ย้อนมาที่จวนตระกูลหลี่
ขณะที่หลี่เว่ยซุนกำลังทำงานอยู่ในจวนนั้น มีทหารมาตามให้เข้าเฝ้าองค์รัชทายาท เพื่อหารือเรืองอาวุธในคลังหายไปทั้งฮ่องเต้และองค์รัชทายาท ต่างไว้ใจหลี่เว่ยซุน ด้วยความเป็คนซื่อตรงไม่ยึดติดหลงใหลในอำนาจเงินทอง คดีอาวุธหายซึ่งก่อนหน้านี้
หลิวอี้เฉิงเป็ขุนนางที่มีอำนาจกว้างขวาง อำนาจนี้ ส่วนหนึ่งได้มาจากองค์ชายรองเซิ่น ช่วยสนับสนุนองค์ชายรองเซิ่นเป็บุตรของสนมเหยาเจียวเหมย เขาเป็คนทะเยอทะยาน มักหาโอกาสที่จะ่ชิงอำนาจ จากองค์รัชทายาท ก่อนหน้าหลิวอี้เฉิง อาสาทำคดี แต่ทว่าคดีไม่มีความคืบหน้า ทำให้องค์รัชทายาทไม่ค่อยพอใจ จำต้องเรียกหลี่เว่ยซุน ให้มาช่วยสืบคดีแทน แบบ ลับๆแม้แต่หลี่ซี่ห่าวลูกชายคนโตของหลี่เว่ยซุนก็ไม่ทราบเื่นี้
“ใต้เท้าหลี่ ท่านได้ความคืบหน้าอย่างไร รีบรายงานข้าทันที” องค์รัชทายาท กล่าว
“กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา”
“อาเฟยเป็เช่นไรบ้างข้าไม่เคยลืมคำมั่นที่ให้กับเขา”
“เ้าลูกไม่เอาไหนนั่นเอาแต่จะเที่ยวเตร่ ไม่มีความรับผิดชอบ
องค์รัชทายาทอย่าใส่ใจเลยพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทถามไถ่ถึงเฟยิครั้งยังเป็เด็กองค์รัชทายาทออกประภาสป่าเกิดเหตุการณ์เกือบโดนลูกดอกธนู แต่ได้ เฟยิช่วยไว้ และให้คำมั่นว่าจะตอบแทนพระคุณ
ไม่ว่าเฟยิจะ้าสิ่งใด ก็จะหามาให้ใน่ระยะเวลาหนึ่งองค์รัชทายาทกับเฟยิถือว่าเป็เพื่อนเล่นสนิทสนมกันด้วยที่บิดาของเฟยิกำชับหนักหนา และมักกีดกัน อย่าตีสนิทกับองค์รัชทายาทดังเพื่อนเล่น เขาคือผู้สูงศักดิ์ จนแล้วจนเล่าเฟยิก็เริ่มออกห่างจากองค์รัชทายาทและไม่อยากเข้ารับราชการทำงานในวังหลวงตามที่บิดา้าถึงแม้ว่าใจเขาชอบที่จะเป็นักสู้ปกป้องความยุติธรรม
หลังจากหลี่เว่ยซุนหารือกับองค์รัชทายาท หลี่เว่ยซุนได้ส่งผู้ติดตามส่วนตัวหลัวฝานไปสำรวจตรวจสอบตามสถานที่ต่างๆ แต่ก็ยังไม่พบ อะไรผิดสังเกตุ
ถึงแม้มีคำสั่งให้ทำคดีนี้ แบบลับๆ แต่ก็ไม่พ้นหูพ้นตา ตระกูลหลิว หลิวอี้เฉิงพอทราบเื่ องค์รัชทายาทให้หลี่เว่ยซุนสืบคดี ก็นิ่งเฉยไม่ได้ จะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางการสืบคดี
จวนตระกูลหลิว
“ไม่ได้การล่ะ ข้าจะต้องขัดกวางทุกวิถีทาง ก่อนที่สกุลหลี่จะรู้มากไปกว่านี้” หลิวอี้เฉิงกล่าว
จนวันหนึ่งหลัวฝานคนของหลี่เว่ยซุนเดินเข้าไปสำรวจในตลาดมืดตลาดมืดนี้มักจะค้าขายใน่เวลากลางคืนผู้คนมากหน้าหลายตาต่างเอาของแปลกๆมาขายกันทุกคนที่เข้ามาต่างก็พลางตัวปิดความเป็ตัวตนของตัวเอง
เขาเดินผ่านร้านค้ามาหลายร้าน จนสดุดอยู่ร้านหนึ่งมากด้วยอาวุธหลากหลาย ลองเดินเข้าไปชม แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ เขาลองถามหาสิ่งของที่อยากได้กับเ้าของร้านตามลักษณะ แน่นอนว่าอาวุธของวังหลวงที่หายไปย่อมไม่เหมือนอาวุธทั่วไป จะทำจากวัสดุชั้นดีเพื่อความแข็งแกร่ง
