ตอนที่33 จูบแล้วสิ
ประสบการณ์ในช่วงวัยรุ่นถือเป็นเรื่องปกติ ในวัยนี้ทุกคนต่างอยากรู้อยากเห็นและพี่ทรายเองก็เช่นกัน ตอนแรกเธอเพียงแค่แกล้งเขาโดยชวนไปดูหนังเท่านั้น แต่หลังจากขายหมูปิ้งด้วยกันหลายวันเข้าก็ยิ่งทำให้คนทั้งสองชิดใกล้กัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใกล้กันและเห็นหน้ากันทุกวันบางทีก็เปลี่ยนเป็นความรักได้ พี่ทรายรู้สึกไม่ดีเมื่อเห็นน้องอรยื่นน้ำให้บาส เธอจึงเข้าไปแทรกด้วยอารมณ์คุกรุ่น ด้วยความโกรธจึงกระแทกเป๊ปซี่ในมือเข้าปากเขา เธอไม่รู้ว่าทำไมหลังจากนั้นจึงพาบาสมาที่นี่ มันเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเรื่องอย่างว่า...
“พี่ทราย...” บาสรู้สึกว่ามันเงียบเกินไปจึงลืมตาขึ้นมา เขาเห็นชัดเจนว่าตอนนี้พี่ทรายกำลังมีสีหน้าลำบาก บางทีเธออาจจะกลัวเกินไปจนไม่กล้าทำ เพราะงั้นถึงได้ตัวสั่นงันงก พี่ทรายรับรู้ถึงสายตาที่มองมา ครั้งแรกที่เห็นเขาก็แค่น้องชายของเพื่อน ตอนนั้นเขาเป็นแค่คนไม่ได้เรื่องซึ่งเธอไม่ได้สนใจเลย แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว...เธอรู้สึกว่าหัวใจมันเต้นแรงเมื่อมองหน้าเขา ให้ตายสินี่มันความรู้สึกอะไรกัน เธอชอบเขางั้นเหรอ? มันคงจะเป็นอย่างนั้นไม่งั้นเธอไม่มีทางชวนเขามายังห้องน้ำหรอก“ถ้าพี่ไม่กล้า งั้นบาสว่าเรากลับกันเถอะ” เด็กหนุ่มทำท่าว่าจะเปิดประตูออกไป“เดี๋ยว! ใครบอกว่าพี่ไม่กล้า” พี่ทรายขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของบาสแนบชิดกับประตูห้องน้ำ พี่ทรายใช้มือขวารวบข้อมือบาสไว้ที่ข้างบนเหนือศีรษะ เธอโน้มตัวลงมาราวกับเจ้าชายที่กำลังจูบเจ้าหญิง ช่างเป็นภาพที่อุกอาจเสียเหลือเกิน เธอทำเหมือนกับว่าตัวเธอเองเป็นผู้ชายที่กำลังจูบผู้หญิง สายตาที่มองมาทำเอาชายหนุ่มใจเต้นไม่เป็นจังหวะ จูบแรกจะเสียให้กับเพื่อนพี่สาวเหรอ? ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นคนที่เขาแอบรักแต่ต้องยอมรับเลยว่าพี่ทรายเป็นผู้หญิงในแบบที่เขาชอบ บาสทำได้เพียงหลับตาปล่อยให้พี่ทรายจัดการกับริมฝีปาก รู้สึกได้ถึงลมหายใจของเธอและกลิ่นน้ำหอมแสนยั่วยวน ริมฝีปากของทั้งสองเกือบจะชนกันแต่เป็นต้องชะงักเพราะเสียงเคาะประตู “แม่งเอ้ยดันล็อกซะได้ คนแม่งยิ่งเจ็บขี้อยู่ด้วย” คนที่เคาะประตูกเป็นเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ห้องอีกห้องเป็นห้องที่สกปรกมากเธอเลยไม่เข้า กะว่าจะเข้าอีกห้องเพื่อปลดทุกข์ แต่เป็นอันต้องเดินเข้าห้องข้างๆที่สกปรกแทน ห้องน้ำนี้ค่อนข้างห่างไกลจากตัวอาคารและมีเพียงสองห้องเท่านั้น เพราะงั้นนักเรียนหญิงคนนี้จึงไม่มีทางเลือกมากนัก ทำได้แค่นั่งปลดทุกข์ห้องที่สกปรกแทน ส่วนห้องสะอาดกว่านี้ใกล้ตัวอาคารถูกจับจองหมดแล้วเพราะวันนี้เป็นงานกีฬา ห้องน้ำย่อมไม่พอต่อความต้องการ อีกอย่างเด็กนักเรียนหญิงคนนี้เป็นคนที่ปลดทุกข์เสียงดังมาก เธอจึงมาที่นี่เพราะอยากจะปล่อยระเบิดหนักๆ
บาสกับพี่ทรายที่กำลังจะจูบกันจำต้องรีบเผ่นจากห้องน้ำเพราะทนกลิ่นเเละเสียงตดไม่ไหว เมื่อวิ่งออกมาไกลพวกเขามองหน้ากันก่อนจะหันเรามันออกมา“เด็กผู้หญิงเมื่อกี้ตลกชะมัด ทำเอาพี่หมดอารมณ์เลย”“นั่นสิ เห้อ...ไม่นึกเลยว่าจะมีผู้หญิงที่ทำเสียงได้น่าเกลียดขนาดนั้น”“ทำไม? แล้วถ้าเป็นพี่ล่ะบาสจะกล้าพูดแบบนั้นมั้ย” พี่ทรายเข้ามาล็อกคอ บาสถึงกับหายใจไม่ออก เพราะหน้าของเขาโดนหน้าอกเธอเต็มๆ “ปล่อยก่อนสิพี่ จะตายอยู่แล้ว” พี่ทรายปล่อยบาสก่อนจะหัวเราะน้อยๆ บาสถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ให้ตายเถอะเมื่อกี้เกือบเข้าประตูยมโลกอีกครั้งแล้ว “ว่ายังไง ตอบคำถามของพี่เลยนะ”“พี่ทรายไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหรอก”“รู้ได้ยังไง บางทีพี่อาจจะทำเสียงหน้าอายแบบนั้นก็ได้นะ ถึงตอนนั้นบาสจะรับได้หรือเปล่า...” “ได้สิ...” เขาเพียงแค่ตอบไปเพราะกลัวว่าเธอจะเข้ามาล็อกคออีก โดยไม่รู้เลยว่าทำให้สาวเจ้าคิดไปไกล“จริงเหรอ..แต่ถ้าบาสโกหกล่ะก็พี่จะจับเข้ามาในห้องน้ำด้วยเลยคอยดู!”“จะจูบอีกเหรอ?” “ไม่จูบแล้ว!” พี่ทรายยักไหล่ “แย่เลยนะบาส จะเอายังไงดี ดันพลาดโอกาสดีๆแบบนี้ไปซะได้” “โอกาสเหรอ? ไม่ใช่ว่าพี่กำลังแกล้งอยู่เหรอไง” บาสหันไปทางอื่น เมื่อกี้ที่อยู่ในห้องน้ำนึกว่าจะเสียจูบแรกให้พี่ทรายแล้ว แม้เธอจะไม่ใช่คนในใจ แต่ทำไมถึงรู้สึกแย่จนน่าหงุดหงิด “พี่ไม่ได้แกล้งซักหน่อย พี่จะจูบจริงๆนะ” “งั้นก็จูบเลยสิ ตรงนี้!” “ตรงนี้เหรอ!” พี่ทรายมองไปรอบๆด้วยความกังวล ถึงแม้ตรงนี้จะค่อนข้างไกลจากอาคารเรียนและสนาม แต่ยังมีนักเรียนและเด็กโรงเรียนอื่นเดินผ่านไปผ่านมาตลอด แค่คิดว่าต้องจูบต่อหน้าคนเหล่านั้นพี่ทรายก็ทำตัวไม่ถูก ความกล้าหาญที่มีในตอนแรกหายไป แต่เมื่อเห็นบาสกำลังยกยิ้มมุมปาก เธอยิ่งอยากจะเอาชนะ ใช่นั่นเหมือนกับการท้าทาย เจ้าเด็กนี่กำลังท้าทายเธออยู่! คงคิดว่าคนอย่างเธอไม่กล้าจูบสินะ ได้งั้นคอยดู!
