ฉันยืนอยู่ที่หน้าบ้านด้วยความหงุดหงิด ฉันหวังว่าเมื่อฉันเดินออกมาหน้าบ้านปุ๊บฉันจะเจอรถมอเตอร์ไซค์คู่ในของฉันแต่ในความเป็จริงแล้วเปล่าเลย หน้าบ้านของฉันยังคงว่างเปล่าไร้ซึ่งวี่แววของรถคู่ใจ ระหว่างที่ฉันกำลังหงุดหงิดพึดพัดอยู่นั้นสิ่งที่ทำให้ฉันหงุดหงิดยิ่งกว่าก็ค่อยๆเลื่อนมาหยุดลงที่หน้าบ้าน เขาค่อยๆถอดแว่นตาสีดำออกอย่างเชื่องช้าราวกับว่าตัวเองนั้นหล่อมาก ถึงเขาจะหล่อจริงๆก็เถอะ
“ นี่ลุง รถฉันหายไปไหนไหนว่าจะเอามาส่งไง” ฉันะโถามเขา
“ นี่ยักเด็กปากเสียงมาเรียกฉันลุงได้ไงฉันยังไม่แก่ขนาดนั้นนะ”
“ แล้วรถฉันไปไหน นี่ฉันต้องไปเรียนนะ ก็บอกไปั้แ่เมื่อวานแล้วไงอุสาบอกว่าให้ไปส่งฉันตรงที่จอดรถไว้ก็พอไม่ต้องมาส่งถึงบ้านก็ไม่ยอมฟัง แล้วนี่ก็ยังไม่เอารถมาให้อีกมันหมายความว่ายังไงหา”
“ บ่นเก่งจังวะ ตัวเท่าลูกหมานิมาทำเป็บ่นเก่งน่ารำคาญจริง ๆ ก็มารับอยู่นี่ไงขึ้นรถเร็ว”
“ หาหมายความว่ายังไง”
“ ก็บอกว่าให้ขึ้นรถไง หรือจะให้ลงไปอุ้ม”
“ ไม่ต้องฉันจะขับรถไปเอง” ฉันยังคงยืนยันคำเดิม เขาเดินลงมาจากรถแล้วปิดประตูรถเสียงดังทำท่าจะเดินเข้ามาหาฉันในบ้าน
“ นี่ตาลุงฉันขอเตือนไว้เลยนะว่าอย่าเดินเข้ามาในบ้านแม้แต่ก้าวเดียว แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
“ ทำไม บ้านเธอมันมีอะไร หรือว่ามีกับะเิฝังไว้หรือไง”
“ ยิ่งกว่าะเิอีกบอกเลย” เขาทำท่าจะเดินเข้ามาจริง ๆ ทันใดนั้น ‘ ลีโอ ’ สุนัขพันธ์บางแก้วของฉันก็ะโไปขวางที่หน้าประตูไม่ให้เขาเดินเข้ามาในเขตบ้านได้
“ ฉันบอกไว้เลยนะลุงฉันไม่จ่ายค่ายาให้นะถ้าเดินเข้ามาแล้วโดนกัน ฉันถือว่าลุงบุกรุกนะ” ฉันบอกพร้อมกับเดินออกไปที่หน้าบ้านไปยืนข้างๆลีโอ ฉันย่อตัวลงไปนั่งยองๆข้างลีโอ
“ ลีโอ เค้าไปเรียนก่อนนะเฝ้าบ้านดีนะเดี๋ยวจะรีบกลับมา” ฉันลูบหัวลีโอเบาๆซึ่งมันก็ตอบรับเหมือนเข้าใจด้วยการหอนรับพร้อมกับเอาหัวถูมือฉันตอบ
“ โห คุยกับหมารู้เื่ด้วย เหมียนหมาจริงๆ”
“ พูดมากน่าลุงรีบไปได้แล้วฉันไม่อยากไปเรียนสายนะ” ฉันปิดประตูบ้านแล้วเดินไปขึ้นรถฝั่งข้างคนขับ
“ ให้ไปส่งที่ไหน” เขาถามขึ้นหลังจากขึ้นรถมาแล้ว
“ ไปส่งที่คณะxxx รู้จักทางไหม”
“ รู้” เขาตอบแล้วก็ขับรถไปเงียบๆ
“ คุณยายเป็ยังไงบ้าง” ฉันถามขึ้นหลังจากที่รู้สึกว่ารถมันเงียบเกินไป
“ ก็ดี ย่าฉันไม่ตายง่ายๆหรอกไม่ต้องห่วง”
“ พูดให้มันดีๆหน่อย พอไม่มีแล้วจะรู้สึก”
“ ปากดีอย่างนี้เคยทำหายรึไง”
