"ผมยินดีเซ็นสัญญาครับ!"
สิ้นเสียงพูดของชายหนุ่มตรงหน้าเผยให้ห็นอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา ปากบางกระตุกยิ้มขึ้นบาๆก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้อย่างเป็มิตรพร้อมกล่าวขอบคุณออกไป
"ทางเราขอบคุณมากครับคุณพีท เดี๋ยวคุณพีทเซ็นตรงนี้และพร้อมโอนจำนวนเงินก้อนแรกได้เลยครับ"
"โอเคครับคุณเจ" ปากกาปลายเรียวได้ถูกยื่นให้ผู้ชายที่ชื่อว่าพีท และเขาก็เซ็นสัญญาทุกอย่างตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างไม่สงสัยอะไรเลย
"ขอบคุณนะครับ ไว้เราจะแจ้งไปทางเมลล์อีกครั้งครับ"
"ครับ" พีทตอบกลับโดยที่ไม่รู้ชะตาของตัวเองเลยว่ากำลังจะซวย
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทั้งสองก็ได้แยกทางกัน โดยเจที่เขาเอ่ยถึงได้เดินออกทางด้านหลังของโรงแรมแทน เขาเดินไปฮัมเพลงไปด้วยใบหน้าระรื่น และเมื่อเขาเปิดประตูด้านหลังออกก็เผยให้เห็นรถตู้สีดำจอดรอเขาอยู่
"เป็ไงบ้างวะ" เพื่อนเขาเอ่ยถาม
"คิดว่าไงละ" เขาตอบกลับออกไปพร้อมยกยิ้มมุมปากราวกับว่าเขาไม่มีวันพลาดแน่นอน
"กะแล้วเชียว ไอ้ไวน์ไม่เคยทำให้ผิดหวังหรอก" หญิงสาวที่มีนามว่าจ๋าพูดพลางตบบ่าเพื่อนเบาๆ
"เออ ได้เงินมาละ ลบทุกอย่างออกด้วย อย่าให้ตามตัวได้ละ" ไวน์เอ่ยขึ้น
ใช่แล้วผู้ชายที่ชื่อเจ ที่ทำสัญญากันเมื่อกี้ นั่นก็คือ ไวน์ เขาเป็นักต้มตุ๋นระดับหัวกะทิ ที่มีเป้าหมายหลักคือการหลอกเอาเงินจากพวกคนรวยให้มาร่วมลงทุนในธุรกิจหลอกๆที่พวกเขาสร้างขึ้นมา และมันก็แยบยลไปซะหมดทุกอย่างเพราะเขามีนนท์ที่เก่งเื่เทคโนโลยีสุดๆเลยก็ว่าได้ ร่วมทีมกับจ๋าเ้าแม่คอสตูม เมคอัพระดับตำนานที่คอยแปลงโฉมให้ไวน์เปลี่ยนหน้าได้ไม่ซ้ำคนจำไม่ได้อย่างแน่นอน!
