time-

    19 / 2

            หลังจากที่งงจากเหตุการณ์เมื่อกี้ทั้ง5 หนุ่มก็เดินตรงมายังโซนเกมส์เซ็นเตอร์ต่างคนต่างแยกกันไปเล่นเกมที่ตัวเองอยากเล่นส่วนไทม์ก็ไปนั่งเล่นเกมส์สตรีทไฟเตอร์คนเดียว

            ขณะที่ไทม์กำลังเล่นเกมส์อย่างขมักเขม้นเขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครบางคนกำลังยินแอบมองอยู่ห่างๆชุดที่ดูคุ้นตาและดูเด่นมากจนคนที่เดินผ่านไปมายังสังเกตุเห็นแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องเลยสักนิด

            “ทำไรอ่ะ”

            ยกเว้นคนนึง

            “มาเดินเล่นเฉยๆน่ะ” 

            ติมหรี่ตามองคุณเป็ดที่อยู่ตรงหน้ากำลังพินิจพิจารณาก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

            “พี่คิดไงใส่ชุดนี้มาเนี่ยแล้วไอ้ละครเมื่อกี้ ถ้าห่วงก็มาหามันตรงๆ ก็ได้นี่ พี่ลูซี่”

            คุณเป็ดขยับตัวออกจากหลังเครื่องเกมก่อนจะถอดหัวคุณเป็ดออกเผยให้เห็นใบหน้าสวยที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

            “รู้ด้วยหรอเนี่ย”

            “ผมดูออกตั้งแต่แรกล่ะ”หญิงสาวไหวไหล่เล็กน้อย ไม่แปลกใจเท่าไหร่สมกับเป็นลูกชายคนเดียวของลูกตระกูลจิราภัทร์

            “มันมีเหตุผลน่ะเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง”

            ย้อนกลับไปเมื่อตอนเช้าหลังจากส่งไทม์ขึ้นรถเสร็จลูซี่ได้โทรหาพี่ชายสุดที่รักให้มาช่วย ทันทีที่ลุครู้เรื่องเขาก็ปฏิเสธเธอทันทีใครมันจะบ้าตามน้องไปล่ะ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย

            และแน่นอนว่าพอลุคปฏิเสธเธอมีหรอที่ลูซี่จะยอมไม่อยู่แล้วมั้ย ลูซี่ได้ยกเรื่องคนที่ลุคชอบมาขู่ว่าจะไม่ช่วยแถมขู่ว่าจะฟ้องพ่อว่าเขาแอบโดดงานเพื่อตามสาวไปฮ่องกงทำให้ลุคไม่มีทางเลือกจึงจำใจต้องตกลง

            ในตอนแรกลูซี่ก็กะจะแอบตามแบบเงียบๆธรรมดาๆ นั่นแหละ แต่ด้วยความที่ทั้งเธอและลุคต่างก็ดังและหน้าตาดีแถมค่ายที่พวกไทม์ไปบริเวณนั้นก็เป็นของตระกูลวรลักษณ์ด้วยจะให้คนที่นั่นรู้ว่าเป็นพวกเขาไม่ได้ มันเลยจบด้วยการใส่ชุดมาสคอตนี่แหละ

            ตอนแรกที่บุครู้ว่าจะต้องใส่ชุดมาสคอตเขาปฏิเสธยกใหญ่และไม่ยอมใส่ด้วย

            “ไม่เอา!!!แค่มาด้วยก็บุญแล้ว แล้วเรื่องอะไรกูจะต้องไปใส่ไอ้ชุดบ้านี่ด้วย!!!!”

            “ลุคช่วยน้องหน่อย”

            ลูซี่ใช้วิชาอ้อนให้คนพี่ตายใจและแน่นอนว่าได้ผล

            “แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ”

            “อือ”

            หลังจากตกลงกันเสร็จทั้งสองคนก็ใส่ชุดมาสคอตคอยดูไทม์ห่างๆตอนแรก็กะจะแค่มาดูนั่นแหละ แต่พวกเขาดันเห็นคุณลุงที่ใส่ชุดมาสคอตเหมือนกันกำลังลำบากเลยอาสามาเล่นไวโอลินหาเงินให้

            ตอนแรกก็แค่กะจะช่วยแล้วจากไปแต่เผอิญว่าพวกไทม์มาพอดีแถมยังมาหยุดยืนดูพวกเธอด้วยทำให้อดีนาลีนความคิดถึงมันพุ่งพร่านเผลอทำเรื่องหน้าอายจนทำให้ลุกต้องออกมาลากตัวเธอกลับไป

