เมื่อกำลังใจดีมียาให้ดื่มอาการล้มป่วยของโม่ชิงเยว่ก็ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับแม้จะพูดว่าการขายผ้าปักคือการขอความช่วยเหลือจากสกุลเจียง แต่โม่ชิงเยว่กลับพิถีพิถันและลงมือปักผ้าอย่างประณีตบรรจงลวดลายที่นางออกแบบล้วนเป็ลวดลายที่กำลังได้รับความนิยมในเมืองหลวงนางนำมาดัดแปลงโดยใช้ลายเส้นในรูปแบบเฉพาะของสกุลเจียงแน่นอนว่าสาวใช้ผู้มากไหวพริบของนางก็คือคนที่ออกไปสำรวจความนิยมของผู้คนในเมืองหลวงมาให้เนื้อผ้าและเส้นไหมที่ใช้ปักนางล้วนเลือกใช้ของชั้นดีสีสันและลายปักจึงดูล้ำค่าเหมาะสมกับราคาที่สกุลเจียงจ่ายมาให้
พอมีเงินแล้วชีวิตความเป็อยู่ก็ดีขึ้นมีอาหารให้กินจนอิ่มท้องมีที่นอนที่มีความอบอุ่นเพียงพอเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับสี่ชีวิตในเรือนเหมันต์พออากาศอบอุ่นมากขึ้นชุ่ยเหมยก็มักจะพาเด็กๆ ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านทั้งชักชวนเด็กๆให้ช่วยทำแปลงปลูกผักแปลงเล็กๆ ไว้กิน ทั้งฝึกสอนวรยุทธ์ขั้นพื้นฐานให้กับเด็กๆเพื่อเอาไว้ใช้ป้องกันตัวทำให้โม่ชิงเยว่มีสมาธิในการออกแบบลวดลายและลงมือปักผ้าได้อย่างเต็มที่
ส่วนทางเรือนใหญ่แม้ว่าจะไม่ได้ส่งสิ่งของมาให้แต่ก็มักจะส่งคนมาคอยสอดแนมเป็ระยะแต่โม่ชิงเยว่ไม่ค่อยจะให้ความสนใจพวกเขาเท่าใดนักสิ่งเดียวที่นางให้ความสนใจในตอนนี้ก็คือการขายผ้าปักให้กับสกุลเจียงยามนี้ลวดลายผ้าปักของสกุลเจียงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งผ้าปักทุกชิ้นที่นำมาวางขายล้วนเป็ของล้ำค่าผู้ที่จะนำไปตัดเย็บเป็อาภรณ์เพื่อสวมใส่ล้วนเป็ชนชั้นสูงหรือไม่ก็บรรดาสตรีที่อยู่ในวังแน่นอนว่าการที่ผ้าปักของสกุลเจียงได้รับความนิยมถึงขั้นนี้ล้วนเป็เพราะฝีมือการปักผ้าและออกแบบลวดลายของโม่ชิงเยว่เป็ส่วนใหญ่
ส่วนสาเหตุที่ผ้าปักสกุลเจียงล้ำค่ามากก็เพราะในหนึ่งเดือนโม่ชิงเยว่ปักผ้าออกมาได้แค่เพียงไม่กี่ผืนเพียงเท่านั้นแม้ว่าสุขภาพของนางจะดีขึ้นแล้วแต่นางก็ไม่กล้าหักโหมมากจนเกินไปส่วนทางสกุลเจียงนั้นคนที่ปักผ้าแบบดั้งเดิมของสกุลเจียงได้มีไม่มากแล้วดังนั้นคนที่สามารถปักผ้าตามที่นางออกแบบลวดลายและเดินเส้นไหมนำไปให้จึงมีแค่เพียงไม่กี่คนผ้าปักที่ได้จึงมีจำนวนไม่มากเมื่อมีน้อยแต่ความ้ามากราคาของผ้าปักจึงทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งนับว่าเป็ผลดีทั้งต่อสกุลเจียงและโม่ชิงเยว่
ในยามนี้สี่ชีวิตในเรือนเหมันต์ล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ทางเรือนใหญ่กลับเต็มไปด้วยความร้อนใจซ่งเหวินหนิงกำลังโวยวายที่ร้านผ้าสกุลเจียงกล้าปฏิเสธไม่ยอมขายผ้าปักที่เหลือเพียงชิ้นเดียวให้นางแถมยังบอกกับนางว่าหากนางอยากได้จะต้องใช้เงินถึงแปดสิบตำลึง ซึ่งถือว่าเป็ราคาที่สูงมากสำหรับอาภรณ์ที่ตัดเย็บโดยใช้ผ้าปักลวดลายเฉพาะของสกุลเจียง
