"ท่านแม่ เหตุใดทุกคนก็ดูยุ่งกันไปหมดเลยเล่าเพคะ" ซิงซิงที่อยู่บนหลังของไป๋หู่เอ่ยถามฮวนฮุยทันทีที่กลับมาถึงตำหนัก
"อะไรทำให้ลูกคิดเช่นนั้นหรือซิงเอ๋อร์"ฮวนฮุยที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่ถามลูกสาวตัวน้อยที่กำลังลงจากหลังของไป๋หู่
"คือว่านะ ลูกไปตำหนักคุนหนิง ท่านพี่กับเสด็จแม่ฮองเฮาก็ไม่อยู่ พอลูกจะไปหาท่านพ่อ พี่ๆ องครักษ์ก็บอกว่าท่านพ่อไม่ว่างติดภารกิจอะไรบางอย่างอยู่ แล้วตอนที่ลูกกำลังกลับก็เห็นเหล่าท่านอา ลูกจึงไปชวนท่านอามาเล่นด้วยกัน แต่ท่านอาก็ปฏิเสธลูกกันทุกคนเลย ท่านอาบอกว่าตอนนี้กำลังยุ่งมากๆ เพคะ"ซิงซิงที่ลงจากหลังไป๋หู่วิ่งมาหาฮวนฮุยพร้อมกับเล่าไปโบกไม้โบกมือไปและวิ่งไปวิ่งมาประกอบเป็ฉากที่ตัวเองกำลังเล่า
"ทุกคนอาจจะกำลังเตรียมของขวัญให้ลูกอยู่ก็ได้นะซิงเอ๋อร์" ฮวนฮุยพูดพร้อมกับรินน้ำชาใส่ถ้วยแล้วยื่นให้ซิงซิงที่ดูเหนื่อยจากการทำฉากประกอบการเล่าของตัวเอง
"แต่วันเกิดท่านพี่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเองนะเพคะ แล้ววันเกิดของซิงเอ๋อร์ก็ห่างจากวันเกิดของท่านพี่ตั้งหนึ่งเดือน ทุกคนจะรีบหาของขวัญวันเกิดกันไปทำไม ยังเหลือเวลาอีกตั้งนาน"ซิงซิงที่ยกน้ำชาดื่มจนหมดถ้วยแล้วเอ่ยขึ้นและยื่นถ้วยน้ำชาให้ฮวนฮุยเติมให้อีกครั้ง
"ฮะฮะฮะ แล้วลูกลองไปดูที่ตำหนักของเสด็จย่าแล้วหรือยังเล่า"ฮวนฮุยหัวเราะออกมาเล็กน้อยและถามคำถามอีกพร้อมรับถ้วยน้ำชามาเติมและยื่นให้ซิงซิง
"อ๊ะ! จริงด้วยไปหาเสด็จย่าก็ได้นี่นา ไป๋หู่ๆ ลุกขึ้นเร็ว! ไปตำหนักเสด็จย่ากัน"ซิงซิงวางถ้วยน้ำชาและวิ่งไปเขย่าตัวไป๋หู่ให้พาไปหาเสด็จย่าทันที ไป๋หู่ที่เพิ่งล้มตัวลงนอนไปไม่เท่าไหร่ก็ต้องลุกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับหาวออกมาและสายตาที่ดูี้เีจะไปเหลือเกิน
"ไป๋หู่รอแปปนึงสิ" ซิงซิงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นไป๋หู่ลุกแล้วแต่ตัวเองยังไม่ได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังของไป๋หู่เลย
"ไป๋เฉอเ้าไม่ไปด้วยหรือ"ฮวนฮุยหันไปถามไป๋เฉอที่นอนอยู่ไม่ไกลนักในขณะที่ซิงซิงกำลังปีนขึ้นไปนั่งบนหลังของไป๋หู่ ไป๋เฉอเงยหัวขึ้นและหันไปมองไป๋หู่กับซิงซิงไม่นานก็หันกลับไปนอนเหมือนเดิม
"ไม่ไปสินะ ซิงเอ๋อร์รอเดี๋ยวก่อนลูก"ฮวนฮุยพูดและหัวเราะกับปฏิกิริยาของไป๋เฉอเล็กน้อย และหันไปคุยกับซิงซิงที่ตอนนี้ขึ้นไปอยู่บนหลังของไป๋หู่ได้สำเร็จแล้ว
"เพคะท่านแม่"ซิงซิงที่กำลังจะให้ไป๋หู่พาเดินออกไปหยุดชะงักและหันไปหาฮวนฮุย
