ตำหนักผู้นำตระกูลเหยี่ยวทมิฬ?
ทำไมถึงเป็ที่นั้นได้?
เอริคเมื่อได้ยินที่พ่อครัวพูดก็พลันขมวดคิ้วขึ้นทันที
ไม่ใช่ว่าที่นั่นมีอะไรเกี่ยวข้องกับเอริคแต่เป็เพราะว่ามีคนอยู่ไม่มากตั้งหาก!!
ตามหลักแล้วทหารคุ้มกันจะเฝ้ายามอย่างหนาแน่นนที่นอกตำหนักแต่ภายในตำหนักจะมีเพียงไม่กี่คนกับคนใช้บางส่วนที่วางกำลังตนแบบนี้ก็เพื่อป้องกันการลอบสังหารจากมือสังหารที่ปลอมเป็คนใช้เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นกับตระกูลกุหลาบขาวมาแล้ว แต่แม้ว่าในตำหนักจะมีผู้คุ้มกันไม่มากแต่ก็เป็ผู้คุ้มกันที่มีฝีมือดีและมีความจงรักภักดีสูงมาก
การที่ซอมบี้จะไปรวมตัวกันมีสาเหตุใหญ่ๆอยู่ 2 ข้อหนึ่งคือที่นั่นมีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก ส่วนข้อที่สอง...มีคนตายจำนวนมาก!!
“ท่านพี่ เมื่อรวบรวมผลึกคริสตัลได้เพียงพอแล้วขอให้พวกท่านออกไปจากคฤหาสน์ทันทีห้ามล่าช้าแม้แต่น้อย!!”
“เข้าใจแล้ว”
ลูคัสก็ไม่ได้ขัดอะไรเมื่อเขาเห็นฝีมือของเอริคแล้วเขาก็มั่นใจว่าเอริคนั่นต้องไม่เป็อะไรแน่นอน
“แล้วเ้า..”
ปัง
เอริคพลันถีบเท้ากระแทกพื้นกระโจนไปยังตำหนักข้างหน้าโดยไม่ได้ตอบลูคัส
“เฮ้อ ระวังตัวด้วยแล้วกันน้องข้า”
ลูคัสพูดตามหลังของเอริคไป
“หือ?”
ลูคัสหันกลับมาเห็นเงา2ร่างกระโจนไปทางเอริค
“ห่ะ เ้ามาได้ไงกัน?”
ลูคัสเมื่อเห็นใบหน้าของเงาร่างนั้นเขาถึงกับใจนแทบลืมหายใจ
ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรเงาร่างทั้ง 2 นั้นก็ได้ตามเอริคไปไกลแล้ว
ทางด้านของเอริค
ทำไมซอมบี้พวกนี้มันถึงได้เยอะขนาดนี้กัน?
ถ้าสามารถกำจัดต้นตอที่ทำให้พวกซอมบี้พวกนี่มารวมตัวเป็จุดเดียวทิ้งไปได้การจะกำจัดพวกมันเมื่อกระจายตัวย่อมเป็เื่ที่ง่ายกว่ามาก
เหตุผลที่ทำไมเอริคถึงไม่กำจัดพวกมันทีเดียวพร้อมทั้งหมดทั้งที่มีวิชาเทพปีศาจกลืน์อยู่ก็เพราะว่าเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถต้านาแที่เกิดจากซอมบี้ได้นั่นเองถ้าเขาโดนแม้แต่นิดเดียว นั่นก็คงหมายถึงจุดจบของชีวิตของเขาแล้ว
แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะกระโจนเข้าใส่ซอมบี้ก็เหอะแต่พวกมันก็มีจำนวนแค่หลักสิบซึ่งยังไม่เกินความสารถของเขา
ถ้าเป็ระดับ10-20ตัวเขาก็คงพอไหวแต่ถ้า100-200ตัวเขาก็คงต้องขอผ่านแล้ว
ซอมบี้ขั้น1ตัวนึงแอบโจมตีมาจากด้านข้างของเอริคด้วยความรวดเร็ว
เกะกะ!!
