ตกกลางคืน เนื่องจากฟานจิ้งยังคงไม่ลืมรักครั้งเก่า และยิ่งวันนี้เขาได้พบหงลี่อีกครั้ง ฟางจิ้งจึงนั่งดื่มเหล้าที่ห้องรับแขกเพียงผู้เดียว ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคุณเขา สักพักฟานจิ้งเริ่มระบายอารมณ์ เขวี้ยงแก้วไวน์ทิ้ง ทำให้เศษแก้วแตกกระจัดกระจายไปทั่วพื้น
ดังนั้นแม่บ้านจึงเรียกนวลและมะลิอยู่รอเตรียมทำความสะอาดห้องรับแขกในคืนนี้ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ถึงวันพรุ่งนี้ อาจมีใครไม่ระวังเผลอเหยียบเศษแก้วเข้า
สาวใช้ทั้งคู่กำลังจะเข้าไปที่ห้องรับแขก แต่แล้วก็ต้องหยุดกึก เพราะทั้งสองเห็นคุณฤดีเดินเข้าไปที่ห้องรับแขก เธอเข้าไปคลอเคลียคุณฟานจิ้งอย่างไม่อายใคร ส่วนคุณฟานจิ้งก็อยู่ในสภาพเมาไม่รู้เื่รู้ราว
“คุณเป็ของฤดีนะคะ ฟานจิ้ง” ฤดีทั้งหอมแก้มทั้งไซร้ซอกคอ
ฟานจิ้งก็พยายามปัดป้องอย่างรำคาญแต่ก็ยังไม่ได้สติ
นวลและมะลิเลยแอบดูอยู่ใกล้ๆ โดยไม่ให้เ้านายเห็น
นวลสงสัยเลยรีบถามมะลิทันที “พวกเขาเป็ลูกพี่ลูกน้องกันไม่ใช่หรอ ทำไมถึงกล้าทำเื่ผิดศีลธรรมแบบนี้”
“พวกเขาไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องกันโดยสายเืน่ะสิ ลูกสาวของคุณผู้หญิงเป็ลูกติดั้แ่ก่อนจะมาแต่งงานกับคุณลุงของฟานจิ้งน่ะ ดังนั้นคุณผู้หญิงจึงสนับสนุนให้ลูกสาวทั้งสองจับคุณฟานจิ้งให้ได้ และพร้อมจะกำจัดผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้คุณฟานจิ้ง” มะลิเล่า
“งั้นก็เป็ไปได้น่ะสิ ที่คุณผู้หญิงจะกำจัดคุณหงลี่ด้วยอีกคน ทำให้คุณหงลี่และคุณฟานจิ้งเข้าใจผิดกัน” นวลสันนิษฐาน
“ก็เป็ไปได้นะ แต่ก็ไม่มีหลักฐานนี่นา” มะลิกล่าว
ทั้งคู่คุยกันไปได้สักพัก ฟานจิ้งก็เริ่มได้สติ เขาผลักฤดีจนล้ม แล้วไล่เธอออกไปทันที
“ทำบ้าอะไรน่ะฤดี เธอเป็น้องสาวของฉันนะ อย่าทำตัวเสื่อมเสียให้คนอื่นเขานินทาดีกว่าน่า” ฟานจิ้งกล่าว
“พวกเราไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องกันแท้ๆ นี่คะ อีกอย่างฤดีก็รักคุณมานานแล้ว ให้โอกาสฤดีบ้างนะคะ คุณฟานจิ้ง” ฤดีกล่าว
“ออกไปเดี๋ยวนี้นะฤดี อย่าให้พี่ต้องไล่เธอออกจากบ้านเลยนะ พี่ไม่เคยคิดกับเราเกินเลยแม้แต่น้อย หากฤดีทำอะไรบ้าๆ แบบนี้อีก พี่จะไล่เธอออกจากบ้านทันทีอย่างไม่ไว้หน้าคุณป้าด้วย” ฟานจิ้งกล่าว
ฤดีเลยบีบน้ำตาแล้วหันกลับไป วิ่งเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทันที
นวลผู้ซึ่งเห็นเหตุการณ์ก็เลยบ่นพึมพำว่า “ยังดีที่คุณฟานจิ้งยังมีความเป็สุภาพบุรุษบ้าง ไม่รังแกน้องสาวตัวเอง”
