“พี่สาว ไม่โหดแล้วเหรอครับ เมื่อกี้ยังโหดใส่พวกผมอยู่เลยนะ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ชี้มีดไปทางหลี่โหยงด้วยความสะใจ ในตอนนี้ โก่วเม่ยยืนอยู่ข้างกายเขาและหยิบหอกประดิษฐ์ขึ้นมาถือในมือแล้วพร้อมกับยิ้มกว้าง ใบหน้าของหลี่โหยงกลายเป็ซีดขาวและหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเธอก็สั่นไปทั้งตัวเช่นเดียวกัน
“นาย้าอะไร ฉันให้เงินได้นะ…”
หลี่โหยงยกมือปิดบังหน้าอกด้วยสัญชาตญาณ เธอรู้ดีว่าตนเองเป็คนสวย แม้หุ่นไม่ดีเท่าไหร่ แต่ใบหน้าก็สวยงามไม่แพ้พวกเน็ตไอดอลรุ่นใหม่แน่นอน สำหรับพวกผู้ชายขี้แพ้ทั้งหลาย หลี่โหยงไม่ต่างอะไรจากนางฟ้านาง์ของพวกเขา เธอคือความฝันที่จับต้องได้ในโลกของความจริง ขอแค่เพียงมีเงินมาเท่านั้นเอง
“อย่าพูดถึงเื่เงินได้ไหม พูดถึงเื่การหาเงินแล้วผมเจ็บ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์เผลอเลียริมฝีปากไม่รู้ตัวตอนที่มองหน้าอกอวบอิ่มของหลี่โหยง หญิงสาวที่อยู่ข้างเธอมองเขาแล้วก็หันไปมองโก่วเม่ย พวกเธอจัดว่าเป็คนสวยทีเดียว จึงไม่แปลกที่เธอจะขอร้องว่า “ขอโอกาสพวกฉันเถอะนะ อย่าทำอะไรเลย”
“หา? ทำอะไรครับ ถ้าวันนี้เราฆ่าพวกคุณ จะไม่มีใครรู้เลย”
เซี่ยปู้เอ้อร์เดินเข้าไปหาหลี่โหยงด้วยสีหน้าดุร้าย แต่ในทันใดนั้นหลี่โหยงส่งเสียงกรีดร้องและวิ่งไปที่มุมห้อง เธอหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาจากพื้น ก่อนะโใส่พวกเขาว่า “อย่าเข้ามานะ! ไม่งั้นฉันปาใส่จริงๆ ด้วย”
“ใจเย็นก่อนสิ ผมบอกแล้วไง อย่าทำอะไรวู่วามดีกว่านะ”
เซี่ยปู้เอ้อร์รีบถอยหลังกลับมายืนที่เดิมด้วยความประหลาดใจ โก่วเม่ยถอยกลับมาเช่นกัน สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความใ เนื่องจากหญิงสาวในตอนนี้มีอุจจาระสดๆ ก้อนใหญ่อยู่เต็มกำมือ เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ หลี่โหยงกลัวว่าพวกเขาจะลวนลามเธอ จึงได้รีบนำอุจจาระทาไปทั่วตัวทันที
“อ้วก…”
กลิ่นเหม็นชวนคลื่นไส้ลอยมาในอากาศยากต้านทาน เซี่ยปู้เอ้อร์เกือบจะอาเจียน แต่โก่วเม่ยที่เพิ่งจะมีขนมตกถึงท้องได้อาเจียนออกมาแล้ว หลี่โหยงะเิเสียงหัวเราะพูดว่า “เข้ามาสิ แน่จริงก็เข้ามาเลย”
“พอๆ พอได้แล้ว หลี่โหยง ไม่คิดเลยว่าจะโสโครกขนาดนี้…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถอยมายืนอยู่ที่ประตูอย่างรวดเร็วเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ ขณะนี้เขาเห็นแล้วว่าหญิงสาวที่สวยและรวยมากคนนี้ มีความสกปรกมากกว่าแม่ค้าในตลาดสดเสียอีก เซี่ยปู้เอ้อร์แน่ใจว่าเธอกล้าที่จะยัดก้อนอุจจาระเข้าปาก เพื่อนำมาพ่นใส่หน้าพวกเขาด้วยซ้ำ
“พี่เอ้อร์ ไปกันเถอะ ขยะแขยงเป็บ้า”
