จวนเสนาบดีซ้าย
เดิมทีเสนาบดีฝ่ายซ้ายจะดำเนินการตามแผนการเดิม คือการเร่งรัดให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้กับบุตรสาวตนเองไป๋ลี่หรูกับฉินอ๋อง จากนั้นก็ใช้อำนาจของตนที่มีกับพรรคพวกเหล่าขุนนางที่อยู่ข้างเขาถึงกึ่งหนึ่งในวังหลวงหนุนให้ฉินอ๋อง โจวจินเยว่ ขึ้นเป็องค์รัชทายาทแทนองค์รัชทายาทที่อ่อนแอ เจ็บออด ๆ แอด ๆ มาั้แ่เยาว์วัย และเขายังมีสัมพันธ์เครือญาติกับกุ้ยเฟย ซึ่งเป็มารดาของโจวจินเยว่ เขาจึงเลือกสนับสนุนหลานตนเองขึ้นเป็ฮ่องเต้
แต่บัดนี้แผนการเขากลับตาลปัตร เมื่อท่าทีของฉินอ๋อง ที่คอยผลัดวันหลบเลี่ยงการสมรสมาตลอดหลายปี และล่าสุดหลังองค์รัชทายาท์คต ฉินอ๋องก็ยังปฏิเสธเขาอีกเช่นเคย แต่เขากลับต้องประหลาดใจเมื่อวันนี้โจวจินเยว่เดินทางมาหาเขาถึงจวนด้วยตนเอง
"ท่านลุง..ท่านสบายดีหรือไม่"
"ข้าสบายดี..มีเหตุใดสำคัญขนาดเ้าเดินทางมาหาข้าถึงนี่"
"ข้ามีเื่จะมาปรึกษาหารือกับท่าน หวังว่าท่านลุงจะสนับสนุนหลานคนนี้"
โจวจินเยว่กล่าวกับเสนาบดีซ้ายอย่างนอบน้อม ด้วยเขา้าความช่วยเหลือจากคนผู้นี้เพื่อให้ราชบัลลังก์มั่นคง
"เ้ามีอะไรก็ว่ามาเถอะไม่ต้องอ้อมค้อม ถึงอย่างไรเ้าก็รู้ดีอยู่แล้วว่าข้าสนับสนุนเ้า"
"ขอบคุณท่านมาก ข้ามาวันนี้เพราะมีเื่อยากให้ท่านช่วยเหลือจริง ๆ ข้าสืบสาวเื่ราวมานานจนบัดนี้พบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งแทรกซึมอยู่ตามเมืองต่าง ๆ รวมถึงเมืองหลวงด้วยเพื่อ้าจะล้มล้างราชบัลลังก์ ผลัดเปลี่ยนแผ่นดินใหม่"
เมื่อได้ยินโจวจินเยว่พูดเสนบดีซ้ายถึงกับตะลึงงันตาเบิกกว้าง
"เ้าหมายถึงผู้ใด"
"เป็แคว้นเหลียงอัน...ที่้าให้ราชสำนักวุ่นวาย แบ่งฝักฝ่าย แย่งชิงอำนาจกันหาทางป้ายสีให้ข้าเสื่อมเสียว่าเป็ผู้อยู่เื้ัการลอบปลงประชนม์องค์รัชทายาท จากนั้นจะส่งทหารมาบุกยึดเมืองหลวงไว้ มีการซ่องสุมกำลังคน อาวุธ และระดมเงินจำนวนมากเพื่อเตรียมทำากับเรา"
"เป็ไปได้อย่างไร ตลอดมาเหลียงอันส่งของบรรรณาการไม่เคยขาดและไม่มีท่าทีกระด้างกระเดื่องแต่อย่างใด"
"ตอนนี้ความชัดแจ้งแล้ว...ด้วยองค์ชายหลี่ลั่วได้ขึ้นครองบัลลังก์แทนบิดา ตามนิสัยเขาไม่เคยยอมลงให้ผู้ใดและ้าเข้าดินแดนแถบนี้ทั้งหมด ข้าจับคนที่แอบอ้างเบื้องสูงเพื่อก่อการเรียกเงินจากกลุ่มพ่อค้าที่เข้ามาค้าขายในเมืองไว้ได้ จึงเค้นความจริง ถึงพวกเขาพยายามจะกินยาพิษฆ่าตัวตาย หมอหลวงสืบจากพิษที่ใช้จนรู้ว่าเป็พิษที่มาจากทางเหนือ และแน่ชัดว่าเป็พิษที่มาจากเมืองเหลียงอัน"
