น้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    110 (nc)รุมขืนใจอนุลี่

    Chapter 110 (nc)รุมขืนใจอนุลี่

            “ขอรับ” ทหารรับคำสั่งเต๋อผิงจึงสั่งเชลยสาวว่า “พาพวกข้าไปที่อุโมงค์นั่น”

            “อื้ม”ลี่อินพยักหน้ารับ แล้วพาพวกเขาไปที่ทางเข้าอุโมงค์ลับในใจนางก็แอบวางแผนการเอาไว้ลับๆ หากว่านางสามารถเข้าไปในเมืองได้แล้วนางจะบอกพวกทหารของนางให้รุมฆ่าทหารเซี่ยที่ชั่วช้านี่เสีย!

            ทางด้านหยางถิงเฟิงก็คุมทหารสู้รบกับพวกซางทหารบางคนที่แอบดูถูกดูแคลนซื่อจื่อหยางอยู่ในใจพอเห็นฝีมือต่อสู้ของซื่อจื่อหยางแล้วก็ไม่กล้าดูแคลนซื่อจื่อหยางอีกเลยเพราะว่าฝีมือของซื่อจื่อหยางล้ำเลิศไม่ต่างจากท่านแม่ทัพใหญ่เลยสักนิด

            เมื่อไปถึงชายป่า พวกเต๋อผิงก็ลงจากหลังม้า แล้วให้ทหารบางส่วนคอยดูแลม้าเอาไว้ส่วนเขาก็ดึงเชลยสาวให้เดินนำทาง ลี่อินโอดครวญ “ข้าเจ็บ ข้าเดินไม่ไหว”

            “อ่อ เดินไม่ไหวเช่นนั้นขาเจ้าก็ไม่ต้องมีแล้วก็ได้ ข้าจะตัดขาเจ้าแล้วให้คนอุ้มไป”เต๋อผิงบอกน้ำเสียงเอื่อยๆ พลางชักกระบี่ออกจากฝักเสียงดังชิ้ง!

            “อย่าๆ ข้าเดินไหวๆ”ลี่อินกลัวจนรีบบอก เต๋อผิงจึงพยักเพยิด “นำทาง”

            “ได้ๆ”ลี่อินพยักหน้าหงึกๆ แล้วเดินนำทางไป ไม่กล้าอิดออดอะไรอีก นางก่นด่าบรรพบุรุษ 18ชั่วโคตรของเขาอยู่ในใจ

            จนกระทั่งไปถึงปากอุโมงค์ลับ ลี่อินจึงชี้ไปที่พื้นดินซึ่งมีหญ้าปกคลุมอยู่ “นั่นๆอยู่ตรงนั้น อยู่ใต้กอหญ้าพวกนั้น”

            เต๋อผิงจึงหลิ่วตาสั่งลูกน้องทหารคนหนึ่งจึงเดินไปดูอย่างระมัดระวัง เขาเดินไปถึงกอหญ้าที่มีสีเขียวอมเหลืองเขาเห็นว่าหญ้าพวกนี้มีลักษณะถูกถอนออกจากดินแล้วนำมาวางไว้ตรงนี้เขาจึงใช้ดาบเขี่ยๆ กอหญ้าเหล่านั้น สักพักเขาก็ก้มลงดึงกอหญ้าพวกนั้นออกทำให้เห็นปากหลุมขนาดพอให้คน 2 คนยืนเบียดกันได้บนพื้นดิน เขาหันไปมองพี่ใหญ่เต๋อ “พี่ใหญ่เต๋อ”

