บทที่ 1 จุดเริ่มต้น
บรรยากาศ่บ่ายวันนี้ที่ใต้ตึกคณะบริหารดูจะเงียบสงบกว่าวันปกติมากเนื่องจากวันนี้เป็วันสอบวันสุดท้ายของเทอมแล้วทำให้นักศึกษาส่วนใหญ่ตั้งใจทบทวนเนื้อหาที่เรียนมาทั้งหมดก่อนจะเข้าห้องสอบ
ซึ่งต่างจาก กวินนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งที่สอบเสร็จไปั้แ่เมื่อวานแล้วร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบนั่งอยู่ในรถ BMW คันหรูมองไปที่ร่างบอบบางที่นั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินระหว่างรอสอบใบหน้าหวานยิ้มแย้มอารมณ์ดี จนชายหนุ่มที่กำลังเฝ้ามองอดจะยิ้มตามไม่ได้
กวินหลงรักแพรไพลิน หรือแพรรุ่นพี่สาวดีกรีดาวคณะั้แ่ครั้งแรกที่เห็นในวันรับน้องตลอดระยะเวลาที่ผ่านเธอเข้ามาช่วยเหลือ คอยดูแล้วเอาใจใส่เขาตลอดถึงแม้จะเป็ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องแต่ชายหนุ่มก็ประทับในหญิงสาวมาก จนวันนี้ที่เขาตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องสารภาพรักกับรุ่นพี่คนนี้ให้ได้
เขานั่งมองร่างของรุ่นพี่ั้แ่ที่เธอเดินขึ้นตึกไปจนตอนนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบสองชั่วโมงแล้วร่างสูงตัดสินใจลงจากรถเพื่อไปนั่งรอหญิงสาวที่โต๊ะใต้คณะแทน
ร่างผอมสูงของกวินเดินลงจากรถด้วยท่าทางไม่ค่อยชินเพราะปกติเขาจะขับรถมอเตอร์ไซค์ออโต้ธรรมดา มาเรียนแทนรถยนต์คันหรูแบบนี้ร่างในชุดเสื้อโปโลแขนยาวยี่ห้อดังและกางเกงแบรนด์เนมลงจากรถเดินอ้อมไปยังประตูหลังคนขับเพื่อหยิบดอกกุหลาบแดงช่อโตที่เขาตั้งใจเอามามอบให้หญิงสาวลงมาก่อนจะเดินไปทางโต๊ะม้าหินตัวที่กลุ่มของหญิงสาวนั่งก่อนหน้านี้แล้วนั่งลง
สายตามของคนร่วมคณะนับสิบมองไปยังร่างสูง ที่นั่งก้มหน้าไม่สบตาใคร เขากอดช่อดอกกุหลาบเอาไว้แนบอกแล้วเงยหน้ามองไปยังบันไดตึกเป็ระยะ
“แกว่าน้องแว่นนั้นมาทำอะไรวะ”
“ดูท่าทางคงมารอสาวนั่นเหละ แต่คนโชคร้ายนั้นเป็ใครวะซวยชิบเป๋ง”
“นั่นดิ แต่งตัวก็เชย เสื้อแบบนั้นมีแต่ลุงแก่ ๆเท่านั้นแหละที่ใส่ ไหนจะเอาเสื้อเข้ากางเกงอีก คนปกติไม่มีใครเขาทำกันแล้วแถมแว่นอันนั้นยังใหญ่กว่าหน้าฉันอีก หึ้ย!เฉิ่มชะมัด”
กวินนั่งก้มหน้านิ่งฟังเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับตัวเขาไปต่างๆนานา ถึงจะไม่ชอบใจ แต่เขาก็ชินกับเื่พวกนี้แล้วเลยทำเป็ไม่สนใจระหว่างที่กำลังนั่งรออยู่นั้นเขาก็หันไปเห็นร่างของหญิงสาวที่กำลังนั่งรออยู่พอดีใบหน้าเกลี้ยงเกลาใต้แว่นสายตาทรงลุงกระจ่างใส และยิ้มออกมาทันที