"ถ้าเช่นนั้นเราจะป้องกันอย่างไรดี"
"นั่นคือเหตุผลที่ข้ามาถึงจวนท่านในวันนี้"
เสนาบดีซ้ายมองหน้าฉินอ๋องที่มีสายตามุ่งมั่นแน่วแน่ จึงพยักหน้าให้บอกวิธีการมา เมื่อโจวจินเยว่เล่าแผนการทั้งหมดจบ เสนาบดีซ้ายถึงกับไม่พอใจ ลุกขึ้นพูดด้วยเสียงอันดังลั่นห้องทันที
"ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร..ทำไมข้าต้องมอบอำนาจให้อยู่ในมือผู้อื่น ในเมื่อเรามีสิทธิ์ได้มันอย่างถูกต้อง"
"ท่านเชื่อข้าเถอะทางนี้เป็ทางเดียวที่บ้านเมืองจะรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ และมันเป็การดีต่อข้าและประชาชนด้วย"
โจวจินเยว่เล่าแผนการทั้งหมดและขอให้เสนาบดีซ้ายสนับสนุนเขาให้ปฏิบัติการเป็ไปตามแผนที่เขาวางไว้ เพื่อบ้านเมืองและประชาชน จนในที่สุดเสนาบดีซ้ายยินยอมโอนอ่อนผ่อนตามเขาด้วยเห็นแก่ส่วนรวม
ปฏิบัติการล่มแผนเหลียงอัน
โจวจินเยว่ โจวเหิงเยว่ และโจวเยี่ยนจื่อ เพื่อบ้านเมืององค์ชายทั้งสามจึงร่วมกันวางแผนปฏิบัติการครั้งนี้ หลังจากสายข่าวที่สอดแนมในเมืองเหลียงอัน และที่สอดแนมตามกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งเป็พันธมิตรกับองค์ชายหลี่ลั่ว ยืนยันว่าจะมีปฏิบัติการบุกยึดวังหลวง เพื่อเข้ายึดอำนาจการปกครองในคืนเดือนดับที่จะถึงนี้เพื่อใช้ความมืดในการอำพรางตัว โดยจะบุกเข้าวังหลวงทางทิศเหนือไม่ให้อีกฝ่ายทันตั้งตัว
ทั้งสามคนจึงวางแผนแบ่งกองกำลังออกเป็สองส่วน กลุ่มแรกบุกเข้าประชิดตัวก่อนที่กองกำลังอีกฝ่ายจะเคลื่อนไหวถึงเมืองหลวง โดยจะต้องปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด รวดเร็ว และกวาดล้างสะอาดเอี่ยม อีกกลุ่มเฝ้ารักษาเมืองหลวงและประชาชนในเมืองไว้
คืนปฏิบัติการ คืนนี้อากาศเยือกเย็น ท้องฟ้ามืดปราศจากแสงจันทร์ กองกำลังของโจวเหิงเยว่และโจวจินเยว่ สองพี่น้อง วางกำลังซุ่มดักรอกลุ่มผู้รุกรานที่เดินทางเข้ามาทางทิศเหนือซึ่งมีการเคลื่อนไหวของกำลังคนจำนวนมากมาตามเส้นทางสายนี้ ส่วนโจวเยี่ยนจื่อรับหน้าที่ดูแลวังหลวงพร้อมด้วยกองทหารอารักขาฮ่องเต้ และประชาชนในเมือง
กองกำลังของโจวจินเยว่ และโจวเหิงเยว่ถนัดการซุ่มโจมตีในป่าจึงมาซุ่มรอเพื่อจัดการกองกำลังของเหลียงอันให้สิ้นซาก เพื่อประกาศศักดาไม่ให้กล้าเข้ามาเยี่ยมกรายอีก
เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนที่จะเข้ารุกรานมาถึง ทหารองครักษ์และทหารในบังคับของจิ้นอ๋องจุดคบเพลิง พรึบ! ขึ้นพร้อมกัน จากการส่งสัญญาณของผู้บัญชาการทั้งสอง กองกำลังที่กำลังเร่งรีบเดินทางหยุดชะงักด้วยถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งสองฝ่ายตรงเข้าประจันหน้าฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ฟ่านหนิงเหอติดสอยห้อยตามโจวจินเยว่ออกปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ด้วย ติดอยู่ที่โจวจินเยว่สั่งให้เขาหลบแต่ข้างหลังอยู่เรื่อย จนเขานั่งปัดมดคันที่ไต่ขึ้นขาแทนการออกไปสู้กับกองกำลังคนที่เหล่าพี่ชายองครักษ์ของเขาและทหารในความควบคุมของโจวเหิงเยว่ที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดกับกองกำลังของแคว้นเหลียงอัน
"เ้าหลบอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหนจนกว่าข้าจะกลับมา" โจวจินเยว่หันมาสั่งฟ่านหนิงเหอที่กันเขาให้หลบอยู่ด้านหลังต้นไม้
"แต่ข้าอยากไปด้วย"
"นี่เป็คำสั่ง" โจวจินเยว่มองหน้า ดุเขาทั้งน้ำเสียงและแววตา
"ก็ได้..ข้าจะนั่งให้มดกัดขาอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน"
ฟ่านหนิงเหอถึงกับก้มลงมองมดที่กำลังไต่ขาตนเอง แล้วกล่าวประชด
โจวจินเยว่ดึงเขาเข้ามากอดแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้เขาถึงกับทำอะไรไม่ถูก เมื่อร่างใหญ่ผละไปแล้วเขาก็ยังคงนั่งนิ่งมองร่างโจวจินเยว่ที่ดึงกระบี่ออกจากฝักเดินเข้าไปช่วยประจันหน้ากับกลุ่มผู้รุกรานบ้านเมือง เขาเพิ่งคิดขึ้นได้ว่าเขาควรจะกอดตอบเพราะเขาอาจจะไม่มีโอกาสเข้าใกล้คนผู้นี้อีกแล้วตลอดชีวิต
ฟ่านหนิงเหอผู้เป็คนนั่งชมการต่อสู้อันดุเดือดมาสักพักทั้งห่วงทั้งกังวล จนบัดนี้ขาชักจะอยู่ไม่สุขอยากจะเข้าไปช่วยเหลือเกิน จึงลุกขึ้นยืน
"เ้าหยุดอยู่กับที่เดี๋ยวนี้นะ"
กระบี่คมขาววาบจ่ออยู่ที่ข้างลำคอเขา เขาตัวเกร็งยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะแล้วหันไปทางผู้ที่เอากระบี่จ่อที่ลำคอเขาอยู่
"ข้าแค่ผ่านมา...ข้าไม่เกี่ยวอะไรด้วย ท่านอย่าทำอะไรข้าเลยนะ"
"เ้าแน่ใจเหรอว่าเ้าแค่ผ่านมา แต่ข้าดูจากชุดของเ้าข้าว่าไม่น่าจะใช่ เ้าตายเสียเถอะ"
กระบี่ฟันลงมายังร่างของฟ่านหนิงเหอแต่เขาเบี่ยงตัวหลบได้ทัน และถีบสวนไปจนร่างนั้นเซ จากนั้นเขาก็ออกวิ่งหนีไปทางโจวจินเยว่ทันที เมื่อเข้ามาในสนามต่อสู้ที่มีแสงวับแวมจากคบเพลิงทำให้เขามองเห็นผู้ร้ายคนนั้นเดินถือกระบี่ตรงเข้ามาทางเขาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เขาดึงกระบี่ออกมาจากฝักแล้วตรงเข้าต่อสู้กับคนร้ายทันที
ถึงร่างกายคุณชายฟ่านหนิงเหอจะบอบบาง เรี่ยวแรงน้อย แต่ทักษะการหลบหลีกคู่ต่อสู้ที่ติดตัวเขามาจากการเป็บอดี้การ์ดก็ยังใช้เอาตัวรอดได้จากสถานการณ์ต่อสู้กันชุลมุนตรงหน้า
เขาเบี่ยงตัวหลบกระบี่ที่ฟันลงมาจนโจวจินเยว่หันมาเห็นเขากำลังต่อสู้กับคนร้ายก็ยกเท้าถีบไปยังคนร้ายที่กำลังต่อสู้กับเขาติดพันอยู่เพื่อสลัดออกให้เร็วที่สุด แล้วรีบใช้กระบี่รับกระบี่ที่ตั้งใจฟันมายังร่างของฟ่านหนิงเหอเอาเท้ายันไปยังหน้าอกของคนร้ายล้มลงไปนอนกองกับพื้น จนคนตัวเล็กที่ง้างกระบี่รอรับการฟันอยู่แล้วถึงกับหันไปมอง
"เ้าเข้ามาทำอะไรที่นี่ ข้าสั่งให้รอทำไมเ้าไม่รอ" โจวจินเยว่หันมาตะคอกใส่ฟ่านหนิงเหอ
"ข้าก็รอแล้ว ข้าก็อยู่นิ่ง ๆ แล้ว แต่เขาก็ยังตามข้ามา"
เขาะโกลับไปเสียงดังเช่นกัน แล้วชี้นิ้วไปยังคนร้ายที่บัดนี้นอนกองอยู่บนพื้นด้วยน้ำมือของโจวจินเยว่
โจวจินเยว่เห็นคนร้ายที่กำลังเงื้อกระบี่มาด้านหลังฟ่านหนิงเหอจึงดึงมือเขาให้มาหลับด้านหลังแล้วเอากระบี่ของเขารับไว้ เขาเดินตรงเข้าโรมรันกับคนร้ายจนแทบไม่หยุดพัก บัดนี้คนร้ายซึ่งฟ่านหนิงเหอมองไม่ถนัดว่ามากน้อยเท่าไหร่ เท่าที่เห็นนอนอยู่บนพื้น บ้างร้องโอดโอย มีทั้งโดนฟันที่แขนขา หน้าอก หลัง บ้างก็ถูกสังหารล้มตายกับเกลื่อนเป็ภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก
ยังเหลือคนร้ายเพียงไม่กี่คนที่ยังฮึดสู้กับกองกำลังองครักษ์ที่ถูกฝึกฝนการสู้มาอย่างเชี่ยวชาญจากฝีมือของผู้บัญชาการอย่างฉินอ๋อง โจวจินเยว่ และกองกำลังทหารของจิ้นอ๋อง โจวเหิงเยว่ ที่เข้าโรมรันคนร้ายจนตายเกลื่อนพื้นป่า
เมื่อเห็นว่าฝ่ายของตนกำลังจะมีชัยฟ่านหนิงเหอจึงหันไปมองโจวจินเยว่ จากแสงไฟคบเพลิงที่มีแสงวับแวม เขาเห็นโจวจินเยว่ยืนหันหลังให้เขา ชายเสื้อปลิวสะบัดตามแรงลม ออกคำสั่งเด็ดขาดที่เอ่ยสั่งการกองกำลังองครักษ์ให้จัดการกลุ่มคนร้ายให้สิ้นซาก คนไหนยอมแพ้ก็ให้จับกลับไปลงโทษ
