เช้าวันต่อมา ณ สำนักงานกฎหมาย Apex Legal บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าเช้าวันไหนๆ
ข่าวลือเื่รถสปอร์ตหรูที่จอดเด่นอยู่หน้าตึกเมื่อเย็นวานแพร่กระจายเร็วกว่าไวรัส พนักงานแผนกต่างๆ ต่างจับกลุ่มซุบซิบกันไม่หยุดปาก
“ได้ข่าวว่าเป็ Maserati รุ่นล่าสุดเลยนะแก ราคาเฉียดสิบล้าน!”
“ใครมันจะรวยเบอร์นั้นว่ะ จีบสาวทีเปย์รถสปอร์ต!”
“ทนายดาวนี่เสน่ห์แรงชะมัด เพิ่งเลิกกับแฟนเก่าเมื่อวานก่อน เช้ามามีรถหรูมาประเคนถึงที่!”
เมย์เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมวางแก้วกาแฟลาเต้ลงบนโต๊ะของพิมพ์ดาวด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ยินดีด้วยนะจ๊ะแม่คนดัง... ตอนนี้ชื่อแกกระฉ่อนไปทั้งตึกแล้วนะ”
“ดังอะไรของแกเมย์ ไร้สาระ” พิมพ์ดาวเงยหน้าจากกองสำนวนคดี สีหน้าดูเพลียระเหี่ยใจอย่างเห็นได้ชัด
“ไร้สาระที่ไหน! คนทั้งตึกพูดถึงแต่ ‘ทนายสาวกับเ้าของรถปริศนา’ กันทั้งนั้น” เมย์โน้มตัวลงกระซิบ
“นี้แก… แกว่าไหมว่า ผู้ชายคนนั้นต้องโคตรรวย แบบรวยระดับมหาเศรษฐีแน่ๆ .. ใครมันจะบ้าส่งรถราคาเป็สิบล้านมาให้คนที่ไม่รู้จัก”
“ฉันยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็ใคร และฉันก็ไม่ได้อยากได้ด้วย เมื่อเช้าฉันเพิ่งไปลงบันทึกประจำวันไว้ เื่ของขวัญปริศนาพวกนี้” พิมพ์ดาวถอนหายใจ
เธอเลื่อนเอกสารกองใหม่มาตรงหน้า ตั้งใจจะตัดขาดจากเื่กวนใจเพื่อเริ่มงาน แต่ทว่ายังไม่ทันได้จรดปากกาลงบนกระดาษ เสียงโทรศัพท์ของสำนักงานบนโต๊ะเมย์ก็ดังขึ้น
เมย์ขมวดคิ้วก่อนจะกดรับสาย “ค่ะ... อ๋อค่ะ ได้ค่ะคุณภาคิน”
สีหน้าของเมย์เปลี่ยนไปทันทีที่วางสาย เธอหันมามองพิมพ์ดาวด้วยแววตาตื่นๆ
“ดาว... พาร์ทเนอร์ใหญ่เรียกแกกับฉันเข้าห้องประชุมตอนนี้ .. มีเื่ด่วนที่สุด”
“ตอนนี้เนี่ยนะ?” พิมพ์ดาวเลิกคิ้ว
ปกติพาร์ทเนอร์ระดับบนจะไม่เรียกตัวเธอปุบปับขนาดนี้ถ้าไม่มีเื่คอขาดบาดตาย
⸻
บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของ Apex Legal ค่อนข้างจะกดดัน พาร์ทเนอร์ระดับาุโสามคนนั่งเรียงแถวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมรออยู่แล้ว
พิมพ์ดาวก้าวเข้าไปในห้องประชุมพร้อมเมย์ และทีมทนายอีกสองคน
“เชิญนั่ง” คุณวิชิต หุ้นส่วนาุโเอ่ยขึ้นพลางวางแฟ้มเอกสารหนาปึกลงบนโต๊ะประชุม
“บริษัทเรากำลังจะรับคดีจากลูกค้ารายใหม่... ซึ่งใหญ่พอที่จะยกระดับสถานะของ Apex Legal ให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น”
“บริษัทอะไรครับท่าน?” ทนายหนุ่มในทีมของพิมพ์ดาวโพล่งถามด้วยความอยากรู้ทันที
คุณวิชิตลดสายตามองเอกสารครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงกังวาน “Black Raven Logistics”
ทันทีที่ชื่อนั้นหลุดออกมา บรรยากาศในห้องก็ยิ่งกดดันขึ้นไปอีก
พิมพ์ดาวขมวดคิ้ว ชื่อนี้ไม่ใช่แค่ชื่อบริษัทขนส่งธรรมดา แต่มันคืออาณาจักรั์ใหญ่ที่เติบโตอย่างน่ากลัวใน่สามปีที่ผ่านมา พร้อมกับข่าวลือหนาหูเื่อิทธิพลมืด
“บริษัทนั่น... ที่มีข่าวลือว่าเป็มาเฟียใช่ไหมครับ?” ทนายอีกคนถามอย่างลังเล
“นั่นก็แค่ข่าวลือ” คุณวิชิตตอบเสียงนิ่ง
“แต่ข้อเท็จจริงในตอนนี้คือ พวกเขากำลังถูกคู่แข่งรวมตัวกันฟ้องร้องในข้อหา ผูกขาดตลาดโลจิสติกส์อย่างไม่เป็ธรรม และฟอกเงิน”
เมย์หันมาสบตาพิมพ์ดาววูบหนึ่ง สายตาคู่นั้นะโออกมาชัดเจนว่า ‘นี่แหละของจริง!’