“ข้าอยากได้อาวุธที่แข็งแกร่ง ทนทาน ทำจากวัสดุชั้นดี ข้าจะจ่ายให้ไม่อั้นพอมีบ้างไหม”
เ้าของร้านมองพิจารณาหลัวฝาน
“งานทุกชิ้นของข้าล้วนแข็งแกร่งและดีทั้งนั้น” น้ำเสียงแข็งไม่ค่อยพอใจหลัวฝาน
หลัวฝานเห็นว่าเ้าของร้านพูดเช่นนี้เหมือนว่าเขาจะยังไม่เปิดใจเขาน่าจะมีอะไร บางอย่าง หลัวฝานจึงขวักเงินจำนวนมากออกมาโชว์ดวงตาเ้าของร้านเปิดกว้าง ทั้งคิดในใจ
“ข้าทำค้าขายยังไงก็ต้องเอาเงินไว้ก่อน”
“ก็ได้ๆ เดี๋ยวข้าจะไปถามพี่ชายข้า(เหอซาน) เขารู้จักของเหล่านี้ดีกว่าข้า แต่ว่า ข้าต้องใช้เวลา ใช้เงินในการที่จะไปหาข่าวให้ท่าน” น้ำเสียงเริ่มอ่อนลง
“ไม่ใช่เื่ใหญ่ อะไร”หลัวฝานยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้กับเ้าของร้านเพื่อแลกกับการหาข่าวมาให้
“ถ้าข้าได้สิ่งที่ข้า้า ข้าจะจ่ายให้ท่านอีกสิบ เท่า”
เ้าของร้านรีบรับเงินมา ทั้งดีใจอยู่ ๆ ก็ได้เงินจำนวนมาก กิริยาก็เปลี่ยนไปอีกแบบ
“ขอรับนายท่าน” ด้วยความที่เห็นเงินเยอะ ความอยากก็เพิ่มมากขึ้น เขาคิดว่าถ้าได้ข่าวอะไรมาคงจะได้เงินเยอะมากกว่านี้เป็แน่
ทั้งสองตกลงกัน เขาให้หลัวฝานเข้ามาหาเขาอีกวันเพราะเขาจะเข้าไปหาข่าวกับพี่ชายก่อน
ถึงวันที่นัดกันหลัวฝานเข้ามาตลาดมืดอีกครั้งมาร้านที่ขายอาวุธเช่นเดิมครั้งนี้เ้าของร้านได้อาวุธมาหลายอย่าง เอามาให้ หลัวฝานเลือกดูวางเรียงตรงหน้า
“ของดีๆ ทั้งนั้น” ท่านรองดูข้าคัดสรรมาเพื่อท่าน
อาวุธที่เ้าของร้านนำมาลักษณะคล้ายๆกันและก็มีอยู่ สองชิ้นที่เหมือนกับอาวุธที่หายไป หลัวฝานหยิบทั้งสองอันมาพิจารณา ดูเนื้อวัสดุของอาวุธใช่หนึ่งในนั้นมันคืออาวุธที่หายไป เขายื่นเงินจำนวนหนึ่งมากโขให้กับเ้าของร้าน และหยิบเอาอาวุธชั้นหนึ่ง
“ข้า้าชิ้นนี้” พลางพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
“แม้..ท่านตาถึงจริงๆ กว่าข้าจะได้ชิ้นนี้มา พี่ข้าหวงแหนนัก”
“ถ้าข้าอยากรู้จักพี่ชายท่านพี่ชายท่านน่าจะเป็คนที่มีความรู้รอบด้าน ข้าอยากได้คำปรึกษาจากพี่ท่าน ท่านพอจะนัดให้ข้ารู้จักได้ไหม” หลัวฝานคิดว่าพี่ชายเขาน่าจะรู้ที่มาที่ไปของอาวุธเขาจึงหาวิธีที่จะเข้าไปพบ
“พี่ข้าไม่ชอบพบปะผู้คน”
หลัวฝานหยิบเงินออกมาอีกครั้ง ยื่นให้สายตาเ้าของร้านเหลือบมองไปที่เงิน และหยิบเอาเงินนั้นมา คำพูดเ้าของร้านก็เปลี่ยนไป
“แต่...ก็พอมีทาง”
เ้าของร้านบอกเส้นทางไปบ้านพี่ชายตน(เหอซาน) ให้กับหลัวฝาน เพื่อให้เขาไปเองและให้แจ้งว่ารู้จักกับตน แต่ก็ไม่รับรองว่าพี่ชายจะออกมาพบด้วยหรือไม่
หลัวฝานกลับไปหาหลี่เว่ยซุนพร้อมทั้งอาวุธชิ้นนั้น เพื่อไปปรึกษาหารือ หลี่เว่ยซุนเข้ารายงานองค์รัชทายาท
