หลังจากเ้านนท์ กับแม่ม่ายสาว และลูกน้อยของเธอขึ้นรถบรรทุกของทหาร ไม่นานมันก็นำพวกเขามาถึงค่ายผู้ลี้ภัย ตอนนั้นเป็เวลาใกล้จะค่ำแล้ว พอเ้านนท์ลงรถมันก็ตรงดิ่งไปหาอะไรกินที่โรงครัวทันที ส่วนหญิงสาวก็ถูกตัวไปพักรวมกับพวกผู้หญิงที่เด็กอ่อน ซึ่งอยู่อีกด้านของค่าย
เ้านนท์หิวโซ ตรงเข้ามาไปหาแถวอาหารที่มีคนกำลังยืนตักให้ พอได้เรียบร้อยก็มาหาโต๊ะนั่ง ทว่า...หน้าตาอาหารในถาดดูไม่น่ากินเลยสักนิด แถมรสชาติก็ยังจืด ๆ แต่เวลาแบบนี้มันคงเลือกอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากกินให้อิ่ม ๆ และมีชีวิตให้รอดพ้นไปอีกวัน
และพอเ้านนท์กินจนอิ่มพุ่งกาง มันก็เดินตรงกลับไปที่เต็นท์ที่พัก ซึ่งพอเข้ามาถึง ก็พบว่ายามนี้มีร่างของลลิตากำลังนอนคุดคู้อยู่บนเตียงของเธอ เ้านนท์ถึงกับยืนจ้องมองตาค้าง ก่อนจะเลียลิ้มฝีปาก พร้อมใบหน้าลามกน่าเกลียด
“กินอิ่ม ๆ มันก็ต้องย่อยด้วยการออกกำลังกายสินะ...” มันเอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนจะใช้สองมือดึงกางเกงของตัวเองลง เมื่อนั้นเ้างูั์ตาเดียวตรงหว่างขา จึงแข็งตัวดีดผึ่งออกมาผงาดหัวชูชัน เ้านนท์ไม่รอช้า พลันก้าวเท้าเดินตรงไปหามารดาคนงามก่อนจะขึ้นคร่อม และพุ่งหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน เมื่อนั้นหญิงสาวผู้เป็แม่จึงรู้สึกตัว ก่อนที่เธอจะร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่น
“ว้าย!! นนท์หยุดนะ นี่จะทำอะไรแม่!!”
“แหม ๆ ไม่น่าถามเลยครับแม่ เห็นนนท์ถอดกางเกงแล้วไอ้นั่นแข็งโด่ปานนี้ นนท์คงกอดแม่เฉย ๆ ล่ะมั้ง มามะเมียจ๋าขอผัวชื่นใจหน่อย วันนี้ผัวออกไปเสบียงมาเหนื่อยเหลือเกิน” เ้านนท์ใช้สรรพนามเรียกตัวว่า ‘ผัว’ กับมารดาคนสวยอย่างเต็มปากเต็มคำ ก่อนที่มันจะใช้ใบหน้าพุ่งไปซุกไซ้เรือนร่างอวบอัดของลลิตาต่อ ซึ่งแน่นอนว่าหญิงสาวขัดขืนสุดแรง แถมยังขึ้นเสียงแข็งด้วยว่า
“นนท์!! หยุดนะ! ถ้าไม่หยุดแม่จะร้องะโให้ทหาร หรือคนข้างนอกเข้ามาช่วยจริง ๆ ด้วย คราวนี้แม่ไม่สนแล้ว ว่าพวกเขาจะคิดยังไง เป็ไงเป็กัน!!” พอเ้านนท์ได้ยินแบบนั้นมันก็ชะงักนิ่งไปเล็กน้อย
“มะ...ไม่จริงหรอก ยะ...อย่ามาหลอกนนท์เลย แม่ไม่กล้าทำแบบนั้นแน่ ๆ” เ้านนท์เอ่ยออกมาด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ก่อนที่มันจะลงมือกอดฟัดมารดาคนสวยอย่างหื่นกระหายต่อ
“นนท์แม่บอกให้หยุดไง!! ใครก็ได้ช่วยด้วยยยยย...ยยยย!!!” ครั้งนี้ดูเหมือนลลิตาจะพูดจริงทำจริง เธอหวีดร้องสุดเสียง ซึ่งเ้านนท์พอได้ยินแบบนั้น สองตาของมันก็พลันเบิกกว้าง ก่อนที่ร่างขึ้นซึ่งคร่อมมารดาอยู่ จะถอยห่างออกมาไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของมันซีดเผือด หัวใจเต้นโครมคราม เ้านนท์ไม่คิดว่าแม่ของมันจะกล้าทำอย่างที่เธอพูดจริง ๆ
จากนั้นก็พลันเกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้นภายนอกเต็นท์
“บะ...บรรลัยแล้วกู ไม่น่าเงี่ยนจนหน้ามืดเลย ถ้าคนข้างนอกรู้ว่ากูทำอะไรแม่ตัวเอง กูจะโดนอะไรวะเนี่ย...” เวลานั้นเ้านนท์ตัวแข็งทื่อ สมองคิดฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานา ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียง...ปืนกลหลายนัด
ปัง! ปัง! ปัง!