“ท่านแม่ข้าไม่ยอมนะเ้าคะจะมีแค่เพียงข้าที่ไม่มีอาภรณ์ที่ตัดเย็บโดยใช้ผ้าปักลายของสกุลเจียงไม่ได้บรรดาสหายของข้าล้วนมีกันคนละชุดสองชุดแล้ว ส่วนตัวข้านั้นกลับยังไม่มีเลยสักชุด”เมื่อซ่งเหวินหนิงเอ่ยเช่นนี้ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลซ่งก็พลันส่ายศีรษะ
“แล้วทำไมเ้าจะต้องเลียนแบบผู้อื่นด้วยก็แค่ผ้าปักธรรมดาจะสู้ผ้าไหมพระราชทานที่ฝ่าาทรงพระราชทานมาให้ที่จวนของพวกเราได้อย่างไร”คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ซ่งเหวินหนิงส่ายหน้า
“จริงอยู่ที่สู้ไม่ได้แต่ยามนี้อาภรณ์ที่ถูกตัดเย็บโดยผ้าปักสกุลเจียงนั้นกลับได้รับความนิยมเป็อย่างยิ่งแม้แต่หยางเต๋อเฟยที่อยู่ในวังก็ยังทรงโปรดปรานผ้าปักของสกุลเจียงเป็อย่างมาก”
"ได้รับความนิยมแล้วอย่างไรผ้าปักที่มีราคาสูงถึงปานนั้นเ้าไม่คิดว่ามันดูสิ้นเปลืองเกินไปหน่อยหรือเ้าอย่าลืมสิว่าเงินทองที่เ้าใช้จ่ายอยู่ทุกวันนี้ล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงกายรวมไปถึงเืเนื้อของพี่ชายของเ้า"คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ซ่งเหวินหนิงหันไปหาตัวช่วยของตนเองในทันที
"พี่สะใภ้ท่านจะไม่ช่วยข้าหน่อยหรือข้ารู้ว่าสกุลของท่านกว้างขวางได้ยินมาว่าสกุลเจียงนี้ขอเพียงถูกใจผู้ใดก็จะลดราคาผ้าปักให้เป็พิเศษ”คำพูดของซ่งเหวินหนิงทำให้สุ่ยอี้โหรวถึงกับยิ้มกว้างออกมาในทันทีเวลาที่ซ่งเหวินหนิงอยากจะได้อะไรนางมักจะใช้คำว่า “พี่สะใภ้”มาออดอ้อนและทำให้นางใจอ่อนอยู่เสมอ
"ใช่ว่าพี่จะไม่อยากช่วยเ้าแต่สกุลเจียงนี้ข้ายากจะเข้าไปตีสนิทเ้าคงจะไม่รู้ว่าสกุลเจียงคือสกุลเดิมของมารดาของฮูหยินข้าที่เป็แค่เพียงอนุจะกล้าเข้าไปตีสนิทกับสกุลเดิมของมารดาของฮูหยินได้อย่างไร"คำพูดของสุ่ยอี้โหรวทำให้ซ่งเหวินหนิงมีสีหน้าไม่พอใจในทันที
"สกุลเดิมอะไรกันนางเป็กำพร้าสกุลโม่ที่ไร้ญาติขาดมิตรมิใช่หรือหากไม่เพราะฝ่าาทรงมีพระราชโองการพระราชทานสมรสให้นางหรือจะมีโอกาสได้ป่ายปีนขึ้นมาแต่งกับพี่ใหญ่ของข้า ฮึ!ก็แค่ลูกกำพร้าของอดีตแม่ทัพเพียงเท่านั้น คนสกุลเจียงหรือจะไปนับญาติกับนาง"คำพูดของซ่งเหวินหนิงทำให้สุ่ยอี้โหรวยิ้มออกมา
"แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่คิดเช่นนั้นเมื่อหลายวันก่อนคนของข้าบังเอิญเห็นว่าคนของนางไปวนเวียนแถวร้านผ้าสกุลเจียงไม่แน่ว่านางอาจจะอยากขอความช่วยเหลือจากสกุลเจียงก็ได้"
"ขอความช่วยเหลืออะไรกัน ท่านแม่ไม่ใช้กฎประจำตระกูลลงโทษนางจนตายก็นับว่าปรานีมากแล้วเอาไว้รอพี่ใหญ่กลับมานางได้ไม่ตายดีแน่ ฮูหยินพระราชทานที่หย่าไม่ได้เช่นนั้นหรือเฮอะ! แต่นางกล้าคบชู้แล้วคลอดลูกชู้ออกมาเช่นนี้ต่อให้เป็ฮูหยินพระราชทานแล้วอย่างไรกันเล่า พวกเราบอกว่านางป่วยตายก็เป็อันใช้ได้แล้ว" คำพูดของซ่งเหวินหนิงทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ากระแอมออกมา