“ แล้วใครบ้างล่ะที่จะไม่เคยทำหาย มันไม่จำเป็ว่าจะต้องทำหายอย่างเดียวหรอกนะเพราะต่อให้กอดรัดมันไว้หรือไม่ว่าจะซ่อนมันไว้ดีแค่ไหนสุดท้ายแล้วมันก็จะบินหายไปตามเวลาของมันเองนั่นแหละ ต่อให้ยื้อให้รั้งไว้แค่ไหน...” ฉันเงียบเพราะรู้สึกว่ามันมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอ ฉันค่อยๆกลืนมันลงไป
“ สุดท้ายแล้วพอถึงเวลาก็ต้องปล่อยมือ”
“ นี่เธออายุสิบเก้าจริงๆรึเปล่าเนี้ย โกหกฉันรึไงฮะ”
“ จะบ้ารึไงเื่แบบนี้ใครจะไปโกหกกัน ทำไมถึงคิดว่าฉันโกหก”
“ ก็... ความคิดเธอดู... ก็แบบมันไม่น่าเชื่อว่าคำพูดพวกนี้จะออกมาจากปากคนอย่างเธอ”
ฉันทำท่าจะตีตาลุงนั่นแต่ก็คิดได้ว่าเขาขับรถซึ่งมีชีวิตของฉันอยู่ภายในรถคันนี้ด้วยฉันจึงทำได้แค่เอามือลงแล้วหายใจเข้าออกให้ปกติที่สุดอย่างพยายามระงับความโกรธ
“ อีตาลุงบ้านิ ถ้าฉันไม่เห็นว่าลุงขับรถอยู่นะฉันจะตบให้หน้าหันเลย”
“ หึ” เขายิ้มมุมปากแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
“ หัวเราะอะไรลุง” ฉันถามอย่างหัวเสีย ให้ตายสิอยู่กับตาลุงนี่สุขภาพจิตแย่ชะมัด
“ ก็เปล่านิ อะถึงแล้ว”
“ ขอบคุณนะลุง” ฉันบอกเขาแล้วเปิดประตูรถ ขณะที่ฉันกำลังจะก้าวขาลงจากรถก็รู้สึกถึงแรงที่ดึงแขน
“ อะไรของลุงอีกเนี้ย ฉันกำลังจะไปเรียนสายแล้วนะ”
“ ฉันจะถามว่าเลิกเรียนกี่โมง”
“ ห้าโมงเย็น” ฉันตอบ
“ โอเค งั้นห้าโมงเย็นเจอกันที่ตรงนี้นะ”
“ ทำไมฉันต้องมาเจอลุงด้วย”
“ ก็ฉันมาส่งเธอฉันก็ต้องมารับเธอด้วยไง”
“ ไม่ต้องฉันกลับเองได้ แล้วก็นะฉันจะขอบคุณมากถ้าลุงรีบเอารถมาส่งให้ฉัน”
“ ตอนนี้รถเธอน่าจะจอดรอเธออยู่บ้านแล้วแหละ แล้วก็นะวันนี้ย่าฉันออกจากโรงพยาบาลไม่อยากไปเจอย่าของฉันหน่อยรึไง”
“ จริงหรอลุง คุณยายออกจากโรงพยาบาลแล้วหรอ” ฉันถามเขาด้วยความตื่นเต้น ดีจริงๆที่คุณยายได้ออกจากโรงพยาบาลเร็วขนาดนี้
“ นี่เธอความจำสั้นหรือสองเสื่อมฮะ ย่าฉันก็ยังบอกเธออยู่เลยตอนที่เธอเข้าไปหา”
“ อ๋อฉันลืม สรุปว่าวันนี้ห้าโมงเย็นลุงจะมารับฉันเนอะๆ โอเคได้ๆ แล้วเจอกันนะลุง” ฉันปิดประตูรถแล้วเดินข้ามถนนเพื่อไปเรียน แต่ก็ยังไม่วายได้ยินเสียงะโตามหลังมา
“ เมื่อไรจะเลิกเรียกฉันว่าลุงฮะ ยัยเด็กปากเสียเอ้ย” เขาเปิดกระจกะโว่าฉันตามหลังมา ฉันหันไปแลบลิ้นใส่เขาแล้วรีบวิ่งขึ้นตึกเรียนไปปล่อยให้เขาหัวเสียอยู่คนเดียว...
เป็กำลังใจให้นักเขียนได้ง่ายๆด้วยการ กดให้ติดตาม กดให้กำลังใจ หรือ คอมเมนต์แสดงความคิดเห็น
หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยผู้อ่านทุกคนด้วย