Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 79

            จะลองคิดดูหรือว่าไม่ลองคิด

     

            สิ่งนี้กลับไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย

     

            ชวีเสี่ยวปอจึงรีบพลิกตัวลงมาจากบนตัวของเซี่ยเจิงทันทีแล้วนอนราบลงไปอย่างเงียบๆ แต่เซี่ยเจิงกลับลุกขึ้นมานั่งพร้อมทั้งหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อผ้าของเขา จากนั้นก็เดินออกไป

     

            ห้านาทีถัดมา เซี่ยเจิงก็เดินกลับมา

     

            ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติไป จึงถามออกไปอย่างไม่รู้ตัว : “เร็วขนาดนั้นเลย? ”

     

            “ฉันแค่...ไปสูบบุหรี่” เซี่ยเจิงมองเขาไปทีหนึ่งครั้งนี้ไม่ได้กลับไปที่เตียงแต่กลับนั่งลงบนเก้าอี้พลางกดไฟแช็กจนมีเสียงดังก๊อกแก๊ก “ไม่ได้ทำอย่างอื่น”

     

            “อ๋อ” ชวีเสี่ยวปอตอบรับออกไปอย่างรู้สึกแปลกๆ พูดอะไรไม่คิดเลยจริงๆ “ถ้างั้นก็เร็วมากอยู่ดี”

     

            “นี่นายกำลัง...” เซี่ยเจิงอดไม่ไหวที่จะส่ายศีรษะไปมา“ช่วยฉันจับเวลางั้นเหรอ? ”

     

            “ตอนทำแบบนั้นนายยังจับเวลาด้วยหรือไง? ” ชวีเสี่ยวปอเบิกดวงตากว้าง“ทำยังไง ฝึกแบบไหน? ทุกครั้งที่ทำต้องเวลาใช้มากกว่าครั้งก่อนถึงจะนับว่าผ่านอย่างนี้เหรอ?”

     

            เซี่ยเจิงหมดคำพูด ดูท่าแล้วชวีเสี่ยวปอน่าจะยังไม่มีสติสักเท่าไหร่คำพูดก่อนหน้าไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับคำพูดต่อมาเลยแม้แต่น้อยเซี่ยเจิงจึงเลือกที่จะเงียบไปเขานั่งมองชวีเสี่ยวปอที่อยู่ในท่าทางเช่นนั้นอย่างเงียบๆ ประมาณสิบนาทีได้

     

     

            ในความเป็นจริง

     

            ไม่ว่าภาษาจะทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนเพียงใดก็ยังต้องใช้จินตนาการของตัวเองเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเติมแต่งแต้มสีในสิ่งที่บรรยายออกมาถึงจะสามารถทำให้ดูเหมือนจริงมากยิ่งขึ้น แต่สถานการณ์เมื่อครู่กลับต่างออกไปมันคือความปรารถนาที่ไม่อาจจะปกปิกเอาไว้ได้ทั้งยังเป็นไปตามสภาพความเป็นจริงที่แสดงขึ้นมาตรงหน้าเขาอย่างตรงไปตรงมาและไม่มีท่าทีที่จะคลายลงเลยแม่แต่น้อย

     

            ทำให้ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีนั้น เขารู้สึกราวกับโดนแส้หนังฟาดลงมารู้สึกตัว ชัดเจน ทั้งยังเกิดขึ้นมาในเวลาอันรวดเร็วจนเขาไม่อาจที่จะหลบเลี่ยงได้

     

            ในหัวของชวีเสี่ยวปอรู้สึกสับสนวุ่นวายไปหมดไม่รู้ว่าเป็นเพราะดื่มเหล้าเลยทำให้ทุกอย่างดูเชื่องช้าไปหรือเปล่าเมื่อเห็นท่าทีของเซี่ยเจิงนอกเหนือจากความกระอักกระอ่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นี้แล้ว ชวีเสี่ยวปอกลับไม่ได้รู้สึกคาดไม่ถึงอะไร

     

            และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ หลังจากที่ได้เปิดโลกใหม่แล้วระดับการเปิดใจยอมรับสิ่งต่างๆ ก็พัฒนาสูงขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว

     