"แม่ฝากเ้าเอาผ้าผืนนี้ไปให้เสด็จย่าของเ้าด้วย"ฮวนฮุยลุกขึ้นและนำผ้าไปให้ซิงซิงนำไปด้วย
"เพคะ"ซิงซิงรับคำ
"อีกเื่นึง ต่อไปนี้เ้าจะเรียกแม่ว่าท่านแม่ไม่ได้แล้วนะ ลูกต้องเปลี่ยนเป็คำว่าเสด็จแม่แทนรวมถึงเสด็จพี่ เสด็จพ่อ และเหล่าเสด็จอาของลูกด้วย"ฮวนฮุยเอ่ย
"ทุกคนเลยหรือเพคะ"ซิงซิงถามย้ำ
"ทุกคนจ้ะ"ฮวนฮุยตอบ
"ก็ได้เพคะ เสด็จแม่"ซิงซิงเอ่ยพร้อมกับใบหน้าที่หม่นลงนิดๆ
ฟืดด เสียงไป๋หู่พ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายเรียกเสียงหัวเราะจากสตรีสองแม่ลูกได้ไม่น้อยพร้อมกับใบหน้าที่กลับมาสดใสเหมือนเดินของซิงซิง
"ลูกไปก่อนนะเพคะ เสด็จแม่" ซิงซิงหันมาโบกไม้โบกมือให้ฮวนฮุยก่อนจะหันไปจับไป๋หู่แน่นเพราะอยู่ๆ ก็ออกตัววิ่งเสียอย่างนั้น
.
.
"นั่นอะไร มีเสืออยู่ในวังหลวงด้วยหรือใครเลี้ยงไว้กัน" ิเต๋อเฟยหันไปถามนางกำนัลคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ เมื่อเห็นว่ามีเสือกับเด็กวิ่งผ่านไป
"เรียนพระสนม เป็เสือที่ฮวนกุ้ยเฟยเลี้ยงไว้เพคะส่วนผู้ที่อยู่บนหลังคือองค์หญิงซิงซิงเพคะ"นางกำนัลตอบ
"แล้วฝ่าาทรงไม่ว่าอะไรหรือที่มีเสือเพ่นผ่านอยู่ในวังหลวงเช่นนี้"ิเต๋อเฟยยังคงถามต่อแต่สายตายังคงจับจ้องไปในทางที่เสือวิ่งไป
"ไม่เพคะ พระองค์เป็ผู้พระราชทานเสือขาวและงูขาวให้แก่พระสนมฮวนกุ้ยเฟยเองเพคะ"นางกำนัลยังคงทำหน้าที่ตอบคำถามต่อไป
"ไม่ใช่แค่เสือแต่ยังมีงูอีกหรือ ฮวนกุ้ยเฟยทรงมีความสามารถในการเลี้ยงสัตว์เดรัจฉานเสียจริง"เมื่อพูดจบิเต๋อเฟยก็มุ่งหน้ากลับตำหนักดังเดิม
"ไป๋หู่เบาหน่อยเราถึงตำหนักเสด็จย่ากันแล้ว"ซิงซิงเอ่ยบอก เมื่ออยู่หน้าประตูตำหนักซิงซิงจึงลงจากหลังของไป๋หู่เพื่อจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนเข้าไป เพราะหากท่านย่าเห็นคงจะเป็ลมไปก่อนเป็แน่ ยังดีที่เอาผ้าที่เสด็จแม่ฝากมาใส่ไว้ในเสื้อก่อน ไม่อย่างนั้นคงจะปลิวตกไปแล้ว
"เสด็จย่า เสด็จย่าเพคะ ซิงเอ๋อร์เองเพคะ"ซิงซิงเมื่อจัดเครื่องแต่งกายของตัวเองเรียบร้อยแล้วก็ะโเรียกอยู่หน้าตำหนัก แต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูให้สักทีซิงซิงจริงต้องเรียกซ้ำอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีใครเปิดประตูให้
"แดดก็ร้อน เหงื่อก็ตก ทำไมถึงยังไม่มีคนมาเปิดประตูเสียทีกันนะ"ซิงซิงบ่นออกมาอย่างน้อยใจ
โฮกกกกกกกก จู่ๆ ไป๋หู่ก็คำรามออกมาทำให้ซิงซิงสะดุ้งไม่น้อยแต่ยังไม่ทันทีซิงซิงจะถามไป๋หู่ว่าคำรามทำไม จู่ๆ ประตูตำหนักก็เปิดออก
"หม่อมฉันไม่รู้ว่าองค์หญิงจะมา เชิญองค์หญิงเข้ามาด้านในก่อนเพคะ"นางกำนัลที่ดูาุโคนนึงเอ่ยขึ้น
อีกด้านหนึ่ง
.