“กระหม่อมได้อาวุธมาชิ้นหนึ่งเป็อาวุธที่หายไปไม่ผิดแน่”
หลี่เว่ยซุนยื่นอาวุธชิ้นนั้นให้องค์รัชทายาทองค์รัชทายาทหยิบมาดูใกล้ๆ
“ไม่ผิดนี่เป็อาวุธที่หายไปจากคลัง เราจะต้องได้หลักฐานมัดตัวคนร้ายให้ได้ ฝากใต้เท้าหลี่ติดตามเื่นี้ต่อด้วย”
หลี่เว่ยซุนรับคำสั่งจากองค์รัชทายาทสืบเื่นี้ต่อองค์รัชทายาทส่งองครักษ์(ซ่งจ้านผิง) ร่วมภารกิจนี้กับหลัวฝาน
ตำหนักเหยาเซิ่น
หลิวอี้เฉิงกับองค์ชายรองเซิ่น และยังมีขุนนางตระกูลสี (สีฮ่าวหราน) ร่วมหารือกันสีฮ่าวหรานกับหลิวอี้เฉิงเป็เพื่อนกัน และลูกสาวทั้งสองก็เป็เพื่อนกัน ลี่เฉี่ยวกับฟางเหนียง ถึงแม้ว่าอำนาจการจัดการขององค์ชายรองเซิ่นจะมีไม่มากเท่า องค์รัชทายาทแต่ก็ยังมีขุนนางบางกลุ่มสนับสนุนองค์ชายรองเซิ่น คนขององค์ชายรองเซิ่นสืบรู้ว่าคนของหลี่เว่ยซุนได้อาวุธมาชิ้นหนึ่งอาวุธที่หายไปนี้ความเกี่ยวพันกันกับองค์ชายรองเซิ่นถ้าหลี่เว่ยซุนสืบจนรู้ความจริง แน่นอนว่าจะไม่เป็ผลดีต่อองค์ชายรองเซิ่น
“ใต้เท้าหลิวตอนนี้สกุลหลี่กำลังทำอะไรอยู่ท่านรู้ใช่ไหม”
องค์ชายรองเซิ่นกล่าว
“กระหม่อมรู้และรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ”
“ในเมื่อท่านรู้ทำไมยังปล่อยให้สกุลหลี่ได้ของมา ปล่อยให้หลุดมาได้อย่างไร”
องค์ชายรองกำลังตำหนิและโกรธหลิวอี้เฉิง สีฮ่าวหรานได้โอกาสถึงแม้ว่าจะเป็เพื่อนกันกับหลิวอี้เฉิง แต่ทว่าต่างก็ชิงดีชิงเด่นกันประจบองค์ชายรองเซิ่นเพื่ออำนาจในวันข้างหน้าของตน
สีฮ่าวหรานพูดขึ้นพร้อมชำเลืองมองหลิวอี้เฉิง
“เดี๋ยวกระหม่อมจะไปจัดการกับคนเ่าั้เองพ่ะย่ะค่ะ ”
สีฮ่าวหรานรับอาสาเป็คนไปจัดการเื่นี้ต่อ
เช้าวันต่อมา
หลัวฝานกับองครักษ์เดินทางไปยังบ้านเหอซานพอไปถึง กลับช้าไปก้าวหนึ่ง เห็นมีรอยเืแต่ไม่เห็นคน หลัวฝานตามรอยเืที่หยดตามพื้นไปไม่ไกลเห็นชายสวมชุดสีกลม และสตรีนางหนึ่ง นอนคว่ำหน้าเต็มไปด้วยเื ชายผู้นั้นกำลังพยายามเคลื่อนย้ายตัวเองไปหาหญิงที่นอนคว่ำหน้า
องครักษ์จ้านผิงเห็นเช่นนั้น รีบเข้าไปจับชีพจรหญิงผู้นั้น ปรากฏว่าชีพจรหยุดเต้นแล้ว ส่วนหลัวฝานก็เข้าไปประคองตัวชายผู้นั้น หลัวฝานรีบเอ่ยถามเขาทันทีว่าเขาคือ เหอซานพี่ชายเ้าของร้านที่ขายอาวุธหรือไม่ เขาเ็ปจากาแแต่ก็พยายามพูดขอความช่วยเหลือกับหลัวฝานค่อยๆยกมือขึ้นจับแขนหลัวฝาน “ใช่ ข้าคือเหอซาน ได้โปรด.... ช่วย...ภรรยาของข้าด้วย”
“นาง..หมดลมหายใจแล้วท่านทำใจเสียเถิด” ซ่งจ้านผิงกล่าว
“ไม่นะอาหลี…หือ.. หือ..เอือก” เหอซานทั้งร้องทั้งกะอักเืไหลออกทางปาก
“ท่านหลัวฝาน ข้าว่ารีบนำตัวเขาไปรักษาก่อนเถอะ”ซ่งจ้านผิงกล่าว
หลัวฝานกับซ่งจ้านผิงพาตัวเหอซานไปรักษาตัวที่จวนสกุลหลี่เขาอาการสาหัสมาก ต้องใช้เวลาในการรักษาให้เขาหายดีจึงค่อยสอบถามความเป็มาการนำตัวเขามาอยู่เช่นนี้ก็ต้องเก็บเป็ความลับ