“หึหึ เงียบทำไมล่ะพี่ทราย หรือว่า....” บาสพูดได้เพียงเท่านี้เพราะริมฝีปากของเขากำลังถูกบดขยี้อย่างรุนแรงด้วยริมฝีปากของเธอ!พี่ทรายกำลังจูบเขาอย่างดูดดื่ม! เธอไม่สนใจสายตาที่กำลังมองมา นี่ทำให้บาสตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นจูบแค่สามวินาที แต่สำหรับบาสมันยาวนานเหลือเกิน ริมฝีปากที่บอบบาง ลมหายใจเข้าออกของเธอที่ถี่กระชั้น มันได้ตราตรึงใจของเขา ตอนนี้พี่ทรายได้เข้าไปอยู่ในใจบาสโดยไม่รู้ตัว “เป็นไง! อึ้งเลยล่ะสิ คิดว่าพี่ไม่กล้าเหรอ” ถึงแม้จะพูดแบบนั้น แต่หน้าของพี่ทรายกำลังแดงเเจ๋เลยแหละ ถึงแม้ว่าจะเป็นเธอที่กล้าเสียไปทุกอย่าง แต่จูบต่อหน้าคนจำนวนมากก็อายเหมือนกันนะ บาสได้สติกลับมาก่อนจะมองไปรอบๆ สายตาของเด็กที่มองมาทำให้เขาต้องรีบคว้ามือของพี่ทรายวิ่งหนีไปจากสายตาเหล่านั้น หลังจากนี้เรื่องของเขาและพี่ทรายคงกลายเป็นหัวข้อใหญ่ในวันพรุ่งนี้ เรื่องนี้นับว่าสร้างความลำบากให้กับบาสไม่น้อย ครูอักษรที่ผ่านเข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ริมฝีปากเธอแห้งผาก แก้วน้ำในมือสั่นก่อนจะโยนทิ้งไป เธอไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าจะโยนลงถังขยะหรือไม่ เพราะตอนนี้ภาพตรงหน้าทำให้เธอโกรธจนเนื้อตัวสั่น แต่ในฐานะครูเธอจะทำอะไรได้ เข้าไปห้ามงั้นเหรอ? นั่นเองก็ถือเป็นเรื่องสมควรเหมือนกัน แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันฝนตก ทำให้เธอหยุดที่จะเข้าไปขัดขวาง เธอไม่อยากให้เด็กนักเรียนคนอื่นรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง ทำได้เพียงกระทืบเท้าจากไปด้วยความโกรธ“แฮ่กๆ” บาสหอบหายใจอย่างหนัก ตอนนี้ทั้งสองหลบอยู่ในห้องสมุดโรงเรียนพี่ทรายมองบาสที่กำลังกุมมือไม่ปล่อย รู้สึกแปลกๆที่ตัวเองโดนลากมาแบบนี้ บาสถอนหายใจก่อนจะมองพี่ทราย “พี่ทำอะไรลงไปเนี่ย! ไม่เห็นเหรอว่าคนอื่นเขามองอยู่” “อ้าว? ก็ไหนเมื่อกี้ใครท้าพี่ให้จูบ ทำไมกลัวเหรอว่าเขาจะเอาไปนินทา” พี่ทรายตอบแต่ยังไม่บอกเรื่องที่เขากุมมืออยู่ เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม รู้แค่ว่าปล่อยไว้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน“เปล่าหรอก แค่ไม่คิดว่าพี่จะกล้าทำแบบนั้น” “หึหึ ก็บอกแล้วว่าพี่พูดคำไหนคำนั้น เป็นไงล่ะบาส ตกใจจนหายใจไม่ทันเลยสิ”“เห้อ...พี่เกือบทำหัวใจวายแน่ะ” “จริงเหรอ แล้วดีมั้ย”“พี่หมายถึงอะไร?” “ก็...