            “ก็ตามนี้แหละ”

            ติมที่ได้ยินก็ได้แต่ทำหน้าอึ้งไม่รู้จะชมหรือว่าอะไรดี แค่ความคิดถึงและความเป็นห่วงมันส่งผลให้จากคนนิ่งๆดูสุขุมกลายเป็นคนบ้าในชั่วข้ามคืนได้ด้วยหรอ

            แต่ก็นะความรักอ่ะเนาะ อะไรก็เกิดขี้นได้ถ้ามีความรักสักอย่าง

            “แล้วพี่จะทำไงต่อจะบอกมันมั้ย”

            “ไม่ล่ะเดี๋ยวน้องตกใจ เอาเป็นว่าระหว่างนี้พี่ขอฝากเราดูแลไปก่อนล่ะกันมีอะไรก็โทรบอกพี่นะ” ลูซี่พูดพลางหันไปหยิบหัวเป็ดมาใส่พร้อมกับใส่นกหวีดบีบเสียง

            “ฝากด้วยนะ”พูดจบเธอก็ลุกเดินออกไปจนลับสายตา และเป็นจังหวะเดียวกันที่ไทม์เดินมาพอดี

            “นั่นมันคุณเป็ดหนิมึงคุยอะไรกับเขาหรอ”

            “ป่าวเขามาขอลายเซ็นเฉยๆ”

            “ห๊ะ? ขอลายเซ็นทำไมอ่ะ”ไทม์พูดพลางเอียงหัวด้วยความสงสัย ท่าทางนั่นมันทำให้ไทม์ดูน่ารักมากไม่แปลกใจที่พี่ลูซี่จะหลงไทม์ขนาดนี้

            “มึงนี่ก็เชื่อด้วยเนาะกูพูดเล่นมั้ยล่ะ” ติมพูดพลางยกมือขยี้หัวก่อนจะเดินนำกลับไปรวมตัวกับเพื่อนๆ“อ่าวหรอ”

            “นี่หิวข้าวอ่ะ ไปหาไรกินกันมั้ย” บาจาพูดพลางเอามือลูบท้องที่กำลังร้องโครกคราก“แล้วจะกินไรล่ะ”

            “ไม่รู้อ่ะไปเดินดูกันก่อนล่ะกัน”

            ทั้ง5 หนุ่มเดินสำรวจร้านอาหารเพื่อหาร้านที่จะนั่งทานกันแต่ด้วยวันนี้เป็นวันศุกร์และตอนนี้ก็เย็นแล้วทำให้ผู้คนในร้านอาหารเยอะแทบทุกร้าน

            “เอาไงอ่ะคนเยอะทุกร้านเลย”

            “ซื้อไปกินที่บ้านพักมั้ย”ธินหันมาเสนอความคิด “เอาดิ เห็นข้างนอกมีตลาดด้วยไปซื้อข้างนอกเถอะซื้อที่นี่คงได้กินชาติหน้าอ่ะ”

            หลังจากตกลงกันเสร็จทั้ง5 คนก็เดินออกจากห้างตรงไปยังตลาดด้านนอกห้างต่างคนต่างเดินซื้อของกินใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงก็ซื้อกันเสร็จ

            พอมาถึงบ้านพักพวกเขาก็นั่งกินข้าวที่โต๊ะทานข้าวที่บ้านพักเขามีให้ใช้เวลาทานอาหารกว่าชั่วโมงเพราะมัวแต่คุยเล่นกันอย่างสนุกยกเว้นเพียงบูมคนเดียวที่นั่งเงียบๆ

            ขณะที่ไทม์กำลังเคลีย์ขยะของตัวเองและเพื่อนๆจู่ๆ บูมก็เดินเข้ามาจากทางด้านหลังทำให้เขาถึงกับสะดุ้งเฮือก

            “เฮือก!”ใบหน้าที่ดูซึมเศร้ากับปากที่กำลังเม้มแน่น ดูก็รู้ว่าอยากร้องไห้มากขนาดไหน

            “มีอะไรหรอ”ไทม์เอ่ยถามอย่างใจเย็นเพื่อไม่ให้บูมรู้สึกแย่ไปกว่านี้

            “ขอคุยด้วย…ได้มั้ย”

            “ได้สิ”

             

             

     

            เดินออกมายังด้านนอกของบ้านพักเพราะไม่อยากให้เพื่อนในบ้านได้ยินบรรยากาศรอบๆ เงียบสนิทมีเพียงแค่เสียงของแขกบางคนที่นั่งกินเหล้ากับเสียงนกแถวๆนั้น