"แล้วพรุ่งนี้ละมีคิวไรมั้ย" ไวน์เอ่ยถามจ๋า ซึ่งจ๋าจะเป็คนคอยจัดคิวงานอย่างกับผู้จัดการส่วนตัวเลยก็ว่าได้
"มีตอนบ่ายโมง ฉันได้ข่าวว่าลูก สส.จะกลับมาทำธุรกิจที่ประเทศไทยละ นายควรจะไปชี้แนวทางเขาหน่อยนะ"
"ลูก สส.? อืม เห็นข่าวผ่านๆว่าใช้ชีวิตเที่ยวเล่นไปวันๆ ฉันคงต้องไปช่วยจริงๆแฮะ" ไวน์ตอบ
"ช่วยผลาญเงินเขาอ่ะนะไอ้ไวน์" นนท์ล้อไวน์อย่างไม่จริงจังนัก
"ก็ยังดีกว่าเอาไปใช้เงิน ถือซะว่าแบ่งมาให้พวกเราใช้นิดหน่อยก็เท่านั้นเอง" เมื่อสิ้นเสียงไวน์พูดจบทั้งสามคนก็พากันหัวเราะอย่างชอบใจ ในขณะที่รถตู้ก็ยังวิ่งแล้นบนท้องถนนเพื่อพาพวกเขากลับบ้าน เห็นทีราตรีนี้คงต้องฉลองกันด้วยการดื่มไวน์อีกแล้วสิ
เที่ยงวันต่อมา
"ทุกอย่างเรียบร้อยนะไอ้นนท์"
"เรียบร้อยดิวะ กูมันระดับไหน" นนท์ตอบกลับไวน์
พวกเขาทั้งสามมาถึงโรงแรมที่ลูกของ สส.จะมาพักอยู่ตามที่สืบหาข้อมูลมา และตามแผนไวน์ต้องเป็ฝ่ายเข้าหาเป้าหมายอย่างแเีที่สุด ซึ่งนนท์และจ๋าจะเฝ้าสังเกตการณ์และคอยรายงานทุกอย่างอยู่บนรถเหมือนทุกครั้ง
"GG เพื่อน" นนท์พูดขึ้นในขณะที่ไวน์กำลังก้าวลงจากรถ
"GG" ไวน์ตอบกลับซึ่งพวกเขามักจะใช้คำว่า GG (Good Game) ที่แปลว่า มันเป็เกมที่ดีที่สนุก เพราะการต้มตุ๋นของเขานั้นก็คือการเล่นเกมที่ใช้ไหวพริบเข้าแลก และถ้าหากไม่ใช่ไวน์ แล้วจะมีใครมีทักษะการเอาตัวรอดและเหมาะสมที่สุดละ
ไวน์ได้ก้าวเท้าเข้าไปในเขตของโรงแรมหรูและทันทีที่เขาชายตามองดูรอบๆโถงของโรงแรมเขาก็สังเกตดูเป้าหมายทีละคน เพราะไวน์เองไม่เคยที่จะดูประวัติหรือหน้าตาของเหยื่อมากนัก ส่วนมากหน้าที่นี้จ๋าเป็คนจัดการ
"คนไหน" ไวน์พูดกับหูฟังไร้สายที่เอาไว้สื่อสารกันในทีม
"ตรงไป 10 ก้าวและหันไปทาง 9 นาฬิกา คนใส่สูทดำเนคไทแดงนั่นแหละเป้าหมาย" จ๋าตอบกลับ
"เค รู้เื่" ไวน์เดินไปตามที่จ๋าบอกแต่แล้วจู่ๆ ก็มีเด็กวิ่งซนเข้าปะทะกับไวน์เข้าอย่างแรง
โครมมม!
"ฮืออออออ" เด็กล้มลงไปกับพื้นจนทำให้เกิดแผลถลอกที่เข่า ส่วนไวน์เองไม่เป็อะไรมากแต่หูฟังที่ใช่สื่อสารนั่นสิ กลับตกลงพื้นแตกออกหมด ทำให้ตอนนี้เขาจะไม่สามารถสื่อสารกับทีมได้แล้ว มีเพียงแต่ต้องพึ่งตัวเองเท่านั้น