หลังจากนำวิกกลับมาสวมใส่บนศีรษะเรียบร้อย โก่วเม่ยก็ยกมือบีบจมูกวิ่งมาที่ประตู ความจริงแล้ว เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่อยากพูดคุยอะไรอีกต่อไป สิ่งที่เขาอยากทำคือเดินออกไปจากห้องนี้ แต่สามเด็กหนุ่มก็ทำไม่ได้ เมื่อพบว่าในส่วนลึกของห้องด้านหลัง มีกลุ่มชายหญิงประมาณ 7 - 8 คนยืนอยู่ด้วย
“อะไรกันเนี่ย ทำไมมีคนอยู่เยอะขนาดนี้”
เซี่ยปู้เอ้อร์ขยับเท้าเข้าไปด้วยความไม่อยากเชื่อ คนกลุ่มนั้นมีลักษณะเหมือนเป็แขกที่เข้ามาหาความบันเทิงในอาคารหลังนี้ มีเพียงหญิงสาวคนเดียวที่แต่งตัวเป็พนักงานเสิร์ฟ และตอนนั้นเองชายใส่แว่นคนนึงก็ถามด้วยความหวาดกลัวว่า “น้องชาย สถานการณ์ข้างนอกเป็ยังไงบ้าง มีตำรวจมาหรือยัง”
ส่วนใหญ่แล้วห้องกินเลี้ยงจะไม่มีหน้าต่าง เพราะว่าผู้ที่เข้ามาใช้งาน้าความเป็ส่วนตัว คนที่เข้ามาอยู่ในห้องนี้ก็เหมือนตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยปริยาย เซี่ยปู้เอ้อร์พยักหน้าตอบว่า “เราแจ้งตำรวจแล้วครับ ตำรวจบอกให้เรารออย่างอดทน พรุ่งนี้เช้าเขาจะส่งเฮลิคอปเตอร์มารับเรา”
“เยี่ยมไปเลย! ในที่สุดเราก็ปลอดภัยแล้ว…”
ชายใส่แว่นะโเข้ากอดหญิงสาวคนหนึ่งด้วยความดีใจ มีหลายคนน้ำตาไหลออกมาด้วยความโล่งอก แต่ชายหนุ่มในชุดเซลส์แมนรีบเดินเข้ามาถามว่า “ว่าแต่พวกนายมาจากไหนกัน เจอพวกซอมบี้ตรงทางเดินบ้างหรือเปล่า?”
“พวกมันไม่อยู่แล้วครับ เราฆ่าทิ้งไปหมดแล้ว”
เซี่ยปู้เอ้อร์ขยับคอไล่ความเมื่อยขบ ทุกสายตาในห้องมองเขาด้วยความเหลือเชื่อ แต่เด็กหนุ่มก็พูดต่อว่า “เราลงมาจากชั้นบนเพื่อหาอาหารครับ มีเพื่อนของเราอีกหลายคนอยู่ข้างบน พวกคุณจะขึ้นไปก็ได้นะถ้า้า มีบันไดติดอยู่บนผนังหลังห้องสุดท้ายด้วย”
“ดีเลย เราจะได้ขึ้นไปรอความช่วยเหลือบนนั้น”
กลุ่มคนที่อยู่ภายในห้องพากันพยักหน้าด้วยความดีใจ อยากจะออกไปจากห้องเพราะรอไม่ไหวแล้ว แต่หลี่โหยงเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงพูดว่า “อย่าไปเชื่อที่เขาพูด เด็กพวกนี้มันเป็นักต้มตุ๋น เมื่อเช้านี้ฉันเพิ่งถูกหลอกมาหยกๆ เราจะเชื่อที่พวกเขาพูดไม่ได้”
“ไม่เชื่อก็ตามใจนะครับ ยิ่งคนน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีสำหรับเราเท่านั้น”
เซี่ยปู้เอ้อร์ตอบเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แต่หลี่โหยงกลับยังมองเขาด้วยความโกรธแค้น “นายบอกว่าลงมาหาอาหาร แต่นายไม่กินอาหารที่มีอยู่ในบาร์เหล้า แถมยังพากันเดินตรงเข้ามาในห้องนี้ คิดว่าพวกฉันโง่กันนักหรือไง”
“จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ผมก็ไม่คุยกับคุณแล้ว”