“อาจจะไม่ใช่ความเป็สุภาพบุรุษหรอก แต่เพราะเกลียดผู้หญิงมากกว่า ไม่คิดว่ารักในอดีตจะส่งผลต่อชีวิตของคุณฟานจิ้งรุนแรงขนาดนี้” มะลิกล่าว
หลังจากนั้นฟานจิ้งก็เดินโซเซ เข้าไปในห้องนอนของตัวเอง
นวลและมะลิจึงออกมาจากที่ซ่อนเพื่อมาทำความสะอาดเก็บเศษแก้วครั้งใหญ่ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั่วห้องรับแขกกันเลยทีเดียว
**********************************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟานจิ้งจดจำเื่เมื่อคืนได้อย่างชัดแจ้ง แต่เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เขากับฤดีมองหน้ากันไม่ติด ดังนั้นฟานจิ้งจึงปฏิบัติกับฤดีเหมือนเดิมทุกอย่าง
ในใจนวลมองออกว่าฟานจิ้งจดจำเื่เมื่อคืนได้ แต่เขาก็แสดงละครเก่งเหมือนอย่างที่คุณหงลี่ว่าจริงๆ
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เ้านายทุกคนก็แยกย้าย เหลือเพียงฤทัยที่ขอคุยกับฟานจิ้งเป็การส่วนตัว
“ฤทัยมีอะไรกับพี่หรือเปล่า” ฟานจิ้งกล่าว
“มันไม่ใช่เื่สำคัญหรอกค่ะ แต่ฤทัยอยากจะขออนุญาตพี่ ขอเลี้ยงหมาซักตัวนึง มันน่ารักมากจริงๆ นะคะ” ฤทัยกล่าว
“ได้สิ มันคงตัวเล็กน่ารักมาก น่าดู” ฟานจิ้งกล่าว
“ขอบคุณค่ะ พี่ฟานจิ้ง” ฤทัยกล่าวอย่างดีใจ
หลังจากนั้นฟานจิ้งก็ยืนอึ้งเพราะฤทัยได้จูงหมาพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม
“มันกัดมั้ยเนี่ย ทำไมฤทัยถึงกล้าเลี้ยงมัน” ฟานจิ้งกล่าว
“ไม่กัดหรอกค่ะ มันน่ารักจริงๆ นะคะ” ฤทัยกล่าว
ในเมื่อตนอนุญาตไปแล้วก็คงต้องปล่อยให้ฤทัยเลี้ยงไป
**********************************************************
วันนี้นวลได้รับมอบหมายให้ทำความสะอาดเพดาน เธอจึงต้องไปแบกบันไดช่างมาเพราะความยาวของไม้กวาดหยากไย่สูงไม่พอ นวลจึงต้องค่อยๆ กวาดหยากไย่ตามเพดานไปเรื่อยๆ
แต่แล้วสุนัขที่ว่าน่ารักนักน่ารักหนาก็ทำพิษเสียแล้ว เพราะอยู่ดีๆ มันก็ไปคาบปืนของบอดี้การ์ดคนหนึ่งเข้า ทำให้บ้านของฟานจิ้งเกิดวุ่นวายโกลาหลไปทั่ว เพราะบรรดาบอดี้การ์ดช่วยกันวิ่งไล่จับหมาตัวนั้น เพราะกลัวปืนลั่น ไม่เพียงเท่านั้น มันยังวิ่งไปในบ้านเสียด้วย แม้กระทั่งฟานจิ้งเองก็ต้องช่วยจับมันให้ได้
แต่แล้วหมาวิ่งหนีไปจนกระทั่งไปชนเข้ากับบันไดที่นวลกำลังปีนกวาดหยากไย่อยู่พอดี ทำให้นวลเสียการทรงตัว แล้วพลาดตกจากบันได ฟานจิ้งรีบวิ่งเข้าไปช่วยรับนวลไว้
แต่ทว่านวลล้มไปทับร่างของฟานจิ้งและทำให้เธอได้ไปจูบกับฟานจิ้งอย่างไม่ได้ตั้งใจ ท่ามกลางสายตาทุกคนในบ้าน ทั้งคู่อึ้งไปนานพอสมควร พอได้สติก็รีบผละออกจากกัน