            เต๋อผิงก็มองปากหลุมนั้นเขาขยับไปดูใกล้ๆ ชะโงกมองลงไปในหลุมที่มีบันไดเชือกแขวนเอาไว้ หลุมนี้ไม่ลึกนักกะดูคร่าวๆ น่าจะลึกกว่าศีรษะเขาสัก 1 ช่วงแขนกระมัง เขาจึงหลิ่วตาสั่งลูกน้องทหารคนนั้นจึงกำดาบไว้มั่นแล้วค่อยๆ ไต่บันไดเชือกลงไปอันที่จริงความลึกเท่านี้เขากระโดดลงไปเลยก็ได้ แต่ว่าเพื่อความปลอดภัยเขาจึงค่อยๆ ไต่บันไดเชือกลงไป ไม่นานนักเขาก็ลงไปเกือบถึงพื้นก่อนจะลงเหยียบพื้นเขาก็ใช้ดาบแทงๆ พื้นดินดูก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นพื้นดินจริงๆ ไม่ใช่พื้นที่พรางตาเอาไว้แล้วใต้พื้นนี้มีไม้แหลมปักเสียบเอาไว้ เมื่อแน่ใจว่าเป็นพื้นดินจริงๆเขาจึงลงไปยืนบนพื้น แล้วใช้ดาบแทงๆ ไปทั่วๆ พื้นหลุมตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีกับดักอะไรซุกซ่อนอยู่ครั้นแน่ใจว่าไม่มีกับดักเขาจึงเงยหน้าบอก “พี่ใหญ่เต๋อ ตรงนี้ปลอดภัย”

            “แล้วรูข้างๆนั่นล่ะ?” เต๋อผิงถาม ทหารจึงมองเข้าไปในรูอุโมงค์ที่ดำมืด เขาเงยหน้าบอก“มันมืดมาก ข้ามองไม่เห็นอะไรเลย”

            “เอาคบไฟมา”เต๋อผิงสั่ง ทหารที่อยู่ใกล้ๆ จึงโยนคบไฟที่ยังไม่จุดไฟลงไปให้เพื่อนทหารที่อยู่ในหลุมรับคบไฟแล้วหยิบกลัดไฟออกมาจุดคบไฟ ไฟลุกทันทีเขายื่นคบไฟเข้าไปในอุโมงค์ที่สูงกว่าตัวคนนิดหนึ่ง อุโมงค์นี้กว้างแค่คนๆเดียวพอเดินผ่านได้ เขามองไปเท่าที่แสงจากคบไฟสาดส่องไปถึง เป็นทางลึกเข้าไปเขาเดินเข้าไปในอุโมงค์อย่างระมัดระวังตัว เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆสักพักก็เดินกลับไป รายงานว่า “พี่ใหญ่เต๋อมันเป็นอุโมงค์แคบแค่คนเดินผ่านไปได้ขอรับ ส่วนลึกเท่าไหร่ ข้าไม่รู้ขอรับ”

            “อ่อ”เต๋อผิงพยักหน้ารับรู้แล้วสั่งว่า “พวกเจ้า 50 คน เฝ้าปากหลุมนี่ไว้ส่วนคนที่เหลือตามข้าลงไป”

            “ขอรับ”ทหารรับคำสั่งเกือบจะพร้อมๆ กัน เต๋อผิงโบกๆ มือให้ทหารในหลุมทหารที่อยู่ในหลุมจึงถอยเข้าไปในอุโมงค์เต๋อผิงจึงกอดเชลยสาวแล้วกระโดดลงไปในหลุมนั้น ลี่อินร้องลั่น “ว๊าย!”

            ตุบ! เต๋อผิงเท้าแตะพื้นแล้วจึงปล่อยเชลยสาว พลางสั่งว่า “เดินเข้าไป”

            เขาดันหลังนางลี่อินจึงเดินเข้าไปในอุโมงค์ ทหารคนแรกจึงถือคบไฟเดินนำเข้าไปลี่อินเดินตามทหารคนนั้นไป เต๋อผิงเดินตามเชลยสาว แล้วทหารคนอื่นๆก็กระโดดลงมาตุบๆ พวกเขาจุดคบไฟอีกอันหนึ่งแล้วเดินตามพี่ใหญ่เต๋อเข้าไปพวกเขาเดินเรียงแถวตามๆ กันไป อุโมงค์ดินมีดินบางส่วนถล่มลงมาบางส่วนก็มีรากไม้โผล่ออกมา ทหาร 50 คนบนปากหลุมก็ยืนเฝ้าอย่างแข็งขันทำให้ทหารแคว้นซางที่ดักรออยู่ใกล้ๆ กับปากหลุมถึงกับหนักใจขึ้นมาทันทีแผนการของพวกเขาในตอนแรกคือ รอให้ทหารแคว้นเซี่ยมาที่อุโมงค์นี้พอพวกมันเข้าไปในอุโมงค์พวกเขาก็จะใช้หินโยนลงไปให้เต็มหลุมขังพวกมันไว้ในอุโมงค์ที่ถูกปิดไปแล้ว แต่นี่ไอ้พวกเซี่ยกลับทิ้งทหารให้เฝ้าปากหลุมตั้ง50 คน พวกเขามีกันแค่ 20 คน ถ้าสู้กันขึ้นมาจริงๆพวกเขาไม่อาจเอาชนะไอ้พวกเซี่ยได้เลย! บัดซบ!