เซี่ยปู้เอ้อร์ส่ายศีรษะเดินออกมา หยิบไฟฉายที่แขวนอยู่บนกำแพงติดมือมาด้วย เด็กหนุ่มเดินนำโต่วโต่วและโก่วเหม่ยเข้ามาในห้องน้ำ พวกของหลี่โหยงยังไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนหลอก ภายในตึกยังเหลือซอมบี้อยู่อีกเป็จำนวนมาก และพวกมันก็ถูกขังอยู่ตามห้องกินเลี้ยงเหล่านี้นี่เอง
“หัวหน้าหลี่ ในเมื่อเราเป็ลูกค้าของที่นี่ คุณต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของเรานะ คุณต้องหาทางพาเราออกไปให้ได้…”
ชายวัยกลางคนผู้มีศีรษะล้านจ้องมองหลี่โหยง ในขณะที่คนอื่นๆ พยักหน้าอย่างเห็นด้วย หลี่โหยงถอนหายใจออกมายาวแรงและพูดว่า “เข้าใจแล้วค่ะ ทุกคนรออยู่ที่นี่ก่อนนะ ฉันจะเข้าไปคุยกับไอ้พวกนักต้มตุ๋นนั่นก่อน”
หลังจากนั้น หลี่โหยงก็เดินตรงเข้ามาในห้องน้ำชาย ทำให้เด็กหนุ่มทั้งสามคนสะดุ้งโหยง เซี่ยปู้เอ้อร์ที่กำลังยืนฉี่อยู่ถึงกับฉี่เลอะกางเกง แต่หลี่โหยงยืนพิงกำแพงพูดหน้าตาเฉย “มานี่สิ อาเซี่ย พี่สาวคนนี้มีเื่จะคุยกับนาย”
“คุยเื่อะไรครับ ไหนว่าไม่เชื่อพวกเราไง”
เซี่ยปู้เอ้อร์รูดซิปกางเกงขึ้นพร้อมกับจ้องมองเธอด้วยความโกรธ แต่หลี่โหยงยืนขวางประตูเอาไว้ “พ่อหนุ่มน้อย วันนี้พี่สาวจะให้โอกาสนาย ถ้านายตอบคำถามมาดีๆ พี่สาวจะให้เงิน 50,000 หยวน ตกลงไหม”
“เก็บไว้ซื้อโลงศพให้ตัวเองเถอะ”
เซี่ยปู้เอ้อร์ทำท่าจะเดินออกจากห้องน้ำ แต่หลี่โหยงจับแขนเขาไว้เจรจาต่อว่า “ก็ได้ๆ 50,000 ไม่พอใช่ไหม งั้นพี่สาวจะให้นาย 200,000 แต่ตอนนี้พี่สาวไม่มีเงินสดเยอะขนาดนั้น เดี๋ยวจะเขียนเช็คให้ก็แล้วกันนะ พอใจหรือยังจ๊ะ”
“พี่เอ้อร์ นั่นมันค่าผ่าตัดของโต่วโต่วเลยนะ…”
โก่วเม่ยมองหน้าเซี่ยปู้เอ้อร์อย่างมีความหวัง แต่เด็กหนุ่มผู้เป็ลูกพี่กลับเชิดหน้าขึ้นว่า “ข้อมูลของผมช่วยชีวิตคุณได้เลยนะ 200,000 มันจะไปพออะไร เขียนเช็คมาให้ผมสัก 500,000 สิ แล้วผมจะพาคุณหนีออกไปให้ได้ แต่ไปได้แค่คุณคนเดียวเท่านั้นนะ”
“น้องเอ้อร์ พี่สาวขอพาเลขาไปด้วยได้ไหม…”
ดวงตาของหลี่โหยงเป็ประกายพร้อมกับยกมือชูสองนิ้ว เซี่ยปู้เอ้อร์ลังเลเล็กน้อยก่อนถามว่า “คุณเป็น้องสะใภ้ของครูใหญ่สื่อจริงหรือเปล่า ตอนนี้เขาอยู่ข้างบนอยู่นะ”
“นายคิดว่าพี่สาวคนนี้จะเอาเื่นี้ไปบอกเขาใช่ไหม ไม่ต้องห่วง พี่สาวไม่ได้สนิทอะไรกับครูใหญ่เลย ภรรยาของเขาแค่เรียนขับรถที่เดียวกับพี่สาวเท่านั้น พี่สาวก็เลยเรียกเขาว่าพี่เขยไปงั้นแหละ”
หลี่โหยงโบกไม้โบกมือประกอบคำพูด เซี่ยปู้เอ้อร์พยักหน้า “โอเค ผมจะบอกความจริงกับคุณ มีคนตั้งใจตัดระบบการสื่อสารและตัดน้ำตัดไฟพวกเรา เพราะว่าอยากจะให้เราตายอยู่ที่นี่ ทางรอดเดียวของเราคือขับรถที่จอดอยู่ข้างล่างหนีไป คุณจะเอาเื่นี้ไปบอกใครไม่ได้ ไม่งั้นเราคงไม่มีทางได้ออกไปแน่ เข้าใจไหม?”
