นับจากวันที่คิราห์รู้ว่าตนเองต้องเข้าพิธีมั่นและแต่งงานกับตาลุงจอมทัพคนที่ตัวเองไม่ชอบหน้าั้แ่แรกเจอ นี่ก็ผ่านมาเป็เวลาสามวันที่เขางอนและไม่ยอมพูดกับผู้เป็แม่ ที่ดันไปสัญญากับเพื่อนเขาว่าจะให้ลูกของตัวเองแต่งงานกันโดยที่ไม่ยอมบอกให้รู้ตัวก่อนบ้างเลย
"คุณคิราห์ จะงอนม๊าอีกนานไหมคับ ถ้าไม่หายงอนม๊า ม๊าจะไม่ง้อแล้วนะ"ผู้เป็แม่เอ่ยขึ้นหลังจากเห็นเ้าลูกชายที่พึ่งลงมาจากห้องด้วยอาการหน้ามุ่ยและไม่ยอมพูดยอมจากับตนเลยทั้งที่ตนพยายามง้อมาตลอด3วันที่ผ่านมา
"เค้าไม่หายง่ายๆ หรอกค่ะ"ว่าจบก็เชิดหน้าแรงๆ ใส่ ทำให้ผู้เป็พ่อที่นั่งสังเกตุหารอยู่ต้องหลุดขำออกมากับการกระทำของแม่ลูกคู่นี้
"ทีคุณคิราห์ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับม๊า ม๊ายังไม่โกรธเลยนะ"ว่าจบ ก็เอื้อมมือไปตีเ้าลูกชายหนึ่งทีด้วยความหมั่นใส้แล้วสะบัดหน้าใส่
"โอ๊ะ!! คุณหญิงตีเค้าทำไม เค้างอนคุณหญิงอยู่นะ ไหงคุณหญิงมางอนเค้ากลับล่ะคะะะ"ว่าจบก็เดินอ้อมโต๊ะกินข้าวไปกอดผู้เป็แม่ แล้วหอมแก้มแรงๆ ไปสองที เพื่อบอกว่าตนนั้นมาง้อและได้หายงอนแล้ว
"ชิ ทีงี้และมาเสียงอ่อนเสียงหวาน ทีตอนง้อล่ะทำเป็หยิ่ง"เมื่อเห็นว่าเ้าลูกชายเริ่มทำตัวทะเล้นเหมือนเดิมก็อดไม่ได้ที่จะพูดแซะ
"แฮ่มๆ พอได้แล้วคับตัวเล็ก นั่นภรรยาป๋านะ"เมื่อเห็นว่าเ้าลูกชายมันเริ่มที่จะอ้อนภรรยาของตนมากเกินหน้าเกินตาก็รู้สึกหวงภรรยาคนสวยขึ้นมา เลยเอ่ยปรามลูกชายไปโดยไม่จริงจังนัก
"หื้อ หวงภรรยาอะไรขนาดนั้นคับป๋า"ฟอด ฟอด เมื่อเห็นว่าผู้เป็พ่อเริ่มงอนคิราห์ก็ผละออกจากกอดแม่แล้วรีบเดินไปหอมแก้มผู้เป็พ่อ แล้วเดินกลับไปนั่งที่ประจำของตน
เมื่อการทานข้าวจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง เหลือแค่คุณหญิงและคุณหนูเล็กของบ้าน ที่เข้าไปนั่งคุยกันในห้องรับแขกเท่านั้น
"คุณหญิง ทำไมป๋าถึงยอมให้เค้าแต่งงานกับตาลุงนั่นล่ะ เขาเป็มาเฟียไม่ใช่หรอ"เมื่อนั่งคุยกันได้สักพัก คิราห์ก็เกิดสงสัย เพราะั้แ่เด็กจนโต ป๋าไม่เคยยอมให้เขามีแฟนหรือคุยกับใค ไม่ว่าคนนั้นจะดีสักแค่ไหน หรือมีหน้าที่การงานใหญ่โตแค่ไหน ป๋าก็ไม่เคยยอมเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้ ป๋ากลับยอมเปิดทางให้ง่ายๆ