            “เอาไงดี?”ทหารแคว้นซางคนหนึ่งกระซิบถามนายกอง นายกองมองดูกำลังที่ต่างกันมากเกินไปแล้วเขาจึงสั่งว่า “ถอย”

            พวกทหารแคว้นซางพยักหน้ารับแล้วค่อยๆถอยออกไปอย่างเงียบเชียบแต่ทหารแคว้นเซี่ยก็ยังได้ยินการเคลื่อนไหวที่ดังมาแผ่วเบาอยู่ดีนายกองของแคว้นเซี่ยที่เฝ้าอยู่ปากหลุมจึงมองไปทางที่ได้ยินเสียงดังมาแล้วหลิ่วตาสั่งทหารทหาร 2 คนจึงย่องไปดู สักพักพวกเขาก็เห็นคนราวๆ สิบกว่าคนกำลังย่องหนีไปคนพวกนั้นสวมใส่เสื้อผ้าสีเขียวซึ่งกลมกลืนไปกับต้นไม้ใบหญ้าทหารแคว้นเซี่ยจึงย่องกลับไปกระซิบรายงานว่า “ข้าเห็นคนสิบกว่าคนกำลังย่องหนีไป”

            “ปล่อยพวกมันไปก่อนหน้าที่พวกเราคือคุ้มกันหลุมนี่” นายกองกระซิบบอก ทหารคนนั้นจึงถอยไปพวกเขาคอยระแวดระวังตื่นตัวตลอดเวลา

            ในอุโมงค์ ทหารเดินนำไปจนถึงทางตัน เขาลองถีบๆดินและหินที่กองอยู่เบื้องหน้าครู่หนึ่งแล้วหันไปรายงานว่า “พี่ใหญ่เต๋อไปต่อไม่ได้แล้ว”

            เต๋อผิงมองเลยทหารไปเห็นกองดินที่ดูเหมือนว่าเพิ่งจะถล่มลงมาไม่นานเขาจึงรู้ทันทีว่าพวกซางปิดอุโมงค์ลับนี้เสียแล้ว เขาจึงสั่งทหารว่า “ถอยกลับไป”

            “ถอย” / “ถอย”พวกทหารบอกต่อกันเป็นทอดๆ คนที่อยู่ท้ายแถวจึงหมุนตัวเดินกลับไป คนอื่นๆก็หมุนตัวเดินตามกลับไป เต๋อผิงเดินหันหลังให้เชลยสาวลี่อินเห็นแล้วอยากจะแย่งกระบี่มาแล้วแทงไอ้ทหารชั่วช้าคนนี้ให้ตายนักแต่ว่านางถูกมัดมือไพล่หลังอยู่ นางอยากฆ่ามันแต่ไม่อาจทำได้นางจึงได้แต่มองมันอย่างแค้นใจนักเต๋อผิงเดินนำไปอย่างไม่กลัวเลยว่าเชลยสาวจะก่อเรื่องอะไรเพราะว่าเงื่อนที่ใช้มัดนางนั้นเป็นเงื่อนพิเศษ หากว่านางยิ่งดิ้นก็จะยิ่งถูกเชือกรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆมันจะรัดจนนางขยับแขนไม่ได้เลย

            จนกระทั่งพวกเขาออกมาจากอุโมงค์ลับ นายกองที่เฝ้าปากหลุมจึงรายงานว่า“มีคนสิบกว่าคนหนีไปตอนที่พี่ผิงเข้าไปในหลุมขอรับ”