“นี่ไงล่ะ คิดอยู่แล้วเชียว พวกนายโกหกเื่ตำรวจจริงๆ ด้วย”
หลี่โหยงพูดไม่ทันจบประโยค เสียงใครบางคนร้องไห้ก็ดังขึ้นในความเงียบ หลี่โหยงสั่นไปทั้งตัวพึมพำออกมาว่า “ใครมาร้องไห้อีกเนี่ย แค่นี้ยังน่ากลัวกันไม่พอใช่ไหม…”
“ไม่ใช่พวกเรานะ…”
แต่เสียงร้องไห้ไม่ได้มาจากกลุ่มผู้รอดชีวิต มีคนสองคนจากในกลุ่มนำโทรศัพท์มือถือออกไปถ่ายรูป และสังเกตเห็นว่าบริเวณบาร์เหล้า มีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้ เซี่ยปู้เอ้อร์ถามออกมาด้วยความสงสัยว่า “เอ๊ะ เธอมาจากไหนกัน ทำไมเมื่อกี้ถึงไม่เจอพวกเรา”
“น้องสาว ไม่ต้องกลัวนะ ไม่เป็ไรแล้ว…”
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินถือไฟฉายเข้าไปหา แต่ในทันใดนั้นเอง หญิงสาวปริศนาอีกหนึ่งคนปรากฏตัวขึ้นที่มุมทางเดินและะโเตือนไม่ให้พวกเขาแตะต้องตัวเด็กสาว แต่มันช้าเกินไปแล้ว ชายหนุ่มกำลังนั่งย่อกายอยู่ข้างเด็กสาว เด็กสาวที่ร้องไห้ก็เงยหน้ามองเขา
“เวรแล้วไง”
เมื่อเด็กสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้น ทุกคนก็ได้เห็นว่าปากของเธอฉีกจนถึงหู และปากมีลักษณะคล้ายกับหมาป่า เต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมไม่ต่างไปจากเหล็กบริสุทธิ์
“อ๊าก…”
ชายหนุ่มพยายามจะวิ่งหนี แต่เด็กสาวฟันเหล็กก็ได้กระโจนใส่เขาจนล้มลงกับพื้น หลังจากนั้นเธอก็กัดหัวเขาจนขาด ชายหนุ่มไม่ทันได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำ แล้วเด็กสาวก็กินหัวของเขาอย่างเอร็ดอร่อย
“ฉิบหายแล้ว!”
เซี่ยปู้เอ้อร์เบิกตาโตด้วยความใสุดขีด เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดา มือของเธององุ้มเหมือนกับตะขอ บนหัวของชายหนุ่มปรากฏรูโบ๋สิบรู แต่ก่อนที่กลุ่มผู้รอดชีวิตจะทันได้ทำอะไร ซอมบี้ฟันเหล็กก็ทิ้งศพของชายหนุ่มและวิ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา
“พวกเราหนี!”
เซี่ยปู้เอ้อร์ลากโก่วเม่ยวิ่งหนี หลังจากนั้นเกิดเสียงโครมครามดังขึ้น เมื่อเด็กหนุ่มหันกลับไปมอง จึงได้เห็นว่าถังขยะและสิ่งกีดขวางทางเดินลอยกระเด็นขึ้นกลางอากาศในขณะที่เด็กสาวซอมบี้พยายามเดินลุยเข้ามา กองเฟอร์นิเจอร์ที่ขวางเอาไว้แหวกออกเป็ทาง แล้วบรรดาฝูงซอมบี้ตัวอื่นๆ ก็พากันเดินตามหลังเธอมาในทันที