"น้องเป็อะไรมั้ยครับน้อง" ถึงแม้ไวน์จะหัวเสียนิดหน่อยกับเด็กที่วิ่งมาชน แต่เขาก็แสดงความใจดีและค่อยๆพยุงเด็กขึ้นพร้อมกับปลอบให้เขาค่อยๆหยุดร้อง
"นี่! คุณทำอะไรลูกฉัน" หญิงสาวผมสั้น กรีดตาเฉี่ยวคม เดินถือกระเป๋า Channel เข้ามาทางไน์และเด็กคนนั้น
"เอ่อ คือลูกคุณผู้หญิงวิ่งเล่นแล้วชนกับผมเข้าน่ะครับ" ไวน์ตอบเธอ
"นี่จะหาว่าลูกฉันชนคุณงั้นหรอ! ไม่ใช่คุณหรอกหรอที่อยากเข้าหาลูกฉัน เดี๋ยวนี้ไอ้พวกสิบแปดมงกุฎเยอะแยะจะตายไป ไปเถอะโทนี่ลูก" พูดจบเธอก็จูงมือเด็กหนีไวน์ทันทีโดยที่ไวน์ไม่มีโอกาสได้โต้กลับสักคำ
"อะไรกันละครับเนี่ย นี่สินะคำที่บอกควรมีแม่เมื่อพร้อม" ไวน์บ่นอุบอิบพลางส่ายหัวเบาๆ
และเมื่อเขาหันมาจะโฟกัสกับภารกิจที่ต้องทำ เขาก็ต้องหัวเสียอีกเพราะดันลืมจำนวนก้าวที่เดินมาแล้ว แถมเครื่องสื่อสารก็มาพังอีก ไวน์ใช้สายตามองหาเป้าหมายอีกครั้งก่อนจะคิดว่าควรจะกลับไปที่รถก่อน เพราะไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว แต่ไม่ทันที่เขาจะเดินกลับ สายตาเขาก็ดันไปสะดุดเข้ากับใครบางคนเข้า
ชายหนุ่มผมดกดำ คิ้วหนาเข้ม จมูกที่ดูสันเป็คม แถมผิวออร่าที่รับเข้ากับแสงแดดที่สดส่องตามระแนงฟาสาดโรงแรมนั่น เขาใส่สูทสีดำและเนคไทยังเป็สีแดงตามที่จ๋าได้บอกกับไวน์ เมื่อไวน์เห็นแบบนี้เขาเลยสะบัดความคิดแรกออกและคิดว่าเอาวะ ี้เีเดินกลับในเมื่อเห็นเป้าหมายแล้วเขาก็คงต้อเข้าไปหาแล้วละแค่นี้เขาน่าจะจัดการได้
"สวัสดีครับ" ไวน์กล่าวทักทายคนตรงหน้าอย่างกระตือรือล้น
อีกฝ่ายไร้สิ้นเสียงตอบกลับมา เขาเพียงปรายตามองมาทางไวน์นิ่งๆ ซึ่งแววตาคู่นั้นฉายแววเย็นเยียบอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
"คุณเมฆใช่มั้ยครับ ผมบิ๊กนะครับ ถ้าคุณไม่รังเกียจผมขอนั่งด้วยได้ไหมครับ" ไวน์ยังคงพยายามพูดกับเขา
"เอาสิ" เขาตอบกลับเรียบๆ
"แหม ที่นี่อากาศดีจังเลยนะครับ คุณเมฆน่าจะชอบอากาศที่ประเทศไทยมากกว่าที่ต่างประเทศแน่ๆ ผมเดาถูกไหมครับ" ไวน์เป็ฝ่ายเริ่มชวนเขาคุยก่อน
"หึ งั้นหรอ" เขายังคงตอบกลับเรียบๆเหมือนเดิม
"อาหารที่นี่เป็ไงบ้างครับ ยังคงถูกปากเหมือนเดิมหรือป่าว เห็นว่าคุณเมฆไม่ได้มาที่โรงแรมนี้ั้แ่ไปอยู่ที่นู่นนี่นา"