“ทางบริษัท้าทีมทนายที่เก่งที่สุด” คุณวิชิตกวาดสายตามองคนในห้องก่อนจะมาหยุดนิ่งที่เธอ
“พิมพ์ดาว”
เธอสะดุ้งเล็กน้อย “ค่ะ!?”
“ผมตัดสินใจให้คุณเป็ทนายหลักรับผิดชอบคดีนี้”
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบทันที พิมพ์ดาวชะงักไปครู่ใหญ่ “ฉันเหรอค่ะ?”
“ใช่ ผมดูประวัติการว่าความของคุณมาแล้ว คุณจัดการคดีที่ซับซ้อนและกดดันได้ดีเยี่ยม” คุณวิชิตยิ้มบางๆ
“และที่สำคัญ... ลูกค้ารายนี้ระบุมาว่า้าทนายที่ ‘กล้า’ พอที่จะชนกับอำนาจทุกรูปแบบ ซึ่งผมเห็นว่าคุณมีคุณสมบัตินั้นครบถ้วน”
พิมพ์ดาวนิ่งเงียบไป ความคิดในหัวตีกันวุ่นวาย ทั้งเื่ส่วนตัวที่เพิ่งจบลง เื่ของขวัญปริศนา และตอนนี้คดีั์ใหญ่ระดับประเทศกำลังมากองอยู่ตรงหน้า… เธอถอนใจเฮือกใหญ่..
“ฉันรับค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เธอคิดว่านี่คือโอกาสดีที่จะได้ใช้ความท้าทายของงานมากลบความฟุ้งซ่านในใจ ฝ
คุณวิชิตพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "ดี"
เขาปิดแฟ้มเสียงดัง ราวกับเป็การตัดสินคดีที่สิ้นสุดแล้ว
"และทางลูกค้าแจ้งมาว่า... เขา้าพบทนายเ้าของสำนวนวันนี้เลย"
พิมพ์ดาวชะงักไปทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
"วันนี้เลยเหรอค่ะ? แต่ฉันยังไม่ได้เตรียมสรุปสำนวนเบื้องต้นเลยนะคะคุณวิชิต"
"ไม่ต้องห่วงเื่นั้น" คุณวิชิตพูดช้าๆ น้ำเสียงดูเกรงใจลูกความรายนี้อย่างเห็นได้ชัด
"ทาง Black Raven Logistics แจ้งว่าข้อมูลทั้งหมดเตรียมไว้ให้คุณที่นั่นแล้ว และที่สำคัญ... เ้าของบริษัท้าคุยรายละเอียดกับคุณด้วยตัวเอง"
พิมพ์ดาวขมวดคิ้ว ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างเริ่มตีรวนขึ้นมาในอก
"เ้าของบริษัท... หมายถึงคุณ ไคล์ ใช่ไหมคะ?"
"ใช่ คนที่มีข่าวว่าเ็าและเผด็จการที่สุดนั่นแหละ" พาร์ทเนอร์าุโหัวเราะเบาๆ เหมือนพยายามผ่อนคลายบรรยากาศ
"แต่สำหรับบริษัทเรา เขาคือลูกความกระเป๋าหนักที่ปฏิเสธไม่ได้ รถของทางบริษัทเขาจอดรออยู่ข้างล่างแล้ว พิมพ์ดาว... ผมฝากด้วยนะ"
พิมพ์ดาวเม้มปากแน่น เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้าตอบรับ "เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้"
เธอเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อหยิบกระเป๋าและสมุดจด เมย์รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยหน้าตาตื่นเต้น
"ดาว! พวกเราจะไปรังอีกาจริงๆ เหรอวะ? ฉันได้ข่าวว่าเ้าของบริษัทนั้นน่ากลัวอย่างกับอะไรดี !"
"เราไปทำงานกันนะเมย์ ไม่ได้ไปรบ" พิมพ์ดาวตอบประชดเพื่อนสาว แต่ในใจกลับสั่นไหวอย่างประหลาด
⸻
ในเวลาเดียวกัน ณ ชั้นบนสุดของตึกสำนักงานใหญ่ Black Raven Logistics ห้องทำงานกว้างถูกออกแบบด้วยโทนสีดำและเทาเข้ม
ผนังกระจกใสบานั์เผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองใหญ่ ไคล์ ยืนเอามือไพล่หลังจ้องมองออกไปข้างนอกอย่างใช้ความคิด
วินเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังอย่างนอบน้อม “นายครับ”
“ว่ามา” ไคล์เอ่ยเรียบๆ
“บริษัท Apex Legal รับทำคดีแล้วครับ”
มุมปากของไคล์กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็รอยยิ้มที่เดาอารมณ์ไม่ออก
“ใครเป็ทนายผู้รับผิดชอบ?”
วินกดแท็บเล็ตเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนรายงาน
“คุณพิมพ์ดาวครับ”
ความเงียบปกคลุมห้องทำงานครู่หนึ่ง ก่อนที่ไคล์จะหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มนั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด
“ดี...ดีมาก” เขาหันกลับมา
“เตรียมห้องให้เรียบร้อย ฉัน้าให้เธอขึ้นมาคุยรายละเอียดของคดีที่นี่... ให้เธอได้คุ้นเคยกับสถานที่ไว้หน่อย เพราะในอนาคต ยังไงซะเธอก็ต้องมาที่นี่บ่อยๆ อยู่แล้ว”
วินชะงักไปเล็กน้อยด้วยความสงสัย
“นายจะคุยรายละเอียดคดีด้วยตัวเองเลยเหรอครับ?”
ไคล์ไม่ตอบคำถามนั้น เขาเดินไปหยิบเสื้อสูทตัวนอกมาสวมอย่างใจเย็น ปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงติดกระดุมทีละเม็ดด้วยท่าทางสงบ
“ในที่สุด...” เขาพึมพำพลางจัดปกเสื้อให้เข้าที่
“เธอก็มาหาฉัน พิมพ์ดาว”
⸻
พิมพ์ดาวยืนเงยหน้ามองยอดตึกระฟ้าของ Black Raven Logistics กระจกอาคารสีเข้มสะท้อนแสงแดดจัด แต่บรรยากาศรอบตัวกลับให้ความรู้สึกหนาวอย่างประหลาด
เมย์ที่เดินขนาบข้างกระซิบ “ดาว... ฉันได้ยินข่าวลือมาว่าเ้าของที่นี่น่ากลัวมากนะ แกว่าเราจะรอดออกมาครบสามสิบสองไหม?”
พิมพ์ดาวกระชับกระเป๋าเอกสารในมือแน่น พยายามคุมเสียงให้นิ่งที่สุด
“ข่าวลือก็คือข่าวลือเมย์ หน้าที่ของเราคือว่าความตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ฟังเื่เล่าขาน”
ทั้งสองก้าวเข้าสู่อาคาร พนักงานต้อนรับสาวในชุดยูนิฟอร์มผุดลุกขึ้นทันทีราวกับรู้ล่วงหน้า
“คุณพิมพ์ดาวใช่ไหมคะ? ท่านประธานรออยู่แล้วค่ะ เชิญขึ้นไปทางลิฟต์ผู้บริหารด้านนี้เลยค่ะ”
เมย์หันขวับมาสบตาเพื่อนทันที “ประธานลงมาสั่งเองเลยเหรอแก?”
ลิฟต์ความเร็วสูงพาทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่ชั้นบนสุด ประตูเปิดออกเผยให้เห็นโถงทางเดินที่เงียบสงัด พนักงานนำทางหยุดหน้าประตูไม้บานั์ก่อนจะเคาะเบาๆ
“ท่านประธานคะ... คุณพิมพ์ดาวมาถึงแล้วค่ะ”
“ให้เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังลอดออกมา
พิมพ์ดาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะผลักประตูเข้าไป ห้องทำงานกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำ
แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกระจกบานสูงอาบไล้ร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ไคล์จ้องมองเธอพลางขยับรอยยิ้มที่มุมปาก
“ในที่สุด...” เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
“เราก็ได้เจอกันจริงๆ สักที”
พิมพ์ดาวขมวดคิ้ว พยายามวางมาดทนายความผู้สุขุม
“เรา... เคยรู้จักกันเหรอคะ?”
ไคล์ไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกำยำในชุดสูทสีเข้มสาวเท้าเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้พิมพ์ดาวััได้ถึงกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัว และแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมา
เขาก้มลงสบตาเธอตรงๆ ดวงตาคู่นั้นลุ่มลึกราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของพิมพ์ดาวหยุดหมุน
“พิมพ์ดาว... ผมรอวันที่คุณโสดมานานแล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที พิมพ์ดาวอ้าปากค้าง หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบควบคุมไม่ได้ คำพูดนั้นไม่ใช่ประโยคทักทายของลูกความกับทนาย แต่มันคืออะไรกัน? เขารู้จักเธอมาก่อนงั้นหรอ?