.
สองบุรุษสองสตรีที่อยู่ด้านในตำหนักเมื่อได้ยินเสียงคำรามก็รู้ทันทีว่าใครมา จึงรีบสั่งให้เหล่านางกำนัลนำของเข้าไปเก็บทันที
"เสด็จแม่ ซิงเอ๋อร์มาทำอย่างไรดีเพคะ"ฮุ้ยหลินสะดุ้งทันทีเมื่อได้ยินเสียงคำรามพร้อมกับหันไปถามซูไทเฮาที่อยู่ตรงข้าม
"พวกเ้าออกไปพาซิงเอ๋อร์ของข้าเข้ามาข้างในก่อน ส่วนพวกเ้าเอาของเข้าไปเก็บ"ซูไทเฮาเอ่ยสั่งนางกำนัล
"เพคะ"เหล่านางกำนัลรับคำและรีบไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับสั่งทันที
"ส่วนพวกเจ้....."ซูไทเฮาที่กำลังจะหันไปพูดกับบุตรชายและหลานชายของตนต้องชะงักเมื่อหันไปแล้วพบกับความว่างเปล่า
"ไปไหนกันแล้วเล่า"ซูไทเฮาหันไปถามหลินฮองเฮาที่นั่งอยู่ตรงข้ามพร้อมกับชี้นิ้วไปยังจุดที่ทั้งสองเคยนั่งอยู่
"หนีไปแล้วเพคะ"ฮุ้ยหลินตอบพร้อมกับหลับตาและส่ายหน้าไปมา
"หนีทำไมกัน"ซูไทเฮาถามอีกครั้งแต่ก็ได้คำตอบเป็การส่ายหน้าแทน
.
.
"ไทเฮาทรงประทับอยู่ด้านในเพคะ"นางกำนัลที่นำทางมาเอ่ยขึ้น และเดินจากไป
"ซิงเอ๋อร์" ยังไม่ทันที่ซิงซิงจะเปิดประตูเข้าไปก็โดนคนเรียกเสียก่อน เมื่อหันไปก็พบกับต้าหลงที่กำลังเดินเข้ามากอด
"เสด็จพี่ เมื่อเห็นว่าเป็ใครซิงซิงก็เรียกพร้อมกับยิ้มออกมาทันที เมื่อได้ยินเช่นนั้นส่งผลให้ร่างกายของต้าหลงแข็งค้างไปทันที
"เสด็จพี่เป็อะไรไปเพคะ" ซิงซิงที่เห็นว่าจู่ๆ ต้าหลงก็หยุดชะงักไปจึงเรียกอีกครั้ง แต่คราวนี้เหมือนจะได้ยินเสียงรอยแตกร้าวของอะไรสักอย่าง
"ซ..ซิงเอ๋อร์เหตุใดน้องถึงดูห่างเหินกับพี่เช่นนั้น น้องโกรธอะไรพี่อย่างนั้นหรือ"เมื่อได้สติต้าหลงก็เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับกุมมือไว้ที่หัวใจของตัวเองแล้วเดินไปกอดน้องสาว
"ซิงเอ๋อร์ไม่ได้โกรธอะไรเสด็จพี่นะเพคะ" ซิงซิงตอบ คราวนี้เหมือนได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรโดนลูกศรปักก็ไม่รู้
"ซิงเอ๋อร์น้องโกรธพี่จริงๆ ด้วย พี่ขอโทษนะซิงเอ๋อร์ถึงพี่จะไม่รู้ว่าเื่อะไรก็เถอะ"ต้าหลงที่โดนคำว่า เสด็จพี่ ปักที่หัวใจกล่าวคร่ำครวญคำว่าขอโทษออกมาไม่หยุด