            เมื่อทั้งสองคนนั่งลงที่ม้านั่งบริเวณบูมก็เริ่มเปิดประเด็นทันที

            “กูขอโทษ”เมื่อได้ยินประโยคนั้นไทม์ถึงกับเลิกคิ้วแต่ก็ไม่ได้ตกใจมากเพราะเขาก็พอจะเดาได้อยู่แล้วเพราะการที่บูมเรียกเขาออกมาคุยคงจะมีไม่กี่เรื่องหรอก

            “กูก็ขอโทษเหมือนกันเพราะส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะกู”

            “ไม่ๆๆๆๆๆมึงไม่ผิด กูต่างหากที่ผิด” บูมส่ายหัวรัวก่อนจะพุ่งตัวมาจับแขนใบหน้าของเขาแดงก่ำดวงตาเริ่มมีน้ำเอ่อ

            “กูผิดเองที่โทษมึงทั้งที่มึงไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำฮึก!!! กูผิดเอง กูขอโทษ ฮือ!!!!!”

            พูดจบบูมก็ปล่อยโฮออกมาก่อนจะเขาจะทรุดตัวลงกับพื้นไทม์ก้มลงก่อนจะเข้าไปกอดปลอบเพื่อนโดยที่น้ำตาของเขาก็เริ่มเอ่อเช่นกัน

            “ไม่เป็นไรๆกูไม่โกรธมึงหรอก ไม่ต้องคิดมากนะ”

            “ฮืออออออ!!!!!กูขอโทษ!!!!”

            “อือรู้แล้วๆ”

            ไทม์กอดปลอบเพื่อนแน่นเพราะตัวเองก็ร้องไห้ไม่ต่างกัน

            “เรากลับเป็นเพื่อนกันฮึก! เหมือนเดิมได้มั้ย”

            “ได้สิกูยินดี”

            “ฮือ!!!”พอได้ยินคำตอบบูมรีบก็โผเข้ากอดไทม์ทันทีจนเขาเกือบล้มลงไปนอยกับพื้น

            “เคลียร์กันได้แล้วใช่มั้ย”

            เสียงคุ้นหูให้สองหนุ่มหันไปมองพบว่าเป็นติมที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล

            “มึงเห็นตั้งแต่แรกเลยหรอ”

            “เออ”

            “กูขอโทษนะ”บูมหันไปเอ่ยขอโทษเพื่อนชายอีกคน

            “เอาน่าแค่นี้เอง” ติมพูดพลางยกมือลูบหัวเพื่อนเป็นเชิงปลอบ “กูไม่ได้โกรธมึงสักหน่อยเลิกร้องไห้ได้แล้ว ขี้มูกยืดแล้วเนี่ย”

             ไม่พูดเปล่าติมก็หยิบทิชชู่มาซับน้ำมูกให้เพื่อนชาย“ไปๆ ไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องเข้าหอประชุมตั้งแต่เช้า”

            ทั้งสามคนเดินจูงมือกันกลับบ้านพักมองกลายๆ ก็เหมือสามพี่น้องกำลังเดินจูงมือกัน

            ไทม์เหลือบมองเพื่อนทั้งสองด้วยใบหน้าที่มีความสุขจนเอ่อล้น

            มันเศร้านะเขาอุตส่าห์มีเพื่อนที่สามารถไว้ใจได้ 100%ทั้งทีแต่ต้องมาแตกหักเพราะแค่เรื่องความรักแค่เรื่องเดียวตอนแรกที่รู้ว่าจะต้องเสียเพื่อนไปเขาใจเสียมากจนกินกินไม่ได้นอนไม่หลับแอบเศร้าจนไม่รู้จะทำยังไงต่อไป แต่ก็ดีใจที่เพื่อนที่เขารักจะได้กลับมาอยู่กันสามคนอีกครั้งเขาปฏิญานตนเลยว่าจะรักษาเพื่อนพวกนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด

            ในอีกมุมมืดหนึ่งของบ้านพักเหล่ากลุ่มคนหลายคนกำลังจ้องมองทั้งสามคนอยู่ในมุมมืดหนึ่ง

            “ไอ้พวกนี้ใช่มั้ย”

            “ใช่ครับลูกพี่”

            “ดีเตรียมตัวเอาไว้ วันพรุ่งนี้เราจะจัดการปิดบัญชีพวกมัน”

            “ครับ”

     

             

            “ทำไมเขาไม่ให้ไปทำที่บ้านอ่ะมาให้ทำในห้องประชุมทำไม มันคิดไม่ออก-โอ๊ย!”