"เ้าอย่าได้ปากมากหากคนนอกมาได้ยินเข้าชื่อเสียงของสกุลซ่งคงได้ป่นปี้เพราะเื่นี้พอดีกันจริงสิอี้โหรวทางท่านโหวได้ส่งข่าวคราวมาหาเ้าบ้างหรือไม่เหตุใดจึงได้เงียบหายไปเลยเช่นนี้หากไม่เพราะยังคงส่งเงินทองกลับมาที่จวนแม่คงจะคิดว่าเกิดเื่ร้ายขึ้นกับเขาไปแล้ว"คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้สุ่ยอี้โหรวยิ้มออกมาอย่างจืดเจื่อน
"ไม่ได้ส่งข่าวคราวกลับมาเลยเ้าค่ะจดหมายสักฉบับก็ไม่มีแต่ท่านแม่น่าจะรู้ว่าคนอย่างท่านโหวไม่ชอบการเขียนจดหมายอยู่แล้ว"สุ่ยอี้โหรวเอ่ยออกมาพลางลอบจิกเล็บเข้าไปในอุ้งมือของตนเอง
เขาไม่ชอบเขียนจดหมายแต่่สองปีที่อยู่ชายแดนกลับมีจดหมายส่งมาที่จวนถึงหกฉบับในหกฉบับนั้นล้วนตั้งใจส่งมาให้โม่ชิงเยว่ทั้งสิ้นเขาเขียนมาสอบถามความเป็อยู่ของนางอีกทั้งคนที่มาส่งจดหมายยังตั้งใจสอบถามถึงความเป็อยู่ของนางโดยเฉพาะมีหรือที่สุ่ยอี้โหรวจะพูดออกไปนางแค่เพียงลักลอบเก็บจดหมายเอาไว้แล้วบอกกับคนที่สอบถามว่าฮูหยินจวนโหวผู้นั้นสบายดีแล้วปกปิดไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าและซ่งเหวินหนิงรู้เื่จดหมายและคนถามข่าวนางจะต้องทำให้สองคนนี้เชื่อให้ได้ว่านางคือสตรีที่ซ่งเหวินจิ้งรักนางจึงจะยังคงอยู่ที่จวนแห่งนี้ได้อย่างมั่นคงยามนี้ทุกอย่างในจวนอยู่ในมือของนางแล้วขอเพียงกำจัดโม่ชิงเยว่และลูกๆของนางก่อนที่ซ่งเหวินจิ้งจะกลับมาได้แล้วหลังจากนั้นจวนโหวแห่งนี้ก็จะต้องเป็ของนางอย่างแท้จริง
"ไม่ชอบเขียนจดหมายแต่เมื่อก่อนก็มักจะส่งคนมาสอบถามความเป็อยู่ของแม่และน้องอย่างเสมอเฮ้อ เ้าลูกคนนี้พอแต่งงานแล้วก็ยิ่งเ็ากับแม่กับน้อง" คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้สุ่ยอี้โหรวรีบพูดจาปลอบใจในทันที
“ได้ยินว่าชายแดนไม่ค่อยจะสงบนักท่านท่านโหวน่าจะติดพันการรบจนไม่มีเวลาจะคิดถึงเื่ทางบ้านท่านแม่ก็อย่าได้น้อยใจไปเลยเ้าค่ะ”คำพูดของสุ่ยอี้โหรวทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"พี่ใหญ่ยังจะมีห่วงอะไรอีกในเมื่อเขาสามารถแต่งพี่อี้โหรวที่เป็นางในดวงใจเข้าจวนมาได้ด้วยความช่วยเหลือของท่านแม่เขาก็ย่อมจะวางใจแล้วว่าท่านแม่จะต้องดูแลตนเองได้แถมตอนนี้ยังมีพี่อี้โหรวคอยดูแลอย่างใกล้ชิดพี่ใหญ่ย่อมจะไร้ความวิตกกังวลใดๆเกี่ยวกับเื่ของที่บ้านท่านแม่ไม่ต้องกังวลหรอกพี่ใหญ่กลับมาเมื่อไหร่เขาจะต้องมาแสดงความกตัญญูต่อท่านแน่”ซ่งเหวินหนิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเอาใจแต่สายตาของนางกลับพุ่งตรงไปที่สุ่ยอี้โหรวผู้มีอำนาจในการดูแลในเรือนหลังทั้งหมดยามนี้ผู้ที่ได้กุมเงินและมีอำนาจในการควบคุมคนของทั้งจวนเอาไว้ไม่ใช่ท่านแม่ของนางแต่กลับเป็พี่สะใภ้ผู้นี้ต่างหากหากนางเอาอกเอาใจให้ดีแน่นอนว่าอาภรณ์ที่ตัดเย็บจากผ้าปักสกุลเจียงจะต้องตกเป็ของนางเข้าสักวัน…