"เสด็จพี่ เสด็จพี่ขอโทษซิงเอ๋อร์ทำไมเพคะ เสด็จพี่ไม่ได้ทำอะไรให้ซิงเอ๋อร์โกรธสักหน่อย เสด็จพี่จะขอโทษทำไมกัน" ฉึกๆๆๆ เมื่อซิงซิงพูดจบก็ได้ยินเสียเดิมอีกครั้ง
"เสด็จพี่ซิงเอ๋อร์ได้ยินเสียงอะไรก็ไม่รู้เพคะ" ฉึก
"ได้ยินอีกแล้วเพคะเสด็จพี่" ฉึก
"อีกแล้วเพคะเสด็จ..."ยังไม่ทันที่ซิงซิงจะเอ่ยจบก็โดนไทเฮาเรียกเสียก่อน
"พอเถอะซิงเอ๋อร์เ้าเข้ามาหาย่าได้แล้วมา"ซูไทเฮาเรียกซิงซิงเข้าไปก่อนที่ต้าหลงจะพรุนไปกว่านี้ สองสตรีที่นั่งคอยอยู่ด้านในกลั้นขำกันไม่ไหวจึงต้องเรียกขัดไว้ก่อน
"เพคะ เสด็จย่า"ซิงซิงเดินเข้าไปพร้อมกับจูงมือต้าหลงที่ตอนนี้เหลือเพียงกายหยาบให้เข้าไปด้วย
"ไป๋ไป๋รออยู่ตรงนั้นนะ"ซิงซิงหันไปบอกไป๋หู่พร้อมกับชี้นิ้วไปตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีร่มเงาอยู่ ไม่นานมันก็เดินไปนอนคอยอยู่ตรงนั้น
"ถวายพระพรเสด็จย่าเพคะ ขอเสด็จย่าทรงพระเจริญพันปี พันพันปีเพคะ"เมื่อเข้ามาถึงด้านในซิงซิงก็ย่อกายทำความเคารพทันที
"ไม่ต้องมากพิธีหรอกซิงเอ๋อร์ ไหนมาหาย่าสิหลานย่า"ซูไทเฮาเอ่ยพร้อมกับโบกมือเพื่อให้ซิงซิงเดินมาหา
"เพคะเสด็จย่า"ซิงซิงรับคำพร้อมกับเดินเข้าไปหาผู้เป็ย่าทันที
"อ๊ะ เสด็จย่าเพคะ เสด็จแม่ฝากผ้าผืนนี้มาให้เสด็จย่าด้วยเพคะ"ซิงซิงพูดพร้อมกับนำผ้าออกมาจากในเสื้อและยื่นให้ ส่วนต้าหลงนั้นถูกฮุ้ยหลินฮองเฮาพาไปนั่งอยู่ข้างๆ แล้ว
"ขอบใจมากซิงเอ๋อร์และฝากไปขอบคุณฮุยเอ๋อร์ด้วย แล้วหลานมาคนเดียวหรือ"ซูไทเฮารับผ้าจากซิงซิงมาดูแล้วส่งในนางกำนัลนำไปเก็บส่วนตนก็ถามไถ่หลานสาวตัวน้อยต่อ
"จะว่าคนเดียวก็ไม่ใช่นะเพคะ เพราะว่าไป๋หู่ก็นอนคอยอยู่ข้างนอกนะเพคะ"ซิงซิงตอบพร้อมกับชี้ไปทางนอกประตู
"ง..งั้นหรือ ดีแล้วที่หลานให้มันรออยู่ข้างนอก แล้วเหตุใดหลานถึงเรียกพี่ของหลานเช่นนั้นเล่า"ซูไทเฮามองตามนิ้วที่ชี้ออกไปด้านนอกก็เหงื่อตกเล็กน้อยเพราะอย่างไรนางก็ยังไม่ชินอยู่ดีก่อนที่จะเปลี่ยนเื่ไปถามเกี่ยวกับต้าหลง เพราะตอนนี้เ้าตัวนั่งพึมพำไม่หยุด
"ซิงเอ๋อร์โกรธพี่แล้ว โกรธพี่ไปแล้ว พี่ทำอะไรผิด พี่ขอโทษ ซิงเอ๋อร์ให้อภัยพี่นะ พี่ขอโทษ ขอโทษนะ อภัยให้พี่นะ ซิงเอ๋อร์ ซิงเอ๋อร์"ต้าหลงที่โดนจับมานั่งอยู่บ่นเก้าอี้ก็ยังพึมพำไม่หยุดราวกับคนบ้าเสียสติ
