(14)
ด่านวัดใจแรก
วันต่อมา...
ในขณะที่เขียนฟ้าและกรนัมกำลังนั่งสนทนากันอย่างออกรสเสียงหัวเราะจากคนทั้งสองดังออกไป จนชายหนุ่มที่กำลังเดินยิ้มเข้ามานั้นถึงกับชะงักงันพรูลมออกจากปากเบา ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าลูกเราคลอดแล้ว กรจะพาฟ้าไปเที่ยวไหนเหรอครับ”
“ถ้าฟ้าอยากไปไหน กรจะตามใจทุกอย่างเลยครับ”
“ขอบคุณนะครับที่ตามใจฟ้าขนาดนี้ กรเป็ผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตฟ้าเลยครับ”ตอนนี้เขียนฟ้ารู้แล้วว่าธงรบกำลังเดินเข้ามา จึงโผเข้ากอดกรนัมอย่างแแ่เงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้อย่างมีความสุข กรนัมเองก็โอบกอดเขาไว้เช่นเดียวกัน
“อะ...แฮ่ม” เมื่อเดินเข้าไปถึงธงรบก็กระแอมไอเสียงดังทว่าคนทั้งสองไม่ยอมคลายอ้อมกอด เพียงทอดสายตาไปมองเท่านั้น
“อ้าว! สวัสดีครับคุณรบ วันนี้มาแต่เช้าเชียว”
“แต่ก็ไม่เช้าเท่านายหรอกทำตัวราวกับเป็คนบ้านนี้ไปแล้ว”ชายหนุ่มพูดเหน็บแนมแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
“ก็ผมเป็คนบ้านนี้แล้วนี่ครับไม่เห็นแปลก”
“ใช่! คุณลืมไปแล้วเหรอว่ากรเป็ใคร” ธงรบกำลังจะอ้าปากตอบกลับ แต่ทว่าถูกชี้หน้าห้ามเอาไว้“หุบปากเดี๋ยวนี้”
ผู้มาใหม่ทำหน้าบึ้ง เม้มปากเสียสนิทยืนก้มหน้ารอรับคำสั่งจากภรรยาอย่างจำยอม
“วันนี้กรอยากให้นายคนนั้นทำอะไรไหมครับ”
“ไม่ได้! ฉันจะยอมเฉพาะนายคนเดียวเท่านั้นไม่ยอมเป็เบี้ยล่างคนอื่นแน่”
“ถ้าทำไม่ได้ก็กลับไปซะ ผมไม่ชอบคนที่ดีแต่พูด”
“ก็ได้ ๆ อยากใช้อะไรก็ว่ามา”
“อย่างนี้สิค่อยน่ารักหน่อย เร็วสิครับกรคนรับใช้เราอยากรับคำสั่งจะแย่แล้ว”
“อืม...กรอยากกินน้ำมะพร้าวหอม ๆ หวานๆ อยากกินจากต้นเลยอ่ะพอจะมีไหม”
“ได้ยินแล้วใช่ไหม ไปหามาสิ”
“ไปเก็บมะพร้าวเนี่ยนะใครจะกล้าปีนอ่ะ ถ้าอยากกินทำไมไม่ซื้อมาล่ะ” เ้าตัวส่ายหน้าปฏิเสธ
“ก็แล้วแต่นะ ไม่ทำก็คือจบ ผมจะได้ไปบอกพ่อให้มาจัดการคุณ”
“โอเค ๆ ก็ได้ว่าแต่ต้นมะพร้าวอยู่ที่ไหนล่ะ” ในที่สุดธงรบก็ต้องยอมจนได้เ้าตัวนับหนึ่งถึงสิบในใจนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อระงับความโกรธให้ได้
“อยู่ตรงสวนหลังบ้าน ตามมาสิ” เขียนฟ้าเดินควงแขนกรนัมนำหน้าออกไปคนทั้งสองยิ้มอย่างรู้กัน แต่คนที่เดินตามหลังได้แต่มองด้วยสีหน้าบึ้งตึง
มาถึงที่แล้วธงรบก็ยืนมองต้นมะพร้าวความสูงพอ ๆ กับหลังคาบ้าน นั่นทำให้เ้าตัวรู้สึกหนักใจไม่น้อยเพราะไม่เคยปีนป่ายต้นไม้เลยั้แ่เกิด นี่จะเป็ครั้งแรกที่ได้ทำกิจกรรมแบบนี้