            “เลิกบ่นแล้วมาช่วยทำงานได้แล้วจะเอามั้ยเออ่ะ”

            “เชอะ”

            เสียงก่นบ่นแเละถกเถียงของสองเพื่อนใหม่ดังเป็นระยะวันนี้พวกเขาต้องเอางานมาทำในห้องประชุมที่ทางมหาลัยได้จัดเตรียมเอาไว้ทั้งที่ตอนแรกอาจารย์บอกว่าทำที่ไหนก็ได้แท้ๆแต่ไหนให้มานั่งทำในนี้เฉย

            “เออแล้วเมื่อคืนพวกมึงออกไหนกันวะ เข้าบ้านซะดึกเชียว”

            “อ่อออกไปเคลียร์กันเฉยๆ” บูมเล่าเรื่องเมื่อคืนให้บาจากับธินฟังคร่าวๆแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดมาก

            “อ๋อแต่ก็ดีแล้วที่ดีกัน เป็นเพื่อนกันก็ต้องรักกันไว้”

            “มึงพูดเหมือนคนแก่เลย”

            “ไอ้สัสนี่”บาจายกมือฟาดติมด้วยความหมั่นไส้ก่อนพวกเขาจะพาหัวเราะกันด้วยสนุก

            “นี่พวกนายพวกนายทำหัวข้ออะไรหรอ” เพื่อนสาวในสาขาของพวกไทม์คนหนึ่งหันมาถามพวกเขา “ui engine game อ่ะ”

            “โหยากเลยน่ะนั่น”

            “ก็มันคิดไม่ออกนี่นา”

            หลังจากนั่งทำงานกันไป3 ชั่วโมงอาจารย์ก็ได้ปล่อยพวกเขาให้สามารถเอางานออกไปทำที่บ้านพักหรือข้างนอกได้ทั้ง 5 เลยเลือกไปนั่งทำที่คาเฟ่ใกล้ๆ ชายหาดประจำจังหวัด

            นั่งทำกันไปตอนนี้ก็ได้งานกว่า70% ถ้าเทียบกับกลุ่มอื่นๆ กลุ่มของพวกไทม์พวกเขาถือว่าทำงานกันเร็วมากอาจจะเพราะในกลุ่มทุกคนสามารถทำงานได้และเก่งกันทุกคนทำให้งานมันเดินเร็วจนใกล้จะเสร็จ

            “นี่ก็ครึ่งนึงแล้วไปเดินเที่ยวกันมั้ย” คนพูดเจ้าเก่าเจ้าเดิมหันไปเชิญชวนเพื่อนอีก 4 คน

            “เอางั้นก็ได้ยังเหลืออีกตั้งหลายวันค่อยๆ ทำก็ได้”

            เมื่อตกลงกันเสร็จทั้งห้าคนก็เดินลงขายหาดหน้าคาเฟ่ที่พวกเขามานั่งเล่นเพื่อพักผ่อน“ทะเล~~~~~”

            บาจาวิ่งตรงลงทะเลไม่รอเพื่อนก่อนที่ติมจะเดินตามลงไป“แล้วพวกมึงจะลงมั้ย” ธินหันไปถามไทม์กับบูมที่นั่งลงตรงม้าหิน

            “ไม่ล่ะเดี๋ยวพวกกูเฝ้าของเอง มึงไปเถอะ”

            “เคงั้นฝากของด้วยล่ะกัน”

            ธินวางของก่อนจะเดินลงชายหาดไปไทม์หยิบโน๊ตบุ๊คขึ้นมาเปิดเข้างานที่ค้างไว้ก่อนจะลงมือทำต่อ

            “จะทำต่ออ่อ”

            “อือไม่อยากค้างไว้น่ะ ไหนๆ มันจะเสร็จแล้วก็ทำให้เสร็จไปเลย”

            “เดี๋ยวกูช่วย”บูมหยิบโน๊ตบุ๊คของตัวเองขึ้นมาช่วยไทม์ทำ

            เสียงโหวกเหวกเรียกเพื่อนทั้งสองจากชายหาดทำให้ไทม์กับบูมหันไปมองก่อนจะโบกมือให้เพื่อน

            “มึงขอบคุณนะ” บูมเอ่ยขึ้นทำให้ไทม์หันไปมองเพื่อนพลางเลิกคิ้วสงสัย “เรื่องไรอ่ะ”

            “เมื่อวานไงทั้งที่กูทำผิดกับมึงขนาดนั้นแท้ๆ แต่มึงก็ไม่โกรธกูเลยสักนิด”