"หืม..เสด็จย่าหมายถึงที่ซิงเอ๋อร์เรียกว่าเสด็จพี่นะหรือเพคะ"ซิงซิงถามย้ำเพื่อให้แน่ใจว่าตรงกับที่ตนคิดหรือไม่
"อ่อก! " ราวกับมีลูกศรขนาดั์ที่เขียนว่า เสด็จพี่ ปักเข้ากลางตัวของต้าหลงพร้อมกับมีเืในจินตนาการไหลออกมาจากปาก
"ใช่..จ้ะ"ซูไทเฮาตอบและยิ้มแบบฝืดๆ ฝืนๆ ให้ซิงซิงพร้อมกับหันไปมองร่างของต้าหลงที่ตอนนี้เหมือนมีิญญาลอยออกมาจากร่าง
"ก็เสด็จแม่บอกว่าให้เปลี่ยนไปใช้คำว่า เสด็จ แทนคำว่า ท่าน เพคะ ซิงเอ๋อร์ก็เลยต้องเรียกว่าเสด็จพี่เพคะ"ซิงซิงอธิบาย เมื่อต้าหลงได้ฟังคำอธิบายว่าน้องสาวตนไม่ได้โกรธอะไรก็พลันดึงเอาิญญาที่กำลังลอยขึ้นท้องฟ้าไปกลับเข้าร่างพร้อมกับวิ่งไปดึงตัวซิงซิงที่อยู่บนตักของซูไทเอาลงมากอดมาหอมทันที
"โถ่ ซิงเอ๋อร์อยู่ในวังน้องเรียกพี่ว่าท่านพี่เหมือนเดิมก็ได้ ไว้ถ้าอยู่กับคนนอกครอบครัวน้องก็ค่อยเรียกพี่ว่าเสด็จพี่ก็ได้ พี่ชอบให้น้องเรียกพี่ว่าท่านพี่มากกว่า"ต้าหลงพูดทั้งที่มือยังกอดและลูบหน้าของซิงซิงไปมาอยู่
"แต่ว่าเสด็จแม่บอกว่าต้องเปลี่ยนแล้วนี่เพคะ"ซิงซิงยังคงกังวลกับการเรียกอยู่
"ไม่เป็ไรซิงเอ๋อร์ เดี๋ยวพี่ไปขอแม่รองให้เอง น้องเรียกพี่แบบเดิมน่ะดีแล้ว"ต้าหลงยังคงพยายามให้ซิงซิงเรียกตนเองว่า ท่านพี่ เหมือนเดิม
"ก็ได้เพคะท่านพี่"ซิงซิงตอบพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ต้าหลง เมื่ออีกฝ่ายได้คำว่า ท่านพี่ หัวใจที่โดนลูกศรปักก็พลับดีดลูกศรออกและกลับมาพองโตเหมือนเดิม
"ซิงเอ๋อร์แล้วลูกมาทำอะไรถึงตำหนักเสด็จย่าหรือลูก"ฮุ้ยหลินฮองเฮาเอ่ยขึ้นก่อนที่ตนจะถูกเมินไปมากกว่านี้
"ก็ซิงเอ๋อร์ไปหาทุกคนที่ตำหนักแล้วแต่ก็ไม่เจอใครเลย ไม่รู้ว่าทุกคนกำลังยุ่งอะไรกันอยู่ ซิงเอ๋อร์ก็เลยกะว่าจะมาเล่นกับเสด็จย่าแต่ตอนนี้ไม่เป็ไรแล้วซิงเอ๋อร์เล่นกับท่านพี่ก็ได้เพคะ"ซิงซิงตอบในขณะที่ตนก็กำลังโดนต้าหลงกอดอยู่และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยง่ายๆ ด้วย
"งั้นหร.."ยังไม่ทันที่ฮุ้ยหลินจะพูดจบประโยคประตูก็เปิดขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกลูกสาวตัวน้อยของโอรส์ 'เสด็จพี่ น้องเพิ่งจะมีบทพูดเองนะ เสด็จพี่ก็มาขัดน้องอีกแล้วหรือเพคะ'ฮุ้ยหลินได้แต่คิดและโกรธแค้นอยู่ในใจ
"ซิงเอ๋อร์ พ่อคิดถึงเ้าเหลือเกิน"หานหลงเดินเข้ามาพร้อมกับกำลังมุ่งที่จะไปกอดเ้าตัวน้อยให้หายคิดถึง
"อ๊ะ! เสด็จพ่อ! "ซิงซิงที่ได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ผละออกจากอ้อมกอดของต้าหลงเพื่อที่จะวิ่งไปหาหานหลงทันที เมื่อหานหลงได้ยินคำว่า เสด็จพ่อ จู่ๆ ร่างกายของเขาก็เหมือนจะกลายเป็หินทันที ‘คำว่าเสด็จพ่อก็เคยได้ยินอยู่หรอกแต่นั่นมันก็ตอนที่อยู่กับคนอื่นไม่ใช่หรืออย่างไร แล้วทำไมถึงเรียกตอนนี้เล่า’
ตอนที่ได้ยินเสียงคำรามของไป๋หู่เขากะว่าจะหนีออกไปแล้วแสร้งทำเป็ว่าเพิ่งมาถึงตำหนักไทเฮาให้ดูเนียนเสียหน่อย แล้วนี่อะไร เดินออกมาจากด้านหลังก็รู้สึกว่าเหมือนถูกมองเลยมองหาต้นตอแล้วก็ไป๋หู่จ้องมาทางเขา สักพักมันก็พ่นลมหายใจออกมาแล้วก็กลับไปนอนต่อ ราวกับจะบอกว่า น่าสมเพศ อย่างไรอย่างนั้น
เขาจึงกะว่าจะมาย้อมใจที่โดนดูถูกโดยการมากอดลูกสาวที่แสนน่ารัก แต่นี่ก็อะไรอีก ทำไมถึงได้โดนเรียกว่า 'เสด็จพ่อ' แทนที่จะเป็คำว่า 'ท่านพ่อ' กันโลกนั้นช่างแสนน่าชัง เป็ถึงฮ่องเต้แต่เหตุใดต้องมาโดนรังแกเช่นนี้ โลกนั้นช่างไม่ยุติธรรม
ในขณะที่เขากำลังกล่าวโทษโลกที่ไม่ยุติธรรมกับเขามีหนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีที่กำลังกลั้นหัวเราะเขาอยู่ ต้าหลงกำลังสะใจที่เสด็จพ่อของเขาก็โดนแบบเดียวกับตนถึงแม้จะแค้นที่น้องสาวปล่อยตนแล้ววิ่งไปหาพ่อ แต่นี่ก็ทำให้สะใจไปอีกแบบ ส่วนฮุ้ยหลินนั้นก็กำลังสะใจเช่นกันเพราะโดนขัดจังหวะพูด ส่วนซิงซิงก็กำลังยืนงงอยู่ว่าเหตุใดจู่ๆ เสด็จพ่อของนางก็นิ่งไปเสียอย่างนั้น
"เสด็จพ่อเสด็จพ่อ เสด็จพ่อเพคะ เสด็จพ่อ"ซิงซิงเดินเข้าไปเรียกหานหลงพร้อมกับดึงชายผ้าที่ขาให้แกว่งไปมาเพื่อให้หานหลงได้สติ แต่ดูเหมือนว่าการเรียกเช่นนั้นจะทำให้สติของเขาหลุดยิ่งกว่าเดิม
'อ่า เหมือนเห็นภาพซ้อน/อ่า เหมือนเห็นภาพซ้อน' สองสตรีที่นั่งมองอยู่ต่างคิดเป็เสียงเดียวกัน กว่าหานหลงจะได้สติและกลับมาเป็เหมือนเดิมก็ตอนที่ทุกคนหลุดขำออกมานั่นแหละ