"ใช่ แต่พี่เขาไม่ได้เป็มาเฟียเลวร้ายอะไรแบบนั้นนะ อีกอย่างพี่เขาเป็เ้าของโรงแรมและเป็เ้าของบริษัทส่งออกรถยนตร์และรถมอเตอร์ไซต์ทั้งในและนอกประเทศ แต่ที่ป๋ายอมเพราะป๋ารู้ว่าเขาสามารถดูแล และมั่นใจว่าเขาจะไม่ทำร้ายหรือทำให้คุณคิราห์เสียใจแน่นอนได้และอีกอย่างเพราะแม่ของเขาเป็เพื่อนม๊า ป๋าเลยไม่ติดใจอะไร" คนเป็แม่อธิบายยาวเหยียด
"เฮ้อ เค้าต้องแต่งงานจริงๆ หรอ"ได้ยินดังนั้นเขาก็เริ่มตัดพ้อกับตัวเอง
"ม๊ากับป๋าคุยกันแล้ว ว่าให้มั่นกันก่อน ลูกเรียนจบค่อยแต่ง แต่ถ้าหากมั่นกันแล้ว มันไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้จริงๆ ม๊ากับป๋าก็จะไม่บังคับและยอมยกเลิกให้"ว่าจบก็เอามือไปลูบหัวลูกชายเป็การปลอบใจ
"ก็ได้ งั้นเค้าไปเรียนแล้วนะคะ รักคุณหญิงนะคะ"ว่าจบก็กอดผู้เป็แม่และหอมแก้มไปหนึ่งที ก็ลุกออกจากห้องไปขึ้นไปค่อมบิ๊กไบค์คันโปรดและขี่ออกไป
เมื่อมาถึงมหาลัยเขาก็จอดรถและเดินเข้าไปหาเพื่อนๆ ที่โต๊ะประจำที่เขานั่งกันทุกวัน เมื่อเขามาถึงที่โต๊ะก็ไปนั่งรวมกับเพื่อนจอมเฮี้ยวของเขาทั้งหลาย
"เป็ไรว้ะมึง ไมทำหน้าแบบนั้นอ่ะ"ซีคิว เมื่อเห็นว่าไอเพื่อนจอมทะเล้นที่วันนี้มันทำตัวผิดปกติ ไม่ร่างเริงเหมือนทุกวันจึงถามขึ้น
"อาการแบบนี้จะเป็อะไรได้ นอกจากโดนม๊าตัดค่าขนมล่ะสิ"คอปเตอร์ เอ่ยอย่างรู้ใจ เพราะทุกครั้งที่เ้าเพื่อนตัวดีของเขามีอาการซึมเป็หมาป่วยแบบนี้ก็มีอยู่ไม่กี่อย่างคือ โดนม๊าดุไม่ก็โดนตัดค่าขนม
"เออดิ ป๋าก็ให้ไม่ได้แล้วโดนคุณหญิงจับได้เลยโดนยึดบัตร แต่เื่นี้มันเื่เล็ก กูมีอีกเื่ที่ต้องคิด"เพื่อนผมมันรู้ดีว่าถ้าผมหนีไปเที่ยวหรือกลับบ้านดึกๆ ผมมักจะโดนคุณหญิงทำโทษโดยการตัดเงินค่าขนมเพราะกลัวผมจะเอาไปกินเหล้าหมด แต่ป๋าผมจะแอบให้ตลอด แต่่นี้ป๋าก็โดนตัดเหมือนกันเพราม๊าจับได้ว่าแอบเอาเงินให้ผม แต่ผมโดนหักจนชินและ เลยไม่คิดมากเท่าไหร่
"เื่ไรว้ะ"ซีคิวถามขึ้น
"กูต้องแต่งงานตามคำสัญญาของคุณหญิงกับเพื่อนเขาว่ะ"เมื่อเห็นว่าเพื่อนถามด้วยความเป็ห่วงก็เล่าเื่ทั้งหมดให้ฟัง เมื่อเล่าจบก็ทำกลับมาทำหน้ามุ่ยเหมือนเดิม
"ห่า มึงมั่นแล้วมึงก็ยังไปเที่ยวกับพวกกูได้ไอควาย เขาไม่ได้ล่ามมึงไว้สะหน่อย กูก็นึกว่าเื่คอขาดบาดตาย"เพื่อนทั้งสองคนพร้อมใจกันตบไปที่หัวเ้าเพื่อนตัวดีของเขาเบาๆ คนละหนึ่งที ข้อหาที่ทำให้เขาเป็ห่วงเพราะนึกว่าเกิดเื่อะไรที่ไม่ดีขึ้น