            “หึ! พวกมันคิดจะฝังพวกเราไว้ในหลุมน่ะซิ” เต๋อผิงเดาในใจเขานึกดีใจที่ตัวเองเหลือทหารไว้ 50 คน ทำให้คนสิบกว่าคนพวกนั้นไม่กล้าลงมือได้แต่ถอยหนีไป

            “หนอย ไอ้พวกซาง”นายกองสบถเข่นเขี้ยวแทบอยากจะวิ่งตามไปฆ่าไอ้พวกนั้นให้ตายๆ ไปเสียเดี๋ยวนั้น

            “ไปกลับไปรวมตัวกับซื่อจื่อ” เต๋อผิงสั่งแล้วเดินนำกลับไปหาม้าที่ชายป่าทหารคนหนึ่งจึงอาสาว่า “เชลยนี่พี่ใหญ่เต๋อให้ข้าคุมตัวนางแทนได้นะขอรับ”

            “อืมแต่เจ้าอย่ารังแกนางล่ะ ข้ารับปากนางไว้แล้วว่าจะเลี้ยงดูนางดีๆ” เต๋อผิงบอกทหารคนนั้นจึงรับปาก “ขอรับ”

            แล้วเขาก็คุมตัวเชลยสาวแทนพี่ใหญ่เต๋อเต๋อผิงไม่สนใจนาง เขาเร่งเดินกลับไปหาม้าจากนั้นก็ขึ้นขี่ม้าแล้วควบม้ากลับไปหาซื่อจื่อ ทหารคนอื่นๆ ก็เร่งควบม้าตามไปทหารที่คุมตัวเชลยสาวอยู่รั้งท้ายเขาอุ้มนางขึ้นคร่อมหลังม้าแล้วตัวเขาก็ขึ้นซ้อนข้างหลังนาง มือก็โอบนางเอาไว้พลางล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมกันลมที่ห่อตัวนางเอาไว้ลี่อินส่งเสียงต่ำ “เจ้ากล้ารังแกข้ารึ?พี่ใหญ่นั่นบอกว่าไม่ให้เจ้ารังแกข้าอย่างไรล่ะ”

            “ข้าแค่จับๆหน่อยเดียว เจ้าก็อย่าดิ้นนักเลย ต่อให้พี่ใหญ่เต๋อรู้เรื่องเขาก็ไม่ทำอะไรข้าหรอกข้าไม่ได้เสพสมกับเจ้าเสียหน่อย แค่จับๆ หน่อยเดียวเอง”ทหารบอกมือก็คลึงเค้นเต้าทรวงอ่อนนุ่ม ลี่อินจึงด่า “เจ้าชั่ว! พวกเจ้าล้วนชั่วช้าไม่ต่างกัน”

            “เจ้าด่าอีกคำเดียวข้าจะจับเจ้าแทงเสียตรงนี้แหละ” ทหารขู่เสียงแข็งกร้าว ลี่อินจึงไม่กล้าด่านางได้แต่เม้มปาก ตาถลึงพองอย่างแค้นใจนัก

            “อืม...นุ่มจริง”ทหารครางเบาๆ มือก็จับเต้าทรวงบีบขยำ พลางชักม้าออกเดิน ม้าเดินไปไม่เท่าไหร่ทหารบนหลังม้าพลันได้ยินเสียงดังแหวกอากาศ ฟิ้ววววว...

            ฉึก! “โอ๊ย!” ทหารร้อง เขาเจ็บที่กลางหลังจึงหันไปมองเขาเห็นปลายลูกธนูสั่นไหวปักอยู่บนหลังของเขาแล้วก็มีคนสวมชุดสีเขียววิ่งมาหาเขากลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มนั้นมีราวๆ สิบกว่าคนตัวเขารั้งท้ายจึงอยู่ห่างจากพวกพ้องมากนักเขาจะตะโกนให้คนอื่นกลับมาช่วยเสียงตะโกนของเขาก็คงไปไม่ถึงพวกพ้องแล้วเขาจึงกัดฟัน คว้าทวนยาวมาถือเอาไว้แล้วชักม้าหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนชุดเขียวพวกนั้น

            “ฆ่า!” คนชุดเขียวร้องพลางวิ่งพุ่งเข้าใส่ทหารแคว้นเซี่ยที่รั้งท้ายอยู่ทหารแคว้นเซี่ยแทงทวนต่อสู้กับพวกคนชุดเขียวเหล่านั้น “ย๊ากกกก...”

            “ย๊ากกกก...”คนชุดเขียวแทงทวนเข้าใส่คนบนหลังม้า คนอื่นๆ ก็แทงทวนเข้าใส่ม้าทหารแคว้นเซี่ยคนเดียวไม่อาจรับมือกับคนชุดเขียวนับสิบๆ ที่กลุ้มรุมเขาได้เขาถูกทวนแทงขาสองสามที ม้าก็ถูกทวนแทงเช่นกันทำให้มันตะกุยขาหน้าขึ้น “ฮี๊...”

            ทหารแคว้นเซี่ยร่วงลงจากหลังม้าตุบ! ลี่อินก็ร่วงลงไปเช่นกัน “ว๊าย!”

            ตุบ! นางตกลงบนพื้น ทหารแคว้นเซี่ยตกลงพื้นแล้วรีบลุกขึ้นมาต่อสู้เอาชีวิตรอด“ย๊ากกกก...”

            เขาแทงทวนไปรอบๆวาดทวนไปมากันไม่ให้พวกคนชุดเขียวเข้าใกล้ตัวเองได้คนชุดเขียวก็พยายามแทงทวนเข้าใส่ ทำให้ทวนปะทะกันเสียงดังเคร้งๆทหารแคว้นเซี่ยยักแย่ยักยันสู้อยู่พักหนึ่งแล้วก็รีบตะเกียกตะกายขึ้นหลังม้าจากนั้นเขาก็รีบควบม้าฝ่าวงล้อมหนีไป คนชุดเขียววิ่งไล่ตามไปแต่ก็ตามไม่ทันพวกเขาจึงกลับไปจับตัวคนที่ตกม้าพร้อมกับทหารแคว้นเซี่ย ครั้นเห็นหน้าเห็นตาคนๆนั้น พวกเขาก็ร้องว่า “อนุลี่!”

            “ข้าเองๆ”ลี่อินรีบบอก คนชุดเขียวจึงพยุงนางลุกขึ้น ลี่อินยันตัวลุกแต่นางดันเหยียบชายเสื้อคลุมที่ห่อตัวทำให้เสื้อคลุมเลื่อนหลุดลงไปเรือนร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยแดงช้ำจึงเผยโฉมออกมา นางตกใจร้อง “อ้า!”

            แล้วคู้ตัวลงไม่อยากให้ทหารพวกนี้เห็นเรือนร่างของนางพวกทหารแคว้นซางมองดูเรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำซึ่งเกิดจากการเสพสมพวกเขากลืนน้ำลายอึกๆ แต่ละคนมองหน้ามองตากันทหารคนหนึ่งขยับไปหยิบเสื้อคลุมตัวนั้นขึ้นมาสะบัดคลุมร่างอนุลี่เอาไว้ลี่อินพยายามข่มความอับอายลงไป แล้วสั่งว่า “ยังไม่รีบแก้มัดให้ข้าอีก!”

            ทหารคนนั้นเลิกเสื้อคลุมกันลมขึ้นแล้วแก้เชือกที่มัดมือนางออกทันทีที่เชือกหลุดไปลี่อินก็ดึงมือมาข้างหน้า นวดๆ มือตัวเองเสื้อคลุมเลื่อนลงนางรีบตะครุบเสื้อเอาไว้แล้วเงยหน้าถาม “ท่านพี่ล่ะ?เขาอยู่ที่ไหน?”

            “ท่านแม่ทัพใหญ่นำทัพล้อมพวกเซี่ยเขาอยู่ทิศไหน ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจนักขอรับ” นายกองบอก ลี่อินจึงสั่ง“พาข้าไปรอท่านพี่ที่ค่ายนอกเมืองก่อน”

            “ขอรับ”นายกองรับคำสั่ง ลี่อินจึงยันตัวลุกขึ้นยืน นางยันตัวขึ้นมาอย่างเซๆ ทหารที่อยู่ใกล้ๆจึงยื่นมือไปประคองแขนนาง “อนุลี่ ระวังล้มขอรับ”

            ลี่อินก้าวเท้าเดินไป1 ก้าวแล้วหันไปถามนายกองว่า “ไม่มีม้ารึ?”

            “ม้าถูกเอาไปใช้หมดแล้วขอรับ”นายกองตอบ ลี่อินจึงจำใจเดินไปด้วยเท้าของนาง ทหารที่อยู่ข้างๆนายกองจึงกระซิบกระซาบว่า“ท่านแม่ทัพใหญ่สั่งว่าให้จับนางไปให้เขาไม่ใช่หรือขอรับ?”

            “เจ้าเงียบๆ ไปเลยท่านแม่ทัพใหญ่ไม่เอานางแล้วล่ะ ต่อให้พวกเราจับนางไปให้ท่านแม่ทัพใหญ่ท่านแม่ทัพใหญ่ยังจะอ้าแขนรับนางอีกรึข้าว่าพวกเราก็ใช้โอกาสอันดีนี้เสพสุขกับนางจะดีกว่า รอให้เข้าไปในป่า หาที่เหมาะๆได้ พวกเจ้ากับข้าก็ค่อยลงมือ” นายกองกระซิบกระซาบบอก ทหารคนนั้นตาลุกวาวเขาพยักหน้าหงึกๆ

            ลี่อินไม่รู้ตัวเลยว่าพวกทหารมีแผนร้ายกับนางนางค่อยๆ เดินไป พอเดินไปได้สี่ห้าก้าวนางก็สั่งทหารข้างๆ ว่า “เจ้าแบกข้าทีข้าเดินไม่ไหวแล้ว”

            “ขอรับ”ทหารรับคำสั่งแล้วย่อตัวลง ลี่อินจึงเกาะหลังเขาทหารลุกขึ้นแบกอนุลี่แล้วเดินมุ่งหน้าเข้าไปในป่า คนอื่นๆก็เดินตามไปพลางกระซิบกระซาบบอกแผนการของนายกองต่อๆ กัน

            จนกระทั่งเดินไปสักพัก นายกองก็เอ่ยขึ้นว่า “อนุลี่ ขอพักสักหน่อยเถอะพวกข้าเหนื่อยเหลือเกิน”

            “อืม”ลี่อินพยักหน้าอนุญาต ทหารจึงย่อตัวลง ลี่อินลงจากหลังทหารคนนั้นนางนั่งลงบนก้อนหินก้อนหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “น้ำ”

            ทหารที่แบกนางจึงปลดถุงน้ำข้างเอวประคองส่งให้นาง “น้ำขอรับ”

            ลี่อินรับถุงน้ำมาแล้วยกขึ้นดื่มอึกๆเมื่อดื่มน้ำอิ่มแล้วนางก็ส่งถุงน้ำคืนให้ ทหารรับถุงน้ำมาผูกไว้ที่ข้างเอวดังเดิมคนอื่นๆ ก็นั่งพัก นายกองหลิ่วตาให้พวกลูกน้อง พวกลูกน้องก็ส่งสายตาตอบแล้วนายกองก็ลุกขึ้นทำทีเดินดูรอบๆ ทหารคนอื่นๆ ก็ลุกไปเดินดูรอบๆ ลี่อินนั่งกอดเข่าฟุบหน้าลงคิดจะพักสายตาสักนิดขณะที่นางหลับตาลง จู่ๆ ก็มีมือยื่นมาจับตัวนาง นางสะดุ้งลืมตามองจึงเห็นพวกลูกน้องรุมล้อมรอบๆ ตัวนาง พวกเขาจับแขนนางคนละข้าง นางจึงถลึงตาตวาด“พวกเจ้าจะทำอะไร!?”