ร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงไปหารุ่นพี่สาวอย่างไม่ค่อยมั่นใจแต่เขาก็ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่ายังไงวันนี้ต้องส่งกุหลาบช่อนี้ให้รุ่นพี่ให้ได้ชายหนุ่มหยุดลงตรงหน้าร่างเล็ก ก่อนจะยื่นช่อดอกไม้ออกไปจนสุดแขน
แพรไพลิน หยุดเดินก่อนจะถอยหลังอย่างใเมื่ออยู่ดี ๆก็มีคนยื่นของมาตรงหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัวเธอมองดูดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่คาดว่าราคาของมันจะไม่ใช่น้อยที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะละสายตามองไปที่ร่างสูงลิ่วที่วันนี้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาแพงใบหน้านั้นก้มมองพื้นด้วยความเขินอาย อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“อะไรนะกวิน”เสียงใสเอ่ยถามรุ่นน้องหนุ่มที่เธอคุ้นเคยอย่างดี เพราะกวินนั้นเด่นสุดในรุ่นแต่ไม่ใช่เื่ความหล่อเหลาหรืออะไรนะแต่เป็เื่ความเฉิ่มเชยต่างหากที่เด่นสุดในรุ่น
“เออ เออ ผะ ผมชอบพี่เป็แฟนกับผมนะครับ”เสียงทุ้มะโออกมาลั่นลานกว้างใต้ตึกคณะ จนคนที่อยู่บริเวณนั้นหันมากันหมด
แพรไพลินกวาดสายตามองไปทั่วลานด้วยความอับอายสายตาของคนนับสิบกำลังมองมาทางเธอด้วยความขบขันคนพวกนั้นกระซิบและชี้มาที่พวกเขาอย่างไม่เกรงใจจนหญิงสาวต้องเอาหนังสือในมือมาบังเอาไว้
“เล่นอะไรของนายเนี้ย ดูซิคนมองหมดแล้ว”
“ผมชอบพี่จริง ๆ นะเป็แฟนกับผมนะครับ”
แพรไพลินที่เริ่มได้ยินเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างมองไปทางเพื่อนอย่างขอความช่วยเหลือแต่ก็ดูเหมือนทุกคนจะทำอะไรไม่ถูกเช่นกันก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปหาชายหนุ่มใกล้ขึ้นใบหน้าน่ารักที่ใครหลายคนชื่นชอบมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความโกรธเคือง ดวงตาดุมองมาที่ชายหนุ่มก่อนที่เธอจะเริ่มพูดออกมา
“แต่ฉันไม่ได้ชอบนาย ใครมันจะเอาคนอย่างนาย จนก็จนแต่งตัวก็เชยไหนจะแว่นอันนั้นอีกยิ่งมองยิ่งขัดตา ฉันทนไม่ได้หรอกนะฉันเป็ถึงดาวสาขาไม่ยอมให้ใครมาว่าตาไม่มีแววเอานายมาเป็แฟนเด็ดขาด เข้าใจไหนหลีกไป!!!”