ยิงสกัดพวกมันไว้ อย่าให้พวกมันยึดที่นี่ได้!!
ต้านไม่ไหวแล้วผู้กอง พวกมันมีเยอะเกินไป รีบอพยพคนหนีเถอะครับ...
เวลานั้นไอ้นนท์ กับลลิตามองหน้ากันด้วยท่าทางนิ่งเงียบ เหมือนเื่ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกมันก่อนหน้านี้ มลายหายไปในพริบตา
เสียงเอะอะโวยวาย เสียงปืน เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่องภายนอกเต็นท์ของสองแม่ลูก
เ้านนท์ยามนี้สวมกางเกงเก็บสัมภาระเรียบร้อย ลลิตาก็เช่นกัน เมื่อทุกอย่างพร้อมทั้งคู่จึงค่อย ๆ ย่องออกมาจากเต็นท์เงียบ ๆ และภาพแรกที่พวกมันสองแม่ลูกได้พบก็คือ... ภาพของค่ายลี้ภัยที่กำลังลุกเป็ไฟ ดูไม่ต่างจากเป็นรกบนดิน เหล่าซากศพเดินได้ต่างกำลังนั่งกัดกินร่างของมนุษย์อย่างสยดสยอง บางตัวก็ถูกยิงจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ลี้ภัยมากมายหลายคนต่างวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง ทหารเองก็ยิงต่อต้านสุดกำลัง แต่ดูเหมือนพวกซอมบี้จะมีจำนวนมากกว่า ยามนี้ค่ายลี้ภัยที่เคยปลอดภัย จึงกลับไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว...
“อะ...เอายังไงดีนนท์” ลลิตาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หนีไปทางทิศใต้ครับแม่ พี่ทหารบนรถเคยบอกไว้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินให้หนีไปทางด้านนั้น” พอลลิตาได้ฟังก็พยักหน้ารับ ก่อนที่สองแม่ลูกจะค่อย ๆ ย่องไปยังทิศที่ว่า โชคดีที่ตอนนั้นพวกซอมบี้ส่วนใหญ่ให้ความสนใจไปที่เสียงดังของปืน พวกมันจึงไม่ได้สนใจสิ่งอื่น ทว่า...หากะุของทหารหมดเมื่อไร ถึงตอนนั้นก็ตัวใครตัวมัน
นนท์ กับลลิตา อาศัยความมืด กับความเงียบ ค่อย ๆ เคลื่อนกายผ่านมาเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็เกือบมาถึงประตูทางออกของค่ายทิศใต้ ดูเหมือนก่อนหน้าจะมีคนมากมายหลบหนีออกไปบางส่วนแล้ว เมื่อดูจากรองเท้าบนพื้น เส้นทางที่ออกไปเป็ป่ารกทึบขนาดใหญ่ บอกได้เลยว่าหาความปลอดภัยไม่ได้ ยิ่งเป็เวลากลางค่ำกลางคืนแบบนี้ด้วย แต่ก็คงดีกว่าอยู่รอกลายเป็อาหารของเหล่าซอมบี้หิวโหยในค่ายยามนี้เป็แน่...