“โห! สูงขนาดนี้จะขึ้นไปได้ยังไงกัน”
“ก็ปีนขึ้นไปไง เอาเลยผมกับกรเริ่มจะคอแห้งแล้วอยากดื่มน้ำมะพร้าวหอม ๆ ให้ชื่นใจ”
ธงรบทำท่ายึกยัก ก่อนจะตัดสินใจเดินไปใกล้ต้นมะพร้าวเอื้อมมือไปััที่ลำต้นเงยขึ้นมองที่เป้าหมายนั่นคือมะพร้าวพวงใหญ่ที่อยู่้า
“เอาวะตายเป็ตาย”ชายหนุ่มถอดรองเท้าแล้วค่อย ๆโอบกอดลำต้นเขยิบขึ้นไปได้แค่สองสามคืบก็ร่วงลงมาที่พื้น นอนแผ่หลาอย่างไม่เป็ท่า
“โอ๊ย! ทำไมมันยากอย่างนี้เนี่ย”
“ถ้ายากก็ไม่ต้องทำ ผมไม่ได้บังคับคุณนะ”ร่างเล็กยืนกอดอกมอง ยิ้มอย่างพอใจ
เห็นแววตาที่มองมาก็ทำให้ธงรบมีแรงฮึดสู้เขาจะต้องทำให้ได้ เพื่อเอาชนะไอ้ผู้ชายคนนั้น ทำให้เขียนฟ้าเห็นว่าเขาเองก็เอาถ่านเหมือนกัน
“ฉันจะทำให้ได้ ฉันจะเอามะพร้าวบนนั้นลงมาให้ได้”ว่าแล้วก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง จ้องหน้าคนทั้งสองอย่างจริงจังหมุนตัวกลับไปจ้องมองต้นมะพร้าวอย่างใจเย็นพรูลมออกจากปากแล้วทำการปีนป่ายอีกครั้ง พอขึ้นไปได้แค่ไม่นานก็ตกลงมาอีก ทว่าธงรบไม่ยอมแพ้ปีนขึ้นลงอยู่อย่างนั้นไม่ยอมให้ขาด่
ตอนแรกก็รู้สึกสะใจ แต่นานเข้าเขียนฟ้าก็เริ่มเป็ห่วงกลัวว่าเขาจะาเ็รุนแรงจากการตกลงมาซ้ำ ๆ สีหน้าเ้าตัวเริ่มเครียดจนเพื่อนที่อยู่ข้างกันสังเกตเห็น
“ฉันว่าพอก่อนดีไหม คุณรบคงไม่มีทางเอามันลงมาได้หรอก”
“ไม่เป็ไรหรอกผู้ชายคนนี้อวดดีอวดเก่ง ปล่อยไว้อย่างนั้นล่ะ”
“แต่ดูท่าทางแล้วไม่น่าจะไหวนะ”
“แกเป็ห่วงเขางั้นเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น แค่สงสารอ่ะ”
“แค่นี้มันยังน้อยถ้าเทียบกับสิ่งที่เขาเคยทำกับฉันไว้”แม้คำพูดจะเจือความโกรธแค้น ทว่าในใจกลับไม่เป็อย่างนั้น ทุกครั้งที่ธงรบร่วงหล่นลงมาที่พื้นหัวใจเขาเจ็บจี๊ด ๆ ราวกับเป็คนหล่นลงมาเสียเอง
“ถ้าไม่ได้มะพร้าวมาให้เราสองคนไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก” เขาะโให้ได้ยินถนัด ธงรบปาดเหงื่อแล้วหันหน้ามามอง
“ฉันทำได้แน่”ชายหนุ่มตอบกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้
เขียนฟ้าทำสีหน้าเมินเฉยแล้วจูงแขนเพื่อนเดินออกไปจากตรงนั้น โดยไม่สนใจหันกลับไปมองเขาอีกเลย
“ฟ้า แกจะปล่อยเขาไว้อย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ ปล่อยไว้อย่างนั้นล่ะเดี๋ยวเหนื่อยก็หยุดเองล่ะ”
“แล้วถ้าเขาไม่หยุดล่ะ”
“ก็ช่วยไม่ได้อยากจะโง่ต่อไปก็เชิญ”
“แล้วนี่แกจะพาฉันไปไหน”
“ฉันอยากจะไปนั่งเล่นที่ริมลำธารน่ะแกไปเป็เพื่อนหน่อยสิ”