เอริคสะบัดฟาดฟันไปที่ซอมบี้จนหัวขาดออกจากร่างภายในพริบตา
กรรรรรรรรรร
ระหว่างที่เอริคจัดการซอมบี้ที่อยู่ด้านข้างก็มีซอมบี้พุ่งมาจากด้านหน้าอีกตัวนึงพร้อมกับตวัดกรงเล็บเข้าใส่เอริค
แย่ล่ะ
เอริครีบยกดาบขึ้นมาป้องกันการโจมตีจากซอมบี้ด้านหน้า
ทันใดนั้น!!
ฉึก
ปรากฏหอกแทงที่ข้างหัวของซอมบี้จนทะลุไปอีกด้านนึง
ตุ้บ
ร่างของซอมบี้พลันทรุดนอนลงกับพื้น
เอริครีบหันไปมองคนที่ปาหอกช่วยตนเองเมื่อกี้ด้วยความสงสัย
ใครกัน? ที่นี่มีคนที่บรรลุระดับเดียวกับข้าอยู่ด้วยรึ
แต่ถ้ามีคนแบบนี้อยู่จริงทำไมตอนนั้นเมืองถึงแตกล่ะ?
ระหว่าที่สมองของเอริคกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูงอยู่นั้นเอง
เมื่อเขาเห็นหน้าของคนที่ช่วยเขาไว้กระบวนการคิดของเขาพลันหยุดนิ่งทันที
ใบหน้าที่งดงามดั่งเทพธิดา รูปร่างดั่งเทพสร้าง
เอวา!!
เป็นาง!
“ทะ...ท่านพี่?”
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้!!”
เอวาหันกลับมาตวาดเอริคด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ไม่ท่านพี่!ยังไม่ใช่ตอนนี้”
แม้ว่าเอริคจะแปลกใจที่เอวาอยู่ที่นี่แต่เขาก็สงบใจอย่างรวดเร็ว
“เ้ากล้าขัดคำสั่งข้า?!”
เอื้อก
เอริคกลืนน้ำลายลงคอทันที
นี่...คือพี่สาวข้าจริงๆนะรึ?
เอริครีบนึกย้อนถึงความทรงจำเมื่อชีวิตก่อนหน้าขึ้นมา
ไม่ใช่ว่าภายนอกนางนั้นเ็าแต่ภายในกับใจดีและอ่อนโยนหรอกรึ?
ทำไมดันกลายเป็หญิงสาวเ้าอารมณ์และเผด็จการไปได้กัน?
“ท่านพี่ท่านใช่ท่านพี่เอวารึไม่?”
เอริคถามคำถามที่ตัวเขาพูดไปแล้วยังงตัวเอง
“ถ้าไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็ใคร?หรือเ้าอายุเยอะจนสายตาพร่ามัวจนเห็นข้าเป็หญฺงสาวจากตระกูลบุปผากันล่ะ”
เอริคเมื่อได้ยินสิ่งที่เอวาพูดทำให้เขาอดกรอกตาไปมาไม่ได้
เื่มันผ่านมาตั้งนานแล้วไยต้องยกมาพูดอีกกัน?
ที่สำคัญ!!ท่านรู้ได้ยังไงกัน!
ต้องเป็อาเรียที่ไปพูดให้นางฟังแน่!
บัดซบ!กลับไปข้าตะตีนางให้ลายเลยคอยดู ข้อหาแอบเอาความลับของพี่ชายแสนหล่อเหลาไปแฉ!!
แต่นี่คือสิ่งที่ยืนยันว่า นางคือเอวาพี่สาวของเขาแน่นอนถึงจะไม่เหมือนภาพในความทรงจำเขาก็เหอะ
เพราะว่านางดันรู้ความลับที่มีเพียงเขากับอาเรียที่รู้มันเกิดจากการที่เอริคไปเดินตลาดแล้วบังเอิญไปหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายสัตว์เลี้ยงแล้วเขาเห็นฆยิงสาวนางนั้นมองมาทางตนเขาจึงคิดว่านางจะต้องชมชอบเขาอย่างแน่นอน เขาก็เลยเดินเชิดหน้าเขาไปหานางพร้อมกับพูดว่า
“แม่นกน้อยของข้า ข้าเห็นว่าเ้ากำลังมองข้าอยู่ ไม่ทราบว่าเ้ามีเวลาไปดื่มชากับข้าสักถ้วยรึไม่”
ถ้าตามหลักนางก็ควรจะตอบกลับมาว่า
“ได้สิคุณชายเป็เกียรติสำหรับข้าอย่างมากที่ได้ไปนั่งดื่มชากับคุณชาย”
ที่ไหนได้!สิ่งที่นางตอบกลับมาเป็
“ใครเป็แม่นกน้อยของเ้า?ที่สำคัญคือใครมองเ้ากัน? ข้ากำลังมองลูกหมูตัวนั้นอยู่ต่างหาก”
พูดจบนางก็เดินจากไป
ทิ้งเขาให้ยืนยิ้มแข็งค้างกลางตลาดอยู่คนเดียวพร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่นของอาเรีย
เขาแพ้หมู?เป็ไปไม่ได้!
ด้วยความคิดแง่บวกของเขาเขาเลยคิดว่านางอาจจะเขินอายตัวเขาอยู่ก็ได้เขาก็เลยไปสืบว่านางนั้นเป็ใคร เลยมาทราบตอนหลังว่านางเป็คนของตระกูลบุปผา
เขาได้พยายามพิชิตใจนางอย่างมาก ด้วยการซื้อของขวัญล้ำค่าจำนวนมากส่งไปให้นางที่ตระกูลทุกวัน
แต่นางกลับไม่สนใจเขาเลย ไม่แม้แต่จะชำเลืองมอง...
และด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็ข่าวลือ ที่ว่าเขาใช้เงินกับผู้หญิงจำนวนมาก…
ความจริงนอกจากนางข้าก็ไม่เคยจีบใครอีกเลยนะ!!แถมหลังจากนั้นก็เอาแต่อ่านตำราด้วย!
เขาอยากบอกกับผู้คนเช่นนี้ แต่น่าเสียดายข่าวลือของเขาได้เลื่องลือไปไกลเสียแล้ว
เสียเงินไม่พอยังเสียหน้าอีกด้วย!
เอริคปรับอารมณ์ของเขาใหม่อีกรอบก่อนจะตอบเอวา
“ท่านพี่ข้าพึ่งจะอายุ18ปีเองจะอายุเยอะได้ไงกันแถมเื่ในอดีตมันก็ผ่านมานานแล้ว ยังไงนางก็สวยสู้ท่านพี่ไม่ได้อยู่แล้ว”
เอริคพยายามที่จะออกจากสถานการณ์กระอักกระอ่วนนี้
“หึ เ้ากล้าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับนางเ้าคงอยากตายแล้วล่ะมั้ง?”
“ไม่ๆท่านพี่ใครจะกล้าเปรียบเทียบท่านกับหญิงสาวอื่นกัน”
แม้ว่าภายนอกเอริคกำลังปั้นยิ้มแต่ภายในใจของเขากำลังบ่นเป็ชุดไม่หยุด
แล้วท่านจะให้พูดไงล่ะ? จะว่าไปเื่นี้คนที่เสียหายน่าจะเป็ข้าไม่ใช่รึ?
แล้วทำไมข้าถึงมาโดนโกรธกัน?
“ข้าไม่สนคำแก้ตัวของเ้า รีบกลับบ้านกับข้าเดี๋ยวนี้!”
“ท่านพี่...”
ขณะที่เอริคกำลังจะพูด
“นายท่าน”
เอเลน่าเมื่อจัดการซอมบี้รอบนอกเสร็จก็รีบเข้ามาสมทบกับเอวา
“เอเลน่า?ไม่ใช่ข้า...”
ขณะที่เอริคกำลังจะสั่งสอนเอเลน่าที่ขัดคำสังเขาที่ให้รออยู่ในคฤหาสน์
“เ้ามีสิทธิอะไรไปสั่งสอนผู้อื่นกัน”
เอวาเอ่ยวาจาขัดเอริคโดยไม่ให้เขาพูดจบ
“…….”
เอริคถึงกับหมดคำจะเอ่ยไปเลย
“แต่ข้าเป็เจ้....”
เอริคที่กำลังพยายามกู้หน้าที่เหลืออยู่เล็กน้อยของเขา
“ส่วนข้าเป็พี่สาวของเ้า ข้าใหญ่กว่าเ้า!”
เอวาไม่ให้โอกาสเอริคพูดจนจบเลยแม้แต่น้อย
“..........”