            “เฮ้” ชวีเสี่ยวปอเรียกออกมาเสียงเบา

     

            “ว่าไง” เซี่ยเจิงวางแขนลงไปบนโต๊ะ พร้อมทั้งหันหน้ามามองเขาและรอชวีเสี่ยวปอพูดออกมา

     

             “นายเป็นแบบนี้บ่อยไหม? ” หลังจากที่ชวีเสี่ยวปอถามออกไปเขาก็รู้สึกว่าคำพูดนี้มีปัญหาอยู่ไม่น้อยเลยราวกับเขากำลังนิยามเซี่ยเจิงว่าเป็นคนโรคจิตแต่สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อกลับไม่ได้หมายความเช่นนั้นเลย ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่ตอนนี้สมองของเขายังไม่ตื่นตัวดีสักเท่าไหร่ไม่อาจหาคำพูดที่เหมาะสมมาสรุปความคิดที่แท้จริงของตัวเองได้

     

            นี่ต้องไม่มีสติขนาดไหนถึงจะถามคำถามแบบนี้ออกไปได้เนี่ย

     

            เซี่ยเจิงรู้สึกว่าถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นเขาก็คงจะไม่ให้โอกาสคนคนนั้นได้พูดประโยคที่สองออกมาแล้ว

     

            แต่ตัวเขาเองกลับเข้าใจเป็นอย่างดีว่าจริงๆแล้วชวีเสี่ยวปอต้องการที่จะสื่อถึงอะไร

     

            ความรู้ใจเช่นนี้ทำให้เขากลายเป็นคนที่เข้าใจคนอื่นขึ้นมาแล้ว

     

            “นายคิดว่าฉันเป็นคนยังไงฮะ” เซี่ยเจิงเลิกคิ้วขึ้น “ไม่ใช่ว่าใครก็จะมาคร่อมอยู่บนขาของฉันได้ซะหน่อย”

     

            “ปู่นายคนนี้นี่ไงเซี่ยเจิง” ชวีเสี่ยวปออดไม่ได้ที่จะขำออกมา“นายอย่าพูดเหมือนว่าการกระทำแบบนี้มันเป็นเกียรติที่สูงส่งอะไรทำนองนี้จะได้ไหม?”

     

            “ครั้งแรก” เซี่ยเจิงถอนหายใจออกมา พลางตบเบาๆ ไปบนต้นขา“คงจะเป็นเพราะดื่มเหล้าเลยทำให้ตื่นเต้นแหละมั้ง”

     

            “แล้วถ้าไม่ได้ดื่มเหล้าล่ะ? ” ชวีเสี่ยวปอถามต่อออกไปทันที

     

            “นายคิดว่าไงล่ะ? ” เซี่ยเจิงถามกลับ

     

            ทั้งสองคนเงียบไป คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว

     

     

            สถานการณ์เช่นนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการดื่มเหล้าหรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศในตอนนั้นทั้งยังอาจจะเกี่ยวเนื่องกับความดีใจที่วันนี้ชนะการแข่งขัน

     

            แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้เงื่อนไขหลักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

     

            คือมีความเกี่ยวข้องกับทั้งสองฝ่าย

     

            มีความเกี่ยวข้องกับใครบางคนที่กล่าวไปก่อนหน้านี้

     

            สุดท้ายแล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นทั้งยังเงียบอยู่พักใหญ่ เซี่ยเจิงจึงล้มตัวนอนลงไปบนเตียงเช่นเดิม ในตอนที่ไฟถูกปิดลงชวีเสี่ยวปอเองก็หลับตาลงไปด้วยเช่นกัน

     

     

            สุดท้ายก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเนื่องจากในห้องรับแขกมีอะไรบางอย่างตกลงมาที่พื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น

     

            “ให้ตายสิ? ” ชวีเสี่ยวปออยากที่จะลืมตาขึ้นมาแต่หัวสมองของเขากลับตอบสนองไม่ทันกับเปลือกตา ถึงขนาดที่ทำให้เขาต้องใช้แรงในเบิกตาขึ้นมาอยู่หลายครั้งก่อนที่จะสามารถลืมตาขึ้นมาได้อย่างเต็มที่เพื่อปรับม่านตาให้ชินกับแสงแดดในยามเช้าการกระทำทั้งหมดนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูอัมพาตบนใบหน้าอย่างไรอย่างนั้นเลย“เสียงอะไร? ”

     

            ชวีเสี่ยวปอมองไปยังเซี่ยเจิง เขายังคงหลับตาอยู่ ดูเหมือนว่าจะยังไม่ตื่น

     

            ชวีเสี่ยวปอตัดสินใจก้าวลงไปบนพื้นเพื่อไปดูสักหน่อยแต่ในตอนที่กำลังจะดึงผ้าห่มที่มุมหนึ่งออกก็ได้ยินเสียงคนข้างๆ พูดขึ้นมาซะก่อน : “ไม่ต้องไปดูหรอก เดี๋ยวอีกแป๊บนึงก็เข้ามาแล้ว”

     

            “นายตื่นแล้วเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอหดเท้าเขาเข้าไปอย่างเดิม

     

            ทันทีที่พูดจบ ประตูก็ถูกใครบางคนผลักเข้ามาแล้วซือจวิ้นที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงจึงเดินเข้ามา “ฉันฝันว่ากำลังมารุมมาตุ้มกับหมาวูลฟ์ด็อกของบ้านยายฉันตัวนั้นแต่พอกระโดดเตะออกไปทำไมถึงได้เตะตัวเองลงมาที่พื้นแล้วก็ไม่รู้”

     

            “เมื่อกี้นายตกลงมาที่พื้นงั้นเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอหัวเราะออกมาเสียงดัง

     

            “เจ็บหัวอยู่เลยเนี่ย” ซือจวิ้นขยี้ศีรษะไปสองที “นายสองคนนี่ใจดำจริงๆนายสองคนนอนบนเตียงส่วนฉันนอนบนโซฟา”

     

            “น่าจะปล่อยให้นายนอนบนพื้น เมื่อกี้นายจะได้มีพื้นที่เตะได้เต็มที่”ในขณะที่ชวีเสี่ยวปอพูดออกมาเขาก็แอบเหลือบไปมองเซี่ยเจิงครั้งหนึ่งเซี่ยเจิงก็ยังคงหลับตาสนิทไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยสักนิดจึงทำให้ดูไม่ออกว่าเขามีความคิดเช่นไรแต่ในใจของชวีเสี่ยวปอกลับพูดพึมพำขึ้นมาว่า เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วยเมื่อวานเขาสองคนปล่อยซือจวิ้นตากลมอยู่ด้านนอกโดยไม่ได้มีความคิดที่จะให้เขาขึ้นมานอนเบียดบนเตียงเลยแม้แต่นิด

     

            ผิดไปแล้ว ผิดไปแล้ว

     

            “แต่ว่าเตียงนี้ก็เบียดกันสามคนไม่ได้อยู่ดี”คิดไม่ถึงว่าซือจวิ้นจะพูดเสริมออกมา“ทำไมฉันเหมือนจะจำได้ว่าเมื่อวานเราสองคนอ้วกออกมาด้วย? ”

     

            “เอาคำว่าเหมือนจะออก” ในที่สุดเซี่ยเจิงก็ลืมตาขึ้นมา“เรียกได้ว่านายทั้งสองคนแข่งกันพุ่งเลยละ”

     

            “ดุเดือดขนาดนั้นเลย? ” ซือจวิ้นเอามือปิดหน้าแล้วถูแรงๆสองครั้ง “ถ้างั้นฉันกับปอเอ๋อร์ใครชนะ? ”

     

            “เขา” เซี่ยเจิงทำท่าฮึดฮัดลุกขึ้นมานั่ง จากนั้นจึงกระโดดลงจากเตียงไป“นับจากวันนี้ไปให้เรียกเขาว่าชวีฟ็อกกี้ [1] ”

     

            “เซี่ยเจิงนายยังเป็นคนอยู่ไหมฮะ? ” ชวีเสี่ยวปอตบหลังเขาไปหนึ่งที“ใครเป็นฟ็อกกี้ ถ้าฉันเป็นฟ็อกกี้ ซือจวิ้นก็ต้องเป็นรถพ่นน้ำแล้วแหละ”

     

            ความงัวเงียจากการตื่นนอนในตอนเช้าหายไปจนหมดสิ้นท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายในตอนที่ชวีเสี่ยวปอกำลังล้างหน้า เขาก็มองใบหน้าของตัวเองที่บวมขึ้นมาในกระจกเนื่องจากการเมาค้างไปครั้งหนึ่งแล้วจึงรู้สึกรำคาญใจขึ้นมาชั่วครู่

     

            “หน้าฉันบวมจนเหมือนแป้งหมั่นโถวที่ฟูขึ้นมาขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” ชวีเสี่ยวปอพูด

     

            “พอใจกับมันซะเถอะ” ซือจวิ้นเดินเข้ามาชนไหล่ของเขาไปทีหนึ่ง“ถ้านายเป็นแป้งหมั่นโถวที่ฟูขึ้นมา ฉันก็คงจะเป็นปลาทองลูกโป่ง [2] แล้วละ ทำไมฉันรู้สึกว่าตาก็ลืมไม่ขึ้นแล้วด้วย”

     

            ชวีเสี่ยวปอมองไปยังซือจวิ้น และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆลูกตาของเขาที่เดิมทีก็เล็กอยู่แล้วกลับถูกบีบให้ลดลงไปอีกครึ่งหนึ่งเนื่องจากการบวมน้ำ

     

            “แล้วทำไมหน้านายถึงไม่บวมเลยอะ !”ชวีเสี่ยวปอส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ เซี่ยเจิงที่เดินออกจากห้องน้ำมาหลังจากเขาบนหน้าผากยังคงมีหยดน้ำที่เช็ดไม่หมดอยู่ทำให้ดูสดชื่นราวกับเพิ่งจะถ่ายโฆษณาโทนเนอร์สำหรับผู้ชายเสร็จอย่างไรอย่างนั้น

     

            “ฉันเหรอ? ” เซี่ยเจิงหยุดเดิน แล้วจู่ๆสีหน้าของเขาก็ดูเคร่งขรึมขึ้นมา แต่กลับใช้น้ำเสียงที่ยั่วยวนสุดๆ : “นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความงามจากสวรรค์ที่ติดตัวลงมาละมั้ง”

     

            ชวีเสี่ยวปอชูนิ้วกลางออกมา : “วีรบุรุษท่านนี้ท่านช่างป่วยหนักเอาการเสียจริงๆ”

     

            เซี่ยเจิงทำท่าคารวะ : “ท่านชวีฟ็อกกี้ท่านนี้ยอมรับ ยอมรับ”

     

     

            หลังจากทางข้าวเช้าเสร็จ เซี่ยเจิงก็ไปสอนพิเศษตามปกติส่วนชวีเสี่ยวปอและซือจวิ้นหลังจากที่บอกลากันตรงทางแยกแล้วจึงแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเองไป

     

            ทว่าเรื่องที่เหนือความคาดหมายก็คือ ในตอนที่มาถึงบ้านกลับกลายเป็นว่าเขาเข้ามาในเวลาไล่เลี่ยกับชวีอี้เจี๋ยพอดิบพอดี

     

            ชวีเสี่ยวปอเพิ่งจะก้าวขาลงรถแท็กซี่มาได้เพียงครึ่งตัวก็เห็นพ่อของเขากำลังเดินออกมาจากโรงจอดรถในขณะที่ชวีเสี่ยวปอกำลังจะหดขาที่ก้าวออกไปกลับเข้ามาจังหวะนั้นก็เห็นชวีอี้เจี๋ยโบกมือให้เขาซะก่อนแล้ว

     

            ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกเหมือนเห็นปากของพ่อเขาขยับพูดว่า “จะหนีไปไหน”อยู่ตลอดเวลา

           

    .............................

    เชิงอรรถ

    [1] ฟ็อกกี้ คือกระบอกฉีดน้ำหรือกระบอกฉีดน้ำแรงดันที่อัดลมด้วยมือ

    [2] ปลาทองลูกโป่งมีลักษณะเด่นคือมีถุงใต้ตาที่ปูดออกมาทั้งสองข้างแลดูคล้ายลูกโป่ง

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505