“โอเค ๆ ดูออกนะว่าเป็ห่วงเขา”
เ้าตัวทำหน้าเลิ่กลั่ก“เปล่าสักหน่อย ใครจะไปห่วงนายนั่นกันล่ะ”
เขียนฟ้ากับเพื่อนนั่งกินลมชมวิวที่ลำธารจนรู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากนั้นกรนัมก็ขอตัวกลับไปดูงานที่รีสอร์ต เ้าตัวกลับมาที่บ้านอีกครั้งแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปยังสวนหลังบ้าน อยากรู้ว่าธงรบยังคงอยู่ที่นั่นไหม
ภาพที่เห็นทำให้อึ้งจนพูดไม่ออกชายหนุ่มยังคงใช้ความพยายามปีนป่ายต้นมะพร้าวอย่างไม่ย่อท้อแม้ว่า่เวลาที่ไม่อยู่ธงรบก็ไม่ใช้วิธีลัด เ้าตัวลุ้นเอาใจช่วยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะถึงจุดหมายปลายทางทว่าเหตุการณ์ไม่คาดก็เกิดขึ้น ธงรบร่วงลงมาร่างกระแทกพื้นเข้าอย่างจังนอนร้องโอดโอยอยู่ตรงหน้า
“คุณรบ!”
กำลังก้าวขาจะเข้าไปหา ทว่าดาววดีกลับวิ่งเข้าไปช่วยพยุงตัดหน้าเสียก่อน
“บอสเจ็บตรงไหนไหมคะ”
“ไม่เป็ไร” สีหน้าคนพูดไม่ค่อยดีนักแม้ว่าจะลุกขึ้นนั่งได้แล้วก็ตามที
“กลับไปพักก่อนเถอะค่ะจะมาปีนให้มันได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อเมียบอสไม่เห็นจะสนใจไยดีนั่งพลอดรักกับไอ้ชู้คนนั้นอย่างมีความสุขอยู่ริมลำธารโน่น”
เขียนฟ้าเืขึ้นหน้าเมื่อได้ยินอย่างนั้นตอนนี้ธงรบมีคนคอยดูแลแล้ว เขาไม่จำเป็จะต้องเห็นใจอะไรทั้งนั้นเดินหน้าบึ้งกลับเข้าไปในบ้านด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น
“ฉันไม่สนหรอก ขอแค่ทำให้ฟ้าเห็นใจได้ก็พอใจแล้ว”ชายหนุ่มพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ล้มลงอีกครั้ง
ดาววดีได้แต่ถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์หล่อนไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้ธงรบยอมกลับไปที่บ้านพัก เห็นอีกฝ่ายทำเพื่อเขียนฟ้ามากขนาดนี้ยิ่งโกรธและเกลียดเขียนฟ้ามากขึ้น อยากจะกำจัดเ้าตัวออกไปจากชีวิตธงรบเสียเหลือเกิน
“ถ้าบอสไม่รักไม่ห่วงตัวเองก็เชิญตามสบายดาวคงไม่มานั่งเฝ้าดูบอสทำเพื่อคนอื่นหรอกนะ กะอีแค่มะพร้าวลูกสองลูกไปซื้อมาก็จบทำไมจะต้องให้มันยุ่งยากด้วยก็ไม่รู้” เ้าตัวบ่นทิ้งท้ายก่อนจะลุกเดินออกไปจากตรงนั้น
ธงรบไม่สนคำพูดเลขาสาวนั่งจ้องมองไปที่ลูกมะพร้าว้า มันอยู่ใกล้แค่เอื้อม หากแค่นี้ยังทำไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะเอาชนะใจภรรยาได้ เ้าตัวเรียกความฮึกเหิมให้กับตัวเองก่อนจะเริ่มต้นปฏิบัติการเก็บมะพร้าวต่อไป
่เย็นวันนั้น...