            “อนุลี่ ไหนๆเจ้าก็ถูกพวกเซี่ยเสพสุขมาแล้ว พวกข้าก็ขอเสพสุขบ้างเถอะ”นายกองบอกแล้วหลิ่วตาให้ลูกน้องช่วยกันจับนางกดลงกับพื้น

            “พวกเจ้า!” ลี่อินตกตะลึง นางดิ้นสุดแรง “ปล่อยข้า!ปล่อยข้านะ! ข้าจะบอกท่านพี่ให้ท่านพี่ลงโทษพวกเจ้า!”

            “อนุลี่เจ้าถูกพวกเซี่ยเสพสุขแล้ว เจ้าคิดว่าท่านแม่ทัพใหญ่ยังจะเอาเจ้าอีกรึ เหอะ! เจ้านี่ช่างไม่ดูสารรูปตัวเองเลย” นายกองดูถูกดูแคลนนาง ลี่อินด่า“ไอ้พวกชั่ว ปล่อยข้านะ!”

            พวกทหารช่วยกันจับอนุลี่คนละไม้คนละมือลี่อินถูกจับกดลงกับพื้น นางดิ้นจนเสื้อคลุมกันลมหลุดออกนายกองมองเรือนร่างนางแล้วเอ่ยว่า “ดูสภาพเจ้าซิคงถูกพวกเซี่ยรุมขืนใจไม่น้อยเลยกระมัง เพิ่มพวกเราอีกสิบกว่าคน เจ้าก็ยอมๆ เถอะจะได้ไม่เจ็บตัวมาก”

            “ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว! ปล่อยข้า! ปล่อย!” ลี่อินด่าพลางดิ้นสุดแรง นายกองแก้กางเกงลงแล้วขยับเข้าใกล้นางพลางสั่ง“จับนางถ่างขาออกซิ”

            “ขอรับ”ทหารรับคำสั่งแล้วจับขาอนุลี่ถ่างออก ลี่อินขืนตัวเอาไว้ “ปล่อยข้า! ปล่อย!”

            นายกองขยับเข้าไปตรงกลางหว่างขาอนุลี่แล้วจับทวนแทงเข้าไปในรูอ่อนนุ่มที่บวมแดงลี่อินร้องลั่น “อ้า! เจ็บๆ ไม่เอา!เจ็บ!”

            นายกองไม่สนใจเสียงร้องของนางเขาทิ่มแทงเข้าไปจนสุดลำทวนแล้วขยับเอวแทงเข้าแทงออก “โอ...แน่นดีจริงรูนางดีกว่านังพวกนั้นอีก”

            “เจ็บๆ ข้าเจ็บเอามันออกไปนะไอ้ชั่ว ไอ้สารเลว...” ลี่อินด่า นายกองจึงสั่งว่า “เฮ้ย อุดปากนางซะหนวกหูจริง”

            ผ้าสกปรกผืนหนึ่งถูกยัดใส่ปากลี่อินทันทีนางได้แต่ส่งเสียงอึกๆ นางดิ้นสู้สุดแรง แต่ว่าพวกเขาจับนางไว้แน่นมากซ้ำยังมีมืออีกหลายมือยื่นมาบีบขยำเนื้อตัวนาง

            “อูว...ถึงจะช้ำไปหน่อยแต่ผิวนางนุ่มดีจัง” ทหารคนหนึ่งเอ่ยพลางขยำเต้าทรวงอ่อนนุ่มข้างหนึ่งอีกมือก็กดไหล่นางไว้ ทหารอีกคนก็ยื่นมือไปขยำเต้าทรวงอีกข้าง มือคนอื่นๆก็แย่งกันขยำผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนไม่รู้ว่ามือใครเป็นมือใคร ลี่อินน้ำตาไหลพรากไยนางจึงถูกกระทำเช่นนี้เล่า!?