“ป่างั้นเหรอ? ดูน่ากลัวจัง แต่คงไม่มีทางเลือกแล้วสินะ ไปกันเถอะนนท์” ลลิตาเอ่ยขึ้นเบา ๆ ก่อนจะหันไปหาลูกชายของเธอ ทว่า...เ้านนท์กลับหันไปมองอีกทาง ซึ่งทางนั้นเป็โซนพักของผู้หญิงที่มีลูกอ่อนต้องดูแล สายตาของเ้านนท์กำลังเพ่งมองไปยังร่างของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งนั่งคุกเข่าหันหลังให้มันอยู่
“นั้นใครเหรอนนท์” ลลิตาเอ่ยถาม
“นั้นเหรอครับ คนนั้นคือเมีย เอ๊ย! หมายถึง เธอเป็พี่สาวที่ผมเจอตอนออกไปหาเสบียง ผมก็เลยชวนเธอมาหลบภัยที่ค่ายด้วยกัน”
“อ้อ แบบนี้นี่เอง ว่าแต่แล้วเธอทำไมมานั่งอยู่แบบนั้นไม่ยอมหนีไปเหมือนคนอื่น ๆ ดูท่าทางเหมือนกับอุ้มอะไรอยู่ด้วย”
“เธอมีลูกอ่อนครับแม่ ที่อุ้มอยู่คงจะเป็น้องนั่นแหละ แต่ก็แปลกจริง ๆ ทำไมถึงไม่ยอมหนี นนท์ว่านนท์เข้าไปถามเธอดีกว่า เผลอ ๆ จะได้ชวนให้หนีไปด้วยกัน” เ้านนท์เอ่ยขึ้น ก่อนที่มันกับลลิตาจะเดินเข้าไปหาหญิงสาวแม่ลูกอ่อนที่นั่งอยู่
“เอ่อ....พี่ครับ ผมเองจำได้ไหม พี่มานั่งทำอะไรตรงนี้มันอันตรายนะครับ หนีไปพร้อมผมกับแม่ดีกว่า” เ้านนท์เอ่ยขึ้น พร้อมกับจะเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเธอ แต่แล้วมันก็จะต้องหยุดชะงัก เมื่อหูได้ยินเสียงครางต่ำ ชวนขนลุกดังออกมาจากหญิงสาวตรงหน้า จากนั้นเธอคนนั้นจึงค่อย ๆ หันตัวมาหาสองแม่ลูก ภาพที่เ้านนท์ กับลลิตาเห็นในเวลานี้ ยิ่งชวนสยองหนักกว่าเดิมหลายสิบเท่า
ดวงตาของหญิงสาวแม่ลูกอ่อนขาวโพลน ใบหน้ามีเส้นเืดำปูดโปนออกมาจนเห็นได้ชัด ในมืออุ้มทารกตัวน้อยซึ่งมีลักษณะเดียวกัน พอเ้านนท์มองต่ำลงไปที่เต้าของหญิงสาว ดูเหมือนรอบปานนมบนเต้าข้างหนึ่งจะมีแผลจากรอยกัด มันเป็สีเขียวคล้ำ พร้อมเส้นเืฝอยที่กระจายตัวไปทั่วอย่างเห็นได้ชัด ใช่แล้วเธอติดเชื้อ และผู้ที่กัดก็คือเด็กทารกในอ้อมแขน
เื่ของเื่ก็คือ...
ลูกชายตัวน้อยของเธอนั้นติดเชื้อซอมบี้มาสักพักแล้ว เพียงแค่ไม่แสดงอาการออกมาเท่านั้น เขาพึ่งจะมาแสดงอาการก็ตอนเข้ามาในค่ายผู้ลี้ภัย เ้าหนูตัวนอนดูนม และกัดแม่ของมันจนเธอได้รับเชื้อซอมบี้ ก่อนที่หญิงสาวจะพุ่งไปกัดคนอื่นต่อ จากนั้นก็เป็อย่างที่เห็น....
ค่ายลี้ภัยกลายเป็นรกบนดินในพริบตา
แฮ่ร....รรรร...รร หญิงสาวแม่ลูกอ่อนส่งเสียงครางต่ำก่อนจะลุกขึ้นยืน เธอจ้องมอง นนท์ กับลลิตาด้วยทางท่าดุร้าย สองแม่ลูกหน้าซีดเผือด ตัวสั่นระริก ขาแข็งทำอะไรไม่ถูก แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ก็เกิดเสียง ปัง!! ปัง!! ปัง!! ร่างของซอมบี้หญิงสาวแม่ลูกอ่อนกระตุกหลายครั้ง ก่อนจะล้มลง จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงะโของคนบางคน
“รีบหนีไปครับ!! พวกเราต้านไม่ไหวแล้ว หนีไป อ้ากกกกก....กกก!!!” ทหารนายหนึ่งยิงปืนมาช่วยชีวิตสองแม่ลูกไว้ได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนที่ตัวเขาจะกรีดร้องด้วยความเ็ป เพราะถูกฝูงซอมบี้หลายตัวลากไปรุมทึ้ง ฉีกกินอย่างน่าสยดสยอง
ลลิตา กับเ้านนท์จึงได้สติกลับมาอีกครั้ง
สองคนแม่ลูกไม่รอช้า หมุนกายวิ่งหน้าตั้งออกไปทางประตูค่ายด้วยความรวดเร็วสูงสุด และพอวิ่งห่างออกไปได้เล็กน้อย ก็มีเสียงะเิตูมใหญ่จากในค่าย ดังไล่หลังตามมาติด ๆ
จบตอน