“วันนี้เป็ยังไงบ้างลูก ธงรบทำให้ลำบากใจอะไรไหม”
“ไม่เลยครับแม่”
“ว่าแต่วันนี้ให้พี่เขาทำอะไรบ้างล่ะแม่กับพ่อเข้าเมืองเลยไม่ได้อยู่ดูด้วยเลย”
“วันนี้ให้ทำแค่อย่างเดียวครับแต่ก็ยังทำไม่ได้” นึกถึงภาพที่ดาววดีช่วยพยุงตัวสามีอารมณ์่นั้นก็กลับมาอีกครั้ง
“ทำอะไร” หทัยรัตน์เริ่มอยากจะรู้ว่างานที่ลูกชายสั่งให้ลูกเขยทำมันคืออะไรกันแน่ทำไมถึงทำไม่ได้
“เก็บมะพร้าวบนต้นครับ”
“ว้าย! มันอันตรายนะลูก คนเมืองกรุงไม่เคยมาทำอย่างนี้คงทำไม่ได้หรอกแม่ว่ามันยากไปนะ”
“ไม่อยากหรอกครับแม่ถ้ามีความพยายามซะอย่าง ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ก็กลับกรุงเทพฯไปซะเถอะ”
“แม้รู้ว่าฟ้ายังโกรธพี่เขาอยู่แต่อย่าเครียดมากเกินไปนะลูก อย่าลืมว่าตอนนี้กำลังท้องกำลังไส้”
“ขอบคุณที่เตือนผมนะครับแม่ ผมเองก็ลืมตัวไปเอาเป็ว่าผมจะพยายามไม่เครียดครับแม่”
“ดีแล้วล่ะลูก” หทัยรัตน์ยิ้มพลางลูบที่เรือนผมอย่างเอ็นดู
“แล้วคุณพ่อล่ะครับ”
“เข้านอนแล้วละจ้ะ วันนี้คงเหนื่อยมากจนแทบไม่มีแรงมานั่งดูทีวีกับแม่”
“งั้นผมจะเข้าห้องแล้วนะครับแม่”
“จ้ะ”
เขียนฟ้าหอมแก้มผู้เป็แม่ฟอดใหญ่แล้วลุกขึ้นจะเดินกลับไปที่ห้องนอน แต่ทว่าได้ยินเสียงเคาะประตูเสียก่อน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ใครกันมาเคาะประตูเอาป่านนี้” หทัยรัตน์กล่าวพลางชะโงกหน้ามอง
“เดี๋ยวผมไปเปิดเองครับ”
เขียนฟ้าเดินตรงไปยังประตูบานใหญ่เปิดประตูแล้วก็ใจนเอามือทาบอก เมื่อเห็นธงรบยืนยิ้มเหนื่อย ๆ อยู่ตรงหน้าสภาพร่างกายแทบดูไม่ได้ มีาแไปทั่วตัว แถมเสื้อผ้ายังเต็มไปด้วยดินโคลนชายหนุ่มชูลูกมะพร้าวขึ้นตรงหน้าสองลูก เป็อันสิ้นสุดภารกิจสำหรับวันนี้แล้ว
“ฉันทำได้แล้วนะ มะพร้าวของนายกับไอ้นั่น”รอยยิ้มที่ส่งมาทำเอาเขียนฟ้ารู้สึกผิด หน่วยตาสวยร้อนผ่าว มีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ ต้องไม่ร้องต้องไม่ร้อง เขาท่องเอาไว้ในใจ
“ทำไมเพิ่งจะเอามาป่านนี้ ผมไม่รู้สึกหิวอะไรทั้งนั้นแล้วล่ะเชิญคุณเอากลับไปกินที่ห้องเถอะ” ว่าแล้วก็หมุนตัวหันหลังให้เพราะหยาดน้ำตาได้ไหลลงมาอาบสองแก้มแล้ว ไม่อยากให้เขาเห็น
ตุ้บ!