ท่อนแขนเล็กปัดช่อดอกไม้ลงพื้นอย่างไม่ไยดีก่อนจะผลักร่างสูงเต็มแรงจนล้มลงไปนั่งกับพื้นแล้วเดินออกไปจากลานคณะด้วยความอับอาย
กวินมองช่อดอกไม้ที่เขาตั้งใจเลือกมาให้หญิงสาวด้วยความเสียใจดวงตาเรียวรีตามสไตล์คนที่มีเชื้อสายจีนเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความผิดหวัง
เขาเอื้อมไปที่ช่อดอกไม้แล้วเก็บขึ้นมาอย่างถนุถนอมก่อนจะลุกขึ้นยืนสายตาของชายหนุ่มมองไปรอบข้างที่มีคนมองมาที่เขาและหัวเราะเยาะอย่างไม่ปิดบังบ้างก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายที่เขาอย่างไร้มารยาทชายหนุ่มเลิกสนใจคนพวกนั้นก่อนจะเดินกลับมาที่รถด้วยท่าทางเศร้าสร้อย
“ทำไมวะ!!!”เสียงทุ้มะโลั่นหลังจากที่ขึ้นมานั่งอยู่บนรถเรียบร้อยแล้วสายตามองช่อกุหลาบในมือด้วยอารมณ์ที่หลากหลายก่อนจะปามันลงที่เบาะข้างคนขับอย่างไม่ใยดีแล้วขับรถออกไปจากมหาลัยด้วยความเร็วสูงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
ท่ามกลางแสงสีจากไฟสปอต์ไลท์และเสียงเพลงดังกระหึ่มที่ดีเจบนเวทีด้านล่างเปิดเพื่อเอาใจลูกค้าสายแดนซ์ที่ขยับร่างกายอย่างเมามันส์ร่างเพียวระหงส์ราวนางแบบอาชีพกำลังยืนจิบไวน์ด้วยท่าทางสงบนิ่งอยู่ชั้นบนสุดของสถานบันเทิงชื่อดัง กลางเมืองกรุง
ดวงตาสวยเฉียวมองดูความคึกคักของร้านเหล้าที่เธอเป็เ้าของก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงที่แต่งตัวเชยและมิดชิดจนไม่เหมือนคนที่ตั้งใจจะมาเที่ยวกลางคืนแว่นตากรอบหนาอันใหญ่นั้นยิ่งทำให้เขาดูไม่เหมาะกับสถานที่อย่างนี้เท่าไหร่
“อกหักมาละซิท่า”เสียงหวานเอ่ยพึมพำออกมาอย่างคนที่เห็นเหตุการณ์เช่นนี้มานักต่อนัก
ลดาเลิกสนใจชายคนนั้นที่นั่งเพียงลำพังตรงบาร์เครื่องดื่มร่างเพรียวหมุนตัวกลับเข้าไปด้านในมือเรียววางแก้วไวน์ลงที่โต๊ะแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานไปเป้าหมายของเธอคือโซนบริการพิเศษที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้องทำงาน
หญิงสาวในชุดรัดรูปสายเดี่ยวสีแดงสดเดินออกไปจากห้องด้วยท่วงท่ามั่นใจรองเท้ารัดส้นหนาสามนิ้วไม่ได้ทำให้ร่างบางดูเก้งก้างเลยแม้แต่นิดแต่กลับยิ่งทำให้เธอดูสง่างามราวนางพญา
“สวัสดีครับพี่ลดา”
“เป็ไงบ้าง ได้ข่าวว่ามีเด็กใหม่มา”
“ครับพี่ เป็เพื่อกันน้ำหวานเห็นว่าเป็เด็กเสี่ยมาก่อนแต่โดนเทเพราะเมียจับได้เลยมาขอทำงาน”
“เช็คประวัติแล้วใช่ไหม ไม่มีปัญหาแน่นะ”
“เช็คแล้วครับน้ำหวานยืนยันว่าเพื่อเลิกกับเสียมาหลายเดือนแล้วมาทำงานเพราะไม่อยากเป็เด็กใครแล้ว”
“เชื่อได้หรอเดี๋ยวก็ได้กลับไปเป็เพราะมาเจอที่นี่นั้นแหละ”ใบหน้าเอือมระอาของหญิงสาวที่แสดงออกมาทำ ชายที่คอยดูแลเด็ก ๆ ถึงกับไปไม่เป็แต่ก็จริงอย่างที่หญิงสาวพูด เด็กพวกนี้ส่วนใหญ่ก็มาได้คนเลี้ยงที่นี่กันทั้งนั้น
“เอาเถอะยังไงฝากนายดูด้วยนะ พี่ลงไปข้างล่างสักหน่อย”
“ครับพี่”
ระหว่างที่หญิงสาวกำลังเดินลงบันไดไปนั้นสายตาของเธอก็หันไปมองที่บาร์น้ำอีกครั้งสายตาจับจ้องร่างในชุดเสื้อโปโลแขนยาวที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมก่อนจะเบิกตากว้างอย่างใพร้อมระบายยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
“สังข์ทองในร่างเงาะหรอเนี้ย”