มของเบียทริซ รอยยิ้มปิติอิ่มเอมใจฉายบนใบหน้าสวยสง่างามอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปลดแอกความอึดอัดหมดไฟศิลปะและความอ้างว้างที่แบกรับมาตลอดชีวิตจิตรกรหลวง
เบียทริซ (มารตี) ลูบไล้หลังเนียนและเส้นผมยาวของฟรานเชสกาเบา ๆ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายสีม่วงมนตราฉายจ้าลึกลับ ยามราตรีเปลือยสลัดร่างสตรีจำแลง เธอซับสูดกลืนไอพลังราคะสีชมพูสุกสว่างเข้มข้นที่แผ่ออกจากร่างกายฟรานเชสกาเข้าสู่จิติญญาตนอย่างหิวกระหายกอบโกย แต้มสะสมพลังราคะสะสมเพิ่มขึ้นอีก 100 แต้มกลายเป็ 1100 แต้มเต็มบริบูรณ์ สิ้นสุดก้าวแรกของ Arc 2
ในยามหลับลึก ฟรานเชสกา felt พร์ด้านศิลปะสั่นไหวพล่านในปลายนิ้วมือ ปัญญาและฝีมือการแต่งแต้มภาพวาดเสมือนจริงที่สามารถดึงดูดจิติญญาสะกดสายตาผู้คนได้สถิตแ่าในจิตใต้สำนึกของเธออย่างถาวรชั่วนิรันดร์ พร้อมความรู้สึกอบอุ่นจิตใจหมดสิ้นความกังวลชื่อเสียงไปชั่วชีวิต
มารตีขยับตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ จัดแจงสวมใส่เสื้อผ้าลินินเรียบร้อย เรือนร่างเปล่งประกายน้ำนวลเจิดจ้ายิ่งขึ้นจากการสะสมพลังแต้มที่สิบเอ็ด เธอยิ้มให้สตรีจิตรกรสาวเบา ๆ ก่อนก้าวเดินออกจากห้องอาร์ตสตูดิโอ หายลับไปกับแสงเงินแสงทองยามเช้าของเมืองฟลอเรนซ์ ทิ้งไว้เพียงฝีมือพู่กันเอกอนันต์ชั่วนิรันดร์...