เขียนฟ้าต้องหันกลับไปมองเมื่อได้ยินเสียงเหมือนอะไรหล่นลงพื้น ตอนนี้ธงรบไม่ได้ยืนตรงหน้าเขาแล้วทว่าชายหนุ่มนอนกองอยู่บนพื้นพร้อมกับลูกมะพร้าวเสียแล้ว จึงรีบทรุดตัวนั่งลงข้างๆ แล้วเขย่าตัวเขา
“คุณรบ! คุณรบครับ”
“เกิดอะไรขึ้นฟ้า” หทัยรัตน์รีบเดินเข้าไปหา
“คุณแม่ครับช่วยด้วย คุณรบเป็ลมครับ”
“ว้าย! ทำไมจู่ ๆ ถึงเป็ลมเป็แล้งอย่างนี้ รีบช่วยพยุงขึ้นไปนอนบนโซฟาเถอะลูก”
“ครับแม่”
ทั้งสองช่วยกันพยุงร่างไร้สติของธงรบมาจนถึงโซฟาได้สำเร็จจัดท่าให้นอนเอนหลังอย่างสบายตัว เขียนฟ้าช่วยคลายเสื้อและกางเกงให้หลวม ส่วนหทัยรัตน์รีบไปหายาดมมาให้
“ยาดมจ้ะ”
“ขอบคุณครับแม่”
“ดูท่าคงจะไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันแน่ๆ ดูผิวหน้าสิเปลี่ยนเป็สีแทนไปหมดแล้ว”
“ผมไม่คิดว่าเขาจะจริงจังถึงขนาดนี้ ผมผิดเองครับแม่ถ้าเขาเป็อะไรร้ายแรงขึ้นมาผมคงจะรู้สึกผิดมากกว่านี้” เขากล่าวพลางจ่อยาดมไปที่จมูกผู้เป็สามีจ้องมองผ่านม่านน้ำตา
“อย่าโทษตัวเองเลยลูก ธงรบคงอยากเอาชนะใจลูกถึงได้ทุ่มเทขนาดนี้ วันหลังก็อย่าให้ถึงขั้นต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัวอย่างนี้อีกก็พอเผื่อเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นทางฝั่งโน้นจะว่าเราได้”
“ครับแม่ ผมจะระวังให้มากกว่านี้”
“ถ้าอย่างนั้นฟ้าอยู่ดูแลพี่เขาต่อนะแม่จะเข้าไปนอนแล้ว”
“ครับแม่”
หทัยรัตน์ยิ้มให้กำลังใจลูกชายแล้วเดินจากไปเขียนฟ้าหันกลับมาสนใจใบหน้าหล่อ ที่ตอนนี้คล้ำลงกว่าปกติจากการโดดแดดมาตลอดทั้งวัน เห็นแผลตามตัวก็รู้สึกสงสารโชคดีที่ไม่เป็อะไรร้ายแรงมาก
“คุณจะเอาชนะผมให้ได้เลยใช่ไหมนิสัยคุณยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน” เ้าตัวเอื้อมมือไปััแก้มเขาอย่างเบามือ
ไม่นึกเลยว่าความร้ายกาจที่อีกฝ่ายเคยทำมันไม่อาจทำให้เกลียดเขาได้จริง ๆ เสียที จนมาถึงตอนนี้ที่เห็นความพยายามหัวใจที่เคยแข็งแกร่งเริ่มอ่อนกำลังลงเรื่อย ๆ แต่ใช่ว่าจะยอมง่าย ๆ หรอกนะ
เขียนฟ้าเช็ดตัวให้สามีจนสะอาดเอี่ยมจากนั้นก็ช่วยทำแผลให้จนเสร็จเรียบร้อย เดินไปเตรียมสำรับไว้ที่โต๊ะ หากธงรบตื่นขึ้นมาจะได้รับประทานในทันทีเพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายคงจะรู้สึกหิวน่าดู
“อือ...”