"ก็ดีนะ อาหารถูกปาก แต่เหมือนว่าจะมีอย่างอื่นที่น่าจะถูกปากมากกว่าซะแล้วสิ" เขาตอบไวน์ด้วยประโยคที่ยาวกว่าครั้งไหนๆ แต่การตอบกลับมาของเขากลับทำให้ไวน์รู้สึกแปลกๆกับประโยคที่เขาจะสื่อ
"เอ่อ ผมได้ข่าวว่าคุณเมฆมีแพลนจะลงทุนธุรกิจอสังหา บิ๊กเองก็เพิ่งจะเริ่มธุรกิจนะครับ เผื่อคุณเมฆจะสนใจร่วมด้วย"
"แปลกนะ คุณเพิ่งเจอผมแต่กลับคุยหมือนคนสนิทกันแล้ว" เขาตอบกลับไวน์โดยไม่ได้สนใจเื่ลงทุน
"เอ่อ ก็ผมเป็เลขาของคุณพ่อคุณเมฆที่จะเข้ามาช่วยเื่ธุรกิจคุณไงครับ คุณเมฆไม่รู้หรอครับ นี่ครับ" ไวน์ยื่นเอกสารและบัตรให้ดู
"ไม่รู้" แน่สิจะรู้ได้ยังไงก็ในเมื่อสิ่งทีไวน์พูดคือ เื่ที่พวกเขาพากันสร้างเื่และหลักฐานเท็จขึ้นมาทั้งหมด
"โอเคนะครับ งั้นผมขอเอกสารคืนนะครับ" ไวน์ยื่นมือขอเอกสารของเขาคืน
"หึ น่าสนใจนี่" ชายหนุ่มพูดขึ้นขณะฉายแววตาเ้าเล่ห์แฝงรอยยิ้มออกมา
"น่าสนใจใช่มั้ยครับ งั้นผมขออธิบายให้ฟังเลยนะครับ" ไวน์คิดว่าเหยื่อน่าจะติดกับแล้ว เขาจึงไม่รีรอรีบพูดหลอกล่อเหยื่อให้งับเบ็ดนี้จนดิ้นหนีไม่ได้ซะเลยดีกว่า
แต่ไวน์ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าอีกฝ่ายนั้นกลับเพิกเฉยกับเื่ที่เขาพูดออกมา อีกฝ่ายเพียงแค่มองริมฝีปากบางคู่นั้นที่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด
"ถ้าไม่มีเมคอัพพวกนี้ จะดูดีแค่ไหนกันนะ" เขาพูดขึ้นเบาๆ แต่มันพอให้ไวน์ได้ยินแต่ไม่ชัดเจน
"ฮะ อะไรนะครับ" ไวน์หยุดพูดและถามเขาทันที
"ป่าวๆ พูดต่อสิ เพลินดี"
ไวน์พูดจนดื่มน้ำไปหลายต่อหลายแก้วแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าอีกฝ่ายจะให้หยุดอธิบายเื่หุ้นที่ต้องลงทุนสักที พอไวน์จะพูดจบเขาก็มักจะถามนู่นถามนี่จนไวน์เองต้องควักสมองออกมาตอบเขาเลย
"แฮ่กๆ เข้าใจหรือยังครับ" ไวน์พูดออกมาด้วยอาการหอบเพราะเหนื่อยจากการพูดซะเหลือเกิน
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
ชายหนุ่มปรบมือให้ไวน์ในท่านั่งไขว่ห้างอย่างมีทรง จนทำให้ไวน์ที่มองดูอยู่ก็เริ่มที่จะหมั่นไส้ตานี่เข้าแล้ว ถึงเเม้เขาจะรู้ตัวว่าโดนแกล้งให้พูดแต่เขาก็ยอมทำตามหากจะทำให้ชายคนนี้ยอมลงทุนด้วย
"โอเค ฉันตกลงเอาเธอ"
"หะห้ะ อะไรนะครับ เมื่อกี้เรียกผมว่า…เธอ?"