            พวกเขาขยำบีบเค้นไม่ทนุถนอมเลยหากเทียบกับพวกทหารแคว้นเซี่ยแล้วคนพวกนั้นแม้จะบีบเค้นนางเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้บีบแรงเหมือนคนพวกนี้เลยแรงบีบของทหารแคว้นเซี่ยล้วนบีบคลึงเพื่อให้นางเกิดอารมณ์ร่วมกับพวกเขาทำให้นางรู้สึกเสียวจนพอจะลืมความเจ็บตรงกลางกายไปได้บ้างแต่คนพวกนี้บีบเค้นนางแรงนัก บีบเสียจนนางเจ็บไปหมด นางคิดว่าพวกเซี่ยทำให้นางเหมือนตกนรกทั้งเป็นแต่พอเทียบกันคนพวกนี้แล้ว คนพวกนี้ต่างหากที่กำลังทำให้นางเหมือนตกนรกทั้งเป็นต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหาใดเปรียบไม่ได้ นางก่นด่าพวกเขาจนบรรพบุรุษ 18ชั่วโคตรของพวกเขาลุกขึ้นมาเต้นเร่าๆ ได้เลยแต่ว่าเสียงของนางที่ดังออกมามีเพียงเสียงอึกๆ อักๆ อู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์

            “โอ้...”นายกองถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เขาหลั่งสายธารไว้ในรูอ่อนนุ่มแล้วถอนทวนออกทหารอีกคนจึงรีบถอดกางเกงลง เมื่อนายกองถอยออกไปทหารคนนั้นก็ขยับเข้าไปแทนที่แล้วแทงทวนเข้าไปในรูอ่อนนุ่มที่มีสายธารหยดย้อยเขาแทงทวนเข้าไปอย่างไม่ปรานีปราศรัย ลี่อินเจ็บจนน้ำตาไหลอาบหน้า นางร้องอึกๆดิ้นๆ หมายจะหนีจากคนพวกนี้ แต่ว่าพวกเขาจับนางไว้แน่นนักจนนางแทบขยับตัวไม่ได้เลย

            “เฮ้! เจ้าเร็วๆ หน่อยซิ คนอื่นรออีกเยอะเลย” ทหารคนหนึ่งเร่งทหารที่กำลังแทงทวนอยู่จึงบอกว่า “เจ้ารอไม่ไหวก็ใช้มือใช้ปากนางไปก่อนซิหรือไม่ก็ใช้รูก้นนางก็ได้ ข้าเคยเห็นบางคนทำแบบนั้นกับหญิงนางโลมในกองทัพโอ้...รูนี้แน่นกว่านังพวกนั้นอีก อูว...”

            “งั้นก็จับนางขึ้นมาข้าจะได้ใช้รูก้นของนาง ข้ารอไม่ไหวแล้ว” ทหารอีกคนบอกพวกเขาจึงจับตัวอนุลี่ยกขึ้นมา แล้วใช้เชือกมัดมือนางไพล่หลังเอาไว้ลี่อินดิ้นรนหมายจะหนีจากพวกเขาแต่นางก็ดิ้นไม่หลุดซ้ำยังถูกมัดมือไพล่หลังอีกแล้วทหารคนที่อยู่ข้างหน้าแทงทวนเข้ารูสวาททหารอีกคนรีบขยับไปประกบข้างหลังพยายามแทงทวนเข้ารูก้น ลี่อินสะดุ้งสุดตัวนางเจ็บจนน้ำตาไหลพรากๆ ส่งเสียงอึกๆ

            “โอ้...รูก้นนางเข้ายากจริง”ทหารคนข้างหลังบ่นแล้วถ่มน้ำลายใส่มือตัวเองจากนั้นก็ใช้น้ำลายป้ายๆ รูก้นอนุลี่ลี่อินสะดุ้งๆ นางดิ้นๆ แต่ก็ไม่อาจหนีจากคนพวกนี้ได้เลยแล้วทหารคนข้างหลังจึงพยายามทิ่มแทงทวนเข้าไปในรูก้น ลี่อินเจ็บยิ่งนักน้ำตานางไหลพรากๆ จนทวนของคนข้างหลังแทงลึกเข้าไปจนสุดลำทวนแล้วพวกเขาจึงยกตัวนางขึ้นๆ ลงๆ

    Donate

    เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย

    เลขบัญชี 084-3-79715-6

    ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย

    หรือทาง True Money wallet :098-651-1489

    จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ

     

    ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง

    เพจ readfree.in ค่ะ

    https://www.facebook.com/readfree.in/

    ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ

    และทาง Line Official Account : @www.readclub.in

    ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

    คล้ายกับเรื่องน้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก ที่คุณอ่าน