เอริคถึงกับพูดไม่ออกไปซักพัก
เมื่อก่อนข้าเคยคิดว่าท่านเป็ผู้ใหญ่แต่ตอนนี้นอกจากหน้าอกของท่านแล้วข้าก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรใหญ่เลยแม้แต่น้อย
เอริคพยายามปรับอารมณ์กับลมหายใจของเขาอีกรอบ
“ช่างมันเหอะ ท่านพี่ข้าคิดว่าเราควรสำรวจตำหนักนี้ดูก่อน”
“สำรวจอะไร เ้าไม่เห็นหรือว่าที่นี่อันตรายมาก”
เอวาคัดค้านความคิดของเอริค ที่เขาคิดจะสำรวจภายในของตำหนัก
“ท่านพี่ ถ้าเราไม่หาสาเหตุที่ซอมบี้มารวมตัวกันในวันข้างหน้าการที่เราจะมากำจัดพวกมันทิ้งจะลำบากอย่างมากนะขอรับ”
เอริคพยายามที่จะอธิบายให้เอวาเข้าใจ
“เ้าจะกำจัดพวกมันหมดได้ยังไง?เ้าไม่เห็นรอยแตกที่อยู่ตรงใจกลางเมืองรึพวกซอมบี้ทะลักออกมาจากรอยแตกนั้นไม่หยุดอีกไม่นานเมืองนี้จะเต็มไปด้วยซอมบี้พวกเราจะต้องรีบออกไปจากเมืองนี้แล้ว”
“ท่านพี่ฟังข้าก่อน รอยแตกนั้นจะหายไปภายในพรุ่งนี้อย่างแน่นอน ข้ามั่นใจ!!”
“แล้วเ้ารู้ได้ยังไงว่ามันจะหายไป?”
เอวารีบพูดสวนขึ้นมาทันที
“โปรดเชื่อใจข้า”
เอริคเขาไม่สามรถบอกได้ว่าตัวเขานั้นย้อนเวลากลับมาจากในอนาคตเขาทำได้เพียงขอให้พี่สาวของเขาเชื่อในตัวเขาเท่านั้น
ที่สำคัญคือที่นี่คือบ้านเกิดของเขา เขาไม่้าทิ้งมันไปอีกครั้งและการที่ออกไปข้างนอกนั้นอันตรายกว่าอยู่ในเมืองหลายร้อยเท่าเพราะมันไม่มีสิ่งกำบังเลยแม้แต่น้อยเราไม่อาจป้องกันพวกมันได้แล้วยังต้องคอยต้านรับซอมบี้ที่โจมตีในยามวิกาลอีกด้วย
เอวามองเข้าไปภายในดวงตาของเอริคขณะหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ก็ได้ข้าเชื่อเ้า...แต่ถ้ารอยแตกนั้นไม่หายไปภายในพรุ่งนี้พวกเราจะออกจากเมืองทันทีเพราะถ้าออกไปกว่าช้ากว่านั้นเราอาจจะออกไปไม่ได้อีกเลย”
เอวาพูดแบบนี้ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล แต่เป็เพราะตระกูลใหญ่อีก 2ตระกูลก็กำลังโจมตีพวกซอมบี้พวกนี้อยู่เหมือนกัน ทำให้ยังต้านพวกมันได้อยู่แต่ถ้าซอมบี้ยังออกมาไม่หยุดแบบนี้ต่อไปพวกเขาก็คงต้องละทิ้งเมืองออกไปเหมือนกัน
“แน่นอน”
เอริคฉีกยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจ ถ้าเขาไม่รู้ว่ารอยแตกจะหายไป ภายใน1 วันเขาเองก็คงจะพาตระกูลออกจากเมืองเหมือนกัน
“เอาล่ะท่านพี่งั้นเราไปสำรวจตำหนักกันเถอะ”
“ระวังตัวด้วยแล้วกัน”
หลังจากนั้นพวกเขาสามคนก็เข้าไปภายในเขตตำหนักของผู้นำตระกูลเหยี่ยวทมิฬ
“จริงด้วยสิ ทำไมเ้าถึงออกมาข้างนอกกันล่ะ”
เอริคหันไปถามเอเลน่าด้วยความสงสัย
“ข้าเป็ห่วงนายท่าน”
เอเลน่ามองตาเอริคแล้วตอบออกมาอย่างเรียบเฉยเหมือนกับเป็เื่ปกติ
“เอ่อ...”
เอริคพอได้ยินคำตอบตรงๆแบบนี้ก็ทำให้เขาอดเขินเล็กน้อยไม่ได้
โดนหญิงสาวที่งดงามอย่างเอเลน่ามาพูดว่าเป็ห่วงตัวเองตรงๆก็เขินอยู่เหมือนกันแหะ
ขณะที่บรรยากาศกำลังเป็ไปอย่างหวานชื่น
“เ้าเขินอะไรของเ้า?เทียบกับตัวเ้าก่อนหน้ามีอะไรให้เขินด้วยหรือ?”
เอวาขัดทำลายบรรยากาศทิ้งทันทีที่เห็นเอริคกำลังทำท่าเขินอยู่
“...........”
ท่านพี่!!ถามจริงเหอะชาติก่อนข้าเคยไปทำไรท่านมาก่อนรึอย่างไรทำไมชาตินี้ท่านถึงได้ขัดข้าขนาดนี้
ถามจริงเหอะไอ้พวกผู้ชายที่มาขอนางแต่งงานก่อนหน้าเคยเห็นบุคลิกนี้ของนางมั้งมั้ยเนี่ย?
เฮ้อ ์หรือมันจะเป็วิบากกรรมของคนหล่ออย่างข้ากัน
เอริคเงยหน้าหน้ามองฟ้าพลางพึมพำอยู่ในใจ
“อย่ามัวแต่เหม่อเราจะเข้าไปในตัวตำหนักแล้ว”
เอวารีบะโเรียกเอริคเมื่อเห็นเขาเงยหน้าใองฟ้าอยู่
เออๆข้าผิดเองแหละ
เอริคสูดลมหายใจเข้าปอดอีกรอบ
ในเมื่อระบายอารมณ์กับนางไม่ได้งั้นข้าไปลงกับไอ้พวกซอมบี้แทนก็ได้!!
ซอมบี้หลายสิบตัวพลันกระโจนเข้าหาพวกเอริคจากด้านหน้าเหมือนกับว่าพวกมันกำลังเห็นอาหารโอชะ
ตายซะ!!
ตูม ฉัวะๆๆ ฉึกๆๆ
เอริคะโถีบไปที่ซอมบี้ด้านหน้าเพื่อเปิดทางก่อนจะฟาดฟันดาบใส่พวกซอมบี้อย่างบ้าคลั่งโดยมีเอวากับเอเลน่าคอยช่วยโจมตีอยู่ข้างๆ
ผ่านไป 15 นาที......
ซอมบี้กว่า40-50 ตัวกลายเป็ศพนอนกองอยู่กับพื้นโดยสภาพศพไม่มีตัวไหนสมบูรณ์เลย
ครืนนนนนนนนนนนนน
พลังปราณจากซอมบี้กำลังไหลเข้าสู่ร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง
เขาเกือบจะถึงระดับ 2 แล้ว!!
วิชาเทพปีศาจกลืน์สมกับเป็วิชาระดับเทพเ้าจริงๆ
“เราฆ่าพวกมันมาซักพักแล้วแต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าอะไรเป็ตัวดึงดูดพวกมันมา”
เอวามองไปรอบก่อนจะหันมาถามเอริค
เอริคเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน
“นายท่านๆทางนี้ๆ”
เอริคหันไปหาทางเสียงเอเลน่าที่เรียกเขาอยู่ พร้อมกับถามกับไปว่า
“มีอะไรรึเอเลน่า?”
“ข้าเจอห้องลับด้วยค่ะนายท่าน”
“ห้องลับ?”
เอริคกับเอวามองหน้ากันก่อนเดินเข้าไปดู
“ที่นี่มัน ห้องตำรา?”
เอวามองไปรอบๆก่อนจะเอ่ยออกมา
“ห้องลับล่ะ?”
เอริคหันไปหาเอเลน่า
“ทางนี้ค่ะนายท่าน”
เอเลน่าชี้ไปทางตู้หนังสือที่ถูกนางดันออกมาจนเห็นทางลงไปใต้ดิน
“มีห้องลับอยู่จริงๆ”
เอริคถึงขนาดพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