น้ำตาของฟ่านหนิงเหอไหลออกมาอาบสองแก้ม เขาค่อย ๆ หันหลังแล้วเดินจากมา เขาตั้งใจจะไม่หันกลับไปมองอีก เมื่อกำลังคิดว่าตัวเองทนไม่ไหวอยากวิ่งกลับไปกอดคนผู้นั้นเขาจึงตัดสินใจวิ่งออกมาจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว มือก็ปาดน้ำตามาตลอดทางจนถึงริมแม่น้ำ
เขาเห็นเรือลำหนึ่งกำลังล่องอยู่กลางแม่น้ำและกำลังจะหันหัวเรือตรงมายังริมฝั่งเมื่อเขาจุดคบเพลิงให้สัญญาณ เขายืนรอเพื่อรอเรือจอดริมฝั่ง กลับพบคนร้ายคนหนึ่งออกจากที่ซ่อนคงตั้งใจหนีมาเพื่อดักปล้นเรือลำนี้ใช้เป็พาหนะในการหนีออกจากการสู้รบ
คนร้ายเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ ฟ่านหนิงเหอยืดตัวขึ้นโจมตี ใช้กระบี่ฟันไปบนดาบของอีกฝ่ายจนต้องถอยหลังร่นไปตั้งหลัก อึดใจต่อมาก็วิ่งตรงยกดาบพุ่งตรงมาทางเขา เขาจึงแทงกระบี่สวนเข้าตรงหน้าท้องของคนร้ายพอดีจนล้มลง แต่เขากลับถูกลมสายหนึ่งเข้ามาปะทะใบหน้า มีฝุ่นสีขาวลอยฟุ้งมาตรงหน้าทำให้เขาต้องหลับตาลง
โจวจินเยว่เมื่อหันหลังกลับมาไม่พบฟ่านหนิงเหอ เขามองไปรอบ ๆ กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่เขาสั่งให้รอ ในใจรู้สึกเป็ห่วง จึงรีบให้ทหารองครักษ์ออกตามหาทันที แต่รอบ ๆ ลานที่ต่อสู้กันกลับไม่พบแม้แต่เงาของฟ่านหนิงเหอ เขาจึงออกคำสั่งให้องครักษ์แยกย้ายกันค้นหาให้ทั่วบริเวณ เพราะเป็ห่วงว่าเขาจะเจอคนร้ายที่คาดว่าจะยังมีหลบหนีอยู่บริเวณโดยรอบ เขาถึงกับโมโหคนที่ชอบขัดคำสั่งเขาคนนี้ จนออกตามหาฟ่านหนิงเหอด้วยตนเอง
องครักษ์สองคนออกตามหาฟ่านหนิงเหอจนมาถึงริมแม่น้ำ เขาเห็นร่างคนนอนอยู่ริมแม่น้ำ จึงรีบไปพลิกใบหน้าดูปรากฏว่าคนผู้นี้เป็คนร้ายมีาแถูกแทงตรงหน้าท้องสิ้นใจแล้ว จึงเดินห่างออกไปไม่ไกลพบอีกร่างหนึ่งนอนอยู่บนพื้น จึงก้มลงมองใบหน้าจนเห็นชัด ๆ
"ฟ่านหนิงเทียน..เขาอยู่นี่!"
ทหารองครักษ์พบร่างนี้นอนสลบอยู่บนพื้น จึงจับชีพจร และตรวจดูว่ามีาแตามร่างกายหรือไม่ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทหารองครักษ์ที่ตามมาอีกคนรีบวิ่งมาตามเสียงแจ้งว่าเจอเป้าหมายที่ค้นหาแล้ว
"เขาเป็อย่างไรบ้าง"
"เขาแค่สลบไป ข้าตรวจดูแล้วไม่พบาแบนร่างกาย เ้าไปแจ้งฉินอ๋อง เดี๋ยวข้าจะแบกเขากลับไปเอง"