“ขอบ ขอบคุณค่ะคุณฟานจิ้ง ที่ช่วยชีวิตฉันไว้” นวลกล่าวด้วยใบหน้าอันแดงก่ำเพราะอายมาก
“เออ ไม่เป็ไรหรอก ฉันแค่ไม่อยากให้มีใครตายในบ้านของฉันน่ะ” ฟานจิ้งพยายามควบคุมสติแล้วปรับเสียงให้ดูเ็าเหมือนเดิม
นวลพยักหน้ารับ เพราะโหมดเ็าของฟานจิ้งได้กลับมาแล้ว
สักพักบอดี้การ์ดก็จับตัวปัญหาได้เสียที สุนัขที่ว่าน่ารักน่าเอ็นดู ถูกชายฉกรรจ์สามคนจับไว้ ส่วนอีกคนรีบหยิบปืนออกมาจากปากมัน โชคดีที่ปืนไม่ลั่น ไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุการณ์วุ่นวายครั้งนี้
ฟานจิ้งเรียกฤทัยมาพบทันที
“ฤทัย! นำสุนัขตัวนี้ไปปล่อยซะ หรือจะขาย หรือจะมอบให้ใครดูแลต่อก็ได้” ฟานจิ้งกล่าวอย่างโมโห
“แต่พี่ฟานจิ้งคะ” ฤทัยเสียดาย
“ห้ามขัดคำสั่งพี่ ถ้าเลี้ยงมันไว้ มีหวังบ้านพี่พังพอดี เพราะมันคงก่อเื่ไม่หยุด อีกอย่างหมาตัวนี้ไม่ใช่หมาแสนรู้ และมันก็ไม่ได้เชื่องอย่างที่คิดไว้ด้วย พี่ให้เวลาถึงพรุ่งนี้ อย่าให้พี่ได้เห็นมันอีก” ฟานจิ้งกล่าวอย่างเด็ดขาด
“ค่ะพี่” ฤทัยรับคำอย่างเสียงอ่อน
ฤทัยจึงเดินคอตกและพาสุนัขที่ว่าน่ารักนักน่าเอ็นดูหนาไปคืนเพื่อนทันที
**********************************************************
แต่เหตุการณ์วุ่นวายมันไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เพราะทุกคนในบ้านเห็นนวลจูบกับฟานจิ้ง นั่นทำให้เกิดการจุดชนวนขึ้นมา คุณป้าและลูกสาวอีกสองคนเริ่มตระหนักในความงามของนวลและคิดว่านวลอาจจะทำให้ฟานจิ้งหลงรักได้ ดังนั้นพวกเธอจึงวางแผนตัดไฟั้แ่ต้นลม
ทางด้านฟานจิ้งกลับคิดถึงเหตุการณ์ที่เขาจูบกับนวลซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาพยายามที่จะไม่คิด แต่ภาพมันก็ย้อนกลับมาอยู่เรื่อยๆ ฟานจิ้งคิดถึงนวลจนทนไม่ไหว จึงวางแผนแกล้งให้เธอทำงานใกล้ชิดเขามากขึ้น
นวลถูกเรียกตัวให้ไปในห้องทำงานของฟานจิ้งในตอนบ่ายของวันนั้น
“คุณมีอะไรจะใช้นวลหรอคะ” นวลกล่าว
“ฉันจะให้เธอมานั่งนวดขาให้ฉันในระหว่างที่ฉันนั่งทำงาน” ฟานจิ้งกล่าว
“อะไรนะคะ ฉันไม่ใช่หมอนวดนะคะ ฉันไม่ทำหรอกค่ะ อีกอย่างถ้าคนอื่นเขามาเห็น อาจเข้าใจฉันผิดก็ได้นะคะ” นวลกล่าว
“แต่เธอติดหนี้ฉันอยู่นะ ฉันสั่งให้ทำอะไร เธอก็ต้องทำสิ” ฟานจิ้งอ้างเื่หนี้สิน
นวลเลยต้องจำใจนั่งพับเพียบใต้โต๊ะทำงานเพื่อนวดขาให้กับเขา ซึ่งมันดูิ่เหม่จริงๆ หากคนภายนอกเห็นอาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่ายๆ
นวลนั่งนวดขาให้เ้านายอย่างไม่สบอารมณ์ แหงนมองหน้าเขาก็แอบเห็นเขายิ้มแบบกวนๆ อย่างน่าหมั่นไส้