เสียงครางฮือในลำคอปลุกให้เปิดเปลือกตาขึ้นมาเ้าตัวผล็อยหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หันไปมองร่างกำยำตรงหน้า ก็เห็นธงรบเริ่มขยับตัวลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วมองมาที่ตน
“ฟ้า...ฉันเป็อะไร”ชายหนุ่มขมวดคิ้วขณะเอ่ยคำถาม
“คุณเป็ลม รู้สึกยังไงบ้าง” ร่างเล็กแสดงความเป็ห่วงอย่างลืมตัว
“ปวดไปทั้งเนื้อทั้งตัวเลยรู้สึกไม่ค่อยมีแรง” อีกฝ่ายทำท่าจะลุกขึ้น เขียนฟ้าจึงรีบมาช่วยพยุง
“คุณได้ทานอะไรบ้างหรือยังล่ะ” เ้าตัวถามด้วยน้ำเสียงดุเล็กน้อย
“ยังเลย ฉันกลัวเก็บลูกมะพร้าวมาให้นายไม่ได้”
“เื่นั้นช่างมันเถอะรีบไปกินข้าวดีกว่าผมเตรียมสำรับไว้รอแล้ว”
“นายพูดจริงเหรอ ไม่ได้แกล้งพูดให้ฉันดีใจเล่นใช่ไหม”
“จะกินหรือไม่กิน”
“กินสิ ฉันอยากทานข้าวฝีมือนายมานานแล้ว”ธงรบยิ้มหวาน ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาโดยมีร่างเล็กช่วยพยุงไปจนถึงโต๊ะอาหาร
เมื่อเป็อย่างที่เขียนฟ้าพูดจริง ๆ ธงรบก็ยิ้มทั้งน้ำตารู้สึกตื้นตันใจที่วันนี้ได้มานั่งทานข้าวฝีมือภรรยาอีกครั้งแค่นี้ก็ดีมากเท่าไหร่แล้วสำหรับคนอย่างเขา
“ขอบใจนะที่ยังเป็ห่วงฉันอยู่”
“ใครเป็ห่วงคุณมิทราบ ผมกลัวว่าคุณจะมาตายในรีสอร์ตผมต่างหากรีบกินจะได้รีบไป” ว่าแล้วก็จะเดินกลับเข้าห้อง
“นั่งเป็เพื่อนฉันหน่อยได้ไหม ฉันไม่ชินกับการนั่งทานข้าวคนเดียวนายก็รู้ดีนี่นา” ธงรบรั้งข้อมือน้อย ๆ ไว้ ส่งแววตาเป็ประกายขอร้องให้เห็นใจ
“ผมมีเวลาไม่มาก รีบกินแล้วก็รีบไป”ในที่สุดเ้าตัวก็ยอมแพ้ หย่อนก้นนั่งลงฝั่งตรงข้าม แสร้งทำเป็กอดอกเสตามองไปทางอื่น
“ฉันจะรีบกินรีบไปนะ” ธงรบยิ้มด้วยความดีใจรีบจับช้อนส้อม เริ่มลงมือรับประทานอาหารโดยเร็ว ตักข้าวเข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างมูมมามโดยไม่สนภาพลักษณ์ใดๆ ในระหว่างนั้นก็จ้องหน้าภรรยาเป็ระยะ ๆ ส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้รู้สึกดีที่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ยอมมานั่งรอ หวนให้นึกถึงเมื่อครั้งที่อยู่บ้านคิดแล้วน้ำตาก็ไหลบ่าลงมาอีกครั้ง ธงรบรู้สึกอายจึงยกหลังมือขึ้นมาปาดน้ำตาออก เขียนฟ้าทำได้เพียงปรายตามองพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ให้ถึงที่สุด
่เวลาอันสั้นที่ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันแม้ว่าจะไม่มีคำพูดหวานซึ้งใด ๆ เหมือนคู่อื่น ๆทว่าความรู้สึกดีที่เคยมีให้กันได้เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง และมันจะยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ
...หากไม่มีอุปสรรคอื่นมาขัดขวางเสียก่อน