จูบไง”บาสถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะมองไปทางอื่น “ก็ดีนะ”“แค่นั้น?” พี่ทรายดูผิดหวังเล็กน้อย“ไม่ใช่...เพียงแต่....”“เพียงแต่อะไร?”“มันเร็วเกินไป” เด็กหนุ่มก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย “หุหุ” พี่ทรายยิ้มน้อยๆ เธอรู้สึกว่าบาสช่างเจ้าเล่ห์เหลือเกิน สิ่งที่เขากำลังบอกคือจะให้จูบอีกครั้งและครั้งนี้คงอยากให้เป็นจูบที่นานกว่าครั้งแรก ให้ตายสิเจ้าเด็กนี่ร้ายชะมัด!“พี่กำลังยิ้มอะไรอยู่? คิดอะไรไม่ดีอยู่ใช่มั้ย” แน่ะยังมาว่าคนอื่นคิดไม่ดีอีก ทั้งๆที่ตัวเองต้องหารให้เธอจูบ “เปล่านี่...แค่กำลังคิดว่าจะจูบตรงไหนดี” ในเมื่อเขาเจ้าเล่ห์ได้งั้นเธอก็เจ้าเล่ห์ได้เหมือนกัน พี่ทรายกำลังใช้สายตาสอดส่องทั่วร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้า ไม่รู้ทำไมแต่บาสรู้สึกว่าขนทุกเส้นลุกชันเมื่อเห็นสายตาของเธอ“นั่นพี่จะทำอะไร?”“ก็จะจูบไง...มีอะไรที่ต้องถามอีก” พี่ทรายมองไปที่คอของบาส ให้ตายสิเป็นเเม่เสือสาวที่ใจร้ายเสียจริง“จะบ้าเหรอนี่มันห้องสมุดนะ เดี๋ยวใครก็มาเห็นเข้าหรอก” บาสรู้สึกกังวล “มันมีคนซะที่ไหนเล่า ลองมองดูรอบๆสิ” บาสมองไปรอบๆตามคำสั่งพี่ทราย ที่นี่เป็นห้องสมุดโรงเรียน ปกติแล้วตอนเที่ยงนักเรียนมักจะมาอ่านหนังสือหรือไม่ก็งีบหลับ แต่ตอนนี้เป็นงานกีฬาสี ทุกคนต่างอยู่ที่สนามเพื่อเชียร์นักกีฬา จะมีใครล่ะที่อยากจะนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดคนเดียว เพราะงั้นห้องสมุดในตอนนี้จึงไม่มีใคร มันเป็นสถานที่แบบห้องน้ำในตอนนั้น...ใช่มีแต่พวกเขาเท่านั้นสองคน
“เห็นมั้ยพี่บอกแล้วว่าไม่มีใครเลย ทำไมบาสต้องทำหน้าแปลกใจด้วยล่ะ ไม่ใช่ว่าจงใจลากพี่มาที่นี่เหรอ?” พี่ทรายจงใจเป่าลมหายใจอุ่นๆเข้าหูของเด็กหนุ่ม บาสถึงกับอ่อนระทวยไปทั้งร่าง การโจมตีของพี่ทรายช่างรุนแรงจริงๆ “พี่ไปจำเรื่องบ้าๆนี่มาจากที่ไหน?” ในความคิดของบาสพี่ทรายต้องไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่จากที่เธอเป่าหูเมื่อครู่ทำให้เขาคิดว่าเธอต้องเคยทำมาก่อน “จากวิทยุน่ะ ตอนที่นอนไม่หลับพี่มักจะเปิดวิทยุฟัง รายการพวกนี้มักจะมาหลังเที่ยงคืน โดยคนเล่าจะเป็นผู้หญิงจากทางบ้าน เป็นการเล่าประสบการณ์กับสามีในเรื่องของความรัก...บนเตียง”“อ๋อ....เฮ้อ เผลอคิดไปซะไกลเลย”“อะไร? คิดว่าพี่เคยเหรอ?”“เปล่านะ บาสไม่ได้คิดแบบนั้นซะหน่อย” บาสรีบส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะเขารู้ว่าพี่ทรายเป็นคนใจกล้า ดีไม่ดีอาจจะปล้ำเขาก็ได้“จริงเหรอ...?” พี่ทรายยิ้มน้อยๆ...