สักพักก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาพบฟานจิ้งที่ห้องทำงาน นวลไม่สามารถออกไปไหนได้เพราะเขามาพบอย่างกะทันหันจริงๆ ถ้าเธอออกไปในสภาพนี้มีหวังได้เข้าใจผิดไปตามๆ กัน เธอก็เลยต้องอดทนนั่งนวดต่อไป
“มีธุระอะไรไม่ทราบ เฉินกว้าน เหตุใดมาพบฉันถึงที่นี่” ฟานจิ้งกล่าว
“นายก็ได้ข่าวแล้วนี่ ที่ปิ่นพลอยหายตัวไป ในเมื่อเธอก็เป็น้องรักของนาย ทำไมนายถึงอยู่เฉยอยู่ได้” เฉินกว้านกล่าว
“ก็ฉันไม่ได้มีสิทธิ์รับเลือกเป็เ้าพ่อคนต่อไปเสียหน่อย ฉันไม่เห็นจำเป็ต้องคอยตามหาเธอเพื่อเอาใจเ้าพ่อซานกุ้ยเลย” ฟานจิ้งกล่าวอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
“อ้าว ก็เห็นว่าปิ่นพลอยแอบปลื้มนายมาก ถึงขั้นไปพูดขอร้องให้เ้าพ่อเติมชื่อนายไปด้วยเลยนะ” เฉินกว้านกล่าว
“แต่แล้วเ้าพ่อก็ไม่ยินยอมนี่ อีกอย่างฉันมีงานเยอะแยะที่ต้องทำ ไม่มีเวลาตามหาตัวเธอหรอก” ฟานจิ้งกล่าว
“ไม่ช่วยตามก็ไม่ช่วยตาม ว่าแต่นายรู้มั้ยว่าใครเป็คนทำร้ายปิ่นพลอยน่ะ” เฉินกว้านถาม
“จะมีใคร ก็ไอ้ฉีฝานนั่นแหละ ใครๆ ก็มองออกทั้งนั้นว่ามันเป็คนทำ แค่ไม่มีใครพูดเท่านั้น เพราะไม่มีหลักฐาน” ฟานจิ้งกล่าว
“เห็นจะจริง เพราะมันอยากได้ตำแหน่งเ้าพ่อจนตัวสั่น ถึงกล้าวางแผนชั่วๆ แบบนี้ นี่ถ้าเ้าพ่อรู้มีหวังฉีฝานได้ตายคาที่แน่” เฉินกว้านกล่าว
“นายมีธุระแค่นี้ใช่มั้ย” ฟานจิ้งรีบตัดบท
“เออ ฉันไปก็ได้ ว่าแต่ผู้หญิงที่อยู่ใต้โต๊ะนั่น ฉันเห็นนะ พวกนายกำลังทำอย่างว่าอยู่ล่ะสิ” เฉินกว้านยิ้มให้กวนๆ
นวลใเพราะมันไม่เป็ความจริง นวลกำลังลุกไปอธิบาย แต่ฟานจิ้งรีบจับหัวและปิดปากเธอไว้
“เออๆ นายรู้แล้วก็รีบกลับไปได้แล้ว นายเฉินกว้าน” ฟานจิ้งกล่าว
“ครับ คุณฟานจิ้ง” เฉินกว้านทำหน้ายักคิ้วหลิ่วตาให้เพื่อนแล้วรีบออกไปจากห้อง
**********************************************************
นวลดิ้นแล้วรีบลุกออกมาจากใต้โต๊ะทันที “นี่คุณ คุณไปพูดแบบนั้นกับคุณเฉินกว้านได้ยังไงคะ อย่างนี้ฉันก็เสียหายสิ”
“เอาน่า เฉินกว้านมันไม่ได้เห็นหน้าเธอ เขาไม่รู้หรอกว่าเป็เธอ และยิ่งเธอลุกขึ้นไปอธิบาย มันก็เท่ากับว่าเธอลุกขึ้นแสดงตัว อีกอย่างถ้าเขาไม่เชื่อ คนอื่นก็จะมองว่าเธอเป็เมียบำเรอฉันจริงๆ” ฟานจิ้งอธิบาย
นวลเข้าใจเหตุผลของเ้านาย แต่เธอก็โกรธที่เขาเป็ต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมานั่งทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ “ฉันเมื่อยแล้วค่ะ จะออกไปทำอะไรอย่างอื่นแล้ว ขอตัวนะคะ”
ฟานจิ้งแอบยิ้มขำ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงรู้สึกอยากแกล้งนวลขึ้นมา