            “เพราะกูไม่อยากเสียมึงไปเหมือนเพื่อนสมัยมัธยมไงแล้วอีกอย่าง ตั้งแต่เปิดเทอมมาก็มีแค่มึงกับติมเท่านั้นที่เข้ามาคุยกับกูก่อนกูไม่ยอมเสียเพื่อนไปเพราะเรื่องแค่นี้หรอก”

            พอบูมได้ยินประโยคของเพื่อนก็เบะปากกลั้นน้ำตาไม่ให้เอ่อออกมาไทม์ที่เห็นว่าเพื่อนจะร้องไห้จึงรีบหันไปลูบปลอบ

            “อย่าร้องไห้ดิเดี๋ยวกูร้องด้วยหรอก”

            ทั้งสองหนุ่มกลั้นตาไปหัวเราะไปแม้จะเป็นโมเมนท์ที่แอบเศร้าแต่มันก็ตลกตรงที่ผู้ชายสองคนนั่งกลั้นน้ำตานั่งขอโทษในเรื่องที่ผิดพลาดแค่เล็กน้อย

            ไทม์ไม่ได้โกรธเพื่อนคนนี้เลยสักนิดเขาแค่อยากอยู่กับเพื่อน เพื่อนที่เขารัก บูมก็เหมือนกันเขารักไทม์นะแต่ด้วยความชอบติมที่มันบังตาจนไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนจนทำให้ต้องทะเลาะกับเพื่อนเขาไม่อยากจะเสียเพื่อนไปจึงตัดสินใจที่จะยอมถอยจากความชอบติมและขอโทษเพื่อนกลับมาเป็นเพื่อนไทม์อีกครั้ง

            หลังจากที่หายเศร้าขณะที่สองหนุ่มกำลังช่วยกันขมักขะเม้นทำงานส่วนที่เหลือให้จนเสร็จจู่ๆก็มีเงาบางอย่างมาพาดตรงบริเวณที่พวกนั่ง

            ไทม์กับบูมหันหลังไปมองก่อนจะพบกับชายฉกรรจ์สี่ถึงห้าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดไป

            อีกด้านหนึ่งสามหนุ่มที่อยู่บนชายหาดกำลังเล่นน้ำและถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน

            “เหวอ!!!!”เสียงโครมดังลั่นเพราะบาจาดันทรงตัวไม่อยู่ก่อนจะล้มลงน้ำทำให้เขาเปียกไปทั้งตัว

            “ฮ่าๆๆๆสมน้ำหน้า”

            “ไอ้สาส!!!”บาจาลุกขึ้นมาก่อนจะพุ่งใส่ธินจนกลายเป็นว่าตอนนี้เปียกทั้งคู่

            “ปล่อยกู!!”

            สองหนุ่มเล่นกันอย่างสนุกโดยมีติมคอยยืนดูและกำทรายใต้น้ำขึ้นมาปาใส่เพื่อนด้วยความหมั่นไส้

            “แย้กกกก!!!”

            “โอ๊ย”

            ขณะที่กำลังสนุกติมก็เหลือบหันไปทางด้านบนชายหาดแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเพื่อนทั้งสองไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

            “ไอ้พวกนั้นไปไหนวะ”บาจากับธินหันไปมองด้านบนชายหาดตามติมพลางกวาดสายตาสำรวจ เหมือนว่าบริเวณรอบๆไทม์กับบูมจะไม่อยู่ด้วย

            “เดี๋ยวกูไปดูไปก่อนนะ”

            ติมเดินขึ้นจากชายหาดตามด้วยบาจาและธินพอมาถึงเขาสำรวจข้าวของรวมถึงกวาดสายตามองหาเพื่อนแต่กลับไปพบร่องรอยข้าวของทุกอย่างวางไว้ปกติมีเพียงโน๊ตบุ๊คฃสองเครื่องที่เปิดงานค้างเอาไว้

            “มันไปซื้อขนมป่าว”

            “ไปซื้อขนมยังไม่เอาโทรศัพท์กับกระเป๋าตังค์ไป”ติมพูดพลางเช็คกระเป๋าเงินของเพื่อนที่ภายในเงินของพวกเขายังอยู่ครบถ้วน

            “เดี๋ยวกูไปเดินหาก่อนฝากพวกมึงเฝ้าของด้วยเผื่อพวกนั้นมา”ติมพูดจบก่อนจะเดินไปทิ้งไว้ให้เพื่อนใหม่ทั้งสองยืนงง

            ขอแค่อย่างเดียวอย่าเป็นอย่างที่เขาคิดก็พอ

    คล้ายกับเรื่องtime- ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120