"อือ ก็เธอ ถูกแล้วนี่"
อะไรของเขาวะเนี่ย ไวน์ได้แต่คิดในหัวว่าตานี่เพี้ยนหรือป่าว ปกติเขาโดนแต่เรียกคุณ ไม่ก็นาย แต่คำว่าเธอนี่มันคือคำที่เขาใช้กับแฟนไม่ใช่รึไง
"เอาสัญญามาสิ ฉันจะเซ็น"
"อะอ๋อ ครับๆ" ขณะที่ไวน์ทำหน้าเอ๋ออยู่ ชายคนนั้นก็เรียกให้เขายื่นเอกสารเซ็นสัญญาให้ นี่แหละโอกาสแล้ว ไวน์ไม่รอช้ารีบหยิบออกจากกระเป๋าส่งให้เขาเซ็นหวังว่าพอได้เงินแล้วควรรีบชิ่งหนีซะดีกว่า
"เรียบร้อย เงินเข้าแล้วใช่มั้ย"
"ครับ…ห้ะ!! 100 ล้าน!" ไวน์ใเมื่อเห็นยอดที่ถูกโอนเข้า นี่มันเกินค่าลงทุนงวดแรกที่อยู่ในสัญญานี่
"ฉันลงทุนกับตัวเธอแล้ว เธอเป็ของฉันแล้วละ" เขาตอบกลับไวน์
"คุณพูดอะไรของคุณครับคุณเมฆ แล้วยอดนี้มันมากเกินสำหรับค่าสัญญา มันหมายความว่าไงครับ"
"หึ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้เอง ฉันจะให้คนไปรับเธอที่บ้าน อ้อ แล้วอีกอย่างฉันชื่อ ภูริ ไม่ใช่ เมฆ" พูดจบภูริก็ลุกขึ้นพลางปัดฝุ่นที่สูทออกก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้ไวน์นั่งทำหน้าเอ๋ออย่างบอกไม่ถูก
นี่เขาตกเหยื่อผิดตัวหรือเนี่ย!! แล้วตานี่เป็ใครกัน ทำไมถึงมีเงินมากมายขนาดนี้ ไวน์ที่คิดไปเขกหัวตัวเองไปด้วยเพราะความคิดเองเออเองแท้ๆ ขณะที่เขางยหน้าขึ้นเขาก็สังเกตเห็นชายอีกคนที่ใส่สูทสีดำและเนคไทแดงเหมือนกันนั่งอยู่ตรงมุมด้านในสุด
"ละไปนั่งทำไมตรงนั้นเล่าาา นั่นมันที่ลับตาคนเลยเหอะ!" ไวน์สบถออกมาอย่างหัวเสีย เพราะความขายหน้าเมื่อกี้นี้ทำเอาเขาอายแทบจะมุดแผ่นดินหนี
แต่ถึงอย่างนั้นไวน์ก็ถือว่าคุ้มแล้วแหละ เพราะเขาได้มาตั้งร้อยล้าน ไอ้หมอนั่นคงโง่แน่ๆที่ยอมโอนให้เขาเยอะขนาดนี้
หน้าโรงแรม
ไวน์เดินกลับมาที่รถอย่างเร็ว หลังจากที่นึกขึ้นได้ว่าควรจะออกจากที่นี่เผื่อไอ้หมอนั่นวนกลับมาจะได้ไม่เจอกัน และไม่รอช้ารีบบอกให้เพื่อนออกรถไปให้พ้นจากโรงแรมนี่ซะ
"ไอ้ไวน์! พวกฉันก็เป็ห่วงอยู่ นี่ถ้าแกไม่ออกมาฉันจะเข้าไปหาแล้วนะ" จ๋ารีบทักท้วงทันที
"เออ เครื่องสื่อสารมึงเป็ไรวะ ทำไมสื่อสารกับพวกกูไม่ได้" นนท์เสริมทับขึ้นอีก
"เออน่า เื่มันยาว เดี๋ยวถึงบ้านละกูเล่าให้ฟัง" ไวน์ยังไม่ตอบเพื่อน เขาเพียงแต่เก็บความอายนี้ไว้ก่อน เดี๋ยวจะเสียชื่อหัวกะทิของทีม เขาที่ไม่เคยมีเื่ผิดพลาดเกิดขึ้น จะยอมให้ประวัติมีความด่างพร้อยไม่ได้เด็ดขาด
และรถของพวกเขาก็ได้ออกไปพ้นนอกเขตของโรงแรมโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังขับรถตามรถของพวกเขาอยู่นั่นเอง…