"โอ้ย ไอสัส!! ก็คนมันเครียดนี่หว่า ถ้าเป็พวกมึง พวกมึงจะทำไง"ว่าจบก็เอามือลูบหัวปอยๆ และทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อนตัวดีของเขาทั้งสองคน
"ก็ไม่ทำไง ก็เหมือนที่ม๊าบอกนั่นแหละ ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ยกเลิก ไม่เห็นมีไรยาก"คอปเตอร์ว่า
"เอาหน่าไอแสบ อย่าไปคิดมากแค่มั่นเอง ถ้าอยู่ไม่ได้ก็แค่บอกให้ม๊ากับป๋าไปยกเลิก แค่นั้นเอง"ซีคิวว่าไปพลางลูบหัวเพื่อนไปพลางด้วยความเอ็นดู
"เออๆ กูไม่คิดมากแล้ว ไปเรียนกัน"ว่าจบทั้งสามก็เดินขึ้นไปบนตึกคณะเพื่อไปเรียน
เมื่อหมดคลาสเรียน คิราห์ก็ตกลงกับเพื่อนไว้ ว่าจะไปเดินห้างกัน แต่ก็ต้องยกเลิก เมื่อจู่ๆ ตาว่าที่คู่มั่นที่ม่รู้ว่าไปเอาเบอร์โทเขามาจากไหนก็โทรมาบอกว่า จะมารับไปกินข้าวและบอกว่ามารออยู่ที่หน้ามหลายแล้ว วุ่นวายจริงๆ เลย เมื่อล่ำลากับเพื่อนเสร็จเขาก็เดินเอื่อยๆ ไปหน้ามหาลัยเพื่อตามหาเ้าาของรถตัวการที่ทำให้เขาไม่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อน เมื่อเดินออกมาก็เจอเข้ากับผู้ชายร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้ม ดูดุดันยืนพิงรถคันหรูอยู่ เมื่อสังเกตเห็นว่ามีคนจ้องจึงหันมามองมามองด้วยหน้านิ่งๆ เขารู้ได้ทันทีว่านี่คือตาลุงขี้เก๊กคนนั้น เมื่อเห็นก็ทำหน้าเอือมๆ และเดินเข้าไปให้หา
"ช้า"เมื่อเห็นเ้าเด็กแสบเดินมาถึงเขาก็บ่นใส่ทันที
"ใครใช้ให้มาล่ะ บอกไปแล้วว่าจะขี่รถตามไปก็ไม่ยอม แล้วทีนี้จะมาบ่นอะไรล่ะค้าบ"คิราห์ว่าให้อย่างเคือง
"พูดมาก ขึ้นรถ"เขาว่าสั้นๆ แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ ปล่อยให้คิราห์ยืนพึมพำอยู่กับตัวเอง
"พูดมาก แบร่!!ตาลุงแก่ขี้เก๊กเอ้ย คิดว่าหล่อมากรึ้ไง"เมื่อเห็นเ้าของรถขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งเเล้ว เขาห็อดหมั่นใส้ไม่ได้อย่าจะเตะเขาสักทีสองที แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรายนั้นตัวใหญ่อย่างกับตึก ทำได้แค่แลบลิ้นให้อย่างกวนๆลับหลัง
เมื่อนั่งมาสักพักบรรยากาศในรถก็เริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีใครคิดจะพูดอะไรออกมา จนทำให้คิราห์ทนไม่ไหวจึงต้องตัดสินใจเป็ฝ่ายชวนคยเพื่อทำลายความเงียบ
"ลุง ลุงเต็มใจที่จะมั่นกับเค้าหรอ ลุงรู้จักเค้าหรอ ไม่สิ ถ้าลุงรู้จักเค้าแต่ทำไมเค้าถึงไม่รู้จักลุง เออว่าแต่ ลุงชอบผู้ชายหรอ ลุงถึงมามั่นกับเค้า ตามที่ผู้ใหญ่คุยกันอ่ะ เค้า....."คิราห์รัวคำถามใส่ แต่เมื่อกำลังจะพูดต่อแต่ก็ต้องหยุดเพราะโดนขัดไว้สะก่อน
"เดี๋ยวนะ!! เมื่อกี้นายเรียกฉันว่าอะไรนะ"คนที่นั่งฟังอยู่นานถามขึ้น แต่เมื่อลองฟังดูดีๆ เ้าเด็กนี่กลับเรียกตัวเองว่าลุง ลุงเนี่ยนะ เขาเนี่ยนะเป็ลุง
"ก็..."เมื่อเห็นตาลุงขี้เก๊กถามออกมาแบบนั้น คิราห์ก็นึกขึ้นได้ว่าหลุดปากเรียกเขาว่าลุงออกไป จึงยกมือขึ้นมาตีปากตัวเองเบาๆ สองสามทีและเงียบไป คนแก่กว่าทำได้เพียงส่ายหัวและทพฃำหน้าเอือมๆ ให้
"ฉันชื่อจอมทัพ อีกอย่างฉันไม่ได้อายุเยอะขนาดที่นายจะมาเรียกฉันว่า"ลุง" คนแก้อธิบายเสร็จก็หันไปมองเ้าเด็กนั่นอย่างเคืองๆ ที่บังอาจมาเรียกเขาว่าลุง
"คร้าบๆ ขอโทษคร้าบ คุณพี่จอมทัพ ชิ้"คนอายุน้อยกว่าเอ่ยอย่างประชดประชัน
"นี่ นั่งดีๆ สิ เอาขาลงเดี๋ยวเบาะเปื้อน"ว่าจบก็เอามือไปตีขาเ้าเด็กตัวดีที่บังอาจเอาเท้าขึ้นมาวางบนเบาะที่เขาหวงนักหวงหนา
"จิ้ แก่ไม่พอยังขี้บ่นอีก เรียกลุงก็ถูกแล้ว"เขาพึมพำแล้วเอาเท้าลงไปนั่งอยู่ที่ท่าเดิม และก็เถียงกันต่ออย่างไม่มีใครยอมใคร
"ฉันได้ยิน"คนแก่ว่าแล้วส่ายหัวเบาๆ ให้กับคนอายุน้อยกว่า
เมื่อเถียงกันไปได้สักพักคิราห์ก็คิดขึ้นมาได้ ว่าเขาเคยให้เพื่อนไปสืบประวัติตาลุงคนนี้มาอยู่บ้าง ในนั้นเขียนว่า ตาลุงคนนี้เป็มาเฟียจอมโหด เืเย็น สุขุม เ็า อีกทั้งสามารถฆ่าคนได้โดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย และเขาไม่ชอบพูดคุยหรือสุงสิงกับคนแปลกหน้า แม้แต่คนสนิทเขา เขาก็จะคุยเฉพาะเื่งาน น้อยมากที่จะคุยเื่ส่วนตัว แต่ทำไมที่เขาเห็นมันไม่ไช่แบบที่เขาอ่านมามันตรงข้ามกับที่เขาอ่านมาทั้งหมด ทั้งกวนตีน ทั้งชอบยั่วโมโห ทั้งขี้บ่น โว้ยยยยย ยอมรับเลยว่าคุยกับตาลุงนี่แล้วผมเหนื่อยสุดๆ
จบไปอีตอนแล้วนะคับผม ชอบกันรึ้ป่าวเอ่ย
ผิดพลาดตรงไหนติชมกันได้นะคับ ผมจะนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้นคับ
ฝากติดตามกันด้